เมื่อคำถามของจีอู๋เนี่ยนถูกเอ่ยออกมา หูหลายคู่กางขึ้นทันที ความสัมพันธ์แบบไหนกันนะ?
อวิ๋นหรั่นเยว่ยิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่า "เพียงแค่เป็ความสัมพันธ์ที่อยู่สำนักเดียวกันเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าคุณชายจีถามเื่นี้ด้วยเหตุใดหรือเ้าคะ?"
จีอู๋เนี่ยนหัวเราะออกมา "ข้าเพียงแค่สงสัยเท่านั้น แม่นางจิ่วเยว่โปรดอย่าคิดมาก ไม่นึกเลยว่าแม่นางจิ่วเยว่นอกจากจะมีกระบี่เก้าดาราของสำนักกระบี่เก้าดาราแล้ว ยังมีกรรไกรแห่งเหตุและผลของสำนักาาผีอีกด้วย มีความผูกพันลึกซึ้งกับสองสำนักใหญ่ในอดีตถึงเพียงนี้"
เสี่ยวอี้คิดในใจว่า ไม่ใช่แค่สองสำนักหรอก เก้าสำนักที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้าท่านแม่เป็ผู้สืบทอดมาทั้งหมดนั่นแหละ
ในตอนที่เก้าสำนักใหญ่รุ่งเรืองถึงขีดสุด จะมีที่ว่างให้สำนักศึกษาชางหลานได้อย่างไร
"ข้าได้ซื้อซากโบราณสถานของสำนักาาผีเอาไว้แล้ว สามารถสร้างสำนักขึ้นมาใหม่ได้ทุกเมื่อ แม่นางจิ่วเยว่อยากจะลองไปดูกับข้าตอนนี้เลยหรือไม่?" จีอู๋เนี่ยนเอ่ยคำเชิญชวนนาง
ปัง!
งานแกะสลักไม้ที่ยังไม่เป็รูปเป็ร่างในมือของหลงเยี่ยเยี่ยนแหลกละเอียดเป็ผง
"ข้าอาจจะยังไม่สามารถออกจากเมืองชื่ออวิ๋นได้ในระยะเวลาอันสั้นนี้ เพราะมีบางเื่ที่ต้องจัดการเ้าค่ะ"
"ไม่เป็ไร เมื่อใดที่เ้าว่าง สามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ แคว้นต้าเหยี่ยนอยู่ไม่ไกลจากซากโบราณสถานของสำนักาาผีนัก" จีอู๋เนี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ทั้งสองสนทนาเื่ราวเกี่ยวกับสำนักาาผีอีกมากมาย หลานโจวเปลี่ยนน้ำชาไปถึงสองกาแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นจีอู๋เนี่ยนเอ่ยคำลา ใครจะไปคิดว่ารัชทายาทจีแห่งแคว้นต้าเหยี่ยนจะเป็คนช่างพูดถึงเพียงนี้?
การสนทนาเป็เวลานานขนาดนี้ ทำให้พอจะมองเห็นนิสัยใจคอของคนได้คร่าว ๆ แม้จีอู๋เนี่ยนจะเป็รัชทายาทจีของแคว้นศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยน แต่กลับไม่มีท่าทีถือตัว เป็คนอ่อนโยนมีมารยาท ทั้งยังมีน้ำใจและรู้จักตอบแทนบุญคุณ นับว่าเป็สหายที่ควรค่าแก่การคบหา
อวิ๋นหรั่นเยว่ตั้งใจจะรั้งจีอู๋เนี่ยนให้อยู่ทานข้าว แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างสูงใหญ่คนหนึ่งมายืนอยู่ที่ประตู เขาใส่หน้ากากสีเงิน ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มองเห็นแนวกรามที่เรียวสวยผ่านส่วนล่างของหน้ากากได้ราง ๆ เพียงแค่นิดเดียวแต่มันกลับดูดีจนน่าเหลือเชื่อ
แม้จะเป็มุมอันตรายที่ใครต่างก็กลัวเช่นนี้ แต่ใบหน้าของเขากลับไม่มีไขมันส่วนเกินให้เห็นแม้แต่น้อย นิ้วมือของนางขยับเล็กน้อย ยิ่งอยากจะเปิดหน้ากากของเขาออกให้รู้แล้วรู้รอด
ไม่เคยมีใครใส่หน้ากากได้ดูดีขนาดนี้มาก่อน ในชาติก่อนนางเป็นักฆ่าผู้มีพลังพิเศษ เคยเห็นเพื่อนร่วมอาชีพที่สวมหน้ากากมามากมาย ภายใต้หน้ากากเ่าั้ล้วนเป็ใบหน้าที่ธรรมดาสามัญ บางคนถึงกับน่าเกลียดจนน่าใ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางไม่ค่อยมีความรู้สึกดี ๆ กับผู้ชายที่สวมหน้ากากเท่าใดนัก
แต่เขาแตกต่างออกไป ทันทีที่เห็นเขา สัญชาตญาณบอกนางว่าชายผู้นี้ต้องเป็บุรุษรูปงามอย่างแน่นอน
"เ้าออกมา ข้ามีเื่จะถาม"
"เอ๊ะ?"
เมื่อวานเขายังแสดงท่าทีไม่ชอบนางกับเสี่ยวอี้อยู่เลยไม่ใช่หรือ ทำไมจู่ ๆ ถึงมีธุระเรียกหานางได้กัน?
อวิ๋นหรั่นเยว่ลุกขึ้นยืน มองไปทางจีอู๋เนี่ยน ตั้งใจจะบอกให้เขารอสักครู่ แต่ไม่นึกว่าหลงเยี่ยเยี่ยนจะหันหลังเดินจากไปทันที แถมยังดูเหมือนจะโกรธมากเสียด้วย
เดี๋ยวนะ! เขาโกรธเื่อะไรไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย?
แต่แผ่นหลังที่เหยียดตรงและไหล่กว้างเอวสอบนั่นช่างน่าดึงดูดใจเสียจริง นางจึงอดไม่ได้รีบก้าวเท้าตามไปทันที จนลืมบอกลาจีอู๋เนี่ยนเสียสนิท
จีอู๋เนี่ยนขมวดคิ้ว หลานโจวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า "รัชทายาทจี นายท่านของข้าคงมีเื่สำคัญจะคุยกับแม่นางจิ่วเยว่ เช่นนั้นท่านกลับไปก่อนเถิดขอรับ"
เสี่ยวอี้กะพริบตาปริบ ๆ ราวกับฟังไม่ออกว่าหลานโจวกำลังไล่ให้จีอู๋เนี่ยนกลับ จึงลุกขึ้นแล้วพูดว่า "ท่านอาจีจะกลับแล้วหรือขอรับ เช่นนั้นเสี่ยวอี้จะไปส่งท่านอาจีเอง!"
ท่านอาหน้ากากโกรธแล้ว คงไม่ใช่ว่าหึงหวงอยู่หรอกนะ? แม้ท่านอาจีจะหน้าตาดีมากแต่ในใจของเขาเอนเอียงไปทางท่านอาหน้ากากมากกว่า
...
อวิ๋นหรั่นเยว่ถูกหลงเยี่ยเยี่ยนพามายังห้องฝึกยุทธ์ เมื่อเห็นว่าข้างในมีเบาะนั่งอยู่ไม่กี่ใบ นางก็ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิทันที พร้อมกับเท้าคางมองเขา ท่าทางเหมือนจะบอกว่าถ้าท่านไม่พูด ข้าก็จะจ้องท่านแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
อีกทั้งมุมนี้สามารถเห็นคางอันทรงเสน่ห์ของเขาได้พอดีเลย
หลงเยี่ยเยี่ยนไม่เคยเจอสตรีที่ใจกล้าเช่นนี้มาก่อน สายตาของนางเปิดเผยและกวาดมองไปตามร่างกายของเขาราวกับอยากจะฉีกเสื้อผ้าเขาออกให้หมด ทำเอาเขาพูดไม่ออกเลย
"เ้ามีกระบี่เก้าดารา คงได้รับการสืบทอดจากเทพกระบี่ใช่หรือไม่?"
อวิ๋นหรั่นเยว่ได้ยินคำถามนี้ก็คิดในใจว่าเมื่อวานทำตัวเ็าราวกับคนแปลกหน้า ไม่แม้แต่จะชายตามอง พอตอนนี้กลับเรียกนางออกมาถามเช่นนี้… นิสัยช่างแปรปรวนเสียจริง
จู่ ๆ นางก็ไม่อยากตอบ "ท่านลองทายดูสิเ้าคะ?"
หลงเยี่ยเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย "หากเ้าได้รับการสืบทอดของเทพกระบี่เช่นกัน เ้าก็คือศิษย์น้องของข้า ควรเรียกข้าว่าศิษย์พี่"
"จริงหรือเ้าคะ? ไม่แน่ว่าท่านอาจจะเป็ศิษย์น้องก็ได้นะ!" นางยกมุมปากพูดอย่างจงใจ "ศิษย์น้อง เ้ายืนอยู่แบบนี้ ข้าต้องเงยหน้ามองจนเมื่อยไปหมดแล้วนะ"
นางส่งสายตาหยาดเยิ้ม หลงเยี่ยเยี่ยนรู้สึกราวกับก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำแมงมุม นางคนเดียวมีฤทธิ์เทียบเท่าปีศาจสาวหลายสิบตนเลยทีเดียว
"เหลวไหล ข้าได้รับการสืบทอดของเทพกระบี่ก่อนเ้า เ้าต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่"
"ข้าไม่เรียก นอกจากท่านจะถอดหน้ากากออก ข้าถึงจะยอมเรียกท่านด้วยความเต็มใจ!" อวิ๋นหรั่นเยว่ใช้นิ้วเรียวยาวดึงชายเสื้อของเขา "ท่านให้ข้าดู ข้าก็ให้ท่านดู ตกลงหรือไม่เ้าคะ?"
หลงเยี่ยเยี่ยนสูดลมหายใจลึก กดข่มความร้อนรุ่มในใจ เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกจนปัญญาต่อผู้หญิงคนหนึ่ง
น้ำเสียงของเขาต่ำลงเล็กน้อย "เ้า้าให้สำนักกระบี่เก้าดารากลับมารุ่งเรืองดังเดิม ข้าจึงยอมให้เ้าพักที่นี่ ให้เวลาเจ็ดวันเพื่อแสดงความสามารถ เพื่อให้เ้าเป็ผู้สืบทอดของสำนักกระบี่เก้าดารา แต่ตอนนี้เ้ากลับอยากฟื้นฟูสำนักาาผีด้วย เช่นนั้นสำนักกระบี่เก้าดาราจะถูกเ้าวางไว้ที่ใด?"
"ในโลกนี้ไม่มีวิธีที่จะได้ทุกอย่างพร้อมกัน แต่ทั้งปลาและอุ้งเท้าหมี ข้าจะเอาทั้งสองอย่างเ้าค่ะ" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวอย่างโอหัง ในดวงตามีประกายแสงที่น่าทึ่งวาบผ่าน
ั้แ่วันแรกนางไม่เคยคิดที่จะสืบทอดสำนักของอาจารย์ทีละแห่ง สิ่งที่นางคิดคือการรวมทั้งเก้าสำนักเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสุดยอดสำนักที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าสำนักศึกษาชางหลาน
นี่ไม่ใช่เื่ง่ายและต้องใช้เวลาอีกยาวนาน แต่นี่คือเป้าหมายของนาง!
หลงเยี่ยเยี่ยนมองนาง เขาเห็นจิติญญาแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชนในตัวสตรีที่ดูเกียจคร้านคนนี้ แต่กลับไม่รู้สึกขัดแย้งเลยแม้แต่น้อย ทำให้รู้สึกว่านางราวกับมีพันใบหน้า สิ่งที่แสดงออกมาเป็เพียงยอดของูเาน้ำแข็งเท่านั้น
หากเป็คนอื่นพูดคำนี้ เขาคงคิดว่าเพ้อฝัน แต่เมื่อออกมาจากปากของนาง เขากลับรู้สึกว่ามันควรจะเป็เช่นนั้น
ผู้หญิงที่ทำให้เขาตัดสินใจพาตัวกลับมาในทันทีที่พบหน้า ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาสามัญเป็แน่ มุมปากของเขาหยักขึ้นเล็กน้อย ในดวงตามีแววชื่นชมอยู่ไม่น้อย
"ดีมาก เช่นนั้นข้าจะคอยดู หากเ้าไม่เรียกข้าว่าศิษย์พี่ก็อย่าลืมคำสัญญาเจ็ดวันของเรา หากเ้าไม่สามารถแสดงความสามารถในการสืบทอดสำนักกระบี่เก้าดาราได้ ก็ต้องเก็บข้าวของแล้วไสหัวไป"
"แล้วถ้าข้าเรียกท่านว่าศิษย์พี่ล่ะเ้าคะ?" อวิ๋นหรั่นเยว่ยังคงดึงชายเสื้อเขาไม่ปล่อย
จู่ ๆ หลงเยี่ยเยี่ยนก็โน้มตัวลงมา ใช้นิ้วเชยคางของนางขึ้นผ่านผ้าคลุมหน้า
"เรียกข้าว่าศิษย์พี่ แล้วข้าจะรับผิดชอบเ้าเอง ช่วยเ้าสร้างสำนักกระบี่เก้าดาราให้เป็สำนักกระบี่อันดับหนึ่งในใต้หล้า ตกลงหรือไม่?"
อวิ๋นหรั่นเยว่ยอมรับว่านางถูกมนต์สะกดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์ของเขา ทุกการเคลื่อนไหวของเขามีแรงดึงดูดสูงมาก จุดที่มือของเขาััราวกับกำลังร้อนผ่าว
นางสงสัยว่าเขาจะมีรสนิยมชอบให้คนเรียกว่า ‘ศิษย์พี่’ หรือไม่ ไม่อย่างนั้นทำไมถึงได้รบเร้าให้นางเรียกเขาว่าศิษย์พี่ขนาดนี้เล่า?
แต่บางสิ่งยิ่งได้มาง่ายก็ยิ่งไม่ถูกเห็นค่า บอกให้เรียกนางก็ยิ่งไม่เรียก!
อวิ๋นหรั่นเยว่ยกมุมปากขึ้นแล้วกล่าวว่า "ท่านไม่ช่วย ข้าก็จะทำได้ด้วยตัวเองเ้าค่ะ"
"งั้นหรือ?" หลงเยี่ยเยี่ยนชักมือกลับ วางมือไว้ด้านหลัง พลางลูบนิ้วมือเบา ๆ
เขาไม่รังเกียจที่จะััตัวนางจริง ๆ และยิ่งัั... ก็ยิ่งโหยหา ราวกับมีเสียงบางอย่างกำลังะโก้องภายในใจ