- ค่ำคืนของงานวัดใหญ่ -
บรรยากาศรอบกายยังคงคึกคักด้วยแสงสีและเสียงดนตรี แสงไฟจากโคมกระดาษสีแดงสาดส่องลงบนเวทีไม้เก่า ๆ กลิ่นเหล้าขาวจาง ๆ ผสมกับกลิ่นดอกมะลิฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศชวนให้มึนงง
ไกรเพิ่งจบการร้องในเซ็ตแรก ร่างกายกำยำชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อยืดแนบไปกับผิว
เขาเดินลงจากเวทีตรงไปยังห้องน้ำชั่วคราวหลังวิกที่เป็เพียงเพิงไม้กั้นด้วยผ้าใบเต็นท์เก่า ๆ
รอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำไหลหยดจากก๊อกไกล ๆ
ทว่าในความเงียบนั้น เสียงทุ้มนุ่มที่แสนคุ้นหูก็ดังลอดมาจากหลังเพิงไม้... มุมมืดที่คนชอบไปแอบคุยกันส่วนตัว
ไกรชะงักกึก มือที่กำลังจัดการธุระส่วนตัวค้างนิ่ง เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่อัตลักษณ์ของเสียงนั้นมันชัดเจนจนหัวใจเขาตระหนก... มันคือเสียงพี่โอ๊ต
“พลอยครับ... พี่ขอไลน์หน่อยได้มั้ย” เสียงนั้นนุ่มหวานและอ่อนโยน เหมือนเป๊ะกับตอนที่ใช้เรียกเปรี้ยว “พี่เห็นน้องเต้นวันนี้แล้วใจสั่นเลยว่ะ น้องสวยมีเสน่ห์มากเลย...”
เสียงพลอย แดนเซอร์สาวสวยผิวขาวจัด หัวเราะคิกคักเบา ๆ “พี่โอ๊ตก็... หล่อขนาดนี้ สาว ๆ คงรุมขอไลน์จนเครื่องค้างแล้วมั้งคะ”
“เยอะสิครับ แต่พี่ไม่เคยให้ใครเลย... ยกเว้นคนที่พี่รู้สึกพิเศษจริง ๆ” พี่โอ๊ตทอดเสียงต่ำลงจนดูเซ็กซี่
“น้องพลอยตาสวยมากเลยนะครับ เหมือนดาวบนฟ้าเลย พี่มองแล้วละสายตาไม่ได้เลย... น้องคือเ้าหญิงของพี่เลยว่ะ”
ไกรกำมือแน่น ความร้อนรุ่มพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอจนหายใจลำบาก
‘เ้าหญิงของพี่...’ เขาเค่นเสียงพึมพำในใจอย่างสมเพช ‘คำเดิม... มึงใช้คำเดิมเป๊ะเลยนะไอ้สัตว์’
“พี่โอ๊ตปากหวานขนาดนี้ เคยพูดแบบนี้กับคนอื่นมั้ยคะ?” พลอยถามหยั่งเชิงพร้อมเสียงหัวเราะใส ๆ
“ไม่เคยเลยครับ พี่จริงใจกับน้องคนเดียวนะ...” พี่โอ๊ตตอบทันควันด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูซื่อตรงที่สุดในโลก
“พรุ่งนี้หลังจบงาน พี่ขอชวนน้องไปกินข้าวสองต่อสองได้มั้ย? พี่อยากรู้จักน้องพลอยให้มากกว่านี้” เงาราง ๆ หลังผ้าใบ ขยับเข้าหากัน ท่ามกลางเสียงตอบตกลงแ่เบาของพลอย
ไกรได้ยินเสียงเหมือนการจุมพิตเบา ๆ ที่ผิวเนื้อ... สัญญาของความลับที่ไม่มีใครรู้
ไกรสูดลมหายใจเข้าลึก รูดซิปกางเกงขึ้นช้า ๆ ด้วยมือที่สั่นเทาจากความโกรธที่พุ่งพล่าน เขาเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้นเงียบ ๆ กลับไปที่หน้าเวที สายตาคมกวาดมองหาเปรี้ยวที่ยังคงยืนหัวเราะอยู่กับนิดไกล ๆ เธอยังยิ้มกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความสุขและความเชื่อมั่น โดยไม่รู้เลยว่า "เ้าชาย" ของเธอหันห่างไปเพียงไม่กี่ก้าวก็กลายเป็คนละคน
ไกรคว้าไมค์ขึ้นมาถือไว้แน่น ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองแผ่นหลังของเปรี้ยวด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งสงสาร ทั้งแค้นแทน และทั้งสมเพชตัวเองที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเดินเข้าไปเตือน
“มึงไม่รู้เลยใช่มั้ยเปรี้ยว... ว่าไอ้หมอนั่นมันใช้คำเดียวกัน... กับผู้หญิงทุกคน”
เขาหันหลังให้ภาพความสดใสนั้น เดินไปหลบมุมมืดหลังลำโพงแล้วจุดบุหรี่สูบเงียบ ๆ ควันสีขาวลอยคลุ้งในอากาศพอกับความสับสนในอก เขาได้แต่เฝ้ามองเปรี้ยวที่ยังคงมีความสุขกับคำลวง... โดยที่เขากำลังแบกความจริงที่เน่าเฟะเอาไว้เพียงลำพัง
เปรี้ยวยังคงจมอยู่ในห้วงความฝันที่แสนหวาน เธอแย้มยิ้มทุกครั้งที่เห็นข้อความจากพี่โอ๊ต ความสุภาพและท่าทีที่ให้เกียรติของเขาทำให้เธอปักใจเชื่อไปแล้วว่า นี่คือ "รักแท้" ที่จะมาช่วยเยียวยาาแในใจให้หายดี
กระทั่งเช้าวันนัด
พี่โอ๊ตขับรถมารับเธอด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและรอยยิ้มที่ละลายใจเหมือนเคย เขาพาเธอขับรถขึ้นเขาไปยังทะเลสาบที่เงียบสงบ แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองที่ฉาบไปทั่วผิวน้ำดูราวกับภาพวาด
พี่โอ๊ตกระชับมือเธอแน่นพลางเอ่ยคำสัญญาที่ทำให้เปรี้ยวตัวลอย
“พี่อยากใช้ชีวิตร่วมกับน้องจริง ๆ นะ อยากตื่นมาเจอเปรี้ยวทุกเช้า... อยากมีลูกหน้าตาน่ารักเหมือนเปรี้ยว ให้โอกาสพี่ดูแลเ้าหญิงของพี่นะครับ”
คำพูดหวานหูที่พรั่งพรูออกมาพร้อมการจุมพิตที่หลังมืออย่างแ่เบา ทำเอาเปรี้ยวใจอ่อนยวบ
เธอพยักหน้ารับทั้งน้ำตาที่คลอเบ้าด้วยความตื้นตัน จนกระทั่งเขาเอ่ยชวนเธอไปที่คอนโดด้วยเหตุผลที่ดู "อ่อนโยน" ว่าแค่อยากนอนกอดกัน เปรี้ยวที่ความเชื่อใจบังตาจึงยอมก้าวเดินเข้าสู่กรงทองของเขาโดยไม่เฉลียวใจเลยสักนิด
ภายในคอนโดหรูวิวเมืองยามค่ำคืน...
แสงไฟสลัวโทนอุ่นและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ในห้องทำให้บรรยากาศยิ่งเป็ใจ พี่โอ๊ตโน้มตัวลงจูบหน้าผากเธออย่างทะนุถนอม พร่ำบอกเื่อนาคตที่มีเราสองคนและเ้าตัวเล็กหน้าตาเหมือนเธอ จนเปรี้ยวเคลิ้มไปกับััที่เริ่มไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นทีละนิด...
ทว่า ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะถลำลึก
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำเอาอารมณ์รักกระเจิงหายไปในพริบตา