บทที่ 6 สังเกตเห็นบางสิ่ง
หานปิงในฐานะแพทย์ผู้รักษาเยี่ยเจีย เมื่อเยี่ยเจียเปลี่ยนหัวใจใหม่แล้ว การปรากฏตัวของฟู่อวิ่นซาง จนกระทั่งการแต่งงาน เขาเป็พยานรับรู้เื่ราวทั้งหมด
ตอนนั้นเขาก็ได้แนะนำฟู่อวิ่นซางถึงวิธีการดูแลเยี่ยเจียหลายอย่าง และสั่งห้ามไม่ให้มีบุตรด้วย
เยี่ยเจียจับแขนหานปิงที่กำลังจะหันหลังจากไป “ไม่ใช่ เขาไม่ได้บังคับฉันค่ะ”
“แล้วคุณ…”
“ฉันแค่อยากให้เขาได้มีลูกสืบสกุล เขาอายุขนาดนี้ ถ้าเป็คนอื่นคงเป็พ่อกันไปแล้ว พ่อแม่ของเขาก็อยากอุ้มหลานแล้วด้วย ฉันก็คิดดูแล้ว ถ้าร่างกายฉันสามารถทำได้ก็อยากจะลองเป็แม่ของลูกให้เขาสักครั้ง เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมานั่งเสียดายทีหลัง และไม่ให้เขากับครอบครัวต้องเสียดายด้วย”
ในเมื่อเยี่ยเจียพูดมาขนาดนี้แล้ว หานปิงก็ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดไหนมาห้ามปรามเธอได้อีก
หมอหานถอนหายใจยาวเหยียด พลางส่งสายตาจับจ้องไปยังเธอ “ก็ได้ แต่ฉันหวังว่า ฉันจะยังเป็หมอประจำตัวเธอต่อไปได้นะ”
หากมีอะไรเกิดขึ้น เขาจะได้ช่วยให้เธอตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที
“ลำดับที่สามสิบหก เยี่ยเจีย”
เสียงพยาบาลเรียกลำดับจากระยะไกล ขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเขา ฝ่ายเยี่ยเจียมองไปทางพยาบาลแล้วรีบขานรับ “ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
เมื่อเยี่ยเจียเดินเข้าไปแล้ว หานปิงก็ตามเข้าไปด้วย เขายังไม่ทันรอให้หมอเปิดปาก ก็คว้ารายงานผลการตรวจมาดูก่อนเลย “หมอหู่ ให้ผมดูรายงานหน่อย”
“ร่างกายคุณฟื้นตัวได้ดีมาก ไม่มีอาการผิดปกติหรือการปฏิเสธหัวใจใหม่เกิดขึ้น”
“ดีจังเลยค่ะ” เยี่ยเจียดีใจมาก
แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยังไม่ทันจางหาย ก็ได้ยินหานปิงพูดต่อว่า “แต่เื่การมีลูก ผมแนะนำให้คุณรอไปอีกระยะหนึ่ง แม้แต่การเตรียมตัวเพื่อตั้งครรภ์ ก็ต้องเตรียมการให้ดีเสียก่อน”
เยี่ยเจียพยักหน้ารับคำ เธอเข้าใจดีว่าการตั้งครรภ์เป็เื่เสี่ยงอันตรายมาก ดังนั้นคำแนะนำของแพทย์หานปิงคนนี้ เธอพร้อมจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เธอสามารถมีชีวิตรอดและให้กำเนิดเด็กได้ ในขณะนี้เยี่ยเจียรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของเ้าของหัวใจดวงนี้เป็อย่างยิ่ง
ทันใดนั้น เธอหันไปถามหานปิง “หมอหาน ญาติของผู้บริจาคหัวใจให้ฉันตอนนี้พวกเขาเป็ยังไงบ้าง?”
“ฉันไม่รู้เลย”
“ฉันรู้ว่าโรงพยาบาลมีข้อตกลงในการรักษาความลับของผู้บริจาค แต่ไม่คิดว่าแม้แต่คุณที่เป็หมอในโรงพยาบาลแห่งนี้ยังถูกปิดบังไว้ด้วย ฉันคิดว่าคุณน่าจะรู้สักนิดนะคะ”
เธอนึกถึงสิ่งที่สวีเสี้ยนหย่ากล่าวว่าหัวใจของเธอเป็หัวใจที่ถูกขโมยมา เป็ไปได้หรือไม่ว่าสวีเสี้ยนหย่ารู้จักผู้บริจาคหัวใจให้เธอคนนั้น
หานปิงขมวดคิ้ว จ้องมองเยี่ยเจียด้วยสายตาเคร่งเครียด “เยี่ยเจีย ทำไมเธอถึงถามเื่นี้กะทันหัน”
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากขอบคุณครอบครัวของเขาเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเยี่ยเจียพูดอย่างนั้น หานปิงก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาก หมายความว่าเมื่อครู่เขาคิดมากไปเอง
เขาคิดว่าเธอเริ่มสงสัยอะไรบางอย่างเข้าแล้ว
เยี่ยเจียมักจะก้มหน้าลงเมื่อโกหก ดังนั้นเธอจึงไม่เห็นสีหน้าแปลกประหลาดของหานปิง เธอจึงเก็บความคิดเอาไว้ แล้วมองหานปิงด้วยรอยยิ้ม “คุณหมอหาน วันนี้ฉันคงต้องกลับก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่คราวหน้าค่ะ”
“อื้ม”
หลังจากออกจากโรงพยาบาล เยี่ยเจียก็รีบกลับบ้านในทันที เธอนอนลงบนเตียงแล้วความปลาบปลื้มที่ร่างกายพร้อมจะตั้งครรภ์ก็ช่วยชะล้างความสงสัยบางประการในใจเธอไปได้
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฟู่อวิ่นซาง เธออยากบอกเขาถึงสภาพร่างกายของตน แต่ไม่รู้ว่าเขาจะดีใจหรือไม่
ทว่ารอนานเท่าไรก็ไม่มีใครรับสาย เยี่ยเจียจึงต้องตัดสายทิ้งไป
ข่าวใหญ่มาก ข่าวใหญ่มากจริง ๆ!
ในกลุ่มแชตที่ทำงานมีข้อความเด้งขึ้นมา เยี่ยเจียคิดว่าเป็เื่งาน เลยกดเข้าไปดู
หลีหลี่: ข่าวใหญ่อะไรกัน ต้องทำงานล่วงเวลาอีกรึเปล่า หรือจะขึ้นเงินเดือนให้?
ต้านหนี่: นี่มันข่าวใหญ่ตรงไหนกัน
เว่ยกวางอวี๋: พี่หลีหลี่ อย่าปิดบังสิ ข่าวใหญ่อะไรบอกพวกเราหน่อยสิ
ต้านหนี่: นั่นสิ
แล้วหลีหลี่ก็ส่งรูปภาพลงในแชตกลุ่มงาน
พร้อมกับข้อความว่า: เมื่อกี้ฉันไปบันทึกภาพหน้าจอมา ไม่ได้ตั้งใจปิดบังพวกเธอสักหน่อย รู้ไหม ฉันใจนชีพร่วงลงเท้าเลยนะ เมื่อกี้ฉันเปิดเวยป๋อดู แล้วเห็นแอ็กเคานต์ที่สวีเสี้ยนหย่าโพสต์นี่แหละ
เว่ยกวางอวี๋: มันก็แค่เวยป๋อธรรมดา ๆ นี่
ต้านหนี่: เว่ยกวางอวี๋ ถ่างตาของนายดูให้ดี ๆ สิ มองไม่เห็นรึไง ในรูปที่สวีเสี้ยนหย่าโพสต์น่ะ ติดด้านหลังของผู้ชายคนหนึ่ง นั่นคือท่านประธานของพวกเรา! และฉากหลังก็เป็ห้องในโรงแรม
เมื่อพวกเธอพูดถึงตรงนี้ เยี่ยเจียก็รู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอไม่รู้เลยว่าการออกไปต่างจังหวัดในครั้งนี้ของฟู่อวิ่นซาง กลับพาสวีเสี้ยนหย่าไปด้วย
เยี่ยเจียกดดูรูปภาพนั้น และจ้องมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแน่ใจว่าแผ่นหลังนั้นคือสามีของเธอ ฟู่อวิ่นซาง
ในกลุ่มแชตพวกเขาถกเถียงกันว่า ฟู่อวิ่นซางกับสวีเสี้ยนหย่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่
เยี่ยเจียไม่กล้าโทรถามสามี แต่ใจก็เ็ปราวกับถูกบีบคั้น
ยิ่งคิดมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกสับสนมากขึ้นเท่านั้น
จนกระทั่งเธอผล็อยหลับไปอย่างงุนงง เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเยี่ยเจียก็รู้สึกร้อนวูบวาบทั้งตัว และคอแห้งผาก
คงเป็ไข้หนักแน่ ๆ
เยี่ยเจียฝืนลุกขึ้นนั่ง ควานหามือถือจากโต๊ะข้างหัวเตียง เมื่อมองหน้าจอก็พบว่าไม่มีสายเรียกเข้า
เห็นทีฟู่อวิ่นซางยังคงยุ่งอยู่
เธอรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย แต่ตอนนี้ร่างกายเธออ่อนแรงมาก จำเป็ต้องโทรขอความช่วยเหลือ...