จางิเก็บตัวอยู่ภายในบ้านไม่เปิดประตูหน้าลานบ้านถ้าจะต้องไปตักน้ำเขาก็จะเปิดประตูเล็กหลังบ้านแต่่เวลาที่เขาไปก็คือเช้าตรู่ซึ่งคนจะไม่ค่อยเยอะ
อีกอย่าง่เวลานี้เขารู้สึกเหมือนว่าจะมีพลังงานบางอย่างคอยตามติดเขาอยู่ตลอดคนเรานั้นก็น่าแปลกจากที่กลัวมากๆตอนนี้ก็เริ่มกลายเป็ความเคยชินไปแล้ว
ขณะที่พักอยู่ในบ้านเขาก็มีเวลาได้สำรวจบ้านทุกซอกทุกมุมอย่างจริงจัง
“หืม พื้นตรงนี้ทำไมเคาะแล้วเสียงไม่เหมือนจุดอื่นเลย”ว่าแล้วก็ใช้ท่อนไม้เคาะลงไป หูของเขาที่มีความพิเศษก็คล้ายจะรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างอยู่ใต้ดิน
ไวเท่าความคิดชายหนุ่มเดินไปที่ห้องเก็บฟืนหลังบ้านพร้อมกับหยิบเสียมติดมือมาด้วยแล้วก็ก้าวเร็วๆกลับมาที่ห้องโถงอีกครั้ง จากนั้นก็เริ่มลงมือขุดอย่างจริงจัง
และเพียงไม่นานปลายเสียมก็กระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างชายหนุ่มก้มลงไปดูก็เห็นว่ามันเป็กล่องเหล็กขนาดเล็กเท่าฝ่ามือจึงรีบขุดดินออกให้เป็หลุมกว้างขึ้นและไม่นานก็สามารถหยิบกล่องเหล็กขึ้นมาได้
จางิใช้ชายเสื้อเช็ดทำความสะอาดลวกๆก็เห็นว่ากล่องเหล็กนี้ขึ้นสนิมจนยากจะเปิดออกด้วยวิธีธรรมดาได้ เขาเดินออกไปที่ลานบ้านฉวยได้ขวานเก่าๆมาแล้ววางกล่องเหล็กลงบนพื้น จากนั้นก็ฟันฉับลงไป
กล่องเหล็กที่ขึ้นสนิมนี้ถูกฟันอย่างง่ายดายทำให้จางิได้เห็นว่าข้างในนั้นมีห่อของบางอย่างเขารีบหยิบออกมาแล้วเปิดด้วยความตื่นเต้น
“ฮึ!นี่มันอะไรกันเงินแค่สองหยวนถึงกับขุดหลุมฝังดินเอาไว้ราวกับสมบัติล้ำค่าเลยเหรอ”ว่าแล้วก็ส่ายหน้าด้วยความละเหี่ยใจแต่พอคิดดูอีกทีถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนสองหยวนนี่ก็มีค่าไม่น้อยเหมือนกัน
พอก้มมองพิจารณาดีๆแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าธนบัตรฉบับละหนึ่งหยวนสองฉบับนี้มันน่าจะใช้ไม่ได้แล้วเพราะรูปของคนที่อยู่ในธนบัตรนั่นเองชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเ้าของถึงได้ขุดหลุมฝังดินซ่อนเอาไว้คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาทำงานหนักโดยเปล่าประโยชน์แล้วจริงๆ
จากนั้นเขาก็เก็บซากกล่องเหล็กเอาไปทิ้งส่วนธนบัตรสองหยวนนั้นก็เอาไปฝังไว้ที่หลุมแล้วก็กลบฝังเอาไว้ตามเดิมครั้งนี้มันน่าจะได้ย่อยสลายอย่างแท้จริงแล้วเสียที
“พ่อกับแม่ที่โลกนี้ทำไมไม่ใช่เศรษฐีปลอมตัวแอบมาใช้ชีวิตอยู่ที่ชนบทนะปลารมควัน ข้าว ผักตากแห้งกับเครื่องปรุงนับวันก็จะร่อยหรอ คนพวกนั้นก็ขยันมาระรานกันแทบทุกคืน”
ตอนนี้แม้เขาไม่ได้เปิดประตูออกไปแล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้าน แต่คนจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านก็ยังคงไม่คิดจะปล่อยเขานี่คิดจะกดดันให้เขาอยู่ไม่ได้สินะ ถ้าเขามีทางเลือกเขาก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่นานนักหรอก
ชายหนุ่มครุ่นคิดพร้อมกับเดินวนไปเวียนมาก่อนจะหันมองออกไปนอกหน้าต่าง มองทะลุไปยังยอดเขาสูงด้านหลังบ้านที่นั่นขึ้นชื่อเื่สัตว์ป่าดุร้ายและก็มีงูพิษเป็จำนวนมากทั้งยังหลากหลายสายพันธุ์ด้วยแม้จะมีคนจับพวกมันเอาไปขายในเมืองอยู่เป็ประจำก็ตาม
เขาเริ่มลังเลแล้วแต่ก็เพราะความกดดันที่ได้รับมาโดยตลอดจากคนพวกนั้นและมันก็เกือบจะหนึ่งเดือนแล้วที่เขาต้องคอยหวาดระแวงอยู่ทุกค่ำคืน
คิดมาถึงตรงนี้ความลังเลที่มีอยู่ก็อันตรธานหายไป เขาไม่อาจจะทนอยู่กับสถานการณ์แบบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
“ถ้าไม่ขึ้นเขาไปก็ไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงโชคชะตาคงต้องลองดูสักหน่อย” พูดพลางเขาก็ปรายตามองความว่างเปล่าด้านข้างตัวแม้แต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบดีเลย่นี้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้วความเย็นเยียบแบบนี้เหมือนเขาพกแอร์เคลื่อนที่ตามติดไปทุกย่างก้าวอยากจะตามมาก็ตามไปเถอะ
เหตุผลอีกข้อก็คือ่ก่อนที่เขาไปหาอาหารที่แปลงนาของตัวเองเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างหรืออาจจะเรียกว่าเป็โชคดีในความโชคร้ายก็ได้ที่มีเงาร่างสีดำคอยตามติดและแผ่กระไอเย็นเยียบออกมาตลอดเวลาแบบนี้
นั่นก็คืองูที่เฉียดเข้าใกล้เขาพวกมันจะรีบเลื้อยหนีในทันทีแต่ว่าสัตว์ป่าดุร้ายนั้นเขายังไม่เคยทดลองว่ามันจะมีผลลัพธ์ยังไงคงต้องขึ้นเขาไปพิสูจน์ถึงจะรู้
เช้าวันต่อมาจางิก็สะพายตะกร้าขึ้นบ่าในตะกร้ามีมีด ขวาน เสียม เชือก กระบอกน้ำแล้วก็กล่องอาหารซึ่งด้านในมีมันเผาหนึ่งหัวแล้วก็ไข่ต้มหนึ่งฟองรวมถึงน้ำซุปปลารมควันใส่ผักตากแห้งด้วยส่วนข้าวนั้นหมดไปั้แ่สองวันที่แล้ว และในตะกร้ายังมีของสำคัญที่เขาไม่ยอมให้ห่างตัวนั่นก็คือม้วนภาพโบราณส่วนแหวนหยกนั้นก็อยู่ในกระเป๋าอกเสื้อเสมอ
การที่ต้องออกไปหาอาหารก่อนหน้านี้ และยังต้องทำงานบ้านทุกอย่างเองรวมถึงการตักน้ำผ่าฟืนทำให้ร่างกายของจางิแข็งแรงขึ้นมาก ตอนนี้เขาเดินมาได้เกือบชั่วโมงแล้วเป็ระยะไกลทีเดียวยังไม่มีอาการเหนื่อยเลยสักนิด
เขามองกวาดไปทางไหนก็ไม่เห็นคนจากหมู่บ้านสกุลหลินเลยสักคน
นอกจากจะไม่พบคนแล้วสัตว์ป่าหรืองูพิษก็ไม่เจอเช่นกัน ปรากฏการณ์นี้ทำให้ชายหนุ่มยกมุมปากน้อยๆอย่างพอใจพร้อมกับปรายตามองด้านข้างตัวไปด้วย แอร์ส่วนตัวยังคงตามติดเขามาไม่ห่าง
“ขอบใจมากนะเอาล่ะถ้าอยากจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขก็ให้ช่วยผมทำมาหากินด้วยล่ะ”
เพียงสิ้นคำพูดของเขา ก็มีลมสายหนึ่งพัดมาปะทะร่างของจางิชายหนุ่มพยักหน้าเป็เชิงรับรู้
และคนเราส่วนมากก็มักจะเป็แบบนี้ คือได้คืบก็จะเอาศอกตัวเขาเองก็เช่นกัน
“เท่าที่เคยได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังเวลาตัวเอกในนิยายทะลุมิติมาก็มักจะขึ้นเขาไปหาของป่าแล้วก็จะพบเห็ดหลินจือหรือไม่ก็พบโสมป่า” เขาแค่พูดออกไปลอยๆเท่านั้น แต่ถ้าได้ของเหล่านี้มาก็ดีเพราะจะได้เอาไปขายแล้วซื้ออาหารมาตุนเอาไว้ที่บ้าน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเอ่ยออกไปแต่ชายหนุ่มก็ยังคงคาดหวัง จากนั้นเขาก็เร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้นระหว่างทางถ้าพบผลไม้ป่าก็จะเก็บใส่ตะกร้าไปด้วย
เขาเดินต่ออีกสามชั่วโมงก็บรรลุถึงป่าที่เขาคาดหวังนั่นก็คือป่าที่มีต้นเฟิง และใกล้กันนั้นเขาก็เจอเข้ากับถ้ำแห่งหนึ่ง
“เข้าไปพักตรงนั้นก่อนก็แล้วกันหวังว่าจะเจอของดีนะ” พูดกับตัวเองไปพลางก็เดินเข้าไปในถ้ำ เขาเดินเข้าไปได้ไม่ถึงสิบก้าวก็นั่งลง
ดวงตามากมายในมุมมืดและซอกหลืบของถ้ำมองมาที่ร่างของจางิอย่างหิวกระหาย ทว่าพอได้ถึงร่างเงาที่คอยพิทักษ์และคุ้มครองเขาอยู่ใกล้ๆพวกมันก็ถอยร่นเข้าไปด้านในสุดของถ้ำด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา
จู่ๆจางิก็รู้สึกว่าบรรยากาศภายในถ้ำปลอดโปร่งขึ้นมาเขานำเอากล่องอาหารออกมาจากตะกร้าพร้อมกับกระบอกน้ำ
จากนั้นก็แบ่งอาหารใส่ฝากล่องแล้วก็วางเอาไว้ข้างตัว “แบ่งกันกินก็แล้วกันนะกินอิ่มแล้วก็อย่าลืมทำงานให้ผมด้วยล่ะ”
เงาร่างที่คอยปกป้องจางิถึงกับกลอกตามองบนแต่อาหารบนฝากล่องนี้ก็ล่อตาล่อใจเขาไม่น้อยดังนั้นเขาจึงรีบโบกมือเบาๆอาหารบนฝากล่องก็ทวีจำนวนขึ้นแล้วเขาก็เริ่มกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
ชายหนุ่มที่ยังไม่ได้กินอาหารในส่วนของตัวเองถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าอาหารบนฝากล่องหายวับไปกับตา แต่พอคิดว่าอีกหน่อยเขาก็คงจะชินเองจึงได้หันไปให้ความสนใจอาหารเที่ยงของตัวเองต่อ
พออิ่มแล้วเขาก็เริ่มออกเดินสำรวจพื้นที่รอบๆเป้าหมายของเขาก็คือตอของต้นไม้ โดยเฉพาะต้นเฟิงเขาจะเพ่งพินิจพวกมันเป็พิเศษ
แต่เขาพยายามอยู่เกือบสองชั่วโมงก็ยังไม่เจอเห็ดหลินจือหรือสมุนไพรอื่นๆแม้แต่ต้นเดียวสิ่งที่ได้กลับเป็ไข่ไก่ฟ้ามาเกือบสามสิบฟองแทน “เฮ้อ! อุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งหลายชั่วโมง แต่ได้แค่ไข่ไก่ฟ้า เอาเถอะๆยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน” วันนี้มันเย็นมากแล้วถ้าเขายังชักช้าอยู่ที่นี่ก็อาจจะกลับไม่ถึงบ้านอีกอย่างเขาก็ไม่ได้มีความกล้าถึงขนาดที่จะพักแรมอยู่ในป่าตอนกลางคืนด้วย
ชายหนุ่มยกตะกร้าขึ้นสะพายบ่าแล้วก็เดินดุ่มๆกลับไปยังเส้นทางเดิม โชคดีที่เขาทำสัญลักษณ์เอาไว้ทำให้ขากลับนี้ใช้เวลาเดินทางเพียงหนึ่งชั่วโมงก็มาได้ครึ่งทางแล้ว
ขณะที่เขากำลังมองไปที่รอยบากบนต้นไม้ซึ่งมีสัญลักษณ์ประหลาดๆที่ใครบางคนทำเอาไว้อยู่นั้นข้อมือของเขาก็ััได้ถึงความเย็นเยียบที่เริ่มจะคุ้นเคย
และก็ตามมาด้วยแรงฉุดรั้งเบาๆให้เขาเดินตามชายหนุ่มเริ่มเข้าใจแล้วว่าจะต้องมีอะไรดีๆรอเขาอยู่ จึงได้เดินตามอย่างรวดเร็วและว่าง่าย
ผ่านไปเพียงยี่สิบนาทีจางิก็ต้องตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา “นะ นี่มันเห็ดหลินจือจริงๆด้วยดอกลักษณะนี้อายุไม่ต่ำกว่าร้อยปีหรือสองร้อยปีแน่ๆ”
ร่างเงาที่พาจางิมาถึงจุดที่มีเห็ดหลินจือแล้วก็วางมือจากเขา แล้วก็โบกมือส่งพลังบางอย่างออกไปเบาๆจุดหมายก็คือเห็ดหลินจือ
จางิเดินเข้าไปดูเห็ดหลินจือดอกใหญ่ใกล้ๆแล้วเขาก็ต้องตื่นเต้น “หนึ่ง สอง สาม...เจ็ด แปด เก้า สิบ ว้าว!! มีมากถึงสิบดอกเลย เก็บๆๆ ต้องรีบเก็บให้หมด”
ใช้เวลาสักพักจางิก็สามารถเก็บเห็ดหลินจือออกมาได้ทั้งหมดเขาประคองพวกมันลงในตะกร้าอย่างทะนุถนอมเขากลัวว่าถ้าพวกมันบุบสลายแล้วราคาจะพลอยตกไปด้วย
ต้องกล่าวว่าในยุค 90 นี้ราคาของเห็ดหลินจืออายุห้าปีสิบปีก็มีราคาแพงไม่น้อยแล้ว ยิ่งอายุของมันมากเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นดังนั้นเขาต้องจัดวางพวกมันให้ดีที่สุด
แค่กะคร่าวๆด้วยสายตาใหม่อีกครั้ง นี่ต้องเป็เห็ดหลินจืออายุสองร้อยปีแน่ๆแค่คิดก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนสั่นเทาไปทั้งตัวเลย
ร่างเงาที่เห็นว่าจางิคงจะฝันหวานอีกนานก็เดินมาคว้าเอาแขนของเขาแล้วก็พาเดินกลับเข้าสู่เส้นทางเดิม
จางิที่ได้เห็ดหลินจือล้ำค่ามาแล้วก็ยิ้มหน้าบานฝันหวานราวกับคนบ้า และก็เดินตามการจับจูงไปอย่างว่าง่าย
“พรุ่งนี้ผมจะเอาเห็ดพวกนี้ไปขายในเมืองคุณจะไปกับผมหรือเปล่า” เขาถามผู้ที่ยังคงจับจูงเขาไปข้างหน้าอย่างคาดหวัง
ร่างเงาเพียงโบกมือน้อยๆอย่างรำคาญจากนั้นก็ฉุดรั้งจางิให้เดินเร็วขึ้น จนแทบจะกลายเป็วิ่ง
จางิรับรู้ถึงสายลมอ่อนโยนรอบตัว เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะตามเขาเข้าไปในเมืองแน่นอน“อืม เป็แบบนี้ก็ดีผมจะได้ซื้อของกินให้คุณเยอะๆ วันนี้เป็แค่อาหารบ้านๆเท่านั้นถ้าขายเห็ดได้เงินมาแล้วรับรองคุณจะได้กินของอร่อยมากมายแน่นอน”
ร่างเงาเหมือนจะหยุดชะงักแต่ไม่นานก็ออกแรงดึงร่างของจางิให้เร่งเดินลงเขาไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะถึงเชิงเขาจางิก็ไม่รู้สึกถึงััเย็นเยียบที่ข้อมือเห็นว่ายังไม่มืดชายหนุ่มจึงได้เร่งเก็บฟืนแถวนั้นมาได้สองมัดแล้วก็แบกขึ้นบ่า
เขาไม่ได้ใช้เส้นทางที่ต้องผ่านบ้านของชาวบ้านแต่เขาเลือกที่จะเดินอ้อมไกลอีกหน่อย จะได้ไม่ต้องหงุดหงิดใจกับสายตาของคนทั้งหมู่บ้าน
แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเขาจะได้เจอเข้ากับลุงหลินคนที่ใจดีกับเขามาโดยตลอด เพียงแต่ครอบครัวของลุงหลินก็เหมือนกับคนอื่นๆในหมู่บ้านมีอคติกับเขาอย่างรุนแรง
“อ้าว เสี่ยวิไปไหนมาเหรอลุงไปหาเธอที่บ้านแล้วไม่เจอเลย”
“ผมขึ้นเขาไปหาของป่าครับลุงหลินได้ไข่ไก่ฟ้ามาห้าหกฟอง แล้วก็มีผักป่าด้วยครับ ผมจะแบ่งให้ลุงนะ”ว่าแล้วเขาก็วางมัดฟืนลง แล้วก็หยิบเอาไข่ไก่ฟ้าและผักป่าจากตะกร้าส่งให้กับลุงหลินนี่ก็คือสิ่งที่ลูกชายของลุงหลินบอกกับเขาในวันนั้น เขาคืนให้แล้วนะ
“ไม่ได้ๆๆ เธอเก็บเอาไว้เถอะที่บ้านของลุงยังมีอาหารพอให้กินได้อีกหลายเดือนถ้าให้ลุงมาแล้วอาหารของเธอก็จะน้อยลง จะกินได้สักกี่วันกันล่ะ เอาคืนไปเถอะนะ”
จางิรีบยัดไข่ไก่ฟ้าและผักป่าใส่มือของลุงหลิน“ลุงหลินดีกับผมมาตลอด ตอนนี้ร่างกายของผมก็เริ่มแข็งแรงแล้ว พอจะออกจากบ้านไปหาอาหารและหาของป่าเองได้แล้วจะไม่แสดงความกตัญญูกับลุงได้ยังไงล่ะครับเอาล่ะนี่ก็ใกล้จะมืดแล้วผมต้องรีบกลับบ้านไปทำอาหาร ลุงก็เดินกลับดีๆนะครับ”
“ได้ๆๆ เธอนี่นะ ลุงเชื่อแล้วว่าเธอแข็งแรงแต่ถ้ามีปัญหาอะไรก็ไปหาลุงได้เสมอนะเสี่ยวิ”
“ครับลุง” ชายหนุ่มแบกมัดฟืนขึ้นบ่าแล้วก็เดินแยกไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่บ้านหลังเล็กเก่าโทรมทันที
ภรรยาของลุงหลินที่เพิ่งเดินมาถึง มองตามแผ่นหลังของจางิด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงก่อนจะหันไปพูดกับลูกชาย “แกดูสิ วันๆเอาแต่ทำดีกับเ้าเด็กไร้ประโยชน์นั่นจนฉันเริ่มจะสงสัยแล้วนะว่ามันอาจจะเป็ลูกนอกสมรสของพ่อแก”
ลุงหลินหันไปมองภรรยาด้วยสีหน้าเอือมระอาก่อนจะยื่นไข่และผักป่าไปให้หล่อน “เธอดูให้เต็มตานี่คือของที่เสี่ยวิมอบให้ฉัน ต่อไปแม้ฉันอยากจะช่วยเขาก็คงไม่มีโอกาสแล้วล่ะ”
“ฮึ!ไม่มีโอกาสน่ะสิถึงจะดี ต่อไปที่บ้านก็จะได้ไม่ต้องอดๆอยากๆ พวกเราไปกันเ้าใหญ่!!” ว่าแล้วภรรยาของลุงหลินก็ฉวยเอาไข่และผักป่ามาจากมือของสามีจากนั้นก็สะบัดหน้าเดินจากไปทันที
ลุงหลินได้แต่หันไปพูดกับลูกสาว “ลูกเองก็อย่าเลียนแบบนิสัยจากแม่มากนักล่ะไม่อย่างนั้นคงหาสามีดีๆไม่ได้แล้ว” พูดออกไปแล้วลุงหลินก็รีบเดินจากไปทันที
ลูกสาวของลุงหลินได้แต่เบ้ปากมองพ่อกับแม่ที่ทำตัวราวกับเป็ศัตรูกันมาั้แ่ชาติที่แล้ว แต่ก็ขาดกันไม่ได้สักวันจากนั้นเธอก็เดินตามไปติดๆ
ส่วนเื่ของจางินั้นเธอเองก็มีความรู้สึกกับกาฝากนี่ไม่ต่างจากผู้เป็แม่และพี่ชายเหมือนกัน