“คุณจูเลียคะถึงร้านมันจะไม่ใหญ่มากแต่ถ้าฉันจะขายในราคาประมาณนี้ได้ไหมคะ?”
เธอจดตัวเลขลงในกระดาษโน้ตบนโต๊ะแล้วส่งให้ฉันอย่างระมัดระวัง
“เื่นั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ”
ฉันตอบ
“แล้วก็.......ถ้าฉันจะขออีกเื่ได้ไหมคะ?”
เธอถามด้วยความเกรงใจ
“ลองพูดมาสิคะ”
ฉันสงสัยจริงๆ ว่าเธอจะขออะไร
“ฉันอยากให้คุณจูเลียช่วยรับน้องพนักงานที่ชื่อ ยุน ให้ทำงานที่นี่ต่อได้ไหมคะ”
เธอเอ่ย
“...............”
ยุนงั้นเหรอ?ฉันตั้งใจฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อ
“น้องเขาต้องทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนวันหนึ่งก็ต้องทำงานตั้ง 2 อย่าง แล้วก็ยังต้องไปเข้าเรียนอีกน้องเขาทำงานขยันขันแข็งมากเลยนะคะ น่าจะช่วยคุณจูเลียได้เยอะทีเดียว”
เธอพูดจูงใจ
“ได้ค่ะฉันจะยังคงจ้างเขาต่อไปและยังคงสัญญาเดิมให้ค่ะ”
ฉันตอบรับ
“ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ”
เธอกุมมือฉันอย่างดีใจ
“เดี๋ยวฉันจะให้เลขาเข้ามาทำสัญญานะคะไม่ทราบว่าคุณสะดวกเป็เมื่อไหร่ดี”
จูเลียถาม
“ขอเป็ด่วนที่สุดได้ไหมค่ะ?”
สีหน้าเธอดูกังวน
“ได้ค่ะงั้นฉันขอตัวก่อนนะค่ะ”
ฉันยิ้มให้เธอด้วยความเข้าใจ
“ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ”
เธอโน้มตัวให้ฉันอย่างสุภาพก่อนจะเดินจากไป
ฉันจึงหยิบโทรศัพท์โทรหาโลแกน
“สัญญาที่ฉันให้ร่างเมื่อเช้าเสร็จรึยัง?”
ฉันถามปลายสาย
“เสร็จแล้ว!!”
เสียงปลายสายดูเ็า
“เอาสัญญามาให้หน่อยสิที่ร้านเมื่อเช้าน่ะยังจำได้ใช่ไหม?”
“ไม่ว่าง!! เดี๋ยวให้เซนเอาไปให้”
............ตื้ด............
หลังจากพูดจบเขาก็ตัดสายไปทันที
“สงสัยโลแกนจะโกรธจริงๆ แหะ”
ฉันพึมพำพร้อมกับมองดูโทรศัพท์ในมือ
หลังจากนั้นไม่นานเซนก็เอาเอกสารมาให้
“นายก็โกรธฉันเหรอ?”
ฉันถามเซนอย่างจริงจัง
“........................”
เขาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาเ็าแต่ไม่ตอบอะไรกลับมา
“พวกนายนี่นะไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ งั้นเย็นนี้ไปเข้ายิมกัน”
ฉันบ่นอุบอิบ
“ก็ดี”
เขาตอบด้วยสีหน้าพอใจ
ยังเหมือนเดินไม่เปลี่ยนจริงๆ เ้าพวกนี้ ไม่ว่าจะอายุ 40 หรือ 50 ก็ยังทำตัวเหมือนกับเด็กอยู่เสมอเลยแหะ
สงสัยคงต้องไปง้อโลแกนสักหน่อยแล้วและวิธีง้อเ้าพวกนี้ที่ได้ผลสุดๆ ก็คือ........พาไปปล่อยอารมณ์ที่ยิม!!
เมื่อทำสัญญาเสร็จ ฉันก็ไปที่สำนักงานใหญ่พร้อมกับเซน(ถึงแม้ว่าเราจะขับรถกันคนละคันก็เถอะ) และฉันก็สั่งเค้กทีรามิสุที่เป็ของโปรดของโลแกนมาง้อด้วยไม่หายงอนก็ให้มันรู้ไป!!
……………………………………………………………………………………………………
ก๊อก ๆ ๆ
ฉันเคาะโต๊ะเพื่อให้ชายตรงหน้าที่ก้มหน้าก้มตาวุ่นอยู่กับเอกสารเงยหน้าขึ้นมาสนใจ
“มาได้แล้วเหรอ?ไหนบอกเจอกันพรุ่งนี้ไง”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“โลแกนจ้าโลแกน ลองทายดูซิว่าฉันซื้ออะไรมาฝาก?”
ฉันถือเค้กแอบไว้ด้านหลัง
“....................”
เขาจัดเอกสารต่อโดยไม่สนใจฉันเลยสักนิด
ทำไงได้ก็คนงอนมันเป็เขาและคนง้อมันเป็ฉันนี่!!
ฉันบ่นในใจ
“ฉันซื้อของโปรดนายมาฝากด้วยนะอย่าแบ่งให้คนอื่นซะล่ะ”
ฉันวางกล่องเค้กไว้ตรงหน้าเขา
“อ๋อแล้วก็.....หลังเลิกงานไปยิมกัน”
ฉันหันไปบอกเขาก่อนจะเดินเข้าห้องทำงาน
“ไหนดูสิฉันต้องจัดการกับใครก่อน”
ฉันดูหัวข้อแฟ้มเอกสารที่จัดวางอย่างเป็ระเบียบบนโต๊ะ
มีกองที่ด่วนและกองที่ไม่ด่วนสินะเป็ระเบียบดีจริง ๆ สมแล้วที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี
โลแกนและเซนเป็หนึ่งในเพื่อนั้แ่สมัยประถมที่มาทำงานให้กับฉันคนที่ทำงานกับฉันในตำแหน่งสูง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง กันมาก่อนทั้งนั้นส่วนคนอื่น ๆ ในบริษัทที่ไม่มีตำแหน่งสำคัญก็เป็คนทั่วไปที่ฉันจ้างเข้ามา
เพราะความเชื่อใจมันหาซื้อที่ไหนไม่ได้ทั้งในชีวิตก่อนและชีวิตนี้พวกเขาก็ยังคงอยู่ข้างฉันเสมอถึงแม้ว่าตอนนั้นที่โดนยึดบริษัทไปโดยที่พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวและถูกย้ายงานไปต่างประเทศภายในชั่วข้ามคืนก็เถอะและบางคนก็ถึงขั้นโดนจูวอนไล่ออก
แต่ชีวิตในครั้งนี้ฉันจะไม่ทำให้พวกเขาต้องเจออะไรแบบนั้นอีกเพราะตอนนี้ฉันเลิกกับจูวอนไปแล้ว
“โอวว........นี่มันคำเชิญไปเป็ผู้สัมมนาที่มหาลัยนี่นาปีนี้ก็ส่งมาอีกแล้วสินะ!!”
ฉันหยิบบัตรเชิญขึ้นมาดูก่อนจะวางมันลงที่เดิมจากนั้นก็เริ่มเครียงานที่ค้างไว้ั้แ่เมื่อวานซึ่งใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ
ปกติฉันจะมาบริษัทั้แ่เช้าและจะเครียงานเสร็จตอนสายๆ หลังจากนั้นก็จะมีประชุมต่อ เมื่อเสร็จประชุมฉันก็จะไปตรวจเช็คงานด้วยตัวเอง
วันละ3แห่ง เรียงถัด ๆ กันไป และวนไปเรื่อย ๆ เพราะฉันมีกิจการเยอะมากก็เลยจะไปเช็คสถานที่2-3 เดือนสักครั้งหนึ่งเพราะกว่าจะวนมาครบก็ระยะเวลาประมาณนั้น
แต่ถึงฉันจะไม่ไปเช็คพวกเขาก็ทำงานกันอย่างดีอยู่แล้วก็เลยไม่ต้องเป็ห่วงและปัญหาส่วนใหญ่จะมาจาก......บริษัทคู่แข็งซะมากกว่า
“ว่าแต่ข่าวนั้นอยู่ไหนแล้วนะ?”
จูเลียเลื่อนดูวีดีโอการรายงานข่าวในโทรศัพท์เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เธอเห็นผ่านๆ
“อะ!! เจอแล้ว”
เธอเลื่อนมาเจอแล้วเปิดดูอีกครั้ง
…………………………………………………………………………………………………
วีดีโอรายงานข่าว
มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารโดยให้ลูกชายของคุณยายยองจูคุณลูเซียน มารับตำแหน่งแทนชั่วคราวก่อนที่จะได้รับตำแหน่งจริงในอีกประมาณ 2 ปีข้างหน้า”
เสียงนักข่าวสาวรายงานดังออกมาจากโทรศัพท์ของเธอ
“คุณลูเซียนคะรู้สึกยังไงบ้างคะ ในการได้รับโอกาสนี้”
นักข่าวสาวสัมภาษณ์ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ
“ผมรู้สึกดีมากเลยครับที่มาถึงจุดนี้ได้ผมทุ่มเทชีวิตพยายามอย่างหนักและผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดต่อไปครับ”
ผู้ชายรูปร่างสันทัดใส่ชุดสูทสีกรมดูมีภูมิฐานใส่ถุงมือและรองเท้าสีดำเขาตอบสั้น ๆแต่แฝงไปด้วยความหมาย
“เื่นี้ฉันไม่ควรเขาไปยุ่งสินะ!! ถึงจะสงสารคุณยายยองจูแต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดีต้องให้เวลาทำหน้าที่ของมัน
เธอพูดกับตัวเองเพราะเธอรู้ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นในอนาคต
........................................................
ข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัทยองจูเป็บริษัทคู่แข่งของบริษัท JL ที่ตอนนี้มีธุรกิจในถึง 5%ของประเทศนี้และมีธุรกิจอื่น ๆ อีก 3%ที่ต่างประเทศโดยมีคุณยายยองจู เป็ประธานบริษัทตลอดมา
…………………………………………………………………………………………………
“ฉันเคลียร์งานเสร็จแล้วนะยังมีอะไรอีกไหม?”
ฉันถามโลแกนที่นั่งกินเค้กอยู่หน้าห้องอย่างเอร็ดอร่อยหลังจัดการเคลียร์ทุกอย่างเสร็จแล้ว
“เื่สัมมนา้าคำตอบด่วนภายในวันนี้จะปฏิเสธอีกใช่ไหม?”
เขาถามเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้วเพราะฉันไม่เคยไปเลยสักครั้งแต่พวกเขาก็ยังส่งคำขอมาทุกปี
“ไม่!!ครั้งนี้ฉันจะไป”
ฉันตอบ
“ห๊ะ!?”