คำบรรยายถึงรูปลักษณ์ที่ปรากฏอยู่พร้อมกับสายตาที่จ้องมองมาทำให้ชาร์ลีต้องกระชับเสื้อคลุมด้านหน้าให้แน่นขึ้นและยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกลงมาให้เข้าที่เข้าทาง แววล้อๆในดวงตาของเขาทำให้แก้มแดงปลั่งขึ้นด้วยความอาย ชาร์ลีไม่ใคร่แน่ใจนักว่าความร้อนที่เกิดขึ้นในยามนี้เนื่องมาจากความไม่พอใจที่เขามาเห็นภาพที่ไม่เหมาะสมของตนเองหรือสรรพนามที่เขาใช้เมื่อเอ่ยถึง “คุณผู้ชาย”
“อันที่จริงการจูบในตอนเช้ามันก็เป็ธรรมเนียมที่พึงปฏิบัติกันอยู่แล้วนี่” แชดสรุปคำอธิบายของตนเองก่อนที่จะเดินไปยังโต๊ะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในครัวลากเก้าอี้ออกมาตัวหนึ่งทรุดตัวลงนั่ง และหันกลับมามองเธอ “อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรตามความคิดเท่าไหร่หรอกนะแต่ถ้าผมจะขอโทษคุณในสิ่งที่ผมทำลงไปมันก็เท่ากับเป็การโกหกเพราะผมมองไม่เห็นว่าการที่ผู้ชายจะจูบผู้หญิงสวยๆ น่ะ มันเป็ความผิดตรงไหนแม้ว่าเธอจะเป็น้องสาวของนายจ้างก็ตามทีเถอะ”
ชาร์ลีต้องพยายามกลั้นอารมณ์ที่กำลังบังเกิดขึ้นในยามนี้เพราะเธอเองได้พบว่ามันมีความพอใจอยู่ในจุมพิตนั้นมากเกินกว่าที่จะอยากให้เขากล่าวคำขอโทษมันออกจะเป็การเขลาเกินไปถ้าเธอจะทำอะไรแบบเด็กๆ อย่างนั้น ทั้งๆที่สิ่งที่เขาทำลงไปมันก็มิได้เป็อันตรายร้ายแรงชาร์ลีมิใช่ผู้หญิงที่จะแสร้งดีดดิ้นกับเื่เพียงเท่านี้ และยิ่งไปกว่านั้นเธอก็ยังได้สนองจุมพิตของเขาด้วย ซึ่งแชดก็รู้ดีอยู่ แต่กระนั้นเธอจะยอมปล่อยให้เื่มันผ่านไปง่ายๆ ไม่ได้เช่นกันบางทีมันจะเป็การดีถ้าจะพูดกันให้รู้เื่เสียั้แ่ตอนนี้
“คุณรัสเซลล์...” เธอเริ่มขึ้นด้วยน้ำเสียงแสดงอำนาจแต่เขาขัดขึ้นเสียก่อน
“เรียกผมว่าแชดสิ” แววเลศนัยฉายชัดอยู่ในดวงตาที่ยิ้มกริ่ม
“ค่ะ แชด” การที่จะเรียกเขาด้วยชื่อสกุลในตอนนี้ออกจะเป็การกระทำที่น่าขันอยู่ “ฉันคิดว่าทางที่ดีเราควรจะพูดถึงสถานการณ์ของเราทั้งสองให้มันกระจ่างชัดลงไปเสียั้แ่ตอนนี้เลยจะดีกว่านะ ฉันรู้ว่าในอีก 2-3 เดือน หรือประมาณนั้นคุณจะต้องเดินทางต่อไป.เพื่อที่จะไปหา งานทําใหม่แล้วบางทีคุณอาจจะเลยไปอยู่ในรัฐอื่นก็ได้ เพราะคนที่ชอบสัญจรไปเรื่อย ๆอย่างคุณก็ย่อมต้องจะแสวง หาแผ่นดินที่เต็มไปด้วยหญ้าที่เขียวขจีอยู่เสมอฉันไม่ปฏิเสธ หรอกนะว่าคุณเป็คนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง แต่ในขณะที่ คุณอยู่ที่นี้ขอให้คุณเอาเสน่ห์ไปหว่านใส่ผู้หญิงคนอื่นเถอะ”
ชาร์ลีนิ่งอึ้งไปเป็ครู่ และแล้วก็พูดต่อว่า
“ฉันไม่้าจะพาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับคุณหรอกนะแชด คนประเภทคุณนั้นสนใจที่จะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนก็ได้เพราะรู้อยู่ว่ามันเป็เพียงแค่ความสัมพันธ์่สั้นๆ เท่านั้นคุณไม่้าความสัมพันธ์ที่จะ ผูกพันตัวคุณไว้หรอก เอาละฉันเคยทอดตัวลงให้กับความสัมพันธ์อันไร้ความหมายนั่นมาแล้ว และขณะนี้ สิ่งที่ฉันกำลังมองหาก็คือหลักมั่นคงถาวร เพราะฉะนั้นคุณคงไม่หวังว่าฉันจะให้อะไรคุณได้มากกว่าความเป็เพื่อนหรอกนะถ้าคุณอยากจะปรนเปรอผู้หญิงสักคนคุณจะต้องไปหาผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน”
ขณะที่พูดอยู่นั้น ชาร์ลีสังเกตเห็นว่าสีหน้าของแชดสลดลง แววรันทดท้อปรากฏขึ้นขณะเดียวกันเขาก็มิได้ละสายตาจากใบหน้าของเธอเลยและเมื่อเธอพูดจบเขาก็ยกถ้วยกาแฟชูขึ้นตรงหน้า รอยยิ้มนั้นดูจะเกิดขึ้นด้วยความเสียใจมากกว่า
“เอาละครับก็เป็อันว่าผมเข้าใจในทุกสิ่งที่คุณ้าให้เข้าใจแล้ว” แชดกล่าวก้มหน้าก้มตาลงมองน้ำ สีดำๆ ในถ้วย “ผมไม่คิดว่าคุณจะสามารถพูดจาให้เป็ที่เข้าใจกันได้ง่าย ๆ อย่างนี้เลยนะ ชาร์ลี” รอยยิ้มจางๆ จุดขึ้นตรงมุมปาก “อา...บางที่กุญแจดอกสำคัญอาจจะอยู่ตรงนี้เองถ้าผมขืนเรียกคุณว่าชาร์ลีต่อไปอีกนานๆผมก็จะต้องไม่มีวันลืมเรือนร่างที่เหมาะสมกับชื่อนี้อย่างที่สุดไปด้วย” เขาเงยหน้าขึ้นมองเธออีกและทันเห็นใบหน้าของเธอแดง ขึ้นสายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งอยู่กับเนินทรวงใต้เสื้อคลุมบางๆ อีกเป็ครู่ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า “ผมขอโทษด้วยนะชาร์ลีถ้ามันจะทำให้คุณรู้สึกหนักใจอยู่บ้าง”
“ฉันไม่ได้หนักใจอะไรนี่” ชาร์ลียืนยันแต่สายตาคู่นั้นมันทำให้เธอใจคอระส่ำระสายอยู่เธอไม่แน่ใจอยู่เหมือนกันว่าตัวเองอยากจะให้เขารู้สึกว่าเธอมีเสน่ห์พอที่จะรั้งตรึงใจเขาไว้ได้หรือไม่ เพราะดูเหมือนมันจะมีอันตรายอยู่ในความคิดเช่นนั้น และในขณะเดียวกัน ชาร์ลีก็ได้ตระหนักว่า เธอกำลังหาเื่ใส่ตัวด้วยการยืนอยู่ในห้องเดียวกันกับเขาทั้งที่ยังสวมเสื้อนอนและมีเพียงเสื้อตัวนอกบางๆ อีกตัวเดียวคลุมทับไว้ ดังนั้นเธอจึงวางถ้วยกาแฟลงบนเคาน์เตอร์ทั้งที่ยังมิได้ดื่ม ก่อนจะบอกกับเขาว่า
“ขอโทษนะ ฉันเห็นจะต้องกลับไปแต่งตัวเสียที”
“ผมเห็นด้วย” แชดสนองตอบเบาๆอยู่กับขอบถ้วยกาแฟและดูเหมือนชาร์ลีจะสังเกตเห็นรอยยิ้มจุดขึ้นตรงมุมปากของเขาด้วย
อีกยี่สิบนาทีต่อมาเธอก็เดินกลับมาชั้นล่างอีกครั้งในชุดทำงานประจำวัน คือกางเกงยีนเก่าๆกับเสื้อสีสนิมซึ่งผูกชายไว้ด้านหน้า กลิ่นหอมๆ ของเบคอนลอยล่องอยู่ในอากาศซึ่งทำให้ชาร์ลีถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินอยู่แต่แล้วก็ตัดสินใจเดินต่อเข้าไปในครัว
แชดกําลังยืนอยู่หน้าเตา ตอนที่เธอเดินเข้าไปเขาเอี้ยวตัวมามองและถามว่า
“คุณชอบไข่แบบไหนสแครมเบิ้ลหรือว่าจะให้ทอดค่อนข้างสุก”
“ค่อนข้างสุกดีกว่า” เธอตอบออกไปโดยไม่ต้องคิดความรู้สึกแปลกใจยังไม่หายไปจากใบหน้า “ที่จริงคุณไม่จำเป็ต้องทำอาหารเช้าเองก็ได้นี้ฉันก็กำลังจะลงมาทำอยู่แล้ว”
“ผู้หญิงบางคนใช้เวลาแต่งตัวนานมากผมไม่รู้หรอกว่าคุณอยู่ในประเภทไหน” แชดพูดด้วยน้ำเสียงของคนที่มีประสบการณ์ในเื่ผู้หญิงมาไม่น้อย“วันนี้ผมอยากจะ ออกไปทำงานให้เร็วหน่อย ก็เลยไม่คิดจะรอคุณว่าแต่คุณรังเกียจหรือเปล่าล่ะที่จะมีใครมาใช้ครัวร่วมกับคุณ” เขาถามอย่างเล่นแง่
“ไม่หรอก” ชาร์ลีสั่นศีรษะประกอบคำปฏิเสธมองดูเขาต่อยไข่ใส่ลงไปในน้ำมันที่ทอดเบคอนโดยที่ไข่แดงไม่แตกบอกให้รู้ว่าแชดคุ้นชินกับการทำอาหารรับประทานเองมาก่อน
“ทำไม มีอะไรผิดปกติไปอย่างนั้นหรือ” แชดหัน มาถาม
“ก็เปล่าอีกนั่นแหละฉันเพียงแต่รู้สึกแปลกใจที่คุณทำอาหารเป็เท่านั้นผู้ชายส่วนมากไม่สนใจในเื่อย่างนี้เลยด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่นพี่ชายฉันเป็ต้นแล้วทำไมคุณถึงทำเป็ล่ะ” มันมีอะไรหลายอย่างในตัวผู้ชายคนนี้ที่ทำให้เขาออกจะแปลกไปกว่าผู้ชายคนอื่นๆ
“ก็คงเป็เพราะความจำเป็ละมัง” เขายักไหล่อย่าง ไม่ยินดียินร้ายขณะที่ตักไข่ค่อนข้างสุกใส่จานที่วางเตรียมไว้ข้างเตาจากนั้นก็ใช้คีมคีบเบคอนใส่ตามลง และส่งจานนั้นให้ชาร์ลี “สภาพชีวิตที่ผมเป็อยู่น่ะมันจะต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ขนมปังปิ้งอยู่บนโต๊ะแล้ว”เขาบอกในที่สุด
โต๊ะเล็กๆ นั้นถูกจัดเตรียมไว้สองที่ชาร์ลีทรุดตัวลงนั่งตรงที่มีจานเตรียมไว้แล้ว รู้สึกแปลกๆ อยู่ แต่พอใจที่มันมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นเธอทาแยมดิวเบอรี่ลงบนขนมปังตอนที่แชดเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย อดที่จะปรายตามองดูผู้ชายคนที่รอบรู้ได้หมดเสียทุกสิ่งทุกอย่างคนนี้ไม่ได้ใบหน้าของเขาบอกถึงความเป็ผู้มีจิตใจเข้มแข็งมักจะมีรอยยิ้มอย่างคนที่รู้จักความเป็ไปในโลกนี้อย่างดีจุดประกายขึ้นในดวงตาเสมอ เขาปลุกความสนใจในตัวเธอให้บังเกิดขึ้นให้มองดูเขาด้วยสายตาของผู้หญิงที่มองผู้ชายคนหนึ่งและมีความสนใจใคร่ที่จะได้รู้จักเขาให้ดีขึ้นด้วย
“แชด ถามจริงๆ เถอะว่าคุณเกิดที่ไหนน่ะ” ชาร์ลีอยากจะรู้ในประวัติส่วนตัวของเขาบ้าง และก็อยากรู้ต่อไปด้วยว่าเหตุใดเขาจึงต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่เคยอยู่ที่ไหนได้นานจะต้องร่อนเร่จากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งเสมอ
“ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโคโลราโด้” แชดมิได้ลังเลใจที่จะเล่าถึงอดีตของตนเองเลย
“แล้วคุณยังมีญาติพี่น้องอยู่ที่ไหนอีกหรือเปล่า”ชาร์ลีพยายามจะมองให้เห็นภาพพ่อแม่ของเขา และเดาไปถึงความห่วงใยที่บุคคลทั้งสองน่าจะมีต่อบุตรชายที่ไม่เคยอยู่เป็ที่เป็ทางคนนี้”
แชดมีท่าเหมือนจะชะงักไปในครู่สั้นๆก่อนจะสั่นศีรษะและปฏิเสธว่า
“ไม่มี” เขาเงยหน้าจากจานอาหารขึ้นมองเธอแววตาบอกความสนใจเมื่อถามว่า “คุณกับพี่ชายทำไร่ปศุสัตว์นี่มานานเท่าไหร่แล้วครับ”
“ก็ั้แ่พ่อตายด้วยโรคหัวใจเมื่อสองปีก่อนนั่นแหละค่ะ”เวลาที่ผ่านไปทำให้เธอพูดถึงความตายของบิดาได้โดยมิได้แสดงออกถึงความเสียใจมากนัก “แต่แม่น่ะตายก่อนหน้านั้นตั้งห้าปีแล้วเป็นิวมอเนียค่ะ หลังจากแม่ตาย พ่อก็เหงามาก”
“ก็เลยเหลือแต่คุณกับแกงสองคนเท่านั้นสินะ”
“ค่ะ” เธอหั่นเบคอนออกเป็ชิ้นเล็กๆก่อนใส่ปาก
“และทั้งคุณทั้งพี่ชายก็ไม่ได้คิดที่จะขยายครอบครัวให้ใหญ่ขึ้นกว่านี้”เขาเอ่ยต่อ “บอกตรงๆ นะว่าผมไม่อยากเชื่อเลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณจะไม่มีเพื่อนชายเลยแม้แต่คนเดียวรู้สึกว่ามันผิดธรรมชาติอยู่มาก”
ชาร์ลีไหวไหล่ รู้สึกจิตใจหวั่นไหวขึ้นเมื่อหัวข้อสนทนาเกี่ยวพันมาถึงชีวิตรักของเธอ
“เสียใจค่ะ ฉันไม่ได้สนใจใครสักคน”
“อา...” ดวงตาของแชดเป็ประกายขึ้น“นี่คือคำพูดที่ออกจะเป็ปริศนาอยู่จริงไหมคุณอาจจะไม่ได้สนใจ ใครเลยสักคนอย่างที่ว่าแต่ไม่ต้องสงสัยเลยที่จะต้องมีใครสักคนแอบสนใจคุณอยู่”
ท่าทางของชาร์ลีคล้ายจะปฏิเสธคำพูดของเขาอยู่แต่เพื่ออะไรกันเล่า
“ที่คุณพูดมาก็จริงนะ” เธอตอบไปตามความจริง“และจนกระทั่งถึงวันนี้ฉันก็ยังไม่สามารถจะพูดจาให้เขาเชื่อได้ว่าฉันสนใจจะเป็แค่เพื่อนที่ดีของเขาเท่านั้น...เขาคิดว่าฉันควรจะเหมือนกับผู้หญิงโง่ๆทั้งหลายที่ไม่รู้จักใจ ของตนเองนั่นแหละตราบใดที่เขาถือว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก สักวันหนึ่งฉันก็จะต้องใจอ่อนจนได้”
“เขาเป็เพื่อนบ้านของคุณงั้นหรือ” แชดถาม
“ใช่” ชาร์ลีพยักหน้ารับ “เขาชื่อชัค เวทเธอร์บี้ ก็อยู่ในไร่ติดกันนี่แหละ”