บอลมิติเพียงลูกเดียวก็ทำให้จักรพรรดิฉินเกอได้รับบาดเจ็บสาหัสจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ1 ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ มีเพียงบุตรแห่งสวรรค์เท่านั้นที่มีความสามารถทำเช่นนี้
บุตรแห่งสวรรค์หลุดพ้นจากพันธนาการของกฎแห่งสวรรค์และโลกได้ส่วนหนึ่งตัวตนเหล่านั้นสามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาได้ แน่นอนว่าพลังต่อสู้ย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิ9 ดาราระดับ 1 มาก
ด้วยเหตุนี้บุตรแห่งสวรรค์จึงสามารถบดขยี้จักรพรรดิระดับ9 ดาราได้อย่างง่ายดาย
ในตอนนั้นเอง ตราประทับบุตรแห่งสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นที่หว่างคิ้วของเย่เทียน
“ไสหัวไปซะ!”
เสียงของเย่เทียนดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ
“ตราประทับของบุตรแห่งสวรรค์!”
ระดับจักรพรรดิทั้งหมดต่างตกตะลึงพวกเขารีบหลบหนีไปทันที
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุตรแห่งสวรรค์พวกเขาไม่มีความกล้าแม้แต่จะต่อต้าน
“บุตรแห่งสวรรค์เย่เทียน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”
จักรพรรดิกระบี่ไร้เทียมทานประสานมือและถอยออกไปทันทีเขาไม่กล้าที่จะต่อต้านเย่เทียนอีก
จักรพรรดิฉินเกอไม่กล้าแสดงท่าทีใดๆอีกแล้ว เขารีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “บุตรแห่งสวรรค์เย่เทียน เมื่อครู่ฉันไร้มารยาทเองขอท่านบุตรแห่งสวรรค์โปรดอย่าได้ถือสา!”
“ยังไม่ไสหัวไปอีก?”
เย่เทียนจ้องมองจักรพรรดิฉินเกอ
จักรพรรดิฉินเกอชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะรีบพาร่างกายที่บาดเจ็บของเขาออกไปเพราะเขากลัวว่าเย่เทียนจะเปลี่ยนใจ
จักรพรรดิทรราชเองก็ล้มเลิกความคิดที่จะแย่งชิงหญ้าแปรภพไปเพราะการที่จะแย่งชิงหญ้าแปรภพจากบุตรแห่งสวรรค์นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
พริบตาเดียวเหล่าจักรพรรดิที่อยู่บนเกาะก็หายไปกันหมด
พรึบ
ไม่นานผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิสองคนก็บินเข้ามาถึงเกาะซึ่งก็คือหลิวชิงอี้และฉินจือซวน
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ คุณกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ไปแล้ว!”
ฉินจือซวนมองไปที่เย่เทียนด้วยความประหลาดใจเธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอเพิ่งรับรู้มา
“ใช่!”
เย่เทียนยอมรับ
เขากลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์แล้วเรื่องนี้ไม่มีสิ่งใดที่ต้องปิดบัง มันรังแต่จะทำให้เกิดปัญหาเสียเปล่าๆ
ยกตัวอย่างเช่นเมื่อครู่เขาได้แสดงพลังของบุตรแห่งสวรรค์ออกไปแล้วต่อให้มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิมากเพียงใดก็ไม่มีใครกล้าที่จะลงมือกับเขา นี่คืออำนาจของบุตรแห่งสวรรค์
หากว่าเขาเป็นเพียงจักรพรรดิเก้า9 ดาราระดับ 1 บางทีผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิคนอื่นๆ อาจจะร่วมมือกันจัดการเขาเพื่อแย่งชิงสมบัติ
นี่คือความแตกต่างระหว่างบุตรแห่งสวรรค์และจักรพรรดิ9 ดารา!
“บ้าน่า คุณกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ไปแล้ว!”หลิวชิงอี้ยกมือปิดปากและอุทานออกมา
หากจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ1 ก้าวข้ามขีดจำกัดพลังการต่อสู้ของระดับจักรพรรดิกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ด้วยความช่วยเหลือของหญ้าแปรภพมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ แต่เย่เทียนยังไม่ได้ใช้หญ้าแปรภพด้วยซ้ำ แต่เขากลับกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์แล้ว
หากเขาปรับแต่งหลอมรวมกับหญ้าแปรภพ9 ดาวแล้ว เขาจะไม่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้หรอกหรือ?
“ผมก็แค่โชคดีเท่านั้น!”
เย่เทียนยิ้มบางๆ
การที่เขาสามารถกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ได้นั้นส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณหลิวชิงอี้และฉินจือซวน หากไม่ใช่เพราะพวกเธอมอบโควตาสำหรับการเข้าสู่โลกของสิ่งมหัศจรรย์ให้เขาแล้วละก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนเขาจึงจะสามารถกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ได้!
หลังจากรู้ว่าเย่เทียนเป็นบุตรแห่งสวรรค์หลิวชิงอี้และฉินจือซวนก็ค่อนข้างทำตัวไม่ถูก
ด้วยสถานะของพวกเธอ แน่นอนว่าพวกเธอไม่ได้เกรงกลัวบุตรแห่งสวรรค์
เพราะไม่ว่าบุตรแห่งสวรรค์จะแข็งแกร่งขนาดไหนมันก็ไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งไปกว่าท่านปู่ของพวกเธอได้
นอกจากนี้เย่เทียนก็ไม่ใช่ศัตรูดังนั้นพวกเธอจึงไม่จำเป็นต้องกังวล
เย่เทียนไม่ได้คุยกับทั้งสองสาวนานนักไม่นานทั้งสามก็แยกย้ายกันไป
ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนกว่าจะหมดเวลาในโลกของสิ่งมหัศจรรย์หากเขายังคงออกค้นหาสมบัติต่อไป บางทีเขาอาจจะได้รับผลประโยชน์บางอย่าง ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่ต้องการที่จะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
เย่เทียนบินอยู่เหนือมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไม่นานเขาก็มาถึงเกาะแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว เขาใช้ที่นี่เป็นที่เก็บตัวฝึกฝนชั่วคราว
ภายในถ้ำแห่งหนึ่ง
เย่เทียนหยิบหญ้าแปรภพออกมาและกลืนกินมันเข้าไปจากนั้นเขาก็เริ่มหลอมกลั่นหญ้าแปรภพ
ฟูม!
ตราประทับของพรสวรรค์ในการคัดลอกดูดซับพลังของหญ้าแปรภพอย่างบ้าคลั่งคราวนี้เย่เทียนไม่ได้หมดสติไป เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของพรสวรรค์ในการคัดลอกอย่างชัดเจน
กระบวนการดูดซับดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ครึ่งวันต่อมา
ในที่สุดพรสวรรค์ในการคัดลอกก็เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์!
เย่เทียนรีบส่งจิตสำนึกของเขาเพื่อสื่อสารกับตราประทับของพรสวรรค์ในการคัดลอกและเขาก็เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของพรสวรรค์ในการคัดลอกได้ทันที
ประการแรก เดิมทีบนดาวสีเงินพรสวรรค์ในการคัดลอกครอบคลุมขอบเขตแค่ 100 เมตรเท่านั้น แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็น 3,000 เมตร ซึ่งกว้างขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านี่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
ประการที่สอง ในเวลานี้เขาสามารถคัดลอกพรสวรรค์ต่างๆได้ถึง 5 พรสวรรค์ ใน 1 วัน
และประการสุดท้ายเป็นทักษะใหม่ที่สำคัญที่สุดมันก็คือ ช่วงชิงพรสวรรค์!
เย่เทียนสามารถช่วงชิงพรสวรรค์ของใครก็ได้เพื่อมอบมันให้แก่อีกบุคคลหนึ่งได้
ยกตัวอย่างเช่น เขาสามารถช่วงชิงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับไร้ที่เปรียบของผู้ฝึกยุทธ์สักคนหนึ่งจากนั้นก็มอบพรสวรรค์นั้นให้อีกคนหนึ่ง คนที่เขามอบให้ก็จะมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับไร้ที่เปรียบ
ความสามารถเช่นนี้ช่างทำลายสามัญสำนึกและท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง
ด้วยวิธีนี้ทั้งภรรยาและน้องสาวของเขาจะมีวาสนาที่ยอดเยี่ยมในอนาคตโดยที่ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับพรสวรรค์ของพวกเขาอีก!
แน่นอน
ความสามารถนี้ก็มีข้อจำกัดเช่นกันมันใช้ได้กับเฉพาะผู้ที่มีพลังวิญญาณที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก หากวิญญาณของอีกฝ่ายแข็งแกร่งมากเกินไปเขาไม่สามารถใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาช่วงชิงพรสวรรค์ของคนผู้นั้นได้ อีกทั้งทักษะนี้ยังใช้ได้แค่เพียงปีละครั้ง
“ตอนนี้เรายังไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับพรสวรรค์ของเยว่เอ๋อร์และเสี่ยวหยูเดิมทีเรากังวลว่าในอนาคตทั้งสองคนจะถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ระดับระดับเทพเท่านั้น แต่ชีวิตของระดับเทพก็ยังมีเวลาจำกัดเมื่อสิ้นสุดอายุขัย ต่อให้เป็นตัวตนระดับเทพที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็ยังต้องตาย!”
เย่เทียนพึมพำ
หากเขาต้องการที่จะอยู่กับเยว่เอ๋อร์ตลอดไปเขาจะต้องทำให้แน่ใจว่าพรสวรรค์ของเยว่เอ๋อร์จะสูงมากพอ ทำให้เธอสามารถบรรลุระดับการบ่มเพาะที่สูงขึ้นได้อีกเพราะตอนนี้เธอมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะเพียงระดับตะวันเท่านั้น มันยังมีขีดจำกัดอยู่มาก
ก่อนหน้านี้เขาได้ตรวจสอบเครือข่ายพลังปราณของดาวสีเงินและถามหลิวชิงอี้กับฉินจือซวนแล้วว่ามีสมบัติที่สามารถยกระดับการบ่มเพาะระดับตะวันบนดาวสีเงินอยู่หรือไม่แล้วมันก็ทำให้เขารู้ว่าสมบัติที่สามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะให้กลายเป็นระดับไร้ที่เปรียบได้นั้นหาได้ยากยิ่งแม้แต่ขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดบนกาแล็กซีทางช้างเผือกก็ยังยากที่จะมีมัน
เขาจึงแทบไม่เหลือความหวังที่จะได้รับสมบัติล้ำค่าเช่นนั้นมาดังนั้นเขาจึงยังคงกังวลเกี่ยวกับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของภรรยาและน้องสาวของเขา
แต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว!
“การช่วงชิงพรสวรรค์นี้เราสามารถใช้กับศัตรูของเราได้!”
เย่เทียนยึดถือหลักการของตัวเองเสมอเขาไม่มีทางที่จะใช้ความสามารถนี้กับคนบริสุทธิ์ เพราะหากถูกเขาช่วงชิงพรสวรรค์ อีกฝ่ายที่ไม่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะจะไม่สามารถฝึกฝนต่อไปได้อีก
และเพื่อไม่ให้ความสามารถของเขาถูกเปิดเผยเขาจะใช้มันกับศัตรูของเขาเท่านั้น
“การยกระดับพรสวรรค์ในการคัดลอกครั้งนี้เราได้รับผลประโยชน์อย่างมากต้องขอบคุณหลิวชิงอี้และฉินจือซวนจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเธอ เราคงไม่มีโอกาสได้รับหญ้าแปรภพนี้มาพรสวรรค์ในการคัดลอกของเราคงยากที่จะพัฒนา!” เย่เทียนคิดในใจ
เขาตัดสินใจแล้วว่าในอนาคตหากหลิวชิงอี้หรือฉินจือซวนพบปัญหาอะไรเขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือพวกเธอ
เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือนก่อนที่โลกของสิ่งมหัศจรรย์จะปิดตัวลงอีกครั้งในมือของเย่เทียนยังมีสมบัติจากโลกของสิ่งมหัศจรรย์อยู่ไม่น้อย หากเขาไม่รีบใช้มันไม่ใช่ว่ามันจะสูญเปล่าหรอกหรือ?
ดังนั้นเย่เทียนจึงกินสมบัติเหล่านี้อย่างบ้าคลั่งเพื่อขัดเกลาร่างกายต่อ
เขาไม่ได้หวังที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่16 เขาเพียงต้องการปรับแต่งร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นอีกหน่อย ช่วยลดระยะเวลาการฝึกฝนของเขาสักเล็กน้อยก็ยังดี
วันแล้ววันเล่าผ่านไป
พริบตาเดียวก็ผ่านไปเกือบสองเดือนแล้ว
เหลือเวลาอีก 3 วันก่อนที่โลกของสิ่งมหัศจรรย์จะปิดตัวลงสมบัติที่เย่เทียนได้รับมาก็ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว
“ถึงเวลาต้องกลับแล้ว!”
หลังจากระบุทิศทางเรียบร้อยเย่เทียนก็บินไปยังทางเข้าออกของโลกของสิ่งมหัศจรรย์ทันที
ความเร็วของเหล่าจักรพรรดินั้นรวดเร็วมากเวลา 3 วันเพียงพอที่จะเดินทางไปถึงทางเข้าออกของโลกของสิ่งมหัศจรรย์ได้
เย่เทียนบินต่อไปเรื่อยๆ และสังเกตสิ่งแวดล้อมโดยรอบไปด้วยโดยใช้พรสวรรค์ล่าสมบัติเพื่อตรวจสอบว่าจะมีสมบัติที่เทียบได้กับหญ้าแปรภพอีกหรือไม่
น่าเสียดายที่โชคของเขาไม่ได้ดีนักจนกระทั่งถึงทางเข้าออกโลกของสิ่งมหัศจรรย์ เขาก็ไม่พบสมบัติล้ำค่าใดๆ เลย
“ช่างมันเถอะ เก็บศิลาเขตแดนก้อนสุดท้ายนี้ไว้ก่อนไม่แน่ว่าในอนาคตมันอาจจะมีประโยชน์ก็ได้!” เย่เทียนคิดเช่นนี้
ฮือฮา!
เย่เทียนบินผ่านรอยแยกมิติออกจากโลกของสิ่งมหัศจรรย์
เมื่อเย่เทียนออกมา เขาก็พบผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิจำนวนไม่น้อย
ในตอนนี้เรื่องที่เขากลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ได้แพร่กระจายออกไปนานแล้วผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิจำนวนมากจึงมองมาที่เขาด้วยความเคารพ หวาดกลัว อิจฉา และชื่นชม
“คารวะบุตรแห่งสวรรค์เย่เทียน!”
“คารวะบุตรแห่งสวรรค์เย่เทียน!”
“คารวะบุตรแห่งสวรรค์เย่เทียน!”
จักรพรรดิทั้งหมดที่อยู่ที่นั่นประสานมือกล่าว
เห็นได้ชัดว่าฉายาบุตรแห่งสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่เพียงใดต่อให้หลายคนจะไม่ค่อยสบอารมณ์มากนัก แต่พวกเขาก็ยังแสดงท่าทีเคารพนอบน้อม
หลิวชิงอี้และฉินจือซวนออกมารอเย่เทียนอยู่นานแล้วเมื่อเห็นว่าเย่เทียนออกมา พวกเธอก็รีบเข้ามาหาและกล่าว
“ท่านบุตรแห่งสวรรค์ พวกเรากลับกันเถอะ”
ฉินจือซวนเอ่ย