“คุณแม่โทรหาหน่อยสิ”
จื่อเหยียนหยิบโทรศัพท์ออกมา ยังไม่ทันจะกดเบอร์
“ป๊ะป๋ามาแล้วๆ ”
เิเิ ยื่นแขนออกไปเป็การบอกให้จางฮ่านอุ้ม
“เ้าหญิงน้อยของพ่อ คิดถึงพ่อมั้ย”
จางฮ่านรีบเข้าไปอุ้ม
“คิดถึงๆ ๆ ” เิเิ จุ๊บไปที่แก้มของจางฮ่าน
“คิดถึงแค่ไหนเหรอ?” จางฮ่านถาม
“มากๆ ๆ ๆ เลย” เิเิ รัดคอจางฮ่านแน่นจนแก้มชนแก้ม
“ฮ่าๆ ๆ ..” จางฮ่านหัวเราะ พลางหยิบบัตรผ่านประตูสามใบออกมาโชว์ “บัตรซื้อเรียบร้อยแล้ว พวกเราเข้าไปกันเลยนะ”
“ดีๆ ๆ เข้าไปกัน ไปเล่นชิงช้า์” เิเิ กระดี๊กระด๊า
จางฮ่านหันไปหาจื่อเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่พูดไม่จา “เข้าไปกันเถอะคุณ”
พูดจบก็อุ้มเิเิเดินเข้าไป
จื่อเหยียนนึกโกรธในใจ
หมายความว่าไง? พอเจอฉันก็พูดจาน้ำเสียงไม่มีเยื่อมีใย?
ถึงวันนี้ฉันแต่งตัวไม่สวยเหมือนแต่ก่อน แต่ยังไงฉันก็ยังสวยอยู่นะยะ ตาบอดหรือไง? จะชมสักคำไม่ได้หรือไง?
“เชอะ ทึ่มแถมยังตาไม่ถึง” จื่อเหยียนบ่นเบาๆ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซียงเจียง เป็สถานที่ติดอันดับต้นๆ ที่มีจำนวนคนเข้าออกไม่แพ้ดิสนี่แลนด์
“ชิงช้า ชิงช้าหวัน ไปนั่งชิงช้าหวันกัน” เ้าหญิงน้อยร้องจะเล่นชิงช้า์
เธอเห็นมันหลายครั้งในโทรทัศน์ ร้องอยากเล่นมาตั้งนานแล้ว แต่แม่ของเธอไม่เคยพาเธอมาเล่น
“ไปๆ ๆ พวกเราไปนั่งกัน” จางฮ่านหัวเราะ
จางฮ่านอุ้มเิเิ ตรงไปที่ชิงช้า์ เหมือนเขาลืมไปว่าเขาไม่ได้มากันแค่สองคนพ่อลูก ท่าทางไม่สนใจไยดีอะไร ทำให้จื่อเหยียน อดโมโหไม่ได้ทุกที
“ทำคุณบูชาโทษจริงๆ ”
จะรักพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่นี่อะไรพอเจอพ่อก็ลืมแม่อย่างเราซะงั้นเลย?
จื่อเหยียนโกรธมาก แกล้งเดินช้าๆ ดูว่าทั้งสองคนจะสนใจว่าตัวเองตามมาด้วยมั้ย ถ้าไม่สนใจก็เล่นกันสองคนแล้วกัน เชอะ
ดีที่ตอนเข้าแถวต่อคิว เิเิ หันมามองหา
“เอ๋? แม่ล่ะ? ป๊ะป๋า แม่หายไปไหนแล้ว” เิเิ พูดท่าทางตกอกใ
จางฮ่านหันไปดูรอบๆ เห็นจื่อเหยียนอยู่ห่างออกไปซักสิบเมตรเห็นจะได้
“ไม่หาย อยู่นั่นยังไงล่ะ ดูสิ”
พูดพลางยกเิเิขึ้นมาขี่คอ เิเิพอเห็นแม่ก็ะโเรียกออกไป
“คุณแม่ๆ ๆ หนูอยู่นี่ รีบมาเร็วๆ เข้าสิ”
“ฮึ”
จื่อเหยียนแทรกตัวเข้ามาในกลุ่มคน
“นึกว่าลืมแม่แล้วซะอีก” จื่อเหยียนพูดใส่อารมณ์
“จะลืมได้ไง มามะ กอดกันๆ ” เิเิ ยื่นแขนออกไป
“แต่นแต๊น”
พนักงานปิดประตูเรียบร้อย ชิงช้า์ก็เริ่มเดินเครื่อง
เิเิ ตื่นเต้นมองไปซ้ายทีขวาที แต่พอความสูงขึ้นไปถึงระดับหนึ่งเิเิ ก็เริ่มกลัว
" สูงจังเลย หนูกลัวๆ "
" เิเิไม่ต้องกลัว มาพ่ออุ้ม " จางฮ่านเอาเิเิมาอุ้ม " ไม่ต้องกลัวนะ ไม่เป็ไร ดูด้านนอกสิ มีนก มีโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด "
ได้ผลอยู่ไม่นาน ชิงช้า์ก็หมุนไปจนถึงยอดบนสุด ลมพัดจนตู้แกว่งไปมา เิเิก็เริ่มกลัวขึ้นมาอีก เสียงกึกกักๆ ดังขึ้นยิ่งทำให้ดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่ อย่าว่าแต่เด็กที่นึกกลัว จื่อเหยียนที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามก็ยังอดใจสั่นไม่ได้ แต่ภายใต้แว่นดำที่บดบังสายตาอยู่ จางฮ่านเลยดูไม่รู้ว่าเธอกลัวขนาดไหน ปล่อยให้เธอนั่งกลัวอยู่อย่างนั้นคนเดียว
จางฮ่านปลอบเิเิจนชิงช้า์หมุนกลับลงมาจนใกล้จะถึงพื้น
" ดูสิ จะถึงพื้นอยู่แล้ว "
" ว้าว ป๊ะป๋าข้างล่างคนเหลือตัวนิดเดียวเอง "
" ป๊ะป๋าดูสิลูกโป่งเพียบเลย ดูสิๆ ๆ ๆ "
" ฟู่ว... " จื่อเหยียนโล่งใจที่กลับลงมาได้
เหงื่อชุ่มหลังของเธอไปหมด เธอข้องใจทำไมจางฮ่านไม่สนใจเธอเลย ปลอบแต่เิเิคนเดียว
ลงจากชิงช้า์มา จางฮ่านก็พาเิเิเดินเข้าอุโมงค์ใต้ทะเล ดูสัตว์น้ำนานาชนิด เิเิ ชอบใจใหญ่
พวกเขาสลับกันถ่ายรูปคู่กับเิเิ อยู่ๆ ก็มีหญิงสาววัยยี่สิบเศษๆ เดินยิ้มๆ เข้ามา
" ให้ฉันช่วยถ่ายรูปครอบครัวให้พวกคุณมั้ยคะ มาเที่ยวด้วยกันทั้งทีไม่มีรูปถ่ายด้วยกันน่าเสียดายออก "
" อ่อ ขอบคุณนะ " จื่อเหยียนส่งโทรศัพท์ให้เธอ
" ยิ้มหน่อย ขยับเข้าหากันอีกนิด ลูกสาวคุณออกจะน่ารัก ใช่อย่างนั้นแหละ อีกรูปนะคะ " แชะๆ ๆ หญิงสาวถ่ายรูปให้อย่างเต็มอกเต็มใจ
นี่เป็รูปที่ถ่ายด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกครั้งแรก
จื่อเหยียนรู้สึกสับสนขึ้นมาอีก
พอขอบคุณเสร็จ หญิงสาวก็เดินจากไป
เดินเล่นกันไปได้สักพักก็ได้เวลาอาหารเที่ยง
จื่อเหยียนเสนอให้ไปกินอาหารที่ร้านอาหาร วังั
ซึ่งเป็ร้านอาหารในอุโมงค์ใต้น้ำ สามารถกินไปดูสัตว์น้ำไปได้ในตัว
จางฮ่านดูๆ ไปก็นึกอยากจะทำสวนน้ำใต้ทะเลให้เิเิ
ระหว่างทานอาหาร จางฮ่านก็หยิบน้ำฉุนหยางออกมาจากกระเป๋า
“เิเิ ดื่มน้ำขวดนี้สิลูก” จางฮ่านเปิดขวด แล้วยื่นส่งให้
เิเิไม่สนใจว่ามันคืออะไร ยื่นให้ก็กินทันที
จื่อเหยียนเห็นก็รีบถาม “นั่นอะไร? คุณเอาอะไรให้เธอดื่ม?”
“ของดีน่ะ ฮ่าๆ ๆ ” จางฮ่านหัวเราะ
อึกๆ ๆ
เิเิดื่มไปหนึ่งในสาม ก็วางขวดลง
“อิ่มแล้ว”
“ที่เหลือนี่คุณดื่มมันซะสิ” จางฮ่านส่งต่อให้จื่อเหยียน
“ใครจะไปดื่ม น้ำอะไรก็ไม่รู้” จื่อเหยียนปฏิเสธ แต่มือก็ยื่นไปรับเอาขวดน้ำมาดื่ม
ดื่มไปได้อึกหนึ่ง จื่อเหยียนก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอบอวลอยู่ในปาก
นี่ไม่ใช่นมวัว?
ด้วยกลิ่นหอมอบอวล จื่อเหยียนเลยกระดกรวดเดียวหมดขวด แต่ก็ยังไม่หายสงสัย
“นี่มันน้ำอะไร?”
“มันเป็น้ำที่ดีต่อร่างกาย” จางฮ่านตอบเรียบๆ พลางเดินอ้อมไปอุ้มเิเิ
“คุณจะไปไหน?” จื่อเหยียนถาม
“ห้องน้ำ”
จื่อเหยียนยังไม่ทันจะถามต่อ ก็รู้สึกปวดมวนในท้องก็พอจะเข้าใจเื่ราว
“คนสารเลว ให้ฉันกินยาถ่ายหรอกเรอะ?”
จื่อเหยียนวิ่งตามเข้าไปในห้องน้ำ
น้ำฉุนหยางมีผลปรับสภาพร่างกายให้ดีขึ้น ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งของเสียพวกนี้จะออกจากทางไหนไม่ได้นอกจากก้น
จื่อเหยียนเข้าไปในห้องน้ำได้ประมาณยี่สิบนาที ในใจเธอก่นด่าจางฮ่านไม่เลิก แต่พอเธอออกมาจากห้องน้ำไปล้างมือ ก็เห็นสภาพตัวเองที่เปลี่ยนไปในกระจก
หน้าของเธอดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส ชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล เครื่องสำอางที่โปะมาในตอนเช้าก็ดูเหมือนจะถูกลบออกไปจนหมด ความเหนื่อยล้าจากการเที่ยวในตอนเช้าก็ดูเหมือนจะหายเป็ปลิดทิ้ง
“น้ำนั่น...เป็ของดีจริงๆ รึ?”
จื่อเหยียนเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นจางฮ่านกับเิเิกำลังกินอาหารที่เพิ่งเอามาเสิร์ฟลงบนโต๊ะ
“จางฮ่าน เมื่อกี้ที่คุณเอาให้พวกเราดื่มเข้าไปมันคืออะไรกันแน่?” จื่อเหยียนนั่งลงบนเก้าอี้
“เรียกว่ายาบำรุงก็ได้มั้ง” จางฮ่านตอบ “คุณดูผิวพรรณของคุณสิ ดีกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ไม่ใช่เหรอ?”
“แล้วทำไมเิเิดูไม่เปลี่ยนไปเลย?” จื่อเหยียนยังคงสงสัย
“เปลี่ยนสิ สวยกว่าเดิมตั้งเยอะ” เิเิเอาแต่กินไม่รู้เื่รู้ราวอะไรกับเขาหรอก
“เิเิยังเล็ก ผิวของเธอดีอยู่แล้ว คุณอายุปาเข้าไปตั้งเท่าไหร่ แถมยังแต่งหน้าทุกวัน เครื่องสำอางพวกนั้นทำร้ายผิวไปตั้งไม่รู้เท่าไหร่” พูดถึงเื่แต่งหน้า ท่าทางจางฮ่านดูขยะแขยง
จบตอน