ศรัณย์พยายามใช้ชีวิตให้เป็ปกติที่สุดหลังจากคืนนั้น
แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับแฟ้มเอกสารที่ภพถือไว้ เขาไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร แต่สัญชาตญาณบอกว่า… ถ้าเขาได้เห็นมัน บางอย่างที่ถูกปิดซ่อนอยู่คงจะกระจ่างขึ้น
และบางทีมันอาจช่วยให้เขารอดออกไปจากที่นี่ได้
คืนนี้ฝนตกอีกครั้ง
ศรัณย์นั่งอยู่ที่ระเบียงห้อง มองหยดน้ำที่ไหลลงมาตามขอบไม้
เขารู้ว่าถ้าจะทำอะไรบางอย่าง ต้องทำตอนที่ทุกคนเผลอ และคืนนี้ก็เป็โอกาสที่ดี
เขาตัดสินใจลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ
ชั้นสามยังคงเงียบเหมือนเคย
ศรัณย์ก้าวเดินไปตามทางเดินโดยระมัดระวังที่สุด หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกขณะที่เข้าใกล้ห้องที่ภพเข้าไปเมื่อคืนก่อน
เมื่อมาถึงหน้าห้อง เขาหยุดนิ่ง และลองจับลูกบิดเบา ๆ
ล็อก…
ศรัณย์ไม่ได้แปลกใจ แต่ก็อดถอนหายใจไม่ได้ เขาเงยหน้ามองรอบ ๆ ก่อนจะสังเกตว่ามีช่องระบายอากาศเล็ก ๆ อยู่เหนือกรอบประตู
…มันเล็กพอที่คนจะลอดผ่านไปได้ถ้าหุ่นไม่ใหญ่เกินไป
ศรัณย์ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ..
ด้วยความพยายามอย่างยากลำบาก ในที่สุดศรัณย์ก็สามารถลอดตัวผ่านช่องระบายอากาศแล้วลงมายังห้องด้านในได้สำเร็จ
ห้องนี้ดูเหมือนจะเป็ห้องทำงานของภาคิน โต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง รอบ ๆ มีตู้เอกสารที่ถูกล็อกไว้อย่างแ่า
ศรัณย์รีบเดินไปที่โต๊ะทำงาน และเริ่มค้นหาทุกอย่างที่สามารถหาได้
จนกระทั่งเขาเจอแฟ้มปึกหนึ่งวางอยู่ตรงมุมโต๊ะ
‘นี่มัน…’
มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะที่เปิดแฟ้มออกดู
และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เืในกายแทบเย็นเฉียบ
ในแฟ้มมีเอกสารข้อมูลของคนหลายคน… พร้อมกับรูปถ่ายของพวกเขา
ทุกคนเป็ผู้ชาย
และทุกคนมีบางอย่างที่เหมือนกัน..
‘พวกเขาคือคนที่เคยอยู่ในตำแหน่งเดียวกับฉัน’
แต่สิ่งที่ทำให้เขาขนลุกยิ่งกว่าคือ… ด้านล่างของแต่ละแฟ้ม มีคำว่า ‘ไม่อยู่แล้ว’ ถูกประทับไว้ด้วยหมึกสีแดงเข้ม
ศรัณย์รีบไล่ดูชื่อและข้อมูลของแต่ละคน มือของเขาสั่นขึ้นเรื่อย ๆ
‘หมายความว่ายังไงที่บอกว่า… ไม่อยู่แล้ว?’
พวกเขาหายไปไหน?
แล้วเขาจะเป็รายต่อไปหรือเปล่า?
ทันใดนั้น
เสียงคล้ายของแข็งกระทบกันเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากประตูห้อง
ศรัณย์เงยหน้าขึ้น หัวใจแทบหยุดเต้น
มีคนกำลังเปิดประตูเข้ามา..