Chapter 2
ผมลงจากเครื่องที่ดอนเมืองเวลาเก้าโมงครึ่งก็รีบเข้าไปที่บริษัททันที
“พี่แขครับ ผมมาแล้วครับ” ผมรีบเดินไปหาพี่แขที่โต๊ะทันที
“อันดา! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะที่กลับมา นี่ข้อมูลระบบที่ท่านประธานอยากทราบน่ะ” ผมรับเอกสารมาอ่านคร่าว ๆ แต่ทำไมต้องเรียกผมกลับมาล่ะ ในเมื่อถ้าแค่นี้ให้รวิดูก็ได้นี่ ตัวพี่ภพเองก็เข้าใจไม่ใช่เหรอ
“เอ่อ มีแค่นี้เหรอครับที่ท่านประธานอยากทราบ” ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” ถึงพี่แขจะเป็เลขาส่วนตัวพี่ภพแต่ข้อมูลเชิงลึกพวกนี้พี่แขย่อมไม่เข้าใจ แล้วทำไมพี่ภพต้องเรียกเรากลับมานะ
“ได้ครับพี่แข เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้เลย เอ่อ แล้วพี่ภพจะเข้าบริษัทกี่โมงครับ”
“น่าจะเที่ยง ไม่ก็บ่ายเลยจ้ะ วันนี้คุณภพมีคุยงานกับลูกค้า”
ผมเดินกลับมาที่โต๊ะ แล้วหันไปคุยกับรวิ โต๊ะของผมกับรวิน่ะอยู่ติดกันเลยทำให้ไม่ต้องเดินไปหา
“วิ แกทำเอกสารชุดนี้ได้มั้ย” ผมยื่นเอกสารที่เพิ่งได้รับจากพี่แขไปให้
“ได้ดิ ก็เราเป็คนทำด้วยกันนี่ อย่าบอกนะว่าที่แกกลับมาก่อนกำหนดเพราะพี่ภพตามแกมาทำไอ้นี่น่ะ”
ผมหันไปพยักหน้าเซ็งให้วิ
“แบบนี้มันก็เกินไปมั้ย” ใช่ ผมรู้ว่าทุกครั้งที่ผมลาหยุดพี่ภพจะชอบหาเื่ให้ผมกลับมาก่อนกำหนดหรือไม่ก็หาเื่โทรไปกวนเวลาของผมเสมอ แต่ครั้งนี้มันเกินไปหน่อย แทนที่ผมจะได้อยู่กับพ่อแม่ ได้ผ่อนคลายสักหน่อย ผมโกรธมาก สงสัยครั้งนี้คงต้องคุยกันให้รู้เื่
“ครั้งนี้คงยอมปล่อยไปไม่ได้แล้วล่ะ สงสัยเลยได้ใจ”
“แกต้องใจเย็นๆ นะเว้ย ถ้าเกิดแกทะเลาะกับเค้า แล้วเค้าแกล้งบีบให้แกลาออกขึ้นมาจะไม่ซวยเหรอ”
“แกก็รู้ว่าเราไม่ได้แคร์เื่เงิน” ผมยักไหล่ให้วิ แน่ล่ะ ถ้าผมลำบากนะผมคงไม่อดทนทำงานที่นี่หรอกใช้งานหนัก เงินเดือนก็น้อย แต่ที่ผมยอมก็เพราะว่าวิอยู่ที่นี่ต่างหากล่ะ แต่เวลาสามปีก็แสดงให้ผมเห็นแล้วว่าวิคนที่เคยอ่อนแอ เข้มแข็งขึ้น
“และตอนนี้แกก็อยู่ด้วยตัวเองได้ และพี่สิงห์ก็หลับมาแล้ว” ผมหันไปพูดแล้วดึงแฟ้มงานกลับมาทำ สิงห์เป็แฟนหนุ่มของวิ ที่ไปต่อปริญญาโทที่เมืองนอก ตอนพี่แกไปใหม่ๆ วิแทบอยู่ไม่เป็ ก็แน่ล่ะ ไม่เคยห่างกันเลยั้แ่หมั้นกันตอนปีสามนี่นา
“วิรู้ว่าที่อันยอมมาทำงานที่นี่ก็เพราะว่าห่วงวิ ยังไงก็แล้วแต่อันละกัน” วิหันมายิ้มให้
ผมรีบทำงานจนเวลาเที่ยงนิด ๆ ก็เสร็จ
“อันดา คุณภพเพิ่งเข้าบริษัทมาพอดีค่ะ ยังไงเข้าไปส่งได้เลยนะ” พี่แขที่กำลังจะออกไปทานข้าวกลางวันหันมาบอกผม
ก๊อก ๆ ๆ
‘เชิญครับ’
“สวัสดีครับพี่ภพ” ผมเดินเข้าไปวางเอกสารบนโต๊ะแล้วยกมือไหว้
“อันดา ขอบคุณมากเลยนะที่กลับมาทำงานด่วนให้พี่ ถ้าไม่มีเราพี่แย่แน่เลย”
“เหรอครับ รวิเองก็อยู่นะครับพี่ ผมจำได้ว่าพี่เป็คนสอนเื่ระบบนี้ให้ผมกับรวิเอง” ผมกล่าวขึ้นลอย ๆ แต่หน้าพี่ภพนี่เสียทันที
“อ่ะ อ้อ เออ เนอะ ใช่ๆ แหม พี่ก็งานยุ่ง ๆ ต้องขอโทษอีกทีนะอันดา ยังไงเดี๋ยวพี่เลี้ยงมื้อนี้ถือว่าเป็การขอโทษแล้วกันเนอะ ปะ เดี๋ยวไปรถพี่” พี่ภพเนียนเดินมาจับมือผมแล้วดึงไปทานข้าว ผมขืนตัวแล้วดึงมือตัวเองกลับมา
“ไม่ครับพี่ภพ นี่เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วครับที่พี่เรียกตัวผมกลับมาด่วนระหว่างที่ผมลาหยุด ผมไม่เคยว่าถ้ามันเป็งานด่วนที่จำเป็ต้องเป็ผม แต่ครั้งนี้มันเกินไปครับ ต้องขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้นะครับ ถ้ามีครั้งหน้า พี่ภพคงต้องเตรียมหาพนักงานใหม่แทนผม ผมรู้ครับว่าพี่ภพคิดกับผมเกินเ้านายกับลูกน้องแต่การเรียกตัวผมกลับมาระหว่างที่ผมพักผ่อนกับครอบครัวโดยไม่มีเหตุจำเป็ครั้งนี้ทำให้ผมคิดว่า ผมคงไม่ชัดเจนพอกับเื่นี้ ดังนั้นผมจะทำให้ชัดเจนมากขึ้น ต่อจากนี้นอกจากเื่งานผมคงต้องขออนุญาตปฏิเสธนัดหมายอื่นๆ นะครับ อ้อแล้วก็ผมจะหยุดงานตามกำหนดเดิมที่ผมลาไว้นะครับคุณภพ ขออนุญาตครับ” ผมโค้งให้แล้วเดินออกมาทันที
“วิ เราจะกลับแล้วนะ แล้วก็หยุดตามกำหนดการเดิม มีอะไรก็โทรมานะ”
“อื้ม พักผ่อนนะอัน”
“อันดา เดี๋ยวก่อน อันดา” พี่ภพไม่สิคุณภพ เรียกผมที่กำลังจะเดินเข้าลิฟต์เสียงดัง แต่แน่ล่ะผมไม่หยุดหรอกนะ นี่วันหยุดผม
‘พี่ลัทครับ ไอกำลังลงลิฟต์มารอหน้าตึกเลยครับ’
“แฮ่ก ๆ อันดา เดี๋ยวฟังพี่อธิบายก่อน อันดาพี่ขอโทษ อันดา” เป็พี่ภพที่คงวิ่งตามมา
“ออกรถเลยครับพี่ลัท” แต่คุณภพคงคิดว่าผมจะขึ้นรถแท็กซี่กลับเหมือนเคย แต่เปล่าผมให้พี่ลัทนำรถมารอผมแล้ว
“กลับคอนโดเลยนะครับคุณไอ”
“ครับ”
รถเบนซ์สี่ประตูที่ราคาเกินกำลังเงินเดือนของพนักงานธรรมดาขับออกไปด้วยความรวดเร็ว เพียงไม่นานก็ถึงคอนโดหรูที่อยู่ห่างจากออฟฟิศเพียงสามสถานีรถไฟฟ้า
“วันนี้ไอไม่ออกไปไหนแล้วพี่ลัทตามสบายเลยนะครับ” ผมหันไปบอกพี่ลัทก่อนก้าวลงจากรถ
เฮ้ออ เหนื่อยชะมัด อ๊ะ ตุ้บ พลั่ก
เจ็บชะมัด เดินมาชนใครเข้าล่ะเนี่ย
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
“อ่า ไม่เป็อะไรครับ ต้องขอโทษด้วย ที่ไม่มองทางให้ดีครับ” อ๊ะ คนนั้นที่ภูเก็ต ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ตึกตัก ตึกตัก
“อ่ะ เอ่อ ผม ขะ ขอตัวนะครับ” ผมพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นและพยายามก้าวหนีคนตรงหน้าขึ้นห้อง หวังว่าเค้าคงจะไม่ผิดสังเกตุกับอาการของผมนะ
เทมส์ >
ตุ้บ พลั่ก
ตึกตัก ตึกตัก ความรู้สึกนี้มันแบบเดียวกับที่ทรอสรู้สึกเลยนี่นา ปากเล็ก ๆ นั่น ทำไมน่าฟัดขนาดนี้ล่ะ แม่งเอ้ยถ้าอยู่บนเตียงละก็ ซี้ดดด
ครืดดดด ครืดดด
‘เทมส์ มึงไม่เป็อะไรนะ’
‘เออ ไม่เป็อะไรกูแค่กำลังสงสัยว่าโลกเรานี่จะกลมไปไหน ให้ทายว่ากูเจอใคร’
‘อย่าบอกนะว่ามึงเจออันดาน่ะ’
‘ใช่ ใต้จมูกเลยมึง กูเจอที่ตึก Thani กูกำลังจะออกไปประชุมพอดี’
‘เหี้ยยย ใกล้มากอ่ะ งี้ก็ชิวละดิ’
‘อืม เดี๋ยวรอข้อมูลจากโจนี่อีกทีว่าอันดาอยู่ที่นี่หรือว่าแค่มาหาใคร แต่จากที่ดูมีคีย์การ์ดเองน่าจะอยู่ที่นี่’
‘เค เจอกันตอนเย็น วันนี้กินข้าวที่คอนโดละกันเนอะ 555’
‘เจอกัน’ หึ ใกล้ขนาดนี้อย่าหวังว่าจะรอดเลยกวางน้อย
เทมส์วางสายพลางก้าวขึ้นรถสปอร์ตที่ลูกน้องนำมาจอดไว้ให้แล้วขับออกไปทันที
ไอเข้าห้องมาได้ก็เดินไปล้มตัวลงบนเตียงพลางคิดถึงชายคนที่เจอกันด้านล่างของตึก อะไรจะบังเอิญขนาดนี้นะ แต่อยู่มาสามปีไม่เคยเห็นเลยแฮะ อาจจะแวะมาหาคนรู้จักละมั้ง เป็ใครกันนะ ว่าแต่ทำไมความรู้สึกมันถึงต่างจากตอนที่อยู่ภูเก็ตล่ะ ถึงจะไม่มากก็เหอะแต่รอบนี้ดูเข้มแล้วตาก็ดุกว่าเดิมอีก โอ้ยย พอ ๆ ไอเลิกคิดถึงหมอนั่นได้แล้วจะเป็ใครก็ช่างเค้าเถอะ
ห้องของไออยู่ในคอนโดตั้งบนชั้น 29 ของตึก Thani ทั้งชั้นมีเพียงห้องเดียวซึ่งเป็กึ่งเพนท์เฮาส์มีสามห้องนอน ห้องใหญ่เป็ของไอ มีห้องรับรองแขกและห้องของลัทไอชอบความเป็ส่วนตัวของคอนโดนี้ ครั้งแรกที่เข้ามาดูห้องก็ตัดสินใจซื้อโดยไม่ลังเล แม้ว่านั่นจะทำให้พ่อกับแม่โกรธไปสักพักใหญ่เื่ที่ตัดสินใจโดยไม่ปรึกษากันก่อน แต่เมื่อพ่อกับแม่ได้มาเห็นห้องของไอก็ถึงกับต้องออกปากชมไม่ขาดเพราะนอกจากทำเลที่ตั้งของตัวคอนโดเองที่อยู่ในเมืองติดกับสถานีรถไฟฟ้าทำให้การเดินทางสะดวกมาก ๆ การออกแบบและตกแต่งภายในกับพื้นที่ใช้สอยภายในห้องก็ถูกแต่งออกมาได้อย่างลงตัวไม่เวอร์จนเกินไป และที่สำคัญระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงที่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปจนถึงพนักงานสามารถจดจำใบหน้าของลูกบ้านทุกคนในตึกได้ ระบบแสกนคีย์การ์ดในลิฟท์เพื่อกดชั้นที่อยู่ ระบบแสกนลายนิ้วมือหน้าห้อง พ่อกับแม่ถึงได้เลิกโกรธที่เ้าตัวตัดสินใจกระทันหัน
หลังจากย้ายเข้ามาอยู่แล้วก็มีเื่ที่ทำให้ไอหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยอย่างเื่สระว่ายน้ำ ที่เป็แบบสระรวมของตึกทำให้มีผู้คนเข้าไปใช้บริการเป็จำนวนมากใน่เวลาเลิกงาน แม้จะไม่ได้เยอะถึงขั้นไม่มีที่ แต่ไอก็ไม่ชอบที่จะลงไปว่ายน้ำในสระที่มีคนเยอะ นั่นเป็สิ่งเดียวที่ไอรู้สึกเสียดายว่าทำไมไม่ซื้อเพนท์เฮาส์ที่อยู่สูงขึ้นไปอีกหน่อยเพื่อจะได้มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ไอเคยลองปรึกษากับพ่อและแม่เื่นี้แต่ก็ได้คำตอบว่าถึงจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวยังไงก็ไม่เหมือนสระใหญ่ สุดท้ายแล้วไอก็เบื่อการว่ายวนไปมาในสระเล็ก ๆ อยู่ดี ประเด็นเื่การซื้อห้องใหม่จึงตกไป
ปึง แกร๊ก สงสัยพี่ลัทกลับเข้ามาแล้วแน่เลย
“วันนี้คุณไอจะทานอะไรดีครับ ผมเพิ่งซื้อของสดเข้ามาเติม” พี่ลัทถามระหว่างกำลังเก็บของสดเข้าตู้เย็น
คงกำลังสงสัยสินะครับว่าพี่ลัทคือใคร อา พี่ลัทคือคนที่คอยดูแลผมเองครับ คล้าย ๆ พ่อบ้านอะไรทำนองนั้น พี่เค้าจะคอยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยทั้งก่อนผมตื่นนอนจนกระทั่งผมเข้านอนเลยล่ะ
“ผมอยากกินพาสต้าครับ” ผมเดินมานั่งมองพี่ลัทเก็บของที่เคาท์เตอร์
ชายหนุ่มเก็บของอย่างคล่องแคล่วและกำลังเริ่มนำเส้นพาสต้าออกมาแช่เพื่อเตรียมมื้อเย็นให้กับร่างบาง
“ชายคนนั้นเ้านายของคุณไอ ทำอะไรเกินเส้นไปหน่อยมั้ยครับ ถ้าคุณไออยากให้ผมจัดการ”
“ไม่ต้องครับ” ไอปฏิเสธขึ้นทันทีหน้าหวานบึ้งขึ้นนิดหน่อยแต่นั่นก็ไม่รอดสายตาคมของลัทไปได้
“รับทราบครับ” ลัทตอบรับคำสั่งนั้นนิ่ง ๆ แต่ในฝจก็เตรียมหาวิธีสั่งสอนภพโดยที่ร่างบางไม่รู้
“ั้แ่พรุ่งนี้ไปพี่ลัทไปรอรับไอตอนเลิกงานด้วยนะครับ” ไอพูดก่อนจะเดินหนีเข้าไปอาบน้ำในห้อง
เฮ้ออ ไม่น่าไปหงุดหงิดใส่พี่ลัทเลยแฮะ พรุ่งนี้คุณภพต้องโทรมาตื๊อขอคุยด้วยแน่ ๆ เลย คนอะไรหน้าด้านชะมัด