ตอนที่ 28 เ้าหญิงในกรงนก
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
วันแรกของในโรงฝึกมนตรา แม็กม่าดูตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ลองพลังใหม่ๆ
แต่เมื่อก้าวเข้ามาในโรงฝึก ความรู้สึกมันราวกับไปโรงเรียนในโลกเดิมในวันแรก
ไม่มีใครเข้ามาคุยกับแม็กม่าสักคน อาจจะเป็เพราะเขาเป็เด็กใหม่
แม็กม่าพยายามสงบใจลง และสนใจสิ่งที่ตัวเองอยากจะเรียน เด็กที่มาฝึกมนตรามีไม่ถึง20คน
ในขณะนั้นเองประตูโรงฝึกก็ถูกเปิดออก มีรถม้าคันรถหรูจอดอยู่ตรงประตู
พร้อมหญิงสาวคนหนึ่งได้ก้าวลงมา แม็กม่าจำคนที่ก้าวลงมาได้อย่างชัดเจน
“เ้าหญิงของอาณาจักรมาทำอะไรที่นี่” คำถามผุดขึ้นในหัวของแม็กม่า
แต่ท่าทางของคนอื่นๆ ในโรงฝึกดูไม่แปลกใจสักเท่าไร
“เอาละ มากันครบแล้ว จะเริ่มฝึกมนตราตั้งแรกใหม่แล้วกัน มีเด็กใหม่ตั้งสอง”
ครูฝึกพูด เด็กใหม่ที่พูดถึงก็คือ แม็กม่าและเ้าหญิงของอาณาจักร
“นายเมื่อตอนนั้นนี่น่า” เ้าหญิงจำคนที่อุ้มเธอไปส่งที่หน้าป้อมทหารได้
เธอชี้มาทางแม็กม่าที่ยืนงงอยู่ ว่าเ้าหญิงชี้เขาทำไม
“ผมเหรอ” แม็กม่ายืนยันเพื่อความแน่ใจว่าเป็เขา
“ก็นายนั่นแหละ ที่พาเราไปส่งป้อมทหาร นายมาทำอะไรที่นี่เนี่ย”
เ้าหญิงยังโมโหเื่ที่เธอถูกจับตัวโดยแม็กม่าได้ เธอคิดหนีออกจากปราสาทอยู่หลายวัน
แต่พังไม่เป็ท่าเพราะแม็กม่าคนเดียว
“องค์หญิง กรุณาสอนใจเื่เรียนด้วย” ครูฝึก เตือนเ้าหญิงให้สนใจการเรียน
การเรียนใน่เช้าครูฝึกก็อธิบายเื่ต่างๆ เกี่ยวกับมนตรา คงมีแม็กม่ากับนักเรียนไม่กี่คน
ที่สนใจจะตั้งใจเรียนจริงๆ จังๆ เ้าหญิงยังโมโหแม็กม่าอยู่ไม่หาย
“พลังเฉพาะตัวงั้นเหรอ แถมยังใช้พลังชีวิตเพื่อเปลี่ยนเป็พลังมนตราซะด้วย”
แม็กม่านั่งคิดเื่ที่ครูฝึกอธิบาย แต่มีบางอย่างลอยมาจากด้านหลัง
แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาต้องรู้สึกตัว แม็กม่าโยกหลบสิ่งที่ลอยมา มันมาตกอยู่บนโต๊ะเขา
“กระดาษงั้นเหรอ” กระดาษถูกขยำและปามาจากด้านหลัง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็ฝีมือใคร
มีแค่คนเดียวที่นั่งอยู่ด้านหลังของเขา เ้าหญิงนั้นเอง แม็กม่าเปิดมันออกดู
คำขู่มากมายถูกเขียนเอาไว้ “ยัยนี้ ว่างมากหรือไง” แม็กม่าคิดในใจ เขาหันมาสนใจการเรียนต่อ
“การใช้พลังมนตราจะไม่ทำให้ถึงตายแม้ว่าจะใช้พลังชีวิตก็ตาม แต่ถ้าใช้มากไปก็จะหมดแรง
และถ้ายังฝืนใช้ต่อก็อาจจะสลบไปได้ ดังนั้นต้องระวังพลังที่ใช้ออกไปด้วย”
ครูฝึกพูดต่อ ในขณะที่กระดาษก้อนต่อไปถูกขว้างมา แม็กม่าโยกหลบได้แบบง่ายๆ อีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ครูฝึกจบได้ เ้าหญิงเลยโดนทำโทษให้ไปยืนฟังการสอนนอกห้อง
“สมควร” แม็กม่าสบถในใจ การสอนก็จบลงใน่พักเที่ยง
คนในโรงฝึกไปรวมตัวกันที่โรงอาหาร แน่นอนว่าแม็กม่าได้นั่งกินข้าวคนเดียวเหมือนอย่างเคย
“เหมือนได้กลับไปเรียนใน่ม.ต้นอีกครั้งเลยนะ นั่งกินข้าวคนเดียวเนี่ย” แม็กม่าคิดในใจ
“เฮ้ย! นายนะ ทำอะไรเ้าหญิงไว้งั้นเหรอ” ผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับแม็กม่าเข้ามาหาเื่
“อะไร!?” แม็กม่าตอบกลับเสียงแข็ง เขากำลังกินข้าวอยู่
และอารมณ์เสียจากที่เ้าหญิงแกล้งเขาในห้องเรียน
“ไม่ได้ยินที่ถามหรือไง แกทำอะไรเ้าหญิง” ชายคนเดิมพูดย้ำอีกครั้ง
“ถ้าไม่อยากตายก็รีบไส่หัวไปซะดีกว่า” แม็กม่าดูอารมณ์ไม่ดีแบบสุดๆ
ออร่าของาาปีศาจเริ่มจะโผล่ออกมาหลังจากความโมโหเริ่มก่อตัว
มันทำให้เพื่อนของคนที่มาหาเื่บอกให้ คนที่มาหาเื่ถอยกันก่อน
“ตอนบ่ายแกโดนดีแน่” อีกฝ่ายจากไปพร้อมคำขู่
“แม่ง! หน้าฟันให้ขาดเป็สองท่อนจริงๆ” แม็กม่าคิดในใจ ขณะที่อีกฝ่ายเดินจากไป
และเขาก็กลับมานั่งกินข้าวต่อ เหมือนว่าอีกฝ่ายที่เกินกลับไปจะเป็เพื่อนกับเ้าหญิง
่บ่ายครูฝึกให้ไปวัดพลังมนตราที่สนามประลอง ลูกแก้วรูปใหม่ได้ถูกยกเข้ามา
“ขั้นตอนง่ายมาก เอามือมาว่างบนลูกแก้วและใช้พลังตามที่สอนในห้องเมื่อตอนเช้า
ลูกแก้วจะดึงพลังของพวกเธอออกมาเพื่อวัดค่า” ครูฝึกพูดจบคนแรกก็ก้าวขึ้นไป
“400งั้นเหรอ อยู่ในเกณฑ์ปกติ ถ้าฝึกอีกหน่อยก็จะมากขึ้นเอง”
ครูฝึกบอกกับคนแรกที่ขึ้นไปวัด คนอื่นๆ ดูตื่นเต้นที่เพราะตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขามีพลังเท่าไร
คนที่มาหาเื่แม็กม่าตอนกลางวันได้ก้าวออกไปเป็คนที่สอง
คนอื่นๆ ต่างใที่เห็นค่าพลังของเขา
“ดีมากเ้าหนู ‘อุรุ’ 1500 ถือว่าสูงมากสำหรับมือใหม่ สมกับเป็ลูกนายทหาร”
ครูฝึกบอกกับอุรุ เขาคือคนที่มาหาเื่แม็กม่าตอนกลางวัน หลายคนได้ผ่านขึ้นไป
ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 400-800 ตอนนี้มีแค่ อุรุคนเดียวที่มีค่าพลังเกินหนึ่งพัน
จนมาถึงเ้าหญิง เธอขึ้นไปวัดเหมือนเคยวัดค่าพลังมาก่อน เธอดูไม่ตื่นเต้นเลย
“มากกว่า4000งั้นเหรอ” ครูฝึกใที่เห็นค่าพลังสูงจนาดนี้
เป็ครั้งแรกในชีวิตจองครูฝึกที่เห็นค่าพลังมากขนาดนี้
“เ้าหญิง ‘Ash’ ได้ค่าพลังที่มากที่สุด” ครูฝึกเดินไปจนค่าพลังบนป้ายที่ถูกติดเอาไว้
บนนั้นมีรายชื่อของคนที่วัดค่าพลังจากโรงฝึก เ้าหญิงขึ้นไปอยู่บนสุดได้อย่างง่ายๆ
[Ash จะเขียนเป็ภาษาไทยยังไงดี ‘แอซ’ ไปเลยแบบนี้เหรอ คนอ่านช่วยหน่อยสิ]
[Ashที่หมายถึงสีเทา หรือจะใส่Ashแบบนี้ไปเลย]
“เอาละ คนสุดท้ายขึ้นมา” ครูฝึกเรียกแม็กม่าให้ขึ้นไป เขาดูตื่นเต้นเล็กน้อย
แม็กม่าเอามือว่างลงบนลูกแก้ว ตัวเลขวิ่งจาก0ขึ้นไปถึง1000ในไม่มีเสี้ยววินาที
และมันยังขึ้นต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้ ตอนนี้ก็เกิน4000ไปแล้ว
คนอื่นรวมทั้งครูฝึกต่างทำอะไรไม่ถูก ค่าพลังวิ่งไปเกินหมื่นในเวลาแค่5วินาที
และมันก็ยังวิ่งขึ้นต่อไป จนกระทั่ง9หมื่นและลูกแก้วก็แตกออกเพราะวัดพลังต่อไม่ได้
เ้าหญิงยืนนิ่งไปเลยที่มีคนที่มีพลังมนตรามากกว่าเธอ เ้าหญิง
“ลูกแก้วมันพังเพราะเ้าหญิงหรือเปล่าครับ” แม็กม่าพูดท่ามกลางความเงียบ
เพราะคนอื่นๆ ยังยืนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่
“คงจะเป็อย่างงั้น ไปฝึกต่อที่สนามดีกว่า” ครูฝึกให้นักเรียนไปฝึกที่สนาม
ในสนามฝึกมีลังอาวุธที่ตั้งรออยู่ก่อนแล้ว
“พลังมนตราที่ใช้ได้ง่ายที่สุด ก็คือถ่ายทอดพลังลงไปในอาวุธ หยิบอาวุธขึ้นมาสักอัน”
ครูฝึกบอกพร้อมเหล่าคนฝึกที่เดินไปเลือกอาวุธ ส่วนเอาไว้สำหรับฝึกซ้อม
“ถ้าใช้พลังมนตราของเราลงไป ดาบมันจะพังไหมวะ” แม็กม่าคิดในใจขณะดูดาบไม้ที่อยู่ในมือ
แม้แต่ดาบจริงที่เป็เหล็กอย่างดียังทนรับพลังของาาปีศาจไม่ได้เลย
แค่ดาบไม้ธรรมดาคงแหลกั้แ่กำแรงๆ ในมือแล้ว
“เอาละคู่แรกที่ให้ทดสอบก็คือ” ครูฝึกมีหยิบกระดาษที่เขียนชื่อของคนฝึกจากกล่อง
“อุรุกับแม็กม่า ลงสนามไปลองซ้อมกันให้ดูหน่อย” ครูฝึกสั่งให้ทั้งสองลงไปในสนาม
“ได้เวลาจัดหนักแล้ว” อุรุคิดในใจในขณะที่เดินลงไป
“ไอ้ดาบไม้นี้คงทนพลังได้แค่เสี้ยววินาทีมั่ง” แม็กม่าตรวจสอบในมือขณะเดินลงสนาม
“เดี๋ยวจะจัดการแก ในเวลาแค่วินาทีเดียวให้ดู” อุรุพูดอย่างมั่นใจ
ทั้งสองพร้อมในสนามแล้ว ครูฝึกก็ให้สัญญาณทั้งสองเริ่มสู้กัน
“วินาทีเดียวงั้นเหรอ ไอ้นี่มันโม้เองจังวะ” แม็กม่าคิดในใจ
ขณะใช้พลังมนตราลงในดาบ ตัวดาบทนพลังได้แค่เสี้ยววินาที แม็กม่าสะบัดในเสี้ยววินาที
ไม่มีใครในสนามฝึกจะมองเห็นได้ทัน แม้ครูฝึกมากฝีมือยังมองตามความเร็วของแม็กม่าไม่ได้
เสียง’ ตูม!!’ ลากยาวจากกำแพงอีกด้านไปทั้งกำแพงอีกด้าน ราวกับมีบางอย่างพังทลายลงมา
อุรุหันไปมองด้านหลังตามเสียงที่เกิดขึ้น กำแพงสนามประลองพังเป็แถบๆ
เขาหันกลับมามองแม็กม่าอย่างหวาดกลัว
“อ๊ะ!! ฟันพลาดเลยแฮะ ดาบมันห่วยวะ เล็งเป้ายากฉิบ” แม็กม่าพูดกับอุรุที่หันมา
พร้อมกับดาบไม้ที่กระจายเป็ผง คนที่ดูอยู่ก็อึ้งไปเป็แถบๆ
แม็กม่าเดินออกจากสนามประลองพร้อมปัดเศษไม้ที่กระจายเป็ผงออกจากมือ
“วันนี้ไปเดินเล่นที่ไหนดีน่า” แม็กม่าเดินออกจากโรงฝึก การฝึกวันนี้จบลงแล้ว
เขาไปนั่งกินข้าวที่ร้านใจกลางเมือง แม็กม่าเห็นพวกทหารรับจ้างกลุ่มเดิมกำลังรับคนเพิ่ม
“สวัสดีคุณหัวหน้าทหาร” แม็กม่าทักทายหัวหน้าทหารที่เขารู้จัก
“ไงเ้าหนู มานั่งดื่มด้วยกันสิ” เขาชวนแม็กม่าไปนั่งดื่มเหล้าด้วย
พวกเขานั่งคุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อยตามภาษาคนเมา
ณ โรงฝึกมนตรา
“เป็อย่างไงบ้างครับท่าน” ทหารนายหนึ่งกำลังจดบันทึกอยู่ในโรงฝึกมนตรา
โดยมีชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังตรวจสอบความเสียหายอยู่ และมีครูของโรงฝึกอยู่ด้วย
“มีพลังมนตราอยู่ในร่องรอยความเสียหาย แต่ไม่มีพลังเวทย์เลย”
ชายสูงวัยตอบกลับ ทหารที่ตกบันทึกก็จดตามที่ชายสูงวัยพูดแบบคำต่อคำ
“จะบอกว่าสิ่งที่เขาทำ เขาใช้แค่พลังกายกับพลังมนตรางั้นเหรอ” ครูฝึกถามชายสูงวัย
“เป็ตามที่ครูฝึกว่าเลย” ชายสูงวัยตอบกลับ ครูฝึกไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ณ ร้านอาหารใจกลางเมือง
“การฝึกเป็ไงบ้างเ้าหนู ได้หญิงสักคนยัง” หัวหน้าทหารพูดกับแม็กม่า
ท่าทางของเขากลายเป็คนเมาเหล้าอย่างไม่ต้องสงสัย
“ก็ดีแหละ แค่รู้สึกว่ายังขาดอะไรบางอย่างไป เหมือนมันไม่ใช่แบบนี้”
แม็กม่าคิดว่าพลังมนตราน่าจะมีอะไรมากกว่านี้ แต่หัวหน้าที่เมาเหล้าเละเทะก็แทบไม่ได้ฟังที่พูด
บนยอดปราสาทสีเงิน หญิงสาวในชุดนอนคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่างตรงยอดปราสาท
สีผมสีเทาสะท้อนแสงจันทร์ในยามค่ำคืน เธอมองไปยังเส้นขอบฟ้าและคิดว่าด้านนอกมีอะไรอยู่
“อยากจะออกจากเมืองนี้ปราสาทนี้เต็มทนแล้วนะ อย่างกับนกที่ถูกขังในกรงเลย”
เ้าหญิง Ash นั่งบ่นกับนั่งเองอยู่ริมหน้าต่างบนยอดปราสาท
เธออยากจะออกจากปราสาทและเมืองหลวงเพื่อออกไปสำรวจโลกอันกว้างใหญ่
แต่สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงจินตนาการถึงสิ่งที่เธอไม่อาจจะทำได้
“เ้าหญิงอยู่ไหมคะ นี้ดึกแล้วนะคะ มานอนได้แล้ว”
เสียงของหญิงสูงวัยที่เป็แม่นมของเธอเรียกให้ลงไปที่ห้องของเธอได้แล้ว
เช้าวันถัดมา ณ โรงฝึก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันแรกมากนัก หลังจากเื่เมื่อวานที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้แม็กม่า
วันนี้ก็ไม่ต่างกันแถมยังมีความรู้สึกกลัวปนมาด้วย เพราะเื่ที่แม็กม่าถล่มกำแพงของสนามฝึก
“วันนี้ไม่มีอะไรเลยแฮะ” แม็กม่าพูดกับตัวเองหลังจากฝึกจบ เขาเดินมานั่งอยู่บนกำแพงของโรงฝึก
แม็กม่าคิดว่าไม่มีใครจะมีเข้ามาใกล้ จึงละเลยการป้องกันตัวเองไป เขานอนมองฟ้าอยู่บนกำแพง
“อยากกลับไปโลกเดิมจังน่า เอาไว้เรียนมนตราเสร็จค่อยหาทางกลับบ้านดีกว่า
หวังว่าสามสาวจะถึงโลกเดิมอย่างปลอดภัยนะ” แม็กม่าพูดออกมาขณะนอนเล่นอยู่บนกำแพง
โดยมีเ้าหญิงที่แอบตามมาได้ยินสิ่งที่แม็กม่าพูด
“โลกเดิมงั้นเหรอ? “เ้าหญิงสงสัยเื่ที่แม็กม่าพูด
เ้าหญิงกลับมาที่ปราสาทโดยแม็กม่าไม่รู้ตัวที่ถูกแอบฟัง มันวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ
“ยังมีโลกอื่นอยู่อีกงั้นเหรอ แบบนี้น่าสนใจสุดๆ ไปเลย”
เ้าหญิงดีใจจนวิ่งไปหยิบหนังสือในปราสาท ในปราสาทมีหนังสือมากมายกลถูกเก็บเอาไว้
เธอคิดจะศึกษาเื่โลกอื่นด้วยตัวเอง แต่อ่านหนังสือไปหลายเล่มก็ไม่พบอะไรเลย
“คงต้องไปถามเ้าตัวตรงๆ เลยสินะ” เ้าหญิงนอนหมดหนทางเื่ต่างโลก
เธอคิดว่าไปถามแม็กม่าตรงๆ เลยน่าจะได้ผลกว่ามาหาหนังสืออ่าน
*************************จบตอนที่28*****************