เช้าอีกวันสามภรรยาสวมชุดให้นนท์ นนท์ยิ้มอย่างมีความสุข " ท่านพี่ ท่านยิ้มเพราะเหตุใด " หลันอิงเย่ถาม
" ข้ากำลังคิดว่าข้าเป็ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก มีสามภรรยาแสนสวยปรนนิบัติทุกวัน " นนท์ตอบ สามภรรยายิ้มตอบให้นนท์
" ได้เวลาแล้ว " นนท์พาสามภรรยาออกมาด้านนอก พลันที่ร่างกายัักับอากาศของหุบเขาเหมันต์ นนท์สะท้านวูบ " หนาว " เร่งเดินลมปรานต้านความหนาวทันที
" เย่เอ๋อร์ เ้าอยู่ได้เยี่ยงไรสภาพอากาศหนาวเย็นขนาดนี้ " นนท์ถาม
" ท่านพี่ ตอนที่ข้ามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆข้าก็เป็แบบท่านและน้องหญิงทั้งสอง " หลันอิงเย่ตอบ
ทั้งสี่เดินลัดเลาะไปตามทางจนมาถึงหน้าประตูสำนักหุบเขาเหมันต์ นนท์สังเกตุกำแพงของสำนักสูงราวสี่จั้ง ยาวราวหนี่งร้อยลี้ ครอบคลุมูเาหลายลูก นนท์มองเห็นยอดเขาน้อยใหญ่เรียงรายปกคลุมไปด้วยหิมะ
" ผู้มาเยือนเป็ใคร " เสียงของศิษย์ยามทักขึ้น
" เป็ข้าเอง " หลันอิงเย่แสดงตัว
" ศิษย์พี่หญิง เชิญ ข้าจะไปเรียนเ้าสำนักว่าท่านกลับมาแล้ว " ศิษย์ยามพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
" ไปเถอะ " หลันอิงเย่เดินนำนนท์และน้องหญิงทั้งสองเข้าไปในสำนัก
นนท์สังเกตุเห็นลานกว้าง ห่างจากประตูราวหนึ่งลี้ " สงสัยเอาไว้รวมพล " นนท์พึมพำ
มองลึกเข้าไปอาคารทรงสี่เหลี่ยมสูงห้าชั้นอยู่ตรงกลางและอาคารทรงต่างๆอยู่รายล้อม
" ท่านพี่ ไปตำหนักพี่หญิงใหญ่กัน " หลันอิงเย่เดินนำมมท์และน้องหญิงทั้งสอง
" เหตุใดเข้ามาข้างในสำนักแล้วกลับไม่หนาว และไม่มีหิมะ " นนท์สงสัยจึงใช้เนตรัผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าตรวจสอบ
" ยอดเยี่ยมยิ่งนักมีการชักนำธารลาวาให้ไหลไปที่แผ่นเหล็กนิรันดร์เพื่อกระจายความร้อน และการปรับพื้นให้ลาดเอียงเมื่อฝนตกน้ำก็จะไหลลงลำธารเล็กและไหลไปสู่แม่น้ำด้านนอก การออกแบบช่างสุดยอดยิ่งนัก " นนท์คิดในใจ
ฟางจื่อซินเห็นนท์เดินเหม่อ " ท่านพี่ท่านคิดอะไร " นางถาม " ข้ากำลังคิดว่าผู้ที่ออกแบบการสร้างที่นี่นั้นเก่งกาจยิ่งนัก " นนท์ตอบ
" ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ เ้าทั้งสองไม่สังเกตุรึเหตุใดภายในสำนักถึงไม่หนาว " นนท์ถามสองภรรยา
" จริงสิเราทั้งสองกำลังชื่นชมพรรณไม้ของที่นี่ว่าสวยงาม แต่ไม่ได้สังเกตุเลยว่าที่นี่ไม่หนาว " สองภรรยาตอบ
" ท่านพี่ ท่านช่างสังเกตุยิ่งนัก มีสิ่งใดที่รอดหูรอดตาท่านได้บ้าง " หลันอิงเย่เย้านนท์ นนท์ยิ้ม
" คารวะศิษย์พี่หญิง " ศิษย์น้องที่มาทำความสะอาดรอบตำหนักของเ้าสำนัก
" อืม นี่เป็รางวัลของพวกเ้า " หลันอิงเย่ยื่นน้ำนมิญญาให้ศิษย์น้องทั้งสามคน
" ศิษย์พี่หญิง ข้าเรียนท่านเ้าสำนักแล้ว ท่านเ้าสำนักกล่าว หากพวกท่านมาให้เข้าไปได้เลย " ศิษย์ยามกล่าว
" ขอบใจเ้ามาก นี่รางวัลของเ้า " หลันอิงเย่ยื่นน้ำนมิญญาให้นาง
" ศิษย์พี่หญิงนี่คือ " ศิษย์ยามสงสัย
" มันคือน้ำนมิญญา บำรุงกายจิต หรือบำรุงพลังิญญา " หลันอิงเย่ตอบ นนท์ขมวดคิ้ว
" ขอบคุณศิษย์พี่หญิง หมดธุระแล้วข้าขอตัว " ว่าแล้วนางรีบจากไป
" เย่เอ๋อร์น้ำนมิญญาคือสิ่งใดแล้วเ้าเอามาจากที่ใด " นนท์ยังคงสงสัย
" ท่านพี่ ข้าเอามาจากท่าน " " จากข้า " นนท์ยิ่งทวีความสงสัย
" ข้าดื่มกินมันทุกวัน " หลันอิงเย่กล่าวพร้อมยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
" อ้อ " นนท์พยักหน้า สามภรรยาหัวเราะอย่างมีความสุขที่เห็นนนท์งงงัน
" ท่านพี่เข้าไปข้างในกัน พี่หญิงใหญ่รอท่านพี่มานานแล้ว " หลันอิงเย่กล่าว นนท์พยักหน้า หลันอิงเย่ผลักประตูตำหนักเข้าไป
นนท์สังเกตุการตกแต่งของตำหนัก " ทั่วไปเน้นใช้งาน " นนท์พึมพำ ทั้งสี่เดินเข้าไปสวนในซึ่งเป็ที่พัก
" ศิษย์หลันอิงเย่เข้าพบอาจารย์เ้าค่ะ " หลันอิงเย่กล่าว
" เข้ามา " เสียงหลางจี้เสวี่ยลอยออกมา หลันอิงเย่ผลักประตูเข้าไป และเดินเข้าไปด้านใน
" สามี ท่านมาแล้ว " หลางจี้เสวี่ยกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข นนท์เดินเข้าไปสวมกอดพร้อมจูบที่แสนดื่มด่ำ
" เสวี่ยเอ๋อร์ข้ามาแล้ว " พลันัน้อยตั้งชัน หลางจี้เสวี่ยเอื้อมมือคว้าจับัน้อย
" เย่เอ๋อร์ เ้าไปบอกศิษย์ที่อยู่ด้านนอกว่าอาจารย์ของเ้าาเ็จากการฝึกตน กำลังให้อาจารย์หลอมโอสถระดับห้าโจวนนท์ช่วยทำการรักษา ห้ามรบกวนสามวัน " หลันอิงเย่พลันรีบวิ่งออกไปสั่งการ
" เสวี่ยเอ๋อร์ นี่ฟางจื่อซิน จูเม่ยเสียน น้องหญิงของเ้า " นนท์แนะนำสองภรรยาให้กับภรรยาใหญ่
" ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ คารวะพี่หญิงใหญ่ " สองน้องหญิงคารวะพี่หญิงใหญ่
หลางจี้เสวี่เดินมาที่น้องหญิงทั้งสอง ยื่นมือััร่างกายของสองน้องหญิง พลางพยักหน้า
" สามีแคว้นเหลยมีหกสาวงามล่มเมือง ตอนนี้เป็ภรรยาของท่านแล้วสาม ท่านยัง้าอีกสามรึไม่ " นนท์ยิ้มเจื่อน
" ข้าไม่รู้ว่าน้องหญิงทั้งสามของเ้าเป็หกสาวงามแห่งแคว้นเหลย " นนท์บอก
" ท่านพี่ ข้าจ้ดการเรียบร้อยแล้ว " หลันอิงเย่บอก
" เสวี่ยเอ๋อร์ ข้ามีสถานที่หนึ่งจะพาเ้าไป " นนท์จึงนำสี่ภรรยาเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม
" สามีที่นี่ที่ไหน " หลางจี้เสวี่ยตะลึง " สวยงามยิ่งนัก พลังฟ้าดินเข้มข้นมาก " หลางจี้เสวี่ยพึมพำ
นนท์นำสี่ภรรยาไปที่อ่างอาบน้ำ สามภรรยาถอดชุดให้นนท์และพี่หญิงใหญ่
นนท์จ้องมองไปที่รูปร่างที่เป็ดั่งนาฬิกาทรายของหลางจี้เสวี่ย นนท์เข้ากอดหลางจี้เสวี่ย
" เสวี่ยเอ๋อร์ข้าคิดถึงเ้ายิ่งนัก " นนท์เปิดศึกกับหลางจี้เสวี่ยถึงสองช้่วยาม หลางจี้เสวี่ยนอนกอดนนท์อยู่ที่ริมขอบอ่างอาบน้ำ
" สามี ข้ารักท่าน ข้าคิดถึงท่านยิ่งนัก " หลางจี้เสวี่ยระบายความอัดอั้นให้นนท์ฟัง
" แล้วน้องหญิงไปไหนกัน " หลางจี้เสวี่ยสงสัย
" เย่เอ๋อร์คงพาทั้งสองไปเดินเล่น ปล่อยให้เราได้ใช้เวลาเต็มที่ ข้าว่าเราลงแช่น้ำดีกว่า " ว่าแล้วทั้งคู่จึงลงแช่น้ำ
" เสวี่ยเอ๋อร์เ้าทะลวงพลังสองขั้นย่อยเลยรึ " นนท์ตะลึง
สามภรรยาเดินมาที่อ่างอาบน้ำ พร้อมทั้งถอดชุดลงแช่น้ำ นนท์จึงเปิดศึกกับสี่ภรรยาอีกหลายยก เมื่อเสร็จศึกทั้งห้าจึงพักผ่อนนนท์นอนตรงกลางเสวี่ยเอ๋อร์และเสียนเอ๋อร์ฝั่งขวา เย่เอ๋อร์และซินเอ๋อร์ฝั่งซ้าย
" เอาล่ะ ข้าว่าไปเดินเล่นดีกว่า " นนท์ชวนสี่ภรรยาเดินเล่น
" เ้าหนุ่มข้าััถึงของดีได้ที่ด้านนอก เ้าออกไปแล้วก็ไปดูเสีย " จิตทัศนะส่งเสียงผ่านจิตมาที่นนท์
" ขอบคุณขอรับ ผู้าุโ " นนท์กล่าว กลับจากเดินเล่นทั้งห้าจึงมุ่งไปที่ห้องฝึกตน
ที่ห้องฝึก นนท์ฝังเข็มเปิดจุดชีพจรให้กับหลางจี้เสวี่ย ทำให้นางมีขั้นพลังอยู่ที่ขั้นราชันย์เทวะขั้นที่แปด
" เสวี่ยเอ๋อร์ นี่เป็ไขกระดูกของข้า เ้าหลอมเสีย " นนท์กลั่นไขกระดูกของตนสามหยดยื่นให้หลางจี้เสวี่ย
" คว๊าา ๆ ๆ " เสียงร้องของหงษ์์ ดังขึ้น พร้อมสามร่างเงาหงษ์์า โฉบบินวนเวียนอยู่เหนือหัวนนท์ แสงสีทองเรืองรองสาดส่องออกมาจากสามเงาร่าง แผ่ขจายกลิ่นอายา หลางจี้เสวี่ยยื่นมืออันสั่นเทารับเอาไขกระดูกของนนท์ แล้วแยกตัวไปหลอมไขกระดูก
" ท่านพี่ข้าอยากหลอมไขกระดูกของท่าน " หลันอิงเย่กล่าว
นนท์ใช้น้ำทิพย์สุริยะสามหยดเพื่อฟ์้นฟูพลัง แล้วจึงกลั่นไขกระดูกสามหยดยื่นให้กับหลันอิงเย่ หลันอิงเย่รับไปพร้อมแยกตัวไปฝึก
นนท์ได้ให้เคล็ดวิชากับ ฟางจื่อซิน และจูเม่ยเสียนไปฝึก " ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ ไขกระดูกของข้าเ้าอย่าเพิ่งหลอม รอให้เ้าทั้งสองอยู่ในเทวะขั้นปลายเสียก่อน เพราะจะทำให้เ้าทั้งสองทะลวงผ่านไปยังขั้นราชันย์ได้ " นนท์บอกสองภรรยา สองภรรยาพยักหน้า แล้วจึงแยกไปฝึก
" เราก็ฝึกบ้างดีกว่า " ว่าแล้วนนท์หยิบแผ่นหยกเพลงกระบี่ปราบมารมาดู และเริ่มฝึกเพลงกระบี่ปราบมารส่วนที่ยังไม่ได้ฝึก
" ฝึกเพลงกระบี่ปราบมารหกขั้นที่เหลือ นึกว่าจะฝึกยากเหมือนสี่ขั้นแรก ใช้เวลาแค่สองชั่วยามก็ฝึกเสร็จแล้ว หรือขั้นฝึกตนสูงขึ้นความเข้าใจในเื่ต่างๆก็มากขึ้นตาม ตอนนี้ที่เหลือก็แค่ทบทวนให้ชำนาญ " นนท์พึมพำ
ผ่านไปสามชั่วยาม หลางจี้เสวี่ยเดินมาหานนท์ " สามี " เสียงที่แสนอ่อนหวานลอยมาพร้อมรอยยิ้มที่งดงามนนท์ถึงกับตะลึงในความงดงามของหลางจี้เสวี่ย " เสวี่ยเอ๋อร์เ้าช่างงดงามยิ่งนัก " นนท์เอ่ยออกมา หลางจี้เสวี่ยลงคลานเข่าเข้าหานนท์พร้อมทั้งจูบที่แสนหวานและดื่มด่ำ
" เสวี่ยเอ๋อร์เ้าทะลวงขั้นพลังแล้ว " นนท์กล่าว
" เพราะไขกระดูกของสามี จึงทำให้ภรรยาทะลวงขั้นพลังจักรพรรดิ์ได้ " หลางจี้เสวี่ยยิ้มให้นนท์ เป็รอยยิ้มที่ทำให้นนท์แข็งค้างได้ทุกครั้งที่มอง
" เสวี่ยเอ๋อร์ รอยยิ้มของเ้าทำให้ข้าควบคุมตนเองไม่ได้ " นนท์บอก แต่หลางจี้เสวี่ยกลับยิ้มอย่างงดงามกว่าเดิม
" ควบคุมไม่ได้ก็ไม่ต้องควบคุม " หลางจี้เสวี่ยยั่วนนท์ พร้อมยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
หลันอิงเย่คลานเข่าเข้าหานนท์ พร้อมจูบที่แสนดื่มด่ำและเร่าร้อน ั์ตาที่หยาดเยิ้มชวนให้หลงไหล
" เย่เอ๋อร์ เ้ากับพี่หญิงของเ้าช่างเหมือนกันยิ่งนัก เ้าและพี่หญิงของเ้ามีรอยยิ้มที่ทรมานสามีเช่นข้ายิ่งนัก " นนท์กล่าว
" เย่เอ๋อร์เ้าทะลวงขั้นพลังแล้ว " นนท์กล่าว นนท์สำรวจขั้นพลังของหลันอิงเย่ " ขั้นราชันย์เทวะขั้นที่หนึ่ง " นนท์พึมพำ
แล้วหนึ่งสามีและสี่ภรรยา ก็เริ่มเข้าสู่การฝึกตนอย่างจริงจัง เช้าฝึกตน ค่ำฝึกบทเพลงแห่งรัก วนเวียนอยู่อย่างนี้จนครบสามวัน
" ครบสามวันแล้ว ออกไปด้านนอกกันเถิด " นนท์จึงพาสี่ภรรยาออกไปด้านนอก