เซวียเสี่ยวหรั่นผูกปมหญ้าฟางเส้นสุดท้ายอย่างระมัดระวังหลังจากนั้นก็นำมาพันรอบเอว กระโปรงหญ้าฟางความยาวถึงข้อเท้าก็เป็นอันเสร็จสิ้น
"ฮ่าๆ ไม่เลว ไม่เลว มีกระโปรงหญ้าฟาง ตอนเย็นกลับมาค่อยเอากางเกงไปซักก็ได้"
เธอลองหมุนตัวรอบหนึ่งเสียงฟางหลวมๆ ส่วนชายกระโปรงเสียดสีกันพรึ่บพรั่บสะท้อนอยู่ภายในถ้ำ
กระโปรงหญ้าฟาง? เอาหญ้าแห้งก้านยาวๆ เหล่านั้นมาทำกระโปรง? มิน่าเมื่อครู่นี้ถึงได้เงียบเชียบนักที่แท้นางก็ยุ่งกับการทำของสิ่งนี้อยู่นี่เอง เพียงแต่กระโปรงหญ้าจะให้ความอบอุ่นกับร่างกายได้หรือเหลียนเซวียนรู้สึกกังขา
กระโปรงหญ้าฟางย่อมไม่มีคุณสมบัติให้ความอบอุ่นมิหนำซ้ำ ยามเดินไปไหนมาไหนลมยังสามารถทะลุผ่านเข้าไปได้ แต่ตอนนี้เซวียเสี่ยวหรั่นแค่ต้องการใช้เพื่อปกปิดร่างกายเท่านั้นเอง
อันที่จริงถ้าเธอหน้าหนาสักหน่อยจะเอากางเกงไปซักเลยโดยไม่ต้องใช้กระโปรงหญ้าฟางมาปกปิดก็ได้ อย่างไรเสียก็มีแต่เหลียนเซวียนที่ตามองไม่เห็นกับลิงน้อยขาหักอีกตัวเท่านั้น
ใครเล่าจะรู้ว่าเธอสวมกางเกงหรือเปล่า
แต่น่าเสียดายเซวียเสี่ยวหรั่นดันหน้าไม่หนาพอ จึงต้องทำกระโปรงหญ้าฟางเอาไว้ปกปิด
เธอนำกระโปรงหญ้าฟางที่ผูกไว้อย่างดีวางบนแผ่นหินด้านหลังเตรียมไว้สำหรับสวมตอนเย็น แล้วค่อยเอากางเกงกับกางเกงชั้นในไปซักกลับมาไฟผิงให้แห้ง แค่นี้ก็แก้ปัญหาใหญ่ได้แล้ว
ยังมีเวลาก่อนถึงเที่ยงวันเซวียเสี่ยวหรั่นเอาหม้อดินขึ้นตั้งบนไฟบนเตาหิน แล้วเอาหางกับกระดูกเลียงผาใส่ลงไปในหม้อ
"เหลียนเซวียน ในนี้มีหางกับกระดูกของเลียงผา ตุ๋นนานหน่อยได้ข้าจะออกไปข้างนอก เที่ยงวันค่อยกลับมา ท่านช่วยดูลิงน้อยด้วยล่ะ"
เซวียเสี่ยวหรั่นกำชับประโยคหนึ่งแล้วหยิบมีดพับ สะพายเป้ขึ้นหลังเดินออกไปจากถ้ำ
ให้เขาดูลิง? ดูอย่างไร? เหลียนเซวียนรู้สึกจนปัญญา
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่นำพาว่าเขาจะคิดอย่างไรเธอเดินเลียบริมฝั่งแม่น้ำตรงไปเรื่อยๆ ทำการสำรวจอย่างละเอียด
ทลายข้อจำกัดมุ่งหน้าสู่อาณาเขตที่เธอไม่เคยเหยียบย่างมาก่อน
สิ่งที่เก็บเกี่ยวได้ระหว่างทางมีมากทีเดียวในพงหญ้าริมฝั่งมีเป็ดป่าจำนวนไม่น้อย เธอจับตัวมันไม่ได้ แต่หาไข่ของมันได้
เซวียเสี่ยวหรั่นสะพายกระเป๋าไว้ด้านหน้าใช้ไม้ตีหญ้าก่อน แล้วค่อยเข้าไปเก็บไข่เป็ด
เดินมาสองสามร้อยเมตรเก็บไข่เป็ดได้สี่รัง ขับไล่งูไปได้สองตัว
"จิ๊ๆ สถานที่เฮงซวย มีแต่งูเยอะแยะไปหมด พวกเจ้าอย่าเสนอหน้าออกมาเชียวมิเช่นนั้นได้ถูกจับไปตุ๋นเป็นน้ำแกงงูแน่"
พอผ่านการฝึกความแข็งแกร่งทางจิตใจมาช่วงหนึ่งเซวียเสี่ยวหรั่นก็ไม่กลัวงูเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีกแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้กินน้ำแกงงูมาหลายมื้อ
เธอปกป้องกระเป๋าเป้ด้านหน้าอย่างระมัดระวังแล้วมุ่งหน้าสำรวจต่อไป
พอสายน้ำลัดเลี้ยวไปถึงทุ่งโล่งแห่งพื้นที่ริมน้ำพลันกว้างขึ้นทันตา อีกทั้งแม่น้ำยังแตกแขนงออกเป็นลำธารเล็กสายหนึ่ง เมื่อเดินไปตามลำธาร ก็เห็นชัดว่าระดับด้านนั้นค่อนข้างตื้นมาก
ดวงตาของเซวียเสี่ยวหรั่นทอประกายระยิบระยับ
"ลำธารตื้นขนาดนี้ เป็นเพราะสวรรค์เห็นพวกเราน่าสงสารก็เลยมอบสวัสดิการเล็กน้อยมาให้หรือ?"
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไรน้ำในลำธารก็ยิ่งตื้น สายน้ำก็ไหลเอื่อยลงด้วย เซวียเสี่ยวหรั่นเหมือนจะเห็นปลาตัวอ้วนพีซึ่งแหวกว่ายอยู่ในลำธารกำลังร้องเรียกเธออยู่
"ว้าวๆๆ"
เธอร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตื่นเต้นก่อนวิ่งไปยังธารน้ำตื้นแห่งนั้น เธอเหยียบไปบนโขดหินข้างลำธารแล้วย่อตัวนั่งคู้เข่าหรี่ตามองสำรวจลงไป
"มีปลา..."
มีปลาจริงๆด้วย ประเมินด้วยตาแล้วยังมีไม่น้อย
"แม่เจ้าโว้ย" เซวียเสี่ยวหรั่นตื่นเต้นเกินพิกัดเกือบหน้าทิ่มลงไปในน้ำ แต่สองมือคว้าโขดหินไว้ทันแล้วรีบขยับตัวถอยมาด้านหลัง
หลังสงบสติอารมณ์แล้วเซวียเสี่ยวหรั่นก็มองไปยังสายน้ำไหลรินในลำธารด้วยรอยยิ้ม
ประเสริฐมีสถานที่แบบนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลุ้มว่าจะอดตายในป่าแล้ว
ส่วนจะจับปลาอย่างไรน่ะหรืออืม....
ต้องลองใช้เถาวัลย์หรือหญ้าไส้ตะเกียงมาทำเป็นตาข่ายยืนอยู่ในน้ำแล้วดักปลาดู น่าจะไม่ยาก ตอนอ่างเก็บน้ำปล่อยน้ำออกมาคนส่วนมากก็ดักปลากันแบบนี้
เซวียเสี่ยวหรั่นตัดสินใจได้แล้วอารมณ์ก็ยิ่งเบิกบาน
ไม่มีเครื่องมือเรื่องจับปลายังไม่รีบร้อน เธอค่อยๆ ยืน ดึงกางเกงขึ้น เริ่มเดินสำรวจโดยรอบ
ลำธารแห่งนี้อยู่ใกล้กับเชิงเขามีพืชพรรณเขียวขจีไปทั่วทุกหนแห่งต้นไม้สีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ร่วงกลับแทบไม่มีให้เห็น
ไม่ไกลจากลำธารมีทางลาดชันผืนหนึ่งปกคลุมไปด้วยใบไม้ที่เขียวชอุ่มเป็นพิเศษเซวียเสี่ยวหรั่นอดใจที่จะเข้าไปดูใกล้ๆ ไม่ได้
พอเข้าไปถึงเธอก็แทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ
ไม้พุ่มที่ขึ้นอยู่ตลอดเส้นทางแห่งนั้นใบทั้งใหญ่และเป็นสีเขียวสด ถ้าไม่ใช่เฝิ่นเฮ่อแล้วจะเป็นอะไรไปได้
เซวียเสี่ยวหรั่นกำมือทั้งสองยกขึ้นมาป้องริมฝีปากในแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความยินดีอย่างปิดไม่มิด
ในที่สุดก็เจอแล้ว
เหลียนเซวียนได้ยินเสียงสวบๆจากด้านนอกใกล้เข้ามา เขาย่นคิ้ว คว้าไม้เท้าค่อยๆ เดินออกไปนอกถ้ำ แม่นางผู้นั้นออกไปนานแล้ว จนยามอู่ [2] ล่วงผ่านไปก็ยังไม่กลับ
ลิงน้อยซึ่งตื่นนานแล้วเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะส่งเสียง "เจี๊ยกๆ" ร้องเรียกไม่ได้
แต่เหลียนเซวียนก็ไม่สนใจมันยังคงมุ่งหน้าไปที่ปากถ้ำ
เสียงสวบๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเร่งร้อนอันคุ้นหูนางกลับมาแล้ว
ว่าแต่นางลากสิ่งใดกลับมาด้วยเสียงถึงได้ดังขนาดนี้
เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นเหลียนเซวียนอยู่หน้าถ้ำแม้จะเหนื่อยแทบขาดใจ แต่เธอก็ยังฉีกยิ้มกว้าง ตะโกนทักคำหนึ่ง "เหลียนเซวียน ท่านทายซิ ว่าข้าหากอะไรมาได้"
เหลียนเซวียนหาได้ตอบกลับแต่จากความตื่นเต้นยินดีในน้ำเสียง ก็คาดเดาสิ่งที่นางหามาได้ไม่ยากต้องเป็นหมาเฮ่อที่นางเฝ้าคะนึงอยู่ทุกลมหายใจเป็นแน่
เสียงลากมาหนักขนาดนี้เป็นไปได้แปดเก้าส่วนว่าจะเป็นเถาเฮ่อ มุมปากของเหลียนเซวียนกระดกขึ้นน้อยๆยืนรอนางเงียบๆ อยู่ที่เดิม
พอลากเถาเฮ่อต้นใหญ่มาถึงปากถ้ำเซวียเสี่ยวหรั่นก็หย่อนก้นลงนั่งหอบแฮ่กๆ
เถาเฮ่อทั้งหนักทั้งยาวระยะทางก็ไกลมากกว่าจะลากกลับมาถึงเหนื่อยจนแทบขาดใจ
"หึๆ ในที่สุดข้าก็หาพบจนได้ เหลียนเซวียน พวกเราจะมีชุดฤดูหนาวใส่กันแล้วไม่เพียงเท่านั้นยังมีปลากินอีกด้วย"
เซวียเสี่ยวหรั่นนึกภาคภูมิใจยิ่งวันนี้โชคใหญ่หล่นทับเธอแท้ๆ ในที่สุดก็มีเรื่องดีๆ ให้พบเจอบ้าง
เธอเล่าเรื่องที่ไปพบลำธารกับเถาเฮ่อให้เหลียนเซวียนฟัง
"มีปลา มีเถาเฮ่อ แถมยังมีเฝิ่นเฮ่ออีกด้วยพวกเราไม่ต้องกังวลเรื่องของกินกับเครื่องนุ่งห่มตอนหน้าหนาวแล้ว ฮ่าๆ"
เซวียเสี่ยวหรั่นนั่งขัดสมาธิข้างเถาเฮ่อยิ้มอย่างมีความสุข
แน่ใจหรือว่ามีธารน้ำก็สามารถจับปลาได้? เหลียนเซวียนเลิกคิ้ว แต่ดูนางจะมั่นใจในตัวเองสูงยิ่ง
แน่นอนว่าให้ยากอย่างไรก็ยังง่ายกว่าจับปลาในแม่น้ำ
เซวียเสี่ยวหรั่นนั่งยิ้มอยู่ครู่หนึ่งก็รูดซิปกระเป๋าเป้มองดูในนั้น นัยน์ตาพลันเบิกกว้าง "ไอ้หยาไข่เป็ดของข้า ร้าวหมดแล้ว"
นางรีบลุกขึ้นมาประคองกระเป๋าเป้เข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง
"เจี๊ยกๆ" ลิงน้อยเห็นเซวียเสี่ยวหรั่นก็ดีใจอย่างเห็นได้ชัด
"ลิงน้อย รอเดี๋ยวนะ พี่สาวจะเจียวไข่ก่อน" เซวียเสี่ยวหรั่นนับไข่ร้าวด้วยความปวดใจ "หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า โอ้สวรรค์ ร้าวไปตั้งห้าฟอง"
เธอวางเป้บนพื้นแล้ววิ่งไปหยิบกระทะบนช่องหินข้างกำแพงที่ยังมีน้ำมันที่เจียวเมื่อวานเหลืออยู่แล้วเอาหม้อตุ๋นน้ำแกงลง เอากระทะขึ้นตั้งแทนที่ พอน้ำมันร้อนก็ตอกไข่ที่ร้าวลงไป
ก่อนหน้านี้กำลังตุ๋นน้ำแกงไฟก็เลยอ่อนมาก เอามาใช้เจียวไข่ได้พอดี เพราะไม่มีตะหลิวเซวียนเสียวหลั่นจึงต้องใช้ช้อนน้ำแกงพลิกไข่เป็ดแก้ขัดไปก่อน
เหลียนเซวียนกลับเข้ามาเงียบๆ
กลิ่นไข่เจียวกับกากมันเลียงผาหอมฟุ้งอยู่ในอากาศ
ลิงน้อยทำจมูกฟุดฟิดดวงตาจดจ้องไปยังทิศทางที่เซวียเสี่ยวหรั่นยืนอยู่
"ไอ้หยาๆ ติดกระทะหมดแล้ว ติดกระทะหมดแล้ว"
หม้อดินประเภทนี้ถ้าเอามาผัดของก็จะติดก้นกระทะได้ง่ายเอามาเจียวไข่ยิ่งแล้วไปใหญ่ ไม่ช้าก็เริ่มติดกระทะ
เซวียเสี่ยวดึงด้ามจับขึ้นมาเอาออกให้ห่างจากเตาไฟ ก่อนพลิกของในกระทะอย่างระมัดระวัง
หลังเทไข่เจียวใส่จานเล็กเรียบร้อยก้นกระทะก็ดำปี๋
เซวียเสี่ยวหรั่นเบ้ปากเปลืองไข่เป็ดไปตั้งเยอะ
...
[1] ยามอู่ หมายถึงช่วงเวลาตั้งแต่ 11.00-12.59