"เรียบร้อยแล้วค่ะ" 30 นาทีต่อมากรีนกลับขึ้นมาอีกครั้งพร้อมคำตอบที่พรรณีแปลกใจ
"ดี แล้วเธอรู้มั้ยว่าเขาเรียกประชุมเื่อะไร" พรรณีถาม ทั้งๆ ที่ มือยังคงพิมพ์เอกสารไม่หยุด
"ไม่ทราบค่ะ"
พรรณีเบ้ปากมองบน คนที่อยู่บ้านเดียวกันจะไม่รู้เลยเหรอ ว่าประชุมวันนี้เป็การเปิดตัวรองผู้ช่วยผู้บริหารคนใหม่ ก็คนที่แนะนำเธอมาทำงานตรงนี้นั่นแหละ
"กรีน มาพบฉันหน่อย" เสียงอินเตอร์คอมบนโต๊ะดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หันไปมอง
" ค่ะ" กรีนกดปุ่มตอบรับ ลุกขึ้นเดินเข้าไปตามคำสั่ง
ท่าทางใสซื่อ แเีจนพรรณีอยาดยกรางวัลออสการ์ให้ แถมดูเหมือนเสน่ห์ของเ้าหล่อนกำลังจะดักเ้านายเธออีกคน เพราะเรียกหาบ่อยจนเธอหมั่นไส้
"ท่านรองจักร เรียกเธอเข้าไปพบทำไม" พรรณีเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางออกมาพร้อมซองเอกสาร
"เอาเอกสารสำคัญไปให้ท่านประธานค่ะ"
พรรณีตาลุกวาว หน้าที่สำคัญนี้ถูกเปลี่ยนมือจากเธอไปอย่างง่ายดายหลังจากหล่อนมาทำงานแค่ไม่กี่วัน
....
"ผู้ช่วยเลขาคุณจักรเอาเอกสารมาให้ค่ะ" ฟ้าเลขาหน้าห้อง คุณขจร ผู้บริหารใหญ่ของที่นี่ กดบอกท่านประธานด้วยความแปลกใจที่คนมาส่งเอกสารไม่ใช่พรรณี
ฟ้ากวาดสายตามองคนตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้า ประเมินว่าหล่อนมีความสำคัญกับใครในนี้
"ให้เข้ามาได้" ขจรขานรับ ปรายตามองไปยังลูกชายคนเล็กที่นั่งกวนอารมณ์อยู่ที่โซฟารับแขก
"เชิญค่ะ" ฟ้าบอกคนตรงหน้า กำลังสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร?
ทั้งๆ ที่เป็เด็กมาทำงานใหม่ แต่ได้ถือเอกสารสำคัญของรองจักรที่ค่อนข้างซีเรียสเื่ความลับมากเป็พิเศษ เข้าไปในห้องประธานใหญ่
กรีนเปิดประตูเข้าไปด้วยรอยยิ้ม และเหมือนจะค่อยๆ จางลง เมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่โซฟารับแขกด้านใน
"เต้! "
ทำไมเขาอยู่ที่นี่?
สายตาที่เขามองมาทำให้เธอรู้สึกประหม่า รวมถึงคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะใหญ่หรูหรานั่นด้วยสีหน้าค่อนค้างบึ้งตึง
บรรยากาศในห้องดูคุกรุ่นแปลกๆ จนเธอเกร็ง
กรีนยื่นซองเอกสารให้ แล้วถอยออกมายืนประสานมือรออย่างสงบเสงี่ยม ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองคนข้างๆ
"แล้วพ่อไม่อยากรู้เหรอว่าเด็กของผมเป็ใคร" เต้พูดขึ้นหลังจากที่พึ่งถกเถียงกับคนเป็พ่อ เื่พาผู้หญิงไปพักที่บ้านแม่ของเขา
การโผล่เข้ามาของใครบางคนที่เขาอยากจะเปิดเผยอยู่แล้ว ทำให้เต้รู้สึกสนุก เดาว่าพี่จักรคงจะตั้งใจส่งมาเพราะรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
!!!
ยิ่งเห็นกรีนยืนเกร็ง เขาก็ยิ่งขำ อยากรู้เหมือนกันว่าพี่จักรจะกล้าเปิดโปงเขารึเปล่า แล้วยัยคนอวดดีตรงหน้า จะทำตัวยังไง
"เป็ใครไม่สำคัญหรอก รีบพาออกจากบ้านแม่แกไปอยู่ที่อื่นก่อนหนูวรดาจะรู้" ขจรตอบลูกชายเสียงเรียบ ก้มหน้าอ่านเอกสารในซองที่ได้มา ก่อนจะจรดปากกาเซ็นลงไป
"ไม่เอาน่าพ่อ ไม่ใช่เื่แปลกสักหน่อย" เต้ย้อนคนเป็พ่อ ความหมายของเขาคือสิ่งที่พ่อเขาเคยทำบ่อยๆ
"อย่าลามปาม ฉันเป็พ่อแกนะ" ขจรเงยหน้าขึ้นย้อนลูกชาย หยิบเอกสารใส่ซองยื่นคืนให้สาวสวยตรงหน้า
"เลขาใหม่เหรอเรานะ" ขจรเงยหน้าขึ้นมองสาวสวยตรงหน้าที่จักรเทพไว้ใจให้ถือเอกสารมาให้ พึ่งเคยได้เห็น ความสวยใสต้องตา ทำให้ขจรเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเก๋ไก๋ หวังกระชากใจสาวน้อยตรงหน้าแบบที่ชอบทำ
"ค่ะ" กรีนรับคำเบาๆ หัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่รู้ว่าคนตรงหน้ารู้รึเปล่าว่าที่เต้พูด หมายถึงเธอ
"ถ้าไอ้จักรไม่ให้ผ่านโปร บอกฉันนะ" ขจรส่งเอกสารให้สาวสวยรั้งเอกสารเอาไว้เมื่อคนตรงหน้ายื่นมือมารับ เปลือยทางเลือกให้หญิงสาวได้รู้
กรีนส่งยิ้มอ่อนหวานให้ รอจนคนตรงหน้าปล่อยเอกสารจึงโค้งตัวและเดินกลับไปอย่างสุภาพ
งานที่เธอเคยทำ ต้องรับมือผู้ชายชีกอมาทุกรูปแบบ เื่นี้ไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวเท่ากับคนที่นั่งโซฟาข้างๆ
หัวข้อสนทนาที่เธอไม่รู้ว่าเขาจงใจพูดแกล้งเธอรึเปล่า แล้วสถานะที่เขาพูดถึงเธอ มันทำให้กรีนเข้าใจสถานะตัวเองได้มากขึ้น
เด็ก?
เธอเป็เด็กของเขางั้นเหรอ? กรีนคิดเคืองๆ คำพูดและท่าทางที่เขาสื่อออกมาเหมือนเธอไม่ใช่เื่สำคัญของเขา ทั้งๆ ที่เธอปวดหัวกับเื่นี้จะแย่ และมันคือชีวิตแทบจะทั้งชีวิตของเธอ
ใจร้ายเกินไปแล้วนะเต้
...
"มีอะไรให้คิดยังงั้นเหรอ? " จักรเงยหน้าขึ้นถามคนที่ยื่นเอกสารคืนให้เขาด้วยอาการครุ่นคิดตลอดเวลา
"เปล่าค่ะ ท่านรองมีอะไรใช้กรีนอีกมั้ยคะ" กรีนดึงความคิดกลับมา
"เดี๋ยวเข้าประชุมกับฉันด้วย"
"ค่ะ"
...
ภาพรองประธานบริษัทคนใหม่ ที่ยืนแนะนำตัวอยู่ตรงข้ามเธอ ทำให้กรีนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เขาส่งเธอมาทำงานที่นี่กับคนที่เธอรู้แล้วว่าเป็พี่ชายเขา แถมยังเป็ความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักจากบทสนทนาที่ได้ยิน
ทำไมกันนะ?
"แกก็ใจกว้างหน่อยนะจักร นี่ก็น้องชายแก ฉันอยากให้บริษัทเติบโตมากกว่านี้" ขจรบอกลูกชายคนโตที่หน้าตึงอยู่ข้างๆ เขา
"ที่ผมทำอยู่ ยังไม่เติบโตอีกเหรอครับ" จักรเทพถามพ่อด้วยความน้อยใจ สาขาและผลกำไรที่เติบโตทุกปียังไม่พออีกเหรอ?
"ฉันคิดว่ามันโตได้มากกว่านี้ ถ้ามีนิพิธมาช่วย" ขจรพูดกับผู้เข้าประชุมทุกคน ไม่สนใจอารมณ์ของจักรเทพที่ต่อต้าน และเป็แบบนี้มาโดยตลอดเวลาเขาพูดถึงน้อง จนเขาเลือกที่จะพามาเลยไม่ต้องเสียเวลาพูดให้ยืดเยื้อ
"ยินดีที่ได้มาร่วมงานกับทุกคนครับ ผมจะทำให้เต็มที่ และเริ่มกันวันนี้เลย" เต้ลุกขึ้นพูด พยักหน้าให้เลขาส่วนตัวจัดการนำภาพฉายสไลด์ขึ้นจอ
"แผนงานของผมเป็แผนงานใหม่ภายใต้สาขาเดิม ดังนั้นไม่ว่ายังไงผมก็คงต้องพึ่งพี่อยู่ดี" เต้หันไปมองจักรเทพยกให้เขาเป็เ้าของแผนงานบริหารการขยายสาขาเช่นเดิมหากตกลงกันได้
"ร้านอาหารของเราส่วนมากเน้นบริการที่ร้านค้าในรูปแบบต่างๆ และเป็งานบริการที่ค่อนข้างยุ่งพอตัวในแต่ละสาขา แต่ที่ผมจะเสนอเพิ่มก็คือ บริการส่งถึงบ้าน" เต้พูดพร้อมกับเอาข้อมูลการตลาดดิลิเวอรี่ที่ได้รับความนิยมกันมากใน่นี้ แถมยังเป็ภาวะที่น่าจะเป็ไปได้ในระยะยาว เขาจึงอยากเปิดยึดตลาดก่อนที่รายอื่นจะชิงไปก่อน
"ก็ไม่เห็นจะต้องทำอะไรนี่ ก็แค่เข้าร่วมกับพวกบริษัทดิลิเวอรี่ดังๆ ไม่จำเป็ต้องตั้งรองประธานใหม่มาให้สิ้นเปลือง" จักรเทพพูดสวนขึ้นเพื่อหักหน้าเต้ทันที ก็นึกว่าโปรเจคใหญ่โตอะไร ก็แค่ส่งของ
"การใช้งานดิลิเวอรี่อื่น เราต้องเสียค่าคอมมิชชั่นให้บริษัทนั้น ในขณะที่อาหารของเราเป็อาหารเกรดพรีเมี่ยมที่ราคาสูงอยู่แล้ว นั่นก็หมายความว่าเราจะเสียค่าคอมมากเกินความจำเป็ รวมถึงราคาสินค้าบางรายการอาจจะปรับสูงขึ้นอีกตามอัตราค่าขนส่งมำให้แข่งกับเ้าอื่นได้ลำบาก" เต้ตอบกลับ
"ใครๆ เขาก็จ่าย" จักรเทพย้อน ทุกคนก็ต้องคิดจุดคุ้มทุนมาอยู่แล้ว
"ใช่ครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมจะตั้งแอพดิลิเวอรี่ขึ้นมาเอง ภายใต้ชื่อบริษัทของเรา เน้นส่งอาหารของเราเป็หลัก และหาพันธมิตรมาเพิ่มเพื่อเก็บค่าคอมมิชชั่นแทน เราจะเอาเงินคนอื่นมาช่วยลดค่าขนส่งของเรา และสร้างรายได้เพิ่มอีดทาง ตั้งเป้าเงินหมุนเวียนในระบบปีแรกขั้นต่ำ 50 ล้าน และเพิ่มเป็ 500 ล้านในปีถัดไป"
ทันทีที่เต้พูดจบ เสียงผู้บริหารฮือฮากันด้วยความสนใจ
กรีนพึ่งเคยเห็นเขาในมาดนี้ มันต่างจากบุคลิกที่เขาอยู่กับเธอแทบทุกอย่าง ยกเว้นท่าทางอวดดีนั่น ยังคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยน
สีหน้าของรองจักรและอาการนิ่งเงียบทำให้กรีนรู้สึกเห็นใจเขา ไม่เคยรู้ว่าการทำงานในองค์กรเดียวกันก็มีการชิงดีชิงเด่นไม่ต่างกัน แม้จะเป็พี่น้องกันก็ตาม ก็นึกว่ามีแต่ในละครหลังข่าว
"ดี ฉันให้อำนาจกับโปรเจคนี้ของแกเต็มที่ พร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่" ขจรมองลูกชายคนเล็กด้วยสายตาชื่นชม กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้เข้ามาทำงานได้ ก็ใช้เวลาไปตั้งหลายปี
วันที่ลูกชายเดินเข้ามาบอกว่าพร้อมจะกลับมาทำงานในตำแหน่งบริหาร ขจรยังแปลกใจ นึกอยากรู้สาเหตุจูงใจในครั้งนี้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
เพราะสำหรับเขาขอแค่ลูกกลับมาทำงานในตำแหน่งที่ควรจะทำเขาก็พอใจแล้ว
ลูกชายสองคนของเขาต้องมีชื่อเสียง และนำพาบริษัทให้เติบโตกว่านี้ได้ก่อนที่เขาจะหมดแรงทำงาน หรือหมดลมไปก่อนเห็นความสำเร็จสูงสุดนั่น ขจรมั่นใจแบบนั้นมาตลอดจึงรีบทำให้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย
แม้ว่าจะเคยมีปัญหานี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน จนสองพี่น้องห่างกันออกไป แต่เขาก็อยากให้ทั้งคู่กลับมาแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน
"ผมจะเริ่มงานวันนี้เลยครับ" เต้ตอบกลับ หันไปมองจักรเทพที่จ้องเขาเขม่งเช่นกัน ก่อนจะเลยไปยังคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จักรเทพ เขาไม่คิดว่าพี่จักรจะดึงกรีนเข้ามาอยู่ในเกมได้เร็วขนาดนี้
สายตาเห็นใจของกรีนที่มองจักรเทพ ทำให้เต้นึกขัดใจ! นี่ใจคอหล่อนจะโปรยเสน่ห์ให้ทั้งพ่อ และพี่เขาเลยใช่มั้ย?
เห็นใจทุกคนไปหมดยกเว้นเขา!