บทที่ 25 ถูกดูิ่ที่เหลาอาหาร
"เถ้าแก่ ช่วยห่อผ้าพับนี้ให้ด้วย ถวนเป่า เ้าอยากได้ผ้าแบบไหน?"
"ขอแค่สีเข้มและไม่เปื้อนง่ายก็พอขอรับ"
เห็นได้ชัดว่า เด็กผู้ชายไม่ได้มีข้อเรียกร้องสูงในเื่นี้ แค่ปกปิดร่างกายได้ก็พอ
ฉู่ชิงเฉินตัดสินใจเองตามความ้าของลูกชาย เลือกผ้าสีน้ำเงินเข้มที่ดูไม่แก่เกินไป
ส่วนตัวเอง นางไม่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่ฉูดฉาดเกินไปได้ เพราะในวันปกติต้องทำงานมากมาย จึงเลือกผ้าสีม่วงเข้มให้ตัวเอง
“แม่นางช่างตาถึงจริง ๆ ผ้าที่เลือกมาล้วนเป็ผ้าชั้นดีที่สุดในร้านเรา ตัดออกมาแล้วนุ่มสบายตัวมาก ทั้งหมดสามร้อยยี่สิบอีแปะครับ”
เถ้าแก่ยิ้มหน้าบานพลางดีดลูกคิดคำนวณเงิน
“เถ้าแก่ ลดเศษเหลือเลขกลม ๆ หน่อยได้ไหม คราวหน้าข้าจะได้กลับมาซื้อผ้าที่ร้านท่านอีก”
“แม่นาง ร้านข้าได้กำไรน้อยนิดจริง ๆ แต่ในเมื่อแม่นางเอ่ยปาก เพื่อจะดึงลูกค้าประจำไว้ ข้าจะแถมเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้แล้วกัน แม่นางเห็นว่าเป็อย่างไร?”
เถ้าแก่ถามอย่างอารมณ์ดี แม่นางคนนี้ต่อราคาเก่งไม่เบา ดูไม่ธรรมดาเลย
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ เถ้าแก่ช่วยห่อผ้าพวกนี้รวมถึงเศษผ้าพวกนั้นให้ข้าด้วยนะ ข้าขอฝากไว้ที่ร้านก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาเอา”
ฉู่ชิงเฉินอุตส่าห์พาลูก ๆ เข้าเมืองทั้งที จึงอยากเดินเที่ยวต่ออีกหน่อย การถือผ้าพะรุงพะรังคงไม่สะดวกนัก
“แม่นางเชิญเดินเที่ยวตามสบาย ข้าจะให้คนงานดูแลผ้าของแม่นางอย่างดี จะไม่ให้ขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียว”
เถ้าแก่รับคำอย่างกระฉับกระเฉง
“ท่านแม่ ต่อไปเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันต่อหรือ?”
หยวนเป่าเดินมาพักใหญ่ ท้องเริ่มส่งเสียงร้องโครกครากไม่หยุด นางเริ่มหิวแล้วแต่ก็พยายามอดทนไม่พูดออกมา
“หิวแล้วล่ะสิ แม่จะพาพวกเ้าไปกินมื้อใหญ่ที่เหลาอาหารที่ดีที่สุดในตำบลนี้”
ฉู่ชิงเฉินมองเห็นท่าทางอ่อนระโหยของหยวนเป่า ดูไม่มีพลังงานเหมือนตอนขามา ก็รู้ทันทีว่าเด็กน้อยคงหิวแล้ว
“ไชโย! มีของอร่อยกินแล้ว ท่านแม่จงเจริญ!”
พอหยวนเป่าได้ยินเื่กิน ก็ร้องเฮออกมาทันที
“น้องสาว คำว่าจงเจริญ (หมื่นปี) พูดมั่ว ๆ ไม่ได้นะ ระวังมีคนใจร้ายได้ยินแล้วจะหาว่าพวกเราลบหลู่เบื้องสูง”
ถวนเป่าทำตัวเป็ผู้ใหญ่ตัวน้อยตักเตือนน้องสาว
“พี่ชาย คราวหน้าข้าไม่กล้าแล้ว”
ฉู่ชิงเฉินมองดูลูกทั้งสองแล้วยิ้มจนตาหยี เด็กสองคนนี้แม้จะเป็ฝาแฝดแต่ช่างมีนิสัยต่างกันลิบลับ คนหนึ่งชอบนิ่ง คนหนึ่งชอบขยับ ถือว่านิสัยเติมเต็มกันและกันได้ดี
ฉู่ชิงเฉินจูงมือเด็กน้อยข้างละคนจนมาถึงเหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดในตำบล ชื่อว่า... หอฮวนสี่
“ท่านแม่ ที่นี่ใหญ่จัง ข้าเพิ่งเคยมากินข้าวในที่ที่ใหญ่ขนาดนี้เป็ครั้งแรกเลย”
หยวนเป่าดูตื่นเต้นมาก ดวงตากลมโตจ้องมองไปทั่วจนลานตาไปหมด
“คนบ้านนอกที่ไหนกันเนี่ย? รีบไปให้พ้นเลย ใกล้เที่ยงแล้วแขกกำลังเยอะ อย่ามาขวางทางหอฮวนสี่รับแขก”
คนงานมองดูหนึ่งผู้ใหญ่สองเด็กที่ใส่เสื้อผ้าเก่าจนสีซีดจาง แม้จะสะอาดสะอ้านแต่ดูโทรมมาก ไม่เหมือนขอทาน เขาจึงปักใจเชื่อว่าทั้งสามคนคือคนบ้านนอกคอกนาที่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าอาหารที่นี่แน่นอน
“เ้าเป็คนงาน พูดจาแบบนี้ได้ยังไง? พวกเรามากินข้าว เป็ลูกค้าเหมือนกัน ก้าวเท้าเข้าประตูมาก็โดนไล่เสียแล้ว ด้วยการกระทำของร้านพวกเ้าแบบนี้ ข้าว่าอีกไม่นาน ร้านนี้คงเจ๊งแน่”
ฉู่ชิงเฉินไม่ได้พูดเพื่อความสะใจชั่วครั้งชั่วคราว แต่นางััได้ถึงกลิ่นอายแห่งความเสื่อมถอยทันทีที่ก้าวเข้ามา
อย่ามองเพียงว่าร้านนี้ดูรุ่งเรือง คาดว่าคงอยู่ได้ไม่นานนัก ลางสังหรณ์ของฉู่ชิงเฉินไม่เคยผิดพลาด
“เ้าคนบ้านนอก พูดจาสามหาวนักนะ! ตั้งใจมาหาเื่ล่ะสิ เชื่อไหมว่า ข้าจะให้ผู้คุมของร้านส่งเ้าไปที่ว่าการอำเภอ”
คนงานพูดอย่างเดือดดาล หอฮวนสี่คือเหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ ตราบใดที่ตำบลซีหยางไม่ล่มสลาย หอฮวนสี่ก็ไม่มีวันล่ม
“ข้าก็แค่พูดความจริงเท่านั้น ขอถามหน่อยเถอะ ข้ามีความผิดอะไร เ้าถึงจะส่งข้าไปที่ว่าการ บ้านเมืองยังมีขื่อมีแปอยู่หรือไม่?”
ฉู่ชิงเฉินรู้สึกว่าคำพูดของคนงานช่างน่าขัน นางก็แค่พาลูกสองคนมากินข้าว ทำไมมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้
“ฮือ... รังเกียจคนจน รังแกกันชัด ๆ เ้าจะส่งท่านแม่ข้าไปที่ว่าการ คนงานหอฮวนสี่เป็คนเลว!”
ถวนเป่าส่งสายตาให้น้องสาว หยวนเป่าก็เข้าใจทันที นางจึงแผดเสียงร้องไห้ออกมาดังลั่น
เสียงร้องไห้นั้นทำให้แขกที่กำลังกินข้าวอยู่ต่างพากันใ และหันมามองทางนี้กันหมด
“นังหนูนี่พูดจาเหลวไหลอะไรกัน? อยากโดนข้าตีหรือไง?”
คนงานถกแขนเสื้อขึ้น ทำท่าจะเอื้อมมือไปบิดหูเด็กหญิงตัวน้อย
“ใครกล้าแตะต้องลูกข้า... ตาย!”
แววตาของฉู่ชิงเฉินฉายแววอำมหิตลุ่มลึก คนงานคนนี้กล้ายื่นมือมาตีลูกสาวของนาง ถือว่าล้ำเส้นของนางอย่างมาก
นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว คว้าข้อมือของคนงานไว้ แล้วหักไปด้านหลังจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดัง ‘กร๊อบ!’
“โอ๊ย! เจ็บ ๆ ๆ แม่นางโปรดไว้ชีวิตด้วย ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่!”
คนงานไม่คิดเลยว่า แม่นางที่ดูอ่อนแอบอบบางจะมีแรงมหาศาลขนาดนี้ เขาไม่สามารถดิ้นหลุดได้เลย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าข้อมือต้องหลุดแน่ ๆ
“ฮึ!”
ฉู่ชิงเฉินแค่นเสียงเ็า เตะเข้าที่หน้าท้องของคนงานส่งเขาปลิวไปไกลหลายจั้ง จนไปกระแทกกับโต๊ะอาหารข้าง ๆ ทำให้โต๊ะสั่นคลอน น้ำแกงร้อน ๆ ไหลตามขอบโต๊ะลงมาโดนตัวคนงานจนเขาร้องโหยหวนด้วยความแสบร้อน
“ไม่เป็มงคลเสียจริง ข้าวปลากินไม่ลงแล้ว เถ้าแก่อู๋อยู่ไหน? อย่ามัวแต่มุดหัวอยู่ในกระดอง รีบออกมาชดใช้ค่าเสียหายเดี๋ยวนี้”
โต๊ะที่ถูกคนงานกระแทกมีชายหนุ่มสามคนกับหญิงสาวหนึ่งคนนั่งอยู่ ชายคนหนึ่งเห็นน้ำแกงหกเลอะเทอะก็ลุกขึ้นโวยวายทันที
ฉู่ชิงเฉินไม่สนใจเื่เ่าั้ นางจูงมือลูกทั้งสองแล้วเดินออกจากร้านไปทันที
“ท่านแม่ หยวนเป่าหาเื่เดือดร้อนอีกแล้วใช่ไหม? ท่านแม่ทำให้คนเจ็บ คนในร้านจะมาหาเื่ท่านแม่ไหม?”
“ไม่ต้องกลัว ทหารมาก็เอาขุนพลต้าน น้ำมาก็เอาดินกั้น แม่จะไม่มีวันยอมให้ใครมารังแกพวกเ้าเด็ดขาด”
ฉู่ชิงเฉินเห็นลูกสาวมีสีหน้ากังวลจึงปลอบใจ ในใจนางไม่ได้เห็นเื่ที่ทำร้ายคนงานเป็เื่ใหญ่อะไรเลย
“เถ้าแก่ ผู้หญิงคนนั้นแหละ ที่จูงเด็กสองคนมาป่วนเหลาอาหารของเรา แถมยังทำร้ายคนของเราเจ็บด้วย”
คนงานอีกคนบอกกับชายวัยกลางคนที่แต่งตัวหรูหรา
“ล้อมพวกเขาไว้!”
เถ้าแก่อู๋สั่งการผู้คุมเจ็ดถึงแปดคน
“ท่านแม่ มีคนมาล้อมพวกเราเต็มเลย พวกเราจะไปไม่ได้แล้วใช่ไหม?”
หยวนเป่าดึงชายเสื้อมารดาด้วยความกลัว
“สุนัขดีไม่ขวางทาง พวกเ้ามาขวางทางพวกเราทำไม?”
ฉู่ชิงเฉินอุ้มหยวนเป่าขึ้น และดึงถวนเป่าที่ขวางหน้าอยู่มาไว้ข้างหลังเพื่อปกป้อง
“แม่นางทำร้ายคนในร้านของเรา พังโต๊ะเก้าอี้จนเสียหาย แล้วคิดจะเดินจากไปง่าย ๆ อย่างนี้หรือ?”
เถ้าแก่อู๋ก้าวออกมาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เถ้าแก่ใหญ่แห่งหอฮวนสี่ที่โด่งดัง ก็ต้องมีเหตุผลบ้างไม่ใช่หรือ เป็คนของท่านที่พูดจาสามหาวก่อน และเป็คนของท่านที่เริ่มลงมือก่อน ข้าก็แค่ป้องกันตัวโดยชอบธรรม ส่วนเื่พังโต๊ะ... จะมาโทษข้าก็ไม่ได้ ข้ายังไม่ได้แตะต้องโต๊ะตัวนั้นเลย จะเรียกว่าพังโต๊ะได้อย่างไร? เถ้าแก่ช่างกลับขาวเป็ดำ รังแกพวกเราแม่ลูกที่ไร้ทางสู้จริง ๆ”
ฉู่ชิงเฉินพูดเสียงดังมาก จนดึงดูดผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้มาล้อมวงดู
“ข้าเพิ่งกินข้าวเสร็จ และเดินออกมาจากร้านเมื่อครู่นี้เอง สิ่งที่เกิดขึ้นข้าเห็นกับตาทั้งหมด เป็คนงานคนนั้นที่ดูถูกการแต่งกายของแม่นาง พอแม่นางโต้ตอบ คนงานก็จะตีเด็กน้อยในอ้อมกอดนาง แม่นางจะยอมให้คนมาตีลูกตัวเองได้อย่างไร ก็เลยสั่งสอนคนงานไป แล้วคนงานก็ไปกระแทกโต๊ะจนทำให้อาหารของลูกค้าเสียหาย”
ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังอธิบายแทนหญิงสาวท่ามกลางฝูงชน