เสียงติวหนังสือของเหล่าบรรดาเด็กหนุ่มสาวดังขึ้นเป็ระยะร้านปังปิ้งนมสดอันเป็แหล่งเตร็ดเตร่ของเด็กมหาลัยในเวลานี้กลายเป็สถานที่นัดอ่านหนังสือของเหล่านักศึกษาเตรียมสอบไปโดยปริยาย
คุณยายเ้าของร้านปังนมสดผู้ใจดีเคยชินกับฤดูกาลสอบของเด็กๆซึ่งมาถึงใน่เวลานี้เป็ประจำทุกปี ภาพเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวช่วยกันติวเนื้อหาสอบอย่างขะมักเขม้นดูแล้วช่างน่าเอ็นดูในสายตาของหญิงชรา
ทุกโต๊ะเต็มไปด้วยเหล่าเพื่อนฝูงที่นั่งจุ้มปุ๊กรวมหัวกันเป็กลุ่มใหญ่บ้างก็ 5-6 คนบ้าง หรือกลุ่ม 10 คนบ้างแต่มีเพียงโต๊ะเดียวที่ถูกจับจองเพื่ออ่านหนังสือสอบอยู่ลำพังแต่เพียงผู้เดียว
เด็กหนุ่มผิวแทนในชุดเสื้อบาสฯ กางเกงวอร์มควงปากกาในมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังจากพยายามทำความเข้าใจอยู่นานสูตรแคลคูลัสก็ไม่อาจแทรกซึมเข้าสู่เซลล์สมองของเขาได้เลย
ความสัมพันธ์ระหว่างกราฟกับลิมิตฟังก์ชันมันคืออะไรกันแน่นะ? แล้วทำไมคณะสังคมศาสตร์ของมหาลัยเขาจึงต้องบรรจุวิชาเรียนนี้ด้วยก็ยังไม่อาจทราบได้...
หนังสือแคลคูลัสเล่มหนาถูกปิดลงในที่สุดเด็กหนุ่มนักกีฬายอมแพ้ต่อเนื้อหาวิชานี้ที่ทำเอาคนตกระนาวทุกปี เต้เกาหัวทรงผมทรงสกินเฮดแกรกๆอย่างเหนื่อยใจ
“โว้ย ทำไมมันยากนักวะ ไว้เข้าห้องสอบทิ้งดิ่งละกัน!” เต้บ่นอุบ เขาพร้อมถอดใจทุกเมื่อ
“อย่าเพิ่งถอดใจสิ คนช่วยติวมาถึงแล้วครับ เต้”
เสียงสุขุมนุ่มลึกของชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีกล่าวขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เต้สะดุ้งโหยงกับการมาถึงของพี่เจ รีบไหว้สวัสดีอีกฝ่ายทันที
เื้ัหนุ่มนักธุรกิจคือเ้าเพื่อนตัวน้อยที่เดินตามมาด้วยใบหน้าบึ้งตึงเพียงเห็นเต้ก็สะบัดหน้าหนีทำปากจู๋
“เป็ไงมึง” หนุ่มนักบาสฯ ทักเพื่อนขี้งอน
“...”
“ไม่เจอแป๊บเดียวทำเงียบนะมึงอ่ะ”
“...”
“ปากอ่ะเปิดคุยกับกูบ้างก็ได้”
“...”
“ไอ้เหี้ยจะงอนไปถึงเมื่อไร กูยังไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิดเนี่ยะ”
“...”
“เออ ตกลงจะเงียบใช่มั้ย ด๊ายยย“ ไอ้เต้ท้าทายเสียงสูง
“...”
“แล้วมึงโดยพี่เขาล่อตูดไปยังวะ”
คำถามนี้ทำเอาดรีมสะดุด ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงจนไม่อาจจะโตกว่านี้ได้อีกแล้ว
“ยังโว้ยยยย! กูยังไม่โดน!!” เด็กหนุ่มแหกปากลั่นร้านปังนม
“อ่าวพี่ ไหนผมไลน์บอกให้พี่รวบหัวรวบหางปล้ำมันทำเมียไงจะได้แฮ๊ปปี้เอ็นดิ้ง” หนุ่มนักกีฬาหันไปถามผู้าุโกว่า
“ฮะฮะ เห็นพี่เป็คนใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอเต้” ชายหนุ่มหัวเราะ“เกือบแล้วล่ะ ถ้าค้างต่ออีกคืนก็ไม่แน่”
“งั้นเอามันไปอีกคืนเลยพี่ มันจะได้หายอยากทำกระมิดกระเมี้ยนคิดถึงพี่เขาตัวสั่นมึงอ่ะ”
“ไอ้เชี่ยเต้!!!”
ร่างบางโวยวายปิดปากเพื่อนตัวแสบแทบไม่ทัน จนไอ้เต้พรายยิ้มมุมปากออกมา
“ไง ยอมคุยกับกูดีๆ แล้วนี่”
“...!!”
ดรีมได้สติ รู้ตัวว่าติดกับโดนอีกฝ่ายล่อหลอกให้พูดจนได้
เด็กหนุ่มร่างบางทำท่าจะถอยกรูดแต่ก็โดนเพื่อนซี้ผู้มีเรี่ยวแรงมากกว่าดึงรั้งข้อมือไว้คนตัวน้อยจึงไม่อาจจะหนีไปไหนได้
“ไอ้ฝันเฟื่องฟังนะ กูขอโทษถ้าพูดจาไม่ดีใส่มึงจะให้กูยอมรับผิดอีกกี่ครั้งก็ได้แต่อยากน้อยก็ให้กูรู้ตัวด้วยสิวะว่าพูดอะไรผิดไปกูสำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี่ย”
เด็กหนุ่มนักบาสฯ พูดน้ำเสียงจริงจังขณะกุมข้อมือบางที่เตรียมจะหันหนีอีกรอบ
“แล้วมึงก็ไม่ต้องหนีหน้ากูด้วยไอ้ฝันเฟื่อง มึงอ่ะชอบหนีปัญหาประจำถ้ายังเห็นกูเป็เพื่อนอยู่ก็เคลียร์ใจกับกูหน่อยเถอะนะ... กูขอร้องล่ะ...”
เสียงยียวนกวนตีนของเต้อ่อนลง ปกติเด็กหนุ่มผิวแทนไม่ค่อยจะเสียเวลาอธิบายคำพูดยาวๆแบบนี้กับใครเขาสักเท่าไรแต่ก็ยอมอ่อนข้อให้กับดรีมแต่โดยดีนับว่าดรีมถือเป็เพื่อนผู้มีความสำคัญกับเต้มากทีเดียว
“...ก็มึงอ่ะชอบพูดจาใจร้ายใส่กู ถ้ามึงพูดดีๆกับกูหน่อยจะไม่ว่าอะไรสักคำ...” เสียงหวานตัดพ้อน้อยใจยังคงใจแข็งไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ
“ก็มึงแม่งลีลา จู่ๆ ก็ลุกพรวดหายไป กูโทรหาก็ไม่รับแล้วจะให้กูทำไงวะ?? ทำงอนเป็ผู้หญิงไปได้” คุยกันดีๆ ไม่ทันไรหนุ่มนักบาสฯก็กลับไปแขวะเพื่อนอีกจนได้
“ก็นั่นเพราะมึงเริ่มกวนตีนก่อนไม่ใช่เรอะไง!” เสียงหวานตะคอกกลับ
“กูทำห่าไร??มึงเหอะคิดเล็กคิดน้อยงี่เง่าฉิบหาย!”
“แล้วทีมึงละ พูดเองเออเองคิดแทนกูอยู่เรื่อย!”
“ใครกันแน่ชอบคิดแทน มึงต่างหากไอ้ฝันเฟื่องด่วนสรุปบ้าบอไปเองฝ่ายเดียว!”
“ไอ้เหี้ยเต้! มึงนี่นะ!!”
“ทำไม?? หรือมึงจะเถียง!”
“เพราะมึงเป็งี้ไง กูถึงไม่อยากคุยด้วย!!!”
คนตัวเล็กสู้กลับ ก่อนเต้จะกลับมาแซะต่ออีกรอบจนทะเลาะกันต่ออีกยาว
นักธุรกิจหนุ่มในวัยสามสิบจิบกาแฟเอสเปรสโซฝีมือคุณยายเ้าของร้านอย่างละเมียดละไมขณะนั่งชมมวยคู่เอกระหว่างเด็กหนุ่มวัยคึกคะนองทั้งสองปะทะคารมกันเสียงดัง
ดูไปก็พลางนึกถึงสมัยเขากับไอ้เชษฐ์ต่อยตีกันยุคก่อน แต่ตอนนั้นออกจะบ้าระห่ำกว่านี้อยู่มากโขเพื่อนซี้คู่นี้ออกแนวคู่จิ้นกันซะมากกว่า ลิ้นกับฟันขึ้นเสียงกันไม่นานเดี๋ยวก็กลับมาดีกัน พ่อแง่แม่งอนกันเป็พักๆ ขนาดเขายังเผลอมองเด็กหนุ่มทั้งสองเป็แฟนกันเลย
คนหนึ่งก็ตัวสูงใหญ่ผิวแทนตัดผมทรงสกินเฮดตามแบบฉบับนักกีฬามหาลัยส่วนอีกคนก็ตัวเล็กบอบบางจอมโวยวายเสียงดังแล้วทั้งคู่ยังรั้งข้อมืองอนง้อกันไปมาเข้าตำราคู่จิ้นที่เห็นกันทั่วไปในซีรีส์อีกใครเห็นก็ต้องคิดว่าแฟนหนุ่มตามง้อคนรักอยู่เป็แน่
ปฏิกิริยาคนในร้านต่างก็หันมองดรีมและเต้เป็ตาเดียวพลางหัวเราะคิกคักขำขันว่าคู่รักเกย์คู่นี้ทะเลาะกันน่ารักดี
หากเป็เจก่อนหน้านี้ก็คงจะหึงเต้กับน้องดรีมน่าดูหากแต่หนนี้ร่างสูงกลับไม่มีความรู้สึกหึงหวงอีกฝ่ายแต่อย่างใดเพราะรู้แล้วว่ายังไงเด็กทั้งสองก็เป็เพื่อนสนิทเล่นหัวกันวันยังค่ำหนุ่มลูกครึ่งวัยสามสิบชักจะพอเข้าใจแล้วสิว่าเวลาอยู่ที่คณะฯ คาแรคเตอร์ของดรีมกับเต้เวลาด้วยกันเป็แบบไหน
หนุ่มลูกครึ่งบรรจงดื่มด่ำรสชาติหอมกรุ่นของกาแฟในปากอย่างใจเย็นพลันนึกขึ้นมาได้ว่าเ้าเพื่อนสนิททั้งสองที่มีเคมีคู่จิ้นสุดเพี้ยนเป็แบบนี้ก็มีข้อดีอยู่บ้างเหมือนกันเวลาอยู่มหาลัยจะได้ไม่มีเด็กหนุ่มคนอื่นมาตามเกาะแกะรังควานน้องดรีมที่แสนจะน่ารักของเขาการมีเต้อยู่ก็ช่วยขจัดเสี้ยนหนามหัวใจไปได้อีกเยอะ พอเข้าใจเช่นนี้ความรู้สึกหึงหวงในใจของหนุ่มนักธุรกิจที่เคยมีจางมลายหายไปโดยสิ้น
เอสเพรสโซ่ถูกดื่มจนหมดแก้วทว่าาน้ำลายระหว่างเพื่อนสนิทยังคงดำเนินต่อไปเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มทั้งสองต่างก็หัวร้อนไม่มีใครยอมใคร ขิงก็ราข่าก็แรงหนุ่มลูกครึ่งจึงใช้ความาุโกว่าเข้าไปแยกทั้งสองออกจากกัน
“เอ้า หยุดเลยทั้งคู่เสียงดังรบกวนคนอื่นเขาไปนั่งโต๊ะหันหน้าเข้าหากันดีๆ ได้แล้ว” เสียงทุ้มออกคำสั่ง
ดรีมและเต้ยอมนั่งลงอย่างเสียมิได้ ไม่ยอมแม้แต่จะมองหน้ากันชายหนุ่มลูกครึ่งส่ายหัวเบื่อหน่ายต่อความเอาแต่ใจของทั้งคู่
พี่เจสั่งโกโก้เย็นให้เด็กหนุ่มทั้งสองดับกระหายพร้อมขนมปังราดเนยน้ำตาลสามแผ่นเผื่อว่าของกินจะช่วยสมานแผลใจระหว่างเพื่อนได้บ้างแต่ทั้งคู่ยังคงดึงดันมองจ้องตากันฟึดฟัดพร้อมปะทะคารมต่อ ร่างสูงใหญ่ผู้เป็ฝ่ายสงบศึกถอดถอนใจ
“ดรีมครับ พี่ว่าเต้ก็มีสิทธิ์จะรู้นะว่าถูกโกรธเื่อะไร พี่เชื่อว่าดรีมเป็คนมีเหตุผลอย่างน้อยก็บอกให้เต้รู้ว่าทำอะไรผิดจะดีกว่ามั้ย?” พี่เจเจรจาเสียงนุ่มทำเอาจิตใจคนฟังอ่อนยวบตามไปด้วย
“มันก็จริงฮะ...”
“พูดกันด้วยเหตุผลดีกว่า ถือว่าพี่ขอละนะ”
“ได้ฮะพี่เจ...” ดรีมตอบรับเสียงเบา
“กับพี่เจคุยดีนักนะมึง ทีกับกูพูดจาหมาไม่แดก” เต้แขวะ
“ก็เหมาะกับคนปากไม่มีหูรูดแบบมึงไง กูไม่น่าเป็ห่วงมึงเลยจริงๆสอบตกก็เื่ของมึงละ “ ดรีมเองกัดกลับไม่ยอมเหมือนกัน
“พอเลยทั้งคู่!”
เสียงทุ้มห้ามทัพเป็รอบที่สอง พี่เจเริ่มสงสัยแล้วสิว่าเขามาทำอะไรที่นี่กันแน่
“ดรีมเล่าเื่วันนั้นที่ทะเลาะกันให้พี่ฟังหน่อยสิครับว่าเกิดอะไรขึ้น” หนุ่มลูกครึ่งกล่าว
“คืออย่างนี้ฮะ... วันนั้นที่วิดีโอคอลคุยกับพี่เจหลังจากนั้นไอ้เต้ก็พูดทำนองว่าจะไม่สนิทสนมกับผมเหมือนแต่ก่อน ผมนี่ของขึ้นเลย เป็เพื่อนกันอยู่ดีๆทำไมจะต้องมาทำตัวเหินห่างกันด้วย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ...”
“อ่าครับ แล้วเต้พูดแบบนั้นออกไปจริงมั้ย?” พี่เจถามความจากคู่กรณี
“พูดจริงครับ แต่หลงประเด็นไปเยอะเลย ผมบอกว่าเห็นพี่เจกับไอ้ฝันเฟื่องกำลังคุยดูใจกันอยู่การที่ผมสนิทเล่นหัวมันมากไปกลัวว่าจะทำให้พี่หึงรึเปล่า เลยบอกว่าให้ห่างๆกันหน่อยเพื่อให้เกียรติพี่ที่กำลังจีบมันด้วยครับ” เต้อธิบาย
“เนี่ยมึงอ่ะชอบคิดเองเออเอง เพื่อนกันทั้งนั้น พี่เจเขาไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นหรอก!” ร่างบางบอก
“อ่อ อันนี้เต้พูดถูกแล้วพี่หึงครับ” เสียงทุ้มกล่าว
ดรีมอึ้งไป จ้องหน้าพี่เจอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“ดรีมใอะไรครับ พี่ก็ชัดเจนว่าชอบเรา หึงหวงเรามาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ั้แ่ชวนเต้ไปกินข้าวด้วยกันตอนโน้นแล้ว” ชายหนุ่มกล่าว
“ใช่ มึงอ่ะหัวช้าไม่รู้เื่รู้ราวอะไรกับใครเขาหรอก พี่เขาหึงจนเรียกกูไปเจอเนี่ย”หนุ่มผมสกินเฮดเสริมอีกแรง
ดรีมทำได้เพียงนิ่งเงียบไป
“ก็ปกตินะ พี่ตามจีบเราก็ต้องมีหึงหวงบ้างเป็ธรรมดาแต่ตอนนี้หายแล้วล่ะ รู้แล้วว่าระหว่างสองคนไม่มีอะไรจริงๆฉะนั้นสนิทเล่นหัวกันตามเดิมได้เลยไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก” ร่างสูงกล่าว “แค่ฝากเต้กันเบี้ยบ้ายรายทางที่มาคอยเกาะแกะดรีมที่มหาลัยให้พี่ก็แล้วกัน”
“หน้าที่นั้นผมทำมาตลอดอยู่แล้วพี่ ไม่ได้อยากจะทำเล๊ย แต่ไอ้ฝันเฟื่องเนี่ยมันซื่อบื้อที่หนึ่ง! ไม่ค่อยจะทันคนเขาหรอก ผู้ชายเข้ามาลวนลามก็พานจะไปคุยดีกับเขาไปซะหมด”
เต้บ่นอย่างเอือมระอาแต่ถึงกระนั้นก็ปล่อยเพื่อนผู้ไม่รู้ประสีประสาไว้เพียงลำพังไม่ได้เป็ต้องเอาตัวเข้าไปปกป้องกันซีนเพื่อนซี้อยู่ร่ำไปก็ใครมันจะปล่อยให้เพื่อนตกอยู่ในอันตรายได้ลง
“เนี่ยครับดรีม เื่ราวก็เป็อย่างที่เห็น ทีนี้ก็ไม่มีเื่บาดหมางคลางแคลงใจกันแล้วนะ”หนุ่มลูกครึ่งช่วยคลี่คลายปัญหาความผิดใจให้ผ่านพ้นไปได้ในที่สุด
เด็กหนุ่มผมน้ำตาลประกายแดงจ้องมองเพื่อนตาไม่กะพริบ ค่อยๆเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมด
“ที่ผ่านมามีคนมารังแก มึงก็คอยช่วยตลอด... เพราะพวกนั้นเข้ามากระชิดตัวกูงั้นเหรอ?” เสียงหวานถาม
“เออสิวะ แล้วมันไม่ใช่แค่แตะต้องน่ะสิ ถ้ากูไม่เข้าไปกัน มึงโดนไอ้พวกหื่นวิศวะกับสถาปัตย์ล่อลวงไปถึงไหนแล้วรู้มั้ย! จากนี้มีผู้ชายเข้ามามึงก็หัดระวังตัวซะบ้างบางครั้งกูซ้อมบาสฯ ไม่ได้อยู่ดูแลมึงตลอดนะเว้ย!” เพื่อนซี้พร่ำบ่น
“เด็กมหาลัยที่พูดถึงนี่เข้ามาหาดรีมรูปแบบไหนบ้างละเต้ทำไมฟังดูน่ากลัวจัง?” พี่เจถาม
“โห หลายแบบเลยพี่ ลวนลามบ้าง หลอกจับก้นบ้าง ชวนไปที่ลับตาคนบ้างบางทีก็ลงทุนดักรอหน้าหอพักมันดึกๆ ดื่นๆ ก็มี... แต่พวกหน้าเดิมไม่ค่อยกล้าเข้ามาหรอกโดนผมข่มขู่จนเตลิดเปิดเปิงไปหมดแล้ว”
“ฟังแล้วอันตรายจริงด้วยสิ” ชายหนุ่มคิดตามก็รู้สึกเป็ห่วงอยู่ไม่น้อย
“แล้วไอ้ฝันเฟื่องตัวมันก็แค่นี้จะมีแรงสู้กลับสักเท่าไรกันเชียวพี่พวกแม่งมากัน 4-5 คน ยังไงก็ไม่รอดหรอกครับ”
ดรีมขนลุกซู่
หวนระลึกถึงตอนมีเื่กับเด็กต่างคณะั้แ่ครั้งสอบติดใหม่ๆเด็กหนุ่มไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่าไอ้เต้คือผู้อยู่เื้ัช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆนานา ซ้ำยังระแวดระวังภัยให้เขามาโดยตลอดถึงว่าทำไมแก๊งอันธพาลเ่าั้ถึงไม่ตามราวีอีก ยอมจบปัญหาลงด้วยดีที่ไหนได้เป็ฝีมือของไอ้เต้ทั้งหมด??
“มึงช่วยปกป้องกูมาตลอด โดยที่ไม่บอกกูสักคำเลยงั้นเหรอว่ามึงช่วย...?” ดรีมถามซ้ำอย่างไม่เข้าใจนัก
“เต้เขาเป็คนแบบนี้แหละครับ เป็เพื่อนที่ดีช่วยดูแลปกป้องเพื่อนแต่ไม่แสดงตัวหรอกว่าทำดีอะไรลงไปบ้างคนที่ปรารถนาดีต่อเราขนาดนี้หาได้ยากนะครับ....แล้วคนแบบนี้ดรีมอยากมีไว้ในชีวิตมั้ยล่ะ?”พี่เจอธิบาย เขาในฐานะผู้ใหญ่พอจะดูออกว่านิสัยของเต้เป็เช่นไรพูดน้อยแต่ความจริงใจนั้นแสดงออกผ่านการกระทำอย่างชัดเจนตรงไหนตรงมายิ่งกว่าอะไรเป็คนที่พึ่งพาไว้ใจได้เชียวล่ะ
“แล้วที่มึงชอบวางแขนโอบไหล่กูล่ะ?”ดรีมถาม
“ก็ไว้กันซีนเด็กคณะอื่นมาทำรุ่มร่ามกับมึงอยู่แล้วคนอื่นจะได้ไม่กล้ามาเกาะแกะมึงไง”
“ที่มึงรอกินข้าวกับกูทุกเที่ยงละ?”
“ทางไปโรงอาหารผ่านคณะวิศวะขาหื่นเพียบกูไม่ไปแดกข้าวด้วยเดี๋ยวมึงก็โดนรุมอีก”
“แล้วพอตกดึกทีไร มึงก็ไม่ให้กูนั่งรถเมล์คนเดียวให้ค้างหอมึงตลอด?”
“หอมึงทั้งลึกทั้งเปลี่ยว ถ้าระหว่างทางโดนฉุดจะทำไงวะเห็นแบบนี้กูโคตรเป็ห่วงมึงเลยนะรู้มั้ย!”
สิ้นสุดคำถามนานา น้ำใสพลันไหลเอ่อล้นดวงตากลมโตเป็ทางยาวเด็กหนุ่มตัวน้อยหมดสิ้นความลังเลสงสัยที่ค้างคาใจมานานดรีมทำได้เพียงสะอื้นไห้เนื้อตัวสั่นเทาจนเพื่อนซี้ใ
“เฮ้ย มึงร้องไห้เชี่ยไรอีกเนี่ย!”ไอ้เต้ใ
“ฮือออ เต้มึงเป็เพื่อนที่ดีมากเลย! กูรักมึงน้า...!”
แขนเรียวเล็กโอบกอดเพื่อนหนุ่มนักกีฬาเต็มแรงทั้งร้องไห้โฮทั้งซุกคอเพื่อนด้วยความซาบซึ้งใจ อารมณ์ปีติยินดีตื้นตันกลั่นออกมาเป็หยาดน้ำตาแห่งความดีใจเป็ล้นพ้น
ดรีมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเพื่อนผู้มักจะแสดงออกนิสัยห่ามๆปากเสียอยู่เสมอ แท้จริงแล้วกลับเป็คนที่พึ่งพาได้และปรารถนาดีต่อเขามาโดยตลอดทุกการกระทำแปลกๆ ของไอ้เต้เช่นโอบไหล่บ้างล่ะชวนดรีมค้างคืนบ่อยๆ บ้างล่ะทั้งหมดก็เพราะห่วงสวัสดิภาพความปลอดภัยของเขานั่นเอง ไอ้เต้ทำดีปกป้องเขามาตลอดโดยที่ไม่อธิบายอะไรสักคำยังคงดูแลเช่นนี้ไปเรื่อยแม้นเขาจะไม่รู้ตัวก็ตามที
เด็กหนุ่มร่างบอบบางโอบรอบคอเพื่อนซี้ร้องไห้โดยไม่แคร์สายตาคนรอบข้างแต่อย่างใดเขารู้สึกปลาบปลื้มใจที่มีเพื่อนผู้ประเสริฐแสนดีเช่นเต้เหลือเกิน จากเพื่อนที่ปะทะฝีปากกันอยู่เนืองๆกลับกลายเป็ซีนมิตรภาพลูกผู้ชายเข้าอกเข้าใจกันขึ้นมาซะอย่างนั้น
หนุ่มสกินเฮดทำท่าจะโอบเพื่อนกลับแต่ก็ไม่กล้า พี่เจบอกว่ากอดไปเถอะพี่ไม่หึงหรอก...หนุ่มนักบาสฯ จึงกล้ากอดเพื่อนตัวน้อยคืนบ้าง
“ฮือ ฮือ... ฮึก...ฮือออ”
ดรีมสะอื้นไห้เนื้อตัวสั่นเทา
“ไอ้ฝันเฟื่อง มึงจะมารู้ซึ้งถึงมิตรภาพกูอะไรเอาป่านนี้กูก็ดูแลมึงมาตลอดนี่หว่า” มือใหญ่ขยี้หัวเพื่อนตัวน้อยเต็มแรง
“เออน่า...ฮึก...ก็กูเพิ่งรู้นี่ถ้าพี่เจ...ไม่บอกก็...ฮือ...กูก็ไม่รู้เลย...”
“มึงจะร้อง รึจะพูดเอาสักอย่างสิวะ ฟังไม่รู้เื่เนี่ย” ไอ้เต้บ่นอุบ
“นี่มันเวลาซึ้งวะเว้ย มึงหัดซึ้งกับเขาซะบ้างได้มั้ย!”
เสียงอู้อี้นั้นโอดครวญทั้งทีน้ำตายังไหลพรากๆ ไม่ขาดสาย
“ตกลงหายงอนตุ๊บป่องกูยังเกิดมากูยังไม่เคยง้อใครมากขนาดมึงมาก่อนเลยเนี่ย” หนุ่มผิวแทนยื่นทิชชูให้อีกฝ่ายสั่งน้ำมูก
“ฟื๊ดดด... เออหายแล้ว คราวหลังหัดพูดดีๆ แบบนี้กับกูบ้างก็ได้นะ วันๆเอาแต่ด่ากูอยู่ได้”
“ช่วยไม่ได้ มึงเสือกมีเพื่อนปากหมาเองต้องทำใจ...แล้วอีกอย่างมึงยังไม่ได้ติวแคลให้กูเลย เหลือเวลาอีก 2 วันก่อนสอบจะเรียนทันมั้ยวะ??”
เต้ทวงถึงสัญญาที่ว่าจะติวหนังสือสอบให้
“จริงด้วย!”ดรีมสะดุ้งโหยงนึกขึ้นมาได้ “ถ้ามึงสอบไม่ผ่านมิดเทอมมีหวังโดนถอดโควตานักกีฬาแหงๆแล้วนี่มึงไม่ให้คนอื่นติวให้วะ!”
“กูให้อีแนนอีหมิวสอนแล้วแต่แม่งไม่รู้เื่รอมึงหายงอนมาติวให้เนี่ย”
“เฮ้ย!เหลือเวลาอีกไม่เยอะแล้ว ไอ้เต้มึงเอาชีทที่ซีร็อกซ์ให้มามั้ยเดี๋ยวกูสอนสูตรหลักๆ ที่ต้องใช้ให้ก่อน!”
และแล้วเพื่อนซี้ทั้งสองก็ปรับเข้าสู่โหมดเด็กมหาลัยตั้งใจเรียนกันทันควันบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยตารางสูตรพร้อมด้วยดินสอปากกาวางเกลื่อนร่างบางเขียนกราฟเบื้องต้นพร้อมสูตรพื้นฐานที่ต้องจดจำบนกระดาษอย่างขะมักเขม้นตามที่เตรียมอ่านหนังสือมาโดยตลอดส่วนไอ้เต้ก็พยักหน้ารับฟังอย่างใจจดใจจ่อ
พี่เจมองเด็กหนุ่มทั้งสองพลางนึกขบขันอยู่ในใจ
...เฮ้อ เด็กหนอเด็ก...
ประเดี๋ยวก็ทะเลาะกันเสียยกใหญ่ บทจะหายโกรธก็ง่ายแสนง่าย แล้วก็คืนดีกอดคอกันร้องไห้สักพักช่วยกันติวสอบอย่างเอาจริงเอาจังอีกแทบจะลืมเื่ที่มีปัญหากันก่อนหน้าไปหมดสิ้นชีวิตวัยรุ่นวัยฮอร์โมนรสชาติมันก็อย่างนี้ล่ะนะ...เื่ราวชวนปวดหัวตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มในวัยสามสิบคลี่ยิ้มหวนระลึกนึกถึงตนเองเมื่อครั้นวันวานอยู่พอสมควร
ชายหนุ่มลูกครึ่งกอดอกนั่งฟังเสียงหวานน่ารักสอนวิธีแก้สมการอย่างตั้งใจจะว่าไปแล้วดรีมเป็คนที่อธิบายเนื้อหาการเรียนได้ดีเยี่ยม ทำความเข้าใจได้ง่ายแม้นเขาจะห่างหายจากการเรียนมานานหลายปีก็พอจะเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ไม่ยาก
ส่วนเต้ผู้บอกว่าไม่สนใจการเรียนมุ่งแต่กีฬาแต่กลับมีสมาธิตั้งใจฟังสิ่งที่เพื่อนสอนเป็อย่างดีเป็คนประเภทฉลาดหัวไวแต่ี้เีเสียมากกว่ามาทุ่มเทโค้งสุดท้ายอัดทุกอย่างก่อนสอบก็น่าจะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็ที่น่าพอใจอยู่
ขนมปังปิ้งปริมาณร่อยหรอลงไปทีละน้อย เด็กนักศึกษาทั้งสองทยอยโยนขนมเข้าปากขณะฝึกแก้โจทย์กันเป็ระยะหนุ่มนักธุรกิจสั่งของกินเพิ่มเป็ขนมปังหน้าแยมสตรอเบอรี่ แยมผิวส้มและช็อกโกแลต พร้อมสมูทตี้กาแฟอย่างละสองแก้วเป็ทัพเสบียงให้เด็กนักศึกษาผู้หิวโหยส่วนตนเองนั้นดูพอร์ตหุ้นในมือถือไปด้วยพลางๆ
“อ๊ะ ขอโทษนะฮะพี่เจ มาด้วยกันแท้ๆ ต้องมาดูพวกผมติวหนังสืออีก”ร่างบอบบางกล่าว
“ไม่หรอกพี่เห็นหน้าดรีมก็มีความสุขแล้วล่ะครับแค่นี้ก็ถือว่าได้ใช้เวลาร่วมกันแล้ว”
ดรีมยิ้มแก้มปริ ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขามีแฟนหนุ่มที่อบอุ่นเจนเทิลแมนแบบนี้เขาฟินอยากจะจิกหมอนขาดแต่ติดที่ว่าร้านคาเฟ่ไม่มีหมอนอิงให้ซักใบ
“มัวแต่เคลิ้มนะสัด... มึงยังไม่ได้อัปเดตเลย ไปค้างมาหลายคืนมีอะไรคืบหน้าบ้างวะ??”
เต้ทวงถาม เพราะปกติเขานี่แหละต้องเป็ฝ่ายรับฟังทุกเื่ราวในชีวิตของคนตัวเล็กอยู่เสมอั้แ่เื่เจอพี่เจครั้งแรก เื่จูบและเื่อื่นบลาบลาบลานี่ถึงขั้นนอนค้างอ้างแรมกันหลายคืนมีหรือที่เขาจะยอมพลาดช็อตสำคัญไปได้
ใบหน้าสวยแดงซ่าน
“ก...ก็ไม่มีอะไรมาก ไม่มีเื่อัปเดตซักหน่อย...”
“ไม่มีแล้วอายห่าไร?? ถ้ามึงไม่เล่าเดี๋ยวกูถามพี่เจเอง...พี่ครับตกลงกับเพื่อนผมนี่ถึงขั้น...”เต้วางโจทย์แคลคูลัสในมือลงเปลี่ยนเป็ซักไซ้อีกฝ่ายแทน
“ไม่ต้องมึง!! เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังตอนเย็น!! มึงก็แก้สมการไปสิ!” คนขี้อายโวย
“เออๆ กูก็แซวไปงั้นแหละ งั้นกูแก้โจทย์ข้อ 4-5 นะ”
“อืม เขียนใส่กระดาษนะ...”
ร่างบางตอบ สายตาเหล่มองพี่เจเป็ระยะ
ชายหนุ่มในชุดทำงานไม่พูดอะไรเพียงส่งยิ้มหวานให้พร้อมแตะนิ้วชี้บนริมฝีปากตนเอง เป็สัญลักษณ์ว่าอยากจูบจังเลยครับ...
ดรีมพ่นหัวเราะออกมาอย่างนึกขำ กับอากัปกิริยาลับๆที่รู้กันเพียงสองคน
เด็กหนุ่มตัวน้อยกำลังตกหลุมรักชายหนุ่มลูกครึ่งคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นรักมากขึ้นทุกวัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็ครั้งที่เท่าไรก็เลิกนับไปเสียแล้ว
-----------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ ^___^
และแล้วสองเพื่อนซี้ก็ปรับความเข้าใจกันได้เสียที โดยมีพี่เจสุดหล่อมาเป็กรรมการห้ามทัพ... เอ๊ย เป็กาวใจ แต่กว่าจะดีกันก็หลายยกอยู่น้อ อิอิ
ดรีมกับเต้นี่ขิงก็รา ข่าก็แรงใช่ย่อยนะคะ น้องดรีมคนดื้อพอรู้ว่าที่ผ่านมาไอ้เต้รักและปกป้องเพื่อนเป็อย่างดี แถมดีชนิดปิดทองหลังพระ เงียบกริบไม่เคยประกาศตัว น้อนดรีมเป็ต้องต่อมน้ำตาแตกเลยทีเดียว 55555
แต่งเื่นี้ไปก็นึกถึงเพื่อนคนนึงค่ะ ไม่สบายใจที่มีมันนี่แหล่ะอยู่เคียงข้างเราในยามทุกข์ยามสุข ถึงจะปากเสียก็เถอะ (อุ๊ย เหมือนเต้เลยนี่นา) แต่เป็คนจิตใจดีเป็ห่วงเป็ใยเพื่อนมาก ...แล้วคุณนักอ่านละคะมีเพื่อนแสนดีแบบเต้ในชีวิตกันบ้างมั้ย? คนที่ช่วยเราโดยไม่หวังผลตอบแทน และยินดีกับความสุขของเรา ส่วนตัวเราว่ามีคนแบบนี้อยู่ใกล้ตัวเป็มงคลในชีวิตอย่างนึงเลยค่ะ