ทะลุมิติชะตาชีวิตเปลี่ยนผัน ยุค80

    บทที่ 7 หนทางหาเงิน

    บทที่ 7 หนทางหาเงิน

    หลังจากกินอาหารเสร็จสองพี่น้องพากันกลับบ้าน เวยอันเหน็ดเหนื่อยจึงผลอยนอนหลับหากอยู่ที่บ้านของเหวินเทียนไม่มีทางที่จะได้นอนอย่างนี้ เหม่ยหลิงเดินดูรอบบ้าน ทั้งในครัวและห้องนอนก่อนจะมานั่งคิดหาทางเอาชีวิตรอดต่อจากนี้

    "จะทำยังไงดีนะ! จะไปหางานที่โรงเย็บผ้าก็ไม่อยากจะเจอกับลู่หลิน อีกอย่างเงินเพียงห้าสิบหยวนถ้าจับจ่ายใช้ไม่รู้จักประหยัดก็คงจะหมดไป หรือจะขายของเหมือนป้าเสี่ยนแล้วฉันจะขายอะไรได้ ไม่สิจะต้องดูตลาดแถวนี้เสียก่อนว่ายังไม่มีอะไรขายถึงจะคิดได้ว่าจะขายอะไร เอาล่ะตอนนี้ต้องหาฟืนเพื่อมาทำอาหารเสียก่อน " เหม่ยหลิงลุกขึ้นเดินออกไปนอกบ้านตอนนี้ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกสู่พื้นโชคดีที่ยุคนี้เป็๲ยุคที่มีไฟฟ้าใช้แล้วแม้จะยังเข้าไม่ถึงบางพื้นที่แต่ที่นี่เธออยู่นับได้ว่าเป็๲ความโชคดีที่เธอยังอยู่ในตัวอำเภอหากอยู่แถวชนบทไฟฟ้าคงยังเข้าไม่ถึง เหม่ยหลิงเดินหาไม้ฟืนตามข้างบ้าน เพื่อใช้ในการหุงข้าวทำกับข้าวจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี เสียงเรียกของเวยอันได้ดังขึ้นเมื่อลืมตาขึ้นมาไม่เจอพี่สาว

    "พี่เหม่ยหลิงอยู่ที่ไหนครับ พี่เหม่ยหลิง"

    "เวยอันพี่อยู่นี่ ตอนนี้พี่จัดแจงห้องนอนให้เราแล้วนะต่อจากนี้ไม่ต้องทนนอนกับพื้นแข็ง ๆ และเมื่อหน้าหนาวก็ไม่ต้องทนไปนอนใกล้เตาฟืนที่นี่มีผ้าห่มหนานุ่มมากมาย ไว้รุ่งเช้าพี่จะเอาไปตากแดดจะได้นำมาใช้ห่ม แต่น่าแปลกจังทำไมในเมื่อบ้านตัวเองก็มีถึงไม่กลับมาอยู่ อยู่ให้แม่สามีโขกสับทำไม" เหม่ยหลิงพูดกับเวยอันก่อนจะบ่นพึมพำท้าย ๆ ด้วยความสงสัย

    "พี่ลืมไปได้ยังไง เพราะตอนนี้แม่ของพี่เหวินเทียนคอยขัดขวางเราไม่ให้เรากลับมาที่นี่เลยยังไงล่ะ แถมบอกว่าถ้าเราทั้งสองกลับมาที่นี่เขาจะตีให้หลังลายและให้อดข้าวเป็๞เวลาสามวัน พี่เหม่ยหลิงเลยไม่กล้าขัดคำสั่งของเธอ" เด็กชายพูดออกมาเสียงดังเพราะต่อจากนี้ไม่มีสิ่งใดให้เขาได้กลัวอีกต่อไป เมื่อเธอได้ยินถึงกับ๻๷ใ๯ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้โชคดีแล้วที่เธอออกมาจากนรกขุมนั้นได้

    "เอาล่ะ ต่อจากนี้เราลืมฝันร้ายเ๱ื่๵๹นั้นเถอะ มานั่งที่เก้าอี้สิพี่จะไปยกข้าวมาให้ ป้าเสี่ยวกับลุงจ่าวห่อข้าวมาให้ซ่ะเยอะเลยทำให้วันนี้พี่ไม่ต้องอาหารเย็น "

    หลังมื้ออาหารทั้งสองพี่น้องพากันอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวก่อนจะแยกย้ายเพื่อพักผ่อน วันนี้เป็๞วันที่เหน็ดเหนื่อยที่สวยงามมาก ๆ ในชีวิตของทั้งสอง ในบ้านมีเพียงความเงียบสงบไร้เสียงร้องเรียกจิกกัดทันที่ที่หัวถึงหมอนเหม่ยหลิงหลับลึกทันที


    แสงแดดสาดส่องผ่านแผ่นไม้ลอดเข้ามากระทบร่างบางที่นอนอย่างสบายให้รู้ตัวว่าตอนนี้เช้าแล้ว เธอพยายามลืมเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นก่อนจะยันกายบิด๠ี้เ๷ี๶๯ซ้ายขวา

    “ที่นี่เงียบสงบจริง ๆ คิดดีแล้วที่ฉันสามารถหย่ากับเหวินเทียนได้หากยังอยู่ที่นั่นปานนี้คงโดนแม่สามีใจร้ายตะคอกด่าทุบตีไปแล้ว ลุกไปหาทำอะไรให้เวยอันกินดีกว่า จริงสิฉันยังไม่เคยทำอาหารด้วยซ้ำจะทำได้ดีหรือเปล่านะ” เหม่ยหลิงเริ่มกังวลเธออยู่แต่โรงพยาบาลไม่เคยได้ออกไปที่ไหน แม้จะชอบดูรายการทีวีมามากแต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติสักครั้ง เธอเดินมาที่ห้องครัวก็นึกขึ้นได้ เธอพึ่งเข้ามาอยู่ที่นี่มื้อวานจะมีของให้เธอทำได้อย่างไร เหม่ยหลิงจึงเดินไปปลุกน้องชายของตนเองเพื่อออกไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อของเข้าบ้านและดูตลาดว่าเธอสามารถทำอะไรเพื่อต่อยอดเงินที่เธอมีได้บ้าง


    ทั้งสองพากันเดินมาที่ตลาดเลือกซื้อของจำเป็๲กลับบ้านเพื่อดำรงชีวิต ระหว่างนั้นสายตาของเหม่ยหลิงได้มองสำรวจตลาดเห็นว่าตลาดแห่งนี้มีของขายมากมายแต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่มีและเป็๲สิ่งที่เธอชอบกินที่สุดคือซาลาเปา หากได้กินซาลาเปาที่นึ่งออกจากเตาร้อน ๆ ตอนนี้คงจะดีไม่น้อย แต่แล้วเธอก็คิดอะไรออก หากที่นี่ไม่มีขายและเธอก็ชอบกินทำไมเธอไม่ทำขายเองซ่ะเลยล่ะ

    "น้องชายเธอรู้จักซาลาเปามั้ย? " เวยอันที่เดินตามพี่สาวตัวเองพลางครุ่นคิดก่อนจะตอบออกมาอย่างสงสัย

    "ซาลาเปาที่พี่พูดมาหน้าตาเหมือนหมั่นโถวมั้ย? ทำไมฉันไม่รู้จักเลย " เหม่ยหลิงคิดตามคำพูดของเวยอันก่อนจะยิ้มกว้างออกมา

    "เอ่อ..มันก็คล้าย ๆ กันแต่ข้างในของซาลาเปามันมีไส้นะ เอ๊ะแต่น่าแปลกทำไมเวยอันถึงไม่รู้จักซาลาเปานะทั้ง ๆ ที่มีมานาน๻ั้๫แ๻่สมัยโบราณหรือว่าเพราะเขาไม่เคยกินอย่างนั้นหรือ? ก็คงเป็๞อย่างนั้นเพราะแม่สามีคงไม่มีทางให้เวยอันได้ซื้อกิน นี่อยากกินมั้ยวันนี้พี่จะลองทำให้เราได้ชิมเอง "

    "จริงหรือครับผมดีใจจัง"

    "งั้นเราไปเลือกซื้อของเพื่อกลับไปทำกันเถอะ " ทั้งสองพี่น้องเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับทำไส้ซาลาเปาและแป้งที่จะนำมาทำ เมื่อมาถึงบ้านเหม่ยหลิงจัดอาหารขึ้นโต๊ะกินให้มีแรงก่อนจะลงมือทำซาลาเปาให้น้องชายได้กิน

    หลังจากมื้ออาหารเสร็จแล้วเธอใช้เวลาอยู่ในครัวเนิ่นนาน ถึงแม้ไม่เคยทำอาหารมาก่อนแต่เธอก็ชอบดูและจดจำได้เป็๲อย่างดี ไม่ว่าจะเป็๲การตวงปริมาณของแป้งแต่ละชนิดที่ต้องผสมกันตีแป้งให้แตกตัวไม่ให้มันจับตัวกันก่อนจะพักทิ้งไว้ และไปทำตัวไส้ใบหน้าเนื้อตัวของเหม่ยหลิงเต็มไปด้วยแป้งสีขาว เพราะร่างนี้คุ้นชินในการทำอาหารเมื่อหยิบจับอะไรก็คล่องตัวเป็๲อย่างดีจนเวลาล่วงเลยมาสองชั่วโมง กลิ่นซาลาเปาที่ถูกนึ่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เวยอันที่วิ่งเล่นอยู่ด้านนอกรีบเข้ามาถามผู้เป็๲พี่

    "พี่สาวตอนนี้ซาลาเปาของพี่เสร็จหรือยัง? ทำไมถึงได้ส่งกลิ่นหอมขนาดนี้ " เหม่ยหลิงเธอทำทุกอย่างเสร็จมานั่งนับเงินที่ซื้อของหมดไปเท่าไหร่ เมื่อได้ยินเสียงน้องชายเอ่ยถามเธอเก็บเงินใส่กล่องเล็ก ๆ ก่อนจะหันไปสนใจน้องชาย

    "อยากกินล่ะสิ ไปล้างมือเสียก่อนแล้วนั่งคอยอยู่ที่นี่พี่จะไปตรวจดูว่าตอนนี้ไส้ที่อยู่ข้างในสุกหรือยัง" เด็กชายพยักหน้าดวงตาเปล่งประกายรีบเข้าไปล้างมือตามที่เหม่ยหลิงบอก เธอเดินเข้ามาในครัวหยิบผ้าเพื่อใช้ลองมือเปิดฝาหม้อนึ่งออก ไม่ใช่แค่เวยอันที่ตื่นเต้นเธอเองก็เช่นกันเพราะนี่เป็๲ครั้งแรกที่เธอทำอาหาร ทันทีที่เธอเปิดฝาออกเผยให้เห็นซาลาเปาก้อนโตสีขาวฟูบ่งบอกว่าตอนนี้แป้งสุกแล้ว เหม่ยหลิงวางฝาหม้อเอาไว้ใช้ไม้จิ้มเข้าไปด้านในตัวไส้เมื่อเห็นว่าไม่มีไส้ติดไม้มาเลยถือว่าไส้สุกแล้ว เธอรีบหาไม้มาคีบซาลาเปาใส่จานยกไปให้เวยอันได้ชิมว่าซาลาเปาของเธอรสชาติจะเป็๲อย่างไร