ประมาณบ่าย 3 โมงเศษๆ สองพี่น้องขับรถมาจอดรอรับนิทตื้ที่หน้าโรงเรียนวินนี่มองที่ประตูรั้วเด็กนักเรียนยืนเรียงแถวรอรถของพ่อแม่ “ ผมส่งข้อความให้เธอออกมาเร็วหน่อย เพื่อนของเธอชื่อภาวนาจะติดรถกลับด้วย ครับ“ สักพักนิทตี้วิ่งออกมาเพียงคนเดียว พี่ชายก้าวลงจากรถ ออกมายืนรอรับครูสาวว่าที่น้องสะใภ้อรวินสวมกอดนิทตี้ จูบกลางหน้าผาก “สบายดีใช่ไหม น้องรัก“นิทตี้กล่าวทักทายพร้อมแววตาสดใสเป็นพิเศษ “ สวัสดีค่ะวันนี้หนูสังหรณ์ใจว่าพี่ต้องมา หนูทำขนมสูตรคุณยายฝากให้คุณแม่ด้วยค่ะ“ พี่ชายเดินมาเปิดประตูรถให้เธอเอง “แม่ซาธนาฝากของมาให้อยู่หลังรถ วันนี้พี่ได้ชมบ้านใหม่ พวกเราจัดได้สวยมากๆ“ นิทตี้เข้านั่งด้านหลัง“ วินนี่ลงจากรถมองหาภาวนา คุณครูสาวอีกคนยืนบนระเบียงหน้าห้องพักครูโบกมือลงมาให้วินนี่ นิทตี้กดเลื่อนกระจกหน้าต่างรถลง “ วินนี่คะ ภาวนาไม่กลับกับเรา เธอรอผู้กองมารับ เธอมีกุญแจห้องของผู้กองด้วยค่ะ“ วินนี่หัวเราะในลำคอ โบกมือลาให้ภาวนา
อีก20นาทีหนึ่งทุ่ม ภาวนายังคงนั่งรอเดฟที่บริเวณหน้าโรงเรียน เธอไม่กล้าโทร.หาผู้กอง “โทร.บอกนิทตี้ดีไหมแต่วันนี้พี่ชายเธอมาเยี่ยมไม่ดีแน่ๆ” หญิงพรำพรัมอย่างคนน้อยใจ “นัดอะไรของเขาบ่ายสาม” ภารโรงเริ่มปิดประตูตามห้องเรียนจากชั้นบนสุดลงมาเรื่อยๆ ภาวนาคิดว่าอย่างน้อยควรคืนกุญแจบ้านให้ผู้กองกับมือ และเธอตั้งใจจะกลับบ้านของเธอเอง เธอตัดสินใจส่งข้อความบอกผู้กองเดฟ “กุญแจบ้านฝากนิทตี้ได้ไหมคะ “ เดฟได้รับข้อความแล้วมองนาฬิกาข้อมือเขาทำงานจนลืมเวลา รีบกดโทรศัพท์มือถือโทร.หาเธอทันที “คุณอยู่ที่ไหนตอนนี้ผมจะไปรับ“ ภาวนา นิ่งไม่ตอบแม้แต่คำเดียว เดฟกระวนกระวายใจขึ้นมา “ ภาวนา!!! วันนี้ผมมีคดีติดพันผมสืบสวนคนร้ายหลายคน ขอโทษ ครับที่ไม่ได้โทรหาคุณ ผมจะไปรับคุณตอนนี้ อย่าโกรธผมนะ“ เดฟรอคำตอบจากเธอ ภาวนากล่าวออกมาในที่สุด “ฉันยังอยู่ที่หน้าโรงเรียนค่ะ“ ผู้กองกุมขมับในใจร้องขึ้น “พระเจ้าแม่นางใสซื่อ นั่งรอเราตั้งแต่บ่าย 3โมง” ผู้กองเดฟนั่งไม่ติดเก้าอี้เสียแล้ว คว้าแก้วน้ำดื่มจนหมดแก้ว ” ตั้งแต่บ่าย 3 ทำไมคุณไม่กลับบ้านไปพร้อมนิทตี้“ เดฟสงสัยปกติทั้งคู่จะกลับบ้านพร้อมกัน “คุณวินนี่มีญาติมาที่บ้าน ฉันเกรงใจพวกเขาค่ะ ไม่เป็นไร ฉันนั่งรอต่อได้ค่ะ แต่ภารโรงจะปิดรั้วอีก 20 นาที ฉันจะไปรอคุณที่ใต้ตึกA นะคะ“ เดฟวางสายวิ่งออกมาที่ลานจอดรถ
ผู้กองเดฟโทร.หาเพื่อนรักก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ วินนี่ทบทวนเรื่องราวจำได้ว่าผู้กองเดฟโทร.มาหาเขาในตอนบ่ายว่าวันนี้งานท่วมหัวอยู่ที่สน. “ ฉันเองก็แปลกใจเธอบอกว่านายจะมารับเธอเอง พวกเราสงสัยว่านายจะพาเธอไปดินเนอร์ต่อแน่ๆ ฉันเลยไม่ได้ใส่ใจ เดี๋ยวฉันจะออกไปรับเธอแทนนายก่อนท้องฟ้าเริ่มมืด ฝนอาจจะตก กว่านายจะมาถึงคงมืดสนิท“ วินนี่อาสาออกไปรับภาวนาเอง เพราะระยะทางจากสถานีตำรวจมาคอนโดฯอยู่ในช่วงรถติด“ ดีเหมือนกัน นายช่วยอธิบายให้เธอเข้าใจด้วย “ เดฟเริ่มกังวล ทำไมเขาผิดนัด และลืมด้วยว่าตัวเองเขียนโน้ตทิ้งไว้ วินนี่รีบปฏิเสธเดฟ “ เฮ้ย..ฉันจะไม่อธิบายอะไรเลย นายต้องแก้ตัวกับเธอเองไม่ใช่ฉัน“ วินนี่ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหน้าโรงเรียน ภาวนานั่งรอที่สวนดอกไม้หน้าโรงเรียน ภารโรงกำลังจะปิดรั้วใหญ่วินนี่จ้องหน้าของเธอ “ เด็กโง่.. คุณรอเขาทำไม ผมไม่เข้าใจ ภาวนา คุณก็โทร.หาเขาได้ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ติดต่อเขาตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ผิดนัด กุญแจบ้านคุณก็ถือไว้หรือไม่ก็มารอที่บ้านผมก่อนถ้าคุณไม่กล้าเข้าไปในบ้านเขา“ ฝ่ายหญิงก้มหน้า หลุบสายตาลงไม่กล้าสู้หน้า ทั้งคู่เดินมาถึงฝั่งตรงกันข้ามคอนโดฯยานกี้ วินนี่เอ่ยขึ้น “ผมรู้ว่าคุณเกรงใจผม แต่คุณจะเกรงใจไปทำไมผมยินดีช่วยเหลือทุกอย่าง “ วินนี่คว้ามือพาเธอวิ่งข้ามถนนเส้นใหญ่ ภาวนาใจสั่นเมื่อได้สัมผัสอุ้งมือนุ่มของวินนี่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจผองขึ้น ภาวนารีบส่ายศีรษะไปมา สลัดทิ้งความรู้สึกบ้าๆ ทำไมเธอรู้สึกกลัวการเข้าใกล้เดฟ แต่ไม่กลัววินนี่เลย
เสียงฟ้าร้องดังกระหึ่มเป็นระยะๆ
ทั้งคู่ข้ามเข้ามาถึงตึก A ก่อนฝนเทลงมา วินนี่ปล่อยมือเธอโบกมือให้เด็กๆในสนามกำลังเล่นCricket “ พี่ วินนี่ลงมาเล่นกับพวกผม นะครับ“ เสียงตะโกนของเด็ก2-3 คนพร้อมๆกัน วินนี่ตะโกนกลับ “ พรุ่งนี้ดีไหมพี่ว่างช่วงเย็นๆ เราเจอกัน ฝนตกแล้วกลับบ้านได้ “ วินนี่หันมายิ้มให้ภาวนา เขาเดินนำหน้าเธอต่อ จู่ๆภาวนาพูดโพล่งออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ “ทำไมฉันรู้สึกกลัวเดฟ แต่ไม่กลัวคุณวินนี่ ฉันรู้สึกแปลกๆถ้าได้ยืนใกล้ๆคุณ “ คำพูดของเธอทำให้วินนี่หยุดเดินหันหลังกลับมาหาเธอ “ภาวนา ผมไม่เข้าใจ “
ฝนเริ่มตกหนัก วินนี่เข้ามาหลบฝนใต้ตึกA เขาเลือกที่นั่งบนม้าหินอ่อน ชวนให้เธอนั่งลงข้างๆ “คุณช่วยอธิบายที่พูดเมื่อกี้ได้ไหม“ ภาวนารู้สึกผิดที่พูดออกไปเช่นนั้นเธอต้องการหลบออกไปจากที่นั่น หรือ ไม่ก็กลับบ้านไปเลย “ ไม่มีอะไรค่ะฉันพูดเรื่อยเปื่อย“ วินนี่เข้าใจความรู้สึกของเธอ แต่เขาต้องการให้เธอเปลี่ยนความคิด เพราะเขาความรักและเคารพผู้กองเดฟมาก เดฟคือเพื่อนตายของเขา ถ้าเขาไม่เคลียร์สิ่งที่ภาวนาเป็นอยู่มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ระหว่างเขากับเพื่อนรักในอนาคต “ภาวนา ผมรับปากกับคุณพ่อของคุณจะดูแลคุณในฐานะพี่ชายในเวลาที่คุณพักอยู่ที่นี่ ผมรู้และเข้าใจ คุณมีความรู้สึกแบบไหนกับผม มันคือสาเหตุที่ทำให้คุณไม่เปิดใจให้กับผู้กอง เดฟไม่ใช่แค่เพื่อนแต่ผมเคารพในฐานะของพี่ชายถ้าคุณไม่ชอบเดฟ ผมขอให้คุณกลับบ้านไปซะ อย่าสร้างความหวังลมๆแล้งๆให้เขา และคุณควรเล่าความจริงในใจทั้งหมดให้เดฟฟังก่อนที่จะลาจากเขา ผมขอเตือนคุณ ถ้าคุณคิดแบบนั้นกับผม คุณจะเสียเพื่อนที่ดีอย่างนิทตี้ ผมรักนิตยาเพียงคนเดียวผมขอให้คุณเข้าใจ“ วินนี่ไม่ทันได้สังเกตุด้านหลังของพวกเขา อรวินกับนิทตี้กำลังยืนฟังการสนทนาของทั้งคู่ ในมือของทั้งสองคนถือร่มกันฝนมารอรับพวกเขา ร่างงามจะเดินเข้าไปหาวินนี่ แต่อรวินดึงต้นแขนให้เธอเดินกลับ “ปล่อยให้พวกเขาคุยกัน พี่ว่าเรากลับขึ้นไปรอข้างบนก่อน “ นิทตี้พยักหน้าเดินตามหลังพี่ชายเข้าลิฟต์โดยสาร
วินนี่มองดูเม็ดฝนที่ตกลงมากระทบพื้นแล้วแตกกระจาย “ มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร“ นักบินหนุ่มถามอย่างสงสัยเพราะเธอไม่เคยแสดงออกเช่นนี้มาก่อน ภาวนาก้มหน้าร้องไห้ออกมาเธอเริ่มซับน้ำตา “ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร คงจะเป็นเพราะ ฉันมโนและจิตนาการเรื่องคนรักไปเองค่ะ ขอโทษจริงๆค่ะ“ วินนี่นั่งห่างจากเธอพอประมาณเขาไม่ได้ปลอบใจเธอแต่อย่างไร นั่งตัวตรง น้ำเสียงค่อนข้างเย็นชา “ ผมบอกแล้ว ผมไม่รับจะไม่ฟังเรื่องหรือรับฟังความรู้สึกของใครที่จะทำให้คนที่รักผม และ คนที่ผมรักต้องเสียใจ กว่าผมจะได้หมั้นกับนิทตี้ ผมกับเธอต้องฟันฝ่าอะไรหลายๆอย่าง ถ้าคุณจะรักผม ก็ต้องรักผมในฐานะพี่ชายเท่านั้น คุณยอมรับได้ไหม เสียงฟ้าร้องดังขึ้นหลายครั้ง วินนี่เป็นห่วงนิทตี้ขึ้นมา “ผมจะกลับขึ้นไปข้างบน อีกประมาณ20 นาที เดฟ ก็จะมาถึง ผมขอให้คุณใช้เวลาช่วงนี้คิดให้ดีๆคุณควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่ถูกต้อง ถ้าทำใจยอมรับเดฟไม่ได้ คุณกับผมเราจะไม่ได้พบกันอีก“ วินนี่เหลือบมองแววตาของหญิงสาวที่กำลังสับสนเขาคิดว่านี่คือทางออกที่ดีสำหรับตัวภาวนาเอง ถ้าเธอตัดสินใจผิดเธอจะสูญเสียมิตรภาพของทั้งสามคน วินนี่ลุกขึ้น ปล่อยให้เธอนั่งคิดตามลำพัง เขาใช้บันไดวิ่งขึ้นชั้น 10 ระหว่างทางวินนี่ก้าวเดินอย่างช้าๆ เมื่อถึงชั้น10 เขานั่ง พักที่ชั้นบันไดหน้าห้องพัก มือของพี่ชายยื่นขวดเบียร์เย็นให้เขา วินนี่ยิ้ม รับขวดเบียร์ “ ดื่มเบียร์ด้วยกันน้องรัก“อรวินเปิดประตูรอน้องชายและรู้เขาจะวิ่งขึ้นบันได “พี่รู้ใจผมจริงๆ ฮ่าๆ”
วินนี่รับขวดเบียร์ กระดกดื่มทันที “ นายไปรับภาวนา แล้วทำไมไม่พาขึ้นมา“ วินนี่ไม่ตอบคำถามของพี่ชายแต่เขาถามกลับ“ นิทตี้ ทำอะไรอยู่ครับ “ อรวินลูบหัวน้องชาย “ นิทตี้ ติดโทรศัพท์กับอาจารย์ใหญ่เรื่องเปลี่ยนหนังสือเตรียมการสอน พี่ออกมาเดินเล่นชมวิวอาคารรอบๆ"