นัทไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วแต่ทุกวินาทีที่เขาอยู่ใกล้ชิดดีนนั้น ราวกับว่าเวลากลับยืดยาวออกไปเป็นิรันดร์
ลมหายใจอุ่นๆ ของดีนที่เป่ารดอยู่ข้างใบหูรวมถึงััที่แ่เบาแต่หนักแน่นที่กดลงมาบนร่างกายของเขามันทำให้ความคิดในหัวของนัทสับสนจนไม่รู้จะตั้งหลักอย่างไรดี
เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงความรู้สึกที่ทั้งใหม่และแปลกประหลาดเป็ความรู้สึกที่ทั้งหวาดหวั่นต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
แต่ในขณะเดียวกันก็ปรารถนาที่จะดำดิ่งลึกลงไปในความรู้สึกนั้นอย่างห้ามไม่อยู่ราวกับถูกกระแสน้ำวนที่มองไม่เห็นดึงดูดลงไป
“พี่นัท...ผมทนไม่ไหวแล้ว…”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มของดีนแทรกผ่านความเงียบที่ปกคลุมระหว่างพวกเขาเสียงของเขาหนักแน่นและมั่นคงราวกับเป็หลักยึดเดียวที่นัทสามารถเกาะกุมไว้ได้ในตอนนี้
ในความมืดสลัวของระเบียงนัทััได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวดีนมันเป็ความอบอุ่นที่ทั้งปลอบประโลมและเร้าอารมณ์ในเวลาเดียวกัน
นัทเงียบไปชั่วครู่ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีอะไรจะพูด แต่เพราะเขายังไม่แน่ใจว่าจะตอบกลับดีนอย่างไรดี
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความปรารถนาในสิ่งที่แปลกใหม่กำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงในใจของเขา
เพราะสิ่งที่ดีนกำลังทำต่อจากนี้ มันจะไม่ใช่แค่การจูบกันอีกต่อไปดังนั้นเขาจึงต้องลังเลใจเป็ธรรมดา
นัทสูดลมหายใจลึกๆ พยายามตั้งสติควบคุมความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านเหมือนน้ำเดือด เขาหลับตาลงชั่วครู่เหมือนกำลังขอเวลาตัวเองเพื่อตัดสินใจ
“ดีน...พี่ว่า…เราพอแค่นี้เถอะ”
นัทพูดออกมาด้วยเสียงที่แ่เบาราวกับกลัวว่าใครจะได้ยิน แววตาของเขาหลุบต่ำ มองไปยังพื้นระเบียงที่เย็นเฉียบเหมือนไม่กล้าสบตาดีน
เขารู้สึกผิดต่อลูกชายที่นอนหลับอยู่ในห้องและสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของตัวเอง เขาอยากจะหยุดทุกอย่างแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากที่จะผลักไสความรู้สึกใหม่ๆ ที่กำลังก่อตัวนี้ออกไป
ดีนคลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปากรอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นถึงความมั่นใจที่ดูเหมือนจะไม่หวั่นไหวต่อความลังเลของนัทเลยแม้แต่น้อย
รอยยิ้มนั้นกลับทำให้นัทรู้สึกถึงอำนาจที่อีกฝ่ายมีเหนือความรู้สึกของเขาราวกับดีนรู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้วนัทจะไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกนี้ได้
“ผมรู้ครับว่านี่เป็ครั้งแรกเอาเป็ว่าพี่ไม่ต้องกังวล ผมจะทำให้พี่สบายใจที่สุด”
ดีนพูดพร้อมกับจับมือของนัทไว้เบาๆ
ความอบอุ่นจากัันั้นแล่นริ้วไปทั่วร่างกายของนัทราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แม้ในใจจะยังคงมีความลังเลอยู่บ้าง แต่ลึกๆแล้วเขากลับรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดเมื่ออยู่ใกล้กับดีน
ความรู้สึกนั้นขัดแย้งกับเหตุผลและความถูกต้องที่ควรจะเป็อย่างสิ้นเชิงมันเป็ความรู้สึกที่ทั้งน่ากลัวและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
“พี่นัท... ผมรับรองว่าพี่ต้องชอบแน่ๆ”
ดีนกระซิบใกล้ๆ หูของนัทอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆของเขาเป่ารดใบหูของนัทจนรู้สึกวูบวาบ ก่อนจะจูบเบาๆ ลงบนข้างแก้มของเขา
ริมฝีปากของดีนอุ่นร้อนจนนัทรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นความรู้สึกเสียวซ่านแล่นไปทั่วร่างกายอย่างควบคุมไม่ได้ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นภายในตัวของเขา
“หยุด...ดีน เดี๋ยวลูกพี่ตื่นมาเห็น”
นัทพยายามหาข้ออ้างเสียงของเขาแอบสั่นเล็กน้อยตอนที่พูดออกไป แต่ไม่ทันไรนัทก็รู้สึกได้ถึงรอยยิ้มเล็กๆ ของดีนที่แนบอยู่ใกล้แก้มของเขา
รอยยิ้มนั้นทำให้เขารู้สึกประหม่ามากขึ้นไปอีก
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะเบามือที่สุด”
ดีนพูดพลางค่อยๆ หมุนตัวนัทให้หันหน้าเข้าหาผนังปูนด้านหลังอย่างช้าๆมือของเขายังคงจับอยู่ที่เอวของนัทอย่างมั่นคง
ก่อนจะเลื่อนตัวลงต่ำ จูบเบาๆไปตามต้นคอของนัท ลมหายใจร้อนๆของเขาทำให้ผิวของนัทสะท้านทุกครั้งที่ริมฝีปากของเขาััลงไป
ความรู้สึกนั้นทั้งเสียวซ่านและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกันนัทรู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยและไม่รู้ว่าจะสามารถขึ้นมาจากมันได้อย่างไร
แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่อยากที่จะหยุดความรู้สึกนี้เลย
นัทรู้สึกได้ถึงมือของดีนที่ค่อยๆเลื่อนต่ำลงไปวางบนสะโพกของเขา ปลายนิ้วของดีนลูบไล้เบาๆบนสะโพกของเขาอย่างนุ่มนวล ราวกับ้าปลอบโยน
“ดีน...”
นัทเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆราวกับเป็เพียงเสียงกระซิบที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ เหมือน้าจะเตือนสติอีกฝ่าย
“หืม? ว่ายังไงครับ!”
ดีนเลื่อนตัวขึ้นมาใกล้นัทอีกครั้งเขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของพวกเขาทั้งสองแทบจะชิดกัน
ลมหายใจอุ่นร้อนของดีนเป่ารดผิวแก้มของนัทจากด้านหลังสร้างความรู้สึกวูบวาบไปทั่วใบหน้า ราวกับมีเปลวไฟเล็กๆ มาแตะต้อง
ริมฝีปากของดีนประกบลงบนริมฝีปากของนัทอีกครั้งในจังหวะที่แแ่และลึกซึ้งกว่าเดิมความร้อนจากร่างกายของดีนแผ่ซ่านเข้ามาในตัวของนัทอย่างรวดเร็วความรู้สึกทั้งหมดที่ถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกันนั้นเหมือนกับคลื่นั์ที่ซัดเข้าหาชายหาดอย่างไม่มีทางหลีกหนี
นัทรู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงความรู้สึกนั้นอย่างช้าๆแต่ไม่อยากที่จะขัดขืน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามธรรมชาติ
ริมฝีปากของดีนยังคงกดแนบอยู่กับริมฝีปากของนัทไม่มีคำพูดใดๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งสอง
มีเพียงััที่เข้มข้นและลมหายใจร้อนผ่าวที่กระตุ้นให้ร่างกายของนัทเริ่มตอบสนองต่อัันั้นอย่างเป็ธรรมชาติ
รสััจากจูบของดีนทั้งอ่อนโยนและดุดันในเวลาเดียวกันมันไม่ได้เป็การบังคับขืนใจแต่กลับเป็การเชื้อเชิญให้เขาเปิดใจและปล่อยตัวไปตามความรู้สึกที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในขณะนั้น
ลิ้นของดีนที่สอดแทรกเข้ามาแยงตวัดไปมาอย่างชำนาญ มันทำให้นัทรู้สึกเพลิดเพลินอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนโดยปกติแล้วจะเป็นัทเองที่มักจะแสดงบทบาทนั้นกับฝ่ายตรงข้าม
แต่ว่าครั้งนี้…นัทกลับเป็ฝ่ายถูกรุกล้ำเข้ามาจนร่างกายแทบอ่อนระทวย
ความรู้สึกนั้นทำให้เขาสับสนเขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงยอมให้ดีนทำถึงขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่อยากให้มันจบลง
ระหว่างที่พวกเขากำลังจูบกันอย่างดูดดื่มภายใต้เงามืดของระเบียงแสงจันทร์ที่ส่องลงมาเป็เงาตะคุ่ม ชวนให้อารมณ์วาบหวิวของพวกเขามีมากกว่าที่เคย
มือของดีนได้เลื่อนจากแก้มของนัทลงมาที่ต้นคอนิ้วเรียวััผิวของนัทอย่างแ่เบา แต่ทุกจังหวะที่เขาค่อยๆลูบไล้กลับส่งสัญญาณความเร่าร้อนเข้าสู่หัวใจของนัทอย่างไม่อาจต้านทาน
นัทหายใจแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวราวกับกำลังวิ่งแข่งกับเวลาร่างกายของเขาเหมือนถูกดึงดูดเข้าสู่แรงดึงดูดของดีนอย่างไม่อาจควบคุมได้
มือของดีนค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาที่สะโพกด้านหลังของนัทเขาบีบมันเบาๆ ก่อนจะกระชับแน่นขึ้นราวกับ้าให้นัทรู้ว่าตอนนี้ไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว
นัทครางเบาๆ ค่อยๆคลายมือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวลงอย่างช้าๆ ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปวางบนผนังด้านหน้าเพื่อค้ำยันร่างของเขาอย่างไม่รู้ตัว
ในขณะที่จูบยังคงดำเนินไปอย่างดูดดื่มดีนก็ค่อยๆ เลื่อนมือออกจากบั้นท้ายของนัท มาััที่หน้าอกของเขาอย่างแ่เบา
ก่อนจะค่อยๆ วางทาบลงบนแผ่นอกนั้นแล้วบีบขยำเนินอกผ่านใต้ร่มผ้าััที่แ่เบาแต่อบอุ่นทำให้ร่างกายนัทสะท้านไปทั้งตัว
เขารู้สึกถึงมือของดีนที่เริ่มลูบไล้ไปตามสาบเสื้อก่อนจะปลดกระดุมเม็ดแรกออกอย่างช้าๆ