คราแรกในกระโจมไม่มีผู้ใดสนใจพวกเขาสามคนคงจะเป็เพราะท่วงท่าปิดบังสายตาของเยี่ยจือที่ทำให้เหล่าทหารเกิดความไม่พอใจ แม่ทัพที่นั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการหัวเราะดูถูก “ทำไม ไม่เคยเห็นสตรีรึ”
แม่ทัพที่มือหนึ่งถือจอกสุราอีกมือกอดเอวคอดกิ่วของสาวงาม รอจนเยี่ยจือลืมตา ต่อหน้าเยี่ยจือ เขาออกแรงบีบไปที่เอวของสาวงามหนึ่งครั้งก่อเกิดเสียงกระเง้ากระงอดของหญิงงาม
ใบหน้าของเยี่ยจือแดง “ฉ่า” ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาก้มหน้าลงบังคับให้ตัวเองสงบนิ่ง
เหมยเซียวเหรินไฟลุกท่วมท้องเมื่อได้เห็นท่าทางของเยี่ยจือภายในใจก็เพิ่มความเอือมระอา เยี่ยจือทำงานกับนางมาสองปีข้างกายเขานอกจากนางที่เป็น้องชาย ‘ปลอม’ ก็ไม่มีหญิงใดอีก ยิ่งบวกกับที่เขาเป็บัณฑิตที่เคร่งครัดเื่มารยาทจึงถูกแม่ทัพนั่นทำให้อับอายได้อย่างง่ายดาย
แม่ทัพยกจอกสุราขึ้นหัวเราะกับคนอื่นๆ “ช่างเป็บัณฑิตคร่ำครึเสียจริง!”
เหมยเซียวเหรินเดินไปข้างหน้าสองสามก้าวใกล้แม่ทัพคนนั้นขึ้นอีกเล็กน้อย ความไม่สบอารมณ์ต่างๆ ล้วนเขียนอยู่บนใบหน้า ทำให้คนที่อยู่ในกระโจมหยุดหัวเราะ
นางคือนายอำเภอขั้นเจ็ดแม้ว่าจะเป็ตำแหน่งขุนนางที่เกือบเรียกได้ว่าต่ำสุดในต้าหนิง แต่ว่าตำแหน่งขั้นของแม่ทัพคนนี้ก็ไม่ได้สูงไปกว่ากันเท่าไหร่
ในเมื่อตำแหน่งขั้นต่างกันเล็กน้อยเจรจาได้ก็เจรจา เจรจาไม่ได้ก็มาดูกันว่าสีหน้าของใครจะเครียดกว่า ดูว่ากลิ่นอายของใครจะกดดันกว่ากัน
แน่นอนว่าเมื่อแม่ทัพเห็นว่าคนที่มาไม่อาจรังแกได้ง่าย จึงหยุดกลั่นแกล้งพวกเขา ถามอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า “เ้ามาที่นี่ มีธุระอะไร”
เหมยเซียวเหรินพูดตรงประเด็น “เมื่อราวหนึ่งชั่วยามก่อน หมู่บ้านด้านข้างเกิดโจรปล้นขึ้น”
“เห็นแล้ว” แม่ทัพไม่ปิดบังแต่อย่างใด
“ในเมื่อนายกองมองเห็นแล้ว เหตุใดโจรยังลงมือได้”
แม่ทัพหยิบขาแพะในถาดขึ้นมาฉีกเคี้ยวพลางพูดไปว่า “ข้ารับคำสั่งมาจากท่านมหาเสนาบดีให้มาคุ้มกันบริเวณชายแดนคนที่ต้องสู้ด้วยคือคนแคว้นเซี่ย ไม่ใช่โจร”
เหมยเซียวเหรินหัวเราะเยือกเย็น “เช่นนั้นของกินที่ทางราชสำนักให้กองทหารคือข้าวไม่ใช่ขาแพะแต่เ้าก็กินมิใช่หรือ”
แม่ทัพได้ฟังก็กราดเกรี้ยวขึ้นมากระแทกกระดูกที่ยังแทะไม่หมดลงในถาด พูดอย่างโมโหว่า “เ้าหนู ข้านับถือเ้า ที่อายุยังน้อยก็สามารถขึ้นเป็นายอำเภอได้นับว่าเป็ผู้มีความสามารถคนหนึ่งแต่เ้าอยู่ส่วนขุนนาง ข้าอยู่ส่วนทหาร น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง เ้ามีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับข้าอย่างนั้นรึ”
“เ้าแน่ใจหรือที่จะน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองกับข้า”
“นายกองเช่นข้าคนนี้ยังต้องลำบากให้เ้ามาช่วยปราบโจรเช่นนั้นรึ”
คำพูดของแม่ทัพทำให้ทั่วทั้งกระโจมหัวเราะเสียงดัง
เกรงว่าเหมยเซียวเหรินยังไม่ทันเปิดปากพูดอะไรนายกองผู้อยู่ในทะเลทรายมานานคนนั้นก็อ่านใจนางออกเสียแล้ว
ถูกต้องนางมาที่นี่ไม่เพียงเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ยังคิดให้กองทหารช่วยนางปราบโจร
แม่ทัพลุกขึ้นลากสาวงามเดินไปยังด้านหน้าของเหมยเซียวเหริน พูดว่า “เ้าอย่าได้โทษข้าที่ไม่ไว้หน้าเ้า คนที่แสร้งทำตัวสูงส่งเช่นเ้าคงไม่สูงส่งได้ตลอดหรอก ผู้ชายที่ไหนจะไม่ััผู้หญิง คืนนี้ข้ายกหญิงผู้นี้ให้เ้าหากเ้ายอมรับ พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนไปช่วยเ้าปราบโจร”
แม่ทัพปล่อยมือหญิงสาวกลับยืนนิ่งไม่ขยับ ทำให้ถูกแม่ทัพด่า“ยังไม่รีบไปอีก ปรนนิบัติใต้เท้านายอำเภอให้ดีล่ะ!”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองมาที่เหมยเซียวเหรินอย่างขลาดกลัว
สีหน้าของเหมยเซียวเหรินยังคงเยือกเย็นกลับถูกดวงตาฉ่ำน้ำของหญิงสาวสั่นะเื ด้วยนางมองเห็นถึงความบริสุทธิ์ในแววตาของหญิงสาว
เดิมทีนี่เป็ความขัดแย้งระหว่างนางกับแม่ทัพแค่สองคนหญิงสาวกลับถูกลากให้มาเกี่ยวข้องตรงกลาง ใจเธอเองก็ทนไม่ไหว
หญิงสาวอิดออดไม่กล้าเดินไปทำให้แม่ทัพเดือดดาลขึ้นมาทันที
“คณิกาชั่ว กล้าไม่เชื่อฟังคำพูดข้าอย่างนั้นรึ!” แม่ทัพบีบข้อมือของหญิงสาวแน่นฉุดกระชากไปทางเหมยเซียวเหริน
แรงของคนฝึกยุทธนั้นผู้หญิงคนไหนจะต้านทานไหวหญิงสาวล้มฟุบลงตรงหน้าเท้าของเหมยเซียวเหริน ศีรษะกระแทก
เหมยเซียวเหรินก้มตัวลงไปประคองหญิงสาวอย่างใจเย็นพูดอย่างตามใจคิดว่า “สตรีก็เป็คน”
“ก็แค่ของเล่น วันนี้ข้าเล่นเบื่อแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะเปลี่ยนคน”
“นายกองพูดได้ถูกต้องแล้ว” เหล่าทหารสนับสนุน
แม่ทัพกลับไปยังที่นั่งโบกมือส่งๆ พูดว่า “พอได้แล้ว ทหารของข้าข้าเป็ผู้ตัดสินใจ หากเ้าไม่ทำตามที่ข้า้า ก็รีบออกไปซะ!”
“ได้ ทหารของเ้าเ้าเป็คนจัดการ คนของข้า ข้าก็ต้องพาไป” เหมยเซียวเหรินมองไปยังหญิงสาวสองสามคนนั้น
“เ้าตัดสินใจจะบาดหมางกับข้าเช่นนั้นรึ”
เหมยเซียวเหรินกล่าวเรียบๆ “นายกองสู้รบในทะเลทราย คิดว่าคงไม่เคยร่ำเรียนหนังสืออะไรนักแต่ว่ามีคำกล่าวหนึ่งที่ท่านจะต้องเคยได้ยินมาก่อนเป็แน่”
แม่ทัพมองเหมยเซียวเหรินสายตาดูแคลน “คำกล่าวอะไร”
“ัไม่อาจสู้งูในถิ่นของงูได้!”
เหมยเซียวเหรินพูดจบก็จูงมือของหญิงสาวพานางออกไปจากกระโจมใหญ่
หญิงสาวหันกลับไปส่งสายตาให้พี่สาวน้องสาวคนอื่นๆหญิงสาวคนอื่นๆ จึงค่อยๆ ลุกขึ้น ตามเหมยเซียวเหรินออกไปอย่างใจกล้า
ภายในใจของเหมยเซียวเหรินแจ่มแจ้งดีนางไม่อาจทำอะไรแม่ทัพได้ ในขณะเดียวกันแม่ทัพก็ไม่กล้าทำอะไรนางเช่นกัน ัไม่อาจสู้งูในถิ่นของงูได้นับแต่โบราณมาล้วนเป็เช่นนี้ เหมยเซียวเหรินนางก็คืองูในถิ่นนี้อย่างไม่ต้องสงสัยถึงแม้จะขอร้องใครไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้กลัวผู้ใด
หลังจากออกมาจากค่ายทหารเยี่ยจือถามเสียงเบาว่า “ใต้เท้า หากพวกเขาไม่ยอมให้ยืมทหารมาช่วยพวกเราปราบโจรแล้วจะทำเช่นไรต่อไป”
“พึ่งตนเอง”
เหมยเซียวเหรินตอบเพียงคำเดียวก็ทำให้โจวหู่ใรุนแรงปราบด้วยตัวเอง นั่นหมายถึงจะส่งเหล่าพี่น้องของเขาไปตายเช่นนั้นหรือ
โจวหู่โอดอย่างอดทนไม่ไหว “แม่ทัพนั่นต่ำทรามสิ้นดี กินข้าวของราชสำนักกลับี้เีสันหลังยาว”
เหมยเซียวเหรินหยุดฝีเท้าหันกลับไปมองค่ายทหารกลุ่มนั้น กองทหารเลือกตั้งประจำการตรงนี้ นอกจากเป็พื้นที่ราบยังมีเหตุผลอย่างอื่นอีก เช่นลำธารใสกระจ่างที่อยู่ด้านข้างสายนั้นคือแหล่งน้ำของพวกเขา
คนและเื่ในค่ายทหารนางไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งแต่เกรงว่าหนึ่งนิ้วนอกค่ายทหารก็ล้วนแต่เป็พื้นที่ของนาง แม่น้ำจะไหลไปยังที่ใด ทั้งหมดเธอเป็คนตัดสินใจ
“โจวหู่ กลับไปแล้วก็ถมลำธารนั้นให้ข้าซะ!”
“เอ่อ…”
“น้ำของอำเภอชิวสุ่ยของข้า แม้แต่หยดเดียวก็จะไม่เลี้ยงหมาป่าขี้ขลาดตาขาว อยากดื่มน้ำก็ไสหัวไปที่อื่น!”
บนทางที่ออกจากค่ายทหารกลับไปยังตัวอำเภอเหมยเซียวเหรินนอกจากโมโหยังครุ่นคิดถึงแผนการปราบโจร ไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่ายังจูงมือใครคนหนึ่งไว้ในมือ
เยี่ยจือมองเห็นด้วยตาของตนว่าเหมยเซียวเหรินจูงมือหญิงสาวหอนางโลมเดินไปข้างหน้าอยู่ตลอดแต่จะกล่าวเตือนก็คงไม่ดี อย่างไรก็ตาม เขากระแอมหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เหมยเซียวเหรินสนใจได้
โจวหู่ที่เดินตามหลังหัวเราะในใจใต้เท้าของเขาไม่เพียงไม่มีสามภรรยาสี่อนุเหมือนนายท่านคนอื่น แต่ไรมาก็ไม่เคยเดินใกล้ผู้หญิงเื่จูงมือสตรีเยี่ยงนี้….ยิ่งเป็ครั้งแรก!
เหมยเซียวเหรินเดินอยู่นานจึงหันสายตากลับมาถึงพบว่าตนเองยังจูงมือหญิงสาวคนนั้นอยู่ รีบปล่อยมืออธิบาย “เมื่อครู่อารมณ์รีบร้อน ทำให้เสียมารยาทแล้ว”
หญิงสาวก้มหัวย่อกายลงอย่างนุ่มนวล “ข้าน้อยขอขอบพระคุณท่านใต้เท้าที่ช่วยเหลือเ้าค่ะ”
หญิงสาวคนอื่นก็ทยอยย่อกายตามเช่นกัน“ขอบพระคุณท่านใต้เท้าที่ช่วยเหลือเ้าค่ะ”
“พวกเ้าไม่โทษข้าที่ทำลายการค้าของพวกเ้าหรือ”
หญิงสาวส่ายหัวถอดถอนใจเสียงเบา “ใต้เท้าคงไม่รู้ว่า พวกเราล้วนแต่ถูกบีบบังคับมาที่นี่หากไม่ได้ใต้เท้าพาพวกเราออกมา พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะถอนตัวอย่างไรเ้าค่ะ”
“กลับไปบอกกับแม่เล้าของพวกเ้า ต่อไปห้ามทำการค้ากับค่ายทหารนอกเมืองอีก นี่ก็ดึกมากแล้วรีบกลับกันไปเสียเถอะ”
เหมยเซียวเหรินพาพวกนางออกมาเพราะรู้สึกว่าหญิงสาวเหล่านี้ชีวิตตกต่ำจนต้องมาเป็คณิกาก็น่าสงสารมากแล้ว จึงไม่อาจทนให้พวกนางถูกเ้าพวกคนชั่วที่ไม่เห็นผู้หญิงเป็คนนั่นย่ำยีได้
ชายแดนอำเภอชิวสุ่ยในเวลานี้ไม่สงบสุขเหมยเซียวเหรินให้โจวหู่ส่งหญิงสาวเหล่านี้กลับไป เหลือเพียงเยี่ยจือที่ถือโคมไฟอยู่กับนาง
เหมยเซียวเหรินช่วยชาวบ้านอำเภอชิวสุ่ยไว้เยี่ยจืออดทนรอที่จะทำเื่หนึ่งไม่ไหว เขาวางโคมไฟลง นั่งยองๆ ข้างโคมไฟ ควักพู่กันกับกระดาษที่พกติดตัวไว้ออกมาแต้มน้ำหมึกแล้วอาศัยแสงเทียนเริ่มต้นบันทึก
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5d7b9cb0fc55049fdb4dfc1e85909306