เนญ่า Talk
่เช้า
มหา'ลัยพอลลักซ์
ใต้ตึกพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
ในที่สุดวันแห่งความจริงอันน่าหนักใจก็มาถึง เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับมาใช้ชีวิตตามเดิมหลังจากลาครบอาทิตย์ แต่ไม่สิ...คงเรียกว่าใช้ชีวิตตามเดิมไม่ได้ เพราะสายตาของเพื่อน ๆ ที่จ้องมองมามีแต่ความเกลียดชังมากขึ้นกว่าเดิมมากกว่า
ทั้งที่วันนี้อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การนั่งชิลปล่อยใจก่อนเข้าเรียน แต่ฉันกลับทำมันไม่ได้เลย เพราะบรรยากาศรอบตัวกำลังร้อนแรงจากสายตาเ่าั้
“...” ขาที่กำลังก้าวไปข้างหน้าชะงักทันที เมื่อเห็นว่ามีใครบางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ม้าหินอ่อนหลังเสาใต้ตึก โดยมีสาวสวยมากมายมองเขาด้วยสายตาปลาบปลื้มจากระยะไกล พวกเธอต่างเว้นที่ไว้ให้เขาได้มีเวลาส่วนตัว ซึ่งกำลังจมอยู่กับเสียงกีตาร์ที่เขาบรรเลงเบา ๆ
“ซวยจริง” ฉันพึมพำอย่างหัวเสีย ก่อนจะตัดสินใจเดินไปอีกทาง แม้ว่าทางนั้นจะเปียกแฉะจากที่เ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเพิ่งรดน้ำต้นไม้ก็ตาม
ก่อนหน้านี้ฉันมั่นใจว่ายังไงก็คงไม่เจอเขา แต่ไม่คิดว่ากลับมาวันแรกจะมาเจอกันเลยแบบนี้ แล้วยิ่งเป็่ที่ทุกคนจับตาดูเราด้วย ฉันไม่ขอเสี่ยงดีกว่า
“...” ระหว่างที่เดินออกมาเรื่อย ๆ เสียงดนตรีที่เคยได้ยินก็เบาลง และเปลี่ยนเป็เสียงฝีเท้าที่เหมือนมีใครเดินตามหลังมา
ฉันมองกระจกทรงกลมที่ตั้งอยู่ข้างทางเท้าเพื่อให้รถตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเลี้ยวเข้าออก ในกระจกนั้นสะท้อนให้เห็นกระเป๋ากีตาร์และผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนม้วนเป็ลอนเหมือนหางหมู
เขาตามฉันมาทำไม? หรือเขามีเรียนในอาคารเดียวกัน?
เพื่อป้องกันความหน้าแตก ฉันแกล้งทำเป็ไม่รู้ดีตัวกว่า ยังไงข้างหน้าก็เป็ทางแยกไปตามแต่ละสาขาแล้ว
อดทนหน่อยนะเน แกอย่าเพิ่งคิดไปเอง
“้าอะไรคะ?!” ในที่สุดฉันก็มั่นใจว่าเขาจงใจเดินตาม เมื่อทางเท้าเลยจากสาขาการเงินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
โชคดีที่แถวนี้ไม่มีคน เพราะเช้าจัด ฉันจึงกล้าหันไปแว้ดใส่เขาได้เต็มที่
“หลบหน้ากันทำไม?” ใบหน้าเขาดูจริงจัง ต่างจากวันที่เรานัดเจอกันหลังอาคารสาขาการเงิน อีกทั้งท่าทางเหมือนคนอยู่เหนือคนอื่นที่เขามักแสดงก็หายไป แทนที่ด้วยั์ตาน้ำตาลเข้มจ้องนิ้วมือฉันไม่ละ จนฉันต้องมองตามว่ามีอะไรติดอยู่หรือเปล่า
“ไม่ได้ยินที่พี่ถามหรือไง?” ฉันยกมือทัดผมในจังหวะเดียวกับที่สายลมเย็นพัดผ่านมา ก่อนขมวดคิ้วกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป วันนั้นเขาแทนตัวเองว่าผม แต่วันนี้กลับมาใช้คำว่าพี่เหมือนเดิม เป็ผู้ชายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เลยสักนิด…
แต่จะยังไงก็เถอะ เพราะไม่ว่าเขาจะเรียกตัวเองว่าอะไร มันก็ไม่ใช่เื่สำคัญอีกแล้ว
“ได้ยินค่ะ” ฉันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะลอบมองดอกไม้หลากสีริมทาง หวังให้มันช่วยปลอบประโลมจิตใจที่กำลังร้อนรุ่ม
“แล้วทำไมไม่รีบตอบ” ฉันยังมองดอกไม้แสนสวยได้ไม่นาน ก็ต้องหันกลับมาจ้องหน้าผู้ชายคนเดิมที่เริ่มทำตัวน่ารำคาญขึ้นเรื่อย ๆ
“ก็เพราะเนไม่ได้หลบหน้าตามที่พี่บอกไง เลยไม่รู้ว่าจะตอบอะไร” ฉันยืนกอดอก ทำหน้าเหวี่ยงใส่เขา ซึ่งทางนั้นเองก็ดูเหมือนจะเริ่มมีน้ำโหกับท่าทีอวดดีนี้แล้วเหมือนกัน
“เหอะ! แต่หายไปตั้งหนึ่งอาทิตย์นั้นนะ” เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนใช้ปลายเท้าเตะเศษหินจนมันกระเด็นไปอยู่บนสนามหญ้าเทียมเขียวขจีข้าง ๆ
“พูดจบแล้วใช่ไหมคะ? ถ้าจบแล้ว งั้นเนขอตัว”
“เนญ่า!”
“โอ้ย!” ฉันรีบย่นแขนตัวเองหลังถูกเขาจับเข้าที่ข้อมือ ซึ่งตรงกับรอยช้ำที่พี่ไนซัสฝากเอาไว้หลังจากที่เราสองพี่น้องเกิดมี เื่ [1] ให้ต้องถึงเนื้อถึงตัว
พรึ่บ!
เสื้อฮู้ดแฮนด์เมดแขนยาวที่สวมทับชุดนักศึกษาถูกเขาดึงปลายแขนเสื้อขึ้นจนรอยช้ำสีม่วงเข้มเผยออกมาให้เห็นชัดเจน
ใบหน้าที่เคยตึงอยู่แล้วยิ่งดูน่ากลัวขึ้น รังสีบางอย่างจากเขาทำให้ฉันรู้สึกหายใจติดขัด ราวกับตอนที่ป๊าจับได้ว่ามีหนอนบ่อนไส้แอบเข้ามาในเขตของเรา
มันน่ากลัวจนขาไร้เรี่ยวแรง เกือบล้มพับลงต่อหน้าเขา
“ฝีมือใคร” เสียงเข้มและแรงบีบที่ฝ่ามือทำให้ฉันไม่กล้าพูดอะไร นอกจากจ้องมองชายหน้าหวานที่บัดนี้มีแต่ความดุดันจนกลบใบหน้าอ่อนหวานไปหมด
“ใครเป็คนทำ?” เขาย้ำถามอีกครั้ง น้ำเสียงเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้นจนฉันต้องเม้มปากแน่น ไม่กล้าพูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว กลัวว่าถ้าเผลอพูดอะไรไม่เข้าหูเขา อาจจะโดนทำร้าย เหมือนตอนเด็กที่เกือบถูกจับตัว คนเลวพวกนั้นก็จ้องฉันด้วยแววตาเช่นนี้
“เนญ่า! พี่ถามว่าใครเป็คนทำ?!” เมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบสักที เ้าของคำถามจึงะโใส่ด้วยความเดือดดาล เขาก้มมองรอยช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า พลางสบถคำหยาบไม่หยุด ส่วนฉันเองก็เริ่มไม่สามารถควบคุมสติได้ เมื่อภาพในอดีตของคนที่เคยพยายามจับตัวฉันทับซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง
“มะ...ไม่ ยะ...อย่า ฮึก...กลัวแล้ว” ความกลัวที่คืบคลานเข้ามา ทำให้ประโยคเดิมเหมือนเมื่อตอนเด็กหลุดออกจากปากพร้อมมือที่กำชุดนักศึกษาของพี่คลิโอแน่น จากนั้นลมหายใจก็เริ่มติดขัดขึ้นเรื่อย ๆ
“...” กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเขาชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อคนตัวสูงดึงฉันเข้าไปกอดแน่น แม้ว่าฉันจะอยากผลักเขาออกเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็น แต่เรี่ยวแรงที่เคยมีเหมือนหายไปหมดหลังจากโดนเขาะโใส่
“ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ หายใจ อย่ารีบ เดี๋ยวจะสำลักน้ำลายเอา” มือของเขาลูบหัวฉันอย่างนุ่มนวลไม่หยุด ส่วนฉันเองก็ปล่อยโฮออกมาเหมือนคนจะขาดใจ เพราะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยมีใครพยายามปลอบฉันแบบนี้มาก่อน แม้กระทั่งตอนที่เกิดเื่เลวร้ายในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็ป๊า พี่ชาย หรือคนที่ดูแล ต่างมองฉันด้วยสายตาผิดหวัง ไม่มีใครสักคนที่เข้ามาปลอบใจในแบบที่ฉันเฝ้าฝันอยากให้พวกเขาทำ แต่กลายเป็ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ทำในสิ่งที่ฉันหวังมาตลอดทั้งชีวิตแทน และมันเลย...ทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้
“พี่ขอโทษนะ ที่ไม่เชื่อเื่ที่น้องบอกว่าโดนแกล้ง” ฉันขมวดคิ้วระหว่างฟังคำพูดที่ทำให้ใจเต้นแรง เขาเอ่ยคำว่าขอโทษอย่างไม่ลังเล และเหมือนรู้แล้วว่ามีการแกล้งนั้นเกิดขึ้นจริง
แสดงว่าตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ฉันหายไป เขาตามสืบเื่นี้อย่างนั้นเหรอ? ทำไมล่ะ...เขาทำมันไปเพื่ออะไรกันแน่ทั้งที่ท่าทางตอนนั้นเขาดูไม่เชื่อสิ่งที่ฉันพูดด้วยซ้ำ
ความคิดตีกันวุ่นวายจนไม่กล้าคิดไปไกลกว่านี้ ไม่ใช่หรอก มันคงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดหรอก
[1] สามารถติดตามเหตุการณ์นี้ได้ในเื่ “AREA XXVI เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส” (จบแล้ว มีอีบุ๊ก)
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [รายตอนยังไม่จบค่ะ / EBOOK รอก่อนนะคะ] ✅
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————