ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่4 ล่าปลาในทะเล

    หากพูดถึงแหล่งรายได้หลักของบ้านเจมส์ก็มาจากทะเลนี่แหละ อย่างแรกคือปูที่จับขึ้นมาจากอวนที่ปล่อยไว้หนึ่งคืน ตีสี่ตีห้าของอีกวันจึงมายกขึ้นไปขายบนทางเท้าแถวหาดจอมเทียนอย่างที่สองคือหมึกสาย โดยหมึกสายจะดักจับผ่านเบ็ดราว โดยเบ็ดของพ่อเต๋าเป็นอะไรที่เรียบง่าย ใช้เปลือกหอยซึ่งหาพบได้ทั่วไปตามชายหาด โดยเปลือกหอยจะมีขนาดเท่ากำปั้นเสียส่วนใหญ่ นำมาร้อยเรียงกับเส้นเอ็น เว้นช่วงราวหนึ่งคืบ ร้อยเรียงต่อๆ กันไปแบบนั้นพ่อเต๋าเคยบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ปูเคยสอนไว้ จำมาใช้ตั้งแต่เจมส์ยังไม่เกิด หลายสิบปีผ่านไปวิธีนี้ก็ยังได้ผล กระทั่งเจมส์โตเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ก็ยังใช้วิธีเดิมหลังจากปล่อยอวนปูลงทะเล ปักทุ่นเรียบร้อยแล้วเจมส์ทำการเปิดสวิตซ์'เบ็ดตกปลาสารพัดประโยชน์'ด้ามสีฟ้าในมือสวิทซ์ก็เหมือนกับสวิทซ์ไฟบ้านนั่นแหละ ไม่มีอะไรแตกต่าง แถมหลังจากที่กดเปิดสวิทซ์แล้วตัวเบ็ดจะมีขีดแบตเตอรี่ให้ดูที่ด้ามจับ ตอนนี้แบตเตอรี่สีเขียวขึ้นสี่ช่อง แสดงว่าสามารถใช้งานได้ราว 4 ชั่วโมงนั่นคือสิ่งที่ในหนังสือต้นฉบับอธิบาย พูดถึงตอนเจ้าหนูโฮยอนใช้ตอนตกปลา มาวันนี้เจมส์เปิดใช้งานไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างหนังสือหรือเปล่า เพราะลำพังหากใช้งานหรือพกติดตัวเป็นเวลานาน ก็ทำให้กระหายน้ำจำเป็นต้องพกน้ำติดตัวไว้ดื่มดังนั้นก่อนแล่นเรือออกจากบ้าน เจมส์ไม่ลืมที่จะนำน้ำจากตู้เย็นมาถึงสองขวด โดยเป็นน้ำขวดใหญ่ขวดละสองลิตรมองดูเบ็ดตกปลาที่อยู่ในมือ มันมีฟังชั่นง่ายๆ สองสามอย่าง โดยลักษณะการใช้งานง่ายมาก เพียงแค่คุณหมุนปุ่มที่มีลูกศรไปยังรูปภาพเหมือนกับเด็กเขี่ยเล่น หลังจากโยนเบ็ดลงไปในน้ำมันก็จะทำงานทันทีโดยรูปภาพที่เห็นอยู่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครวาด นี่คือผลงานการขีดเขียนของ จอร์ส ไมรดัส นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องคนนั้นนั่นเองฝีมือการวาดรูปของเขาจัดว่าห่วยแตก ให้เด็กประถมมาวาดยังสวยกว่าอีก โดยสีที่ได้ระบายลงไปบนตัวคันเบ็ดเป็นแบบพิเศษ ต่อให้มันโดนน้ำหรือโดนแดดแรงฝนก็ยังติดสนิทไม่หลุดลอกกลับมาที่โหมดจับปลา บนคันเบ็ดมีรูปปลาโง่ๆ ปูและกุ้ง นี่คือโหมดทั้งสามที่เบ็ดตกปลาสารพัดประโยชน์มี มันไม่ได้ระบุเจาะจงถึงรายละเอียดปลีกย่อยว่าต้องเป็นปลาชนิดไหน กุ้งชนิดไหน ปูชนิดไหนแต่ถึงแม้จะไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดปลีกย่อย ในหนังสือต้นฉบับเจ้าหนูโฮยอนก็ทำได้ยอดเยี่ยมมาก อีกอยากเจมส์เข้าใจเป็นอย่างดีว่าทำไมถึงมีโหมดแค่นี้ เนื่องจากตอนนั้นจอร์ส ไมรดัส ไปตั้งแคมป์กับครอบครัว ไม่มีเวลาเตรียมตัวมากในการสร้างเบ็ดตกปลา มันจึงออกมาเรียบง่ายและไม่ยุ่งยากอย่างที่เห็นหลังจากโยนเบ็ดลงไปในน้ำ เจมส์เปิดไปที่โหมด'ปลา'อยากจะรู้นักว่าเจ้าคันเบ็ดที่ได้จากหนังสือคันนี้ จะเจ๋งจริงอย่างที่เคยอ่านหรือเปล่าไม่ได้มีเหยื่อล่อหรืออะไร มีเพียงตะขอเพรียวๆ ในการดักจับ ไม่สิหากพูดให้ถูกต้องนี่ไม่ใช่การดักจับแต่เป็นการ'ล่า'ปลาในทะเลต่างหากเจมส์ไม่ได้มองดูด้วยซ้ำหลังจากที่โยนเบ็ดลงไปในน้ำทะเล เขานั่งตัวตรงบนเรือ ในมือมีหมึกตากแห้งเหม็นๆ ที่แม่ดวงเเก้วชอบทำไว้กิน พกติดตัวมาเคี้ยวเล่นแก้เบื่อระหว่างรอแต่ยังนั่งลงไม่ทันไร สายเบ็ดพลันกระตุกนั่นหมายความว่าการ'ล่า'ครั้งนี้สำเร็จไม่มีการหมุนรอกตกปลาให้เหนื่อยไปกับมัน โดยเบ็ดตกปลาสารพัดประโยชน์คันนี้ มีปุ่มง่ายๆ หลังจากจบการล่านั่นคือปุ่ม (STOP)เมื่อกดปุ่มตัวเบ็ดจะทำการหมุนเอาเอ็นกลับเข้ามาในบล็อกที่อยู่บนคันเบ็ดโดยลักษณะบล็อกที่ว่าเป็นสี่เหลี่ยม ยาวสิบเซนติเมตร กว้างห้าเซ็นติเมตร ขนาดค่อนข้างเทอะทะไปบ้างแต่น้ำหนักค่อนข้างเบาเอ็นสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม มีความยาวกว่าหนึ่งกิโลเมตร และหากติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ถูกนำมาด้วย เบ็ดคันนี้จะกลายเป็นผู้ล่าโดยสมบูรณ์แห่งท้องทะเลมองเห็นผืนน้ำแล่นฉิว พร้อมกับแรงส่งที่มาตามเส้นเอ็นเวลาดึงกลับ รับรู้ได้ถึงปลาจากตะขอที่ใกล้มาถึงเรือตามสัญชาตญาณลูกชาวประมง พร้อมกับเสียง'บุ๋ม'ปลาที่ถูกล่าได้วันนี้ตัวแรก ปรากฏอยู่ในมือของเจมส์ในเสี้ยววินี่เป็นการดึงกลับที่เร็วมาก ชนิดที่ว่ามองตามแทบไม่ทัน หรือหากนำมือหรือคอไปขวางทางเส้นเอ็น เชื่อได้ว่าคงมีสภาพถูกตัดขาดไม่ต่างจากปุยนุ่นเจมส์อดกลืนน้ำลายไม่ได้เมื่อนึกถึงสภาพตัวเองกลายเป็นปุยนุ่น และจากประสบการณ์เมื่อครู่ มันได้สอนเขาไม่ให้ทำตัวเลินเล่อ“ปลากระบอก...” เจมส์พูดเสียงเบาก่อนจะเริ่มปลดปลาที่กำลังดิ้นออกจากตะขอปลาที่อยู่ในมือมีน้ำหนักประมาณ 5 ขีด หัวกลม หางแบน ตัวยาวและค่อนข้างใหญ่ ปกติจะมีความยาว 20-40 เซนติเมตร ราคาค่อนข้างแพงในตลาด ตัวใหญ่หน่อยอาจจะ 8 ขีด โดยตกกิโลกรัมละ 300-400 ร้อยบาทเป็นอย่างต่ำจากความรู้ของเจมส์ ปลากระบอกสามารถนำไปทำอาหารได้หลากชนิด เป็นต้นว่านึ่งซีอิ๊ว แกงส้ม ทอดเกลือ ทอดกระเทียม ฯลฯหลังจากเห็นผลสำเร็จจากการ'ล่า'ปลาครั้งแรกจากทะเล เจมส์อดไม่ได้ที่จะยิ้มหน้าบานไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอนาคตหลังจากนี้ของเขาจะต้องเปลี่ยนไป ชนิดที่ว่าแฟนเก่าอย่างพี่ไอซ์เห็นแล้วยังต้องเสียดายหลังจากปลดปลากระบอกออกจากตะขอ เจมส์โยนปลาไว้ในถังสีขนาด 20 ลิตรที่เตรียมไว้ก่อนออกจากบ้านจัดการเสร็จเจมส์เริ่มทำการ'ล่า'ปลาในทะเลต่อแดดวันนี้ค่อนข้างแรง ทำเอาผิวของนักท่องเที่ยวบนชายหาดดำเมื่อมตามๆ กัน โดยเฉพาะสาวสวยแห่งแดนกิมจิ ชื่นชอบที่จะอาบแดดบนหาดทราย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงชอบให้ผิวขาวๆ ของตัวเองที่คนไทยไฝ่ฝันอยากได้ถึงขั้นซื้อยาแพงๆ มากิน กลายเป็นผิวสีแทนเจมส์เป็นคนที่ผิวค่อนข้างดำคล้ำอยู่แล้ว เนื่องจากเขาเป็นลูกหลานชาวประมง ออกหาปลาตั้งแต่จำความได้ ดังนั้นแดดแค่นี้ไม่ระคายต่อผิวปล่อยนัก'ล่า'ลงทะเลได้ไม่ถึงนาที มันได้เหยื่อตัวใหม่เป็นที่เรียบร้อย โดยครั้งนี้แรงจากอีกฟากค่อนข้างเยอะ ดูเหมือนว่าปลาตัวนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าปลากระบอกตัวเมื่อครู่หลังจากกดปุ่ม (STOP) เจมส์ที่มองสายเบ็ดกลับเข้ามาในบล็อก ตั้งหน้าตั้งตารอเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ปลาอะไรในครั้งนี้ไม่นานปลาตัวใหญ่ก็ถูกเจมส์ยลโฉม นี่คือปลาทูที่คนไทยคุ้นเคย ทั่วฟ้าเมืองไทยต่างได้ลิ้มรสชาติของมันกันถ้วนหน้า ขึ้นชื่อว่าเป็นปลาสามัญประจำบ้านปลดจากตะขอกะน้ำหนักโดยประมาณ ปลาทูตัวนี้มีน้ำหนักมากถึง 1 กิโลกรัม ถือว่าตัวใหญ่พอสมควร เหมาะแก่การนำไปทอดเป็นอาหารเย็นวันนี้อีกอย่างปลาทูที่ถูก'ล่า'นั้นยังมีชีวิตอยู่ มันต่างจากที่ซื้อจากตลาดในเข่งหรือในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ตายแล้ว ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเจมส์ค่อนข้างดีใจกับมื้อเย็นที่กำลังถึงโดยปลาทูส่วนใหญ่มีลักษณะแป้น ยาว เพรียว ตาโต ปากกว้าง จะงอยปากจะแหลม เกล็ดเล็กแต่ละเอียด มีครีบบนหลังด้วยกันถึงสองอัน ปลาทูเป็นสัตว์ที่ชื่นชอบอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ พบได้มากในทะเลอ่าวไทย ทะเลอันดามัน ทะเลญี่ปุ่นและทะเลจีนใต้ อาศัยอยู่ในน้ำไม่ลึกมาก ชอบหากินเวลากลางคืน“หมายความว่าแถวนี้น่าจะมีฝูงปลาทูสินะ” พูดถึงตรงนี้เจมส์เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ใช่แล้วแว่นตากันแดดที่เขาใส่มาวันนี้ไม่ใช่แว่นธรรมดา แต่เป็นแว่น'อัลฟ่า'ที่ได้มาจากหนังสือเจ้าหนูยอดนักตกปลาโฮยอนโดยแว่นอัลฟ่าเองก็ถูกพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง จอร์ส ไมรดัสเนื่องจากการจับปลาในน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก แถมยังต้องแข่งกับเพื่อนในชั้นเรียน จอร์สจึงได้สร้างแว่นตาอัลฟ้า ซึ่งมีความสามารถคล้ายกับโซนาร์หาปลาในทะเลแต่หากพูดให้ถูกแว่นนี้เหมือนกับเรดาร์แว่นอัลฟ่าต่างกับเบ็ดตกปลาสารพัดประโยชน์ มันไม่ได้มีสวิตซ์โบราณแบบนั้น สืบเนื่องจากจอร์ส ไมรดัส มีเวลามากพอในการสร้าง จึงทำเป็นระบบสแกนด้วยลายนิ้วมือและในขณะที่ทำการทดสอบอยู่ในห้องของตัวเอง เจมส์ได้บันทึกลายนิ้วมือไว้เรียบร้อย ถ้าหากมีคนอื่นเผลอหยิบไปใส่ พวกเขาจะพบแค่ว่ามันเป็นแว่นกันแดด ไม่ได้มีความพิเศษอย่างภาพยนตร์ไซไฟและไม่ต้องสงสัยว่าเจมส์รู้วิธีใช้แว่นตาอัลฟ่าได้ยังไง เพราะในหนังสือ'เจ้าหนูยอดนักตกปลา'โฮยอนได้แสดงถึงวิธีใช้เรียบร้อยแล้วทันทีที่เปิดการใช้งาน มุมมองที่ปรากฏแก่สายตาเปลี่ยนไปโดยปกติแล้วการหาปลาจำเป็นต้องมีเครื่องโซนาร์ติดเรือไว้ เรือหลายๆ ลำเองก็มีเครื่องนี้แต่เนื่องจากบ้านของเจมส์ค่อนข้างยากจน จึงใช้วิธีแบบโบราณ ดูน้ำทะเล ดูนกบนท้องฟ้าตามที่คนรุ่นก่อนเคยบอกไว้แต่ด้วยแว่นตาอัลฟ่าที่สวมอยู่ มันมีความพิเศษยิ่งกว่านั้น นอกจากจะมีการทำงานคล้ายกับคลื่นโซนาร์แล้วยังฉายภาพแบบคลื่นความร้อน พร้อมกับระบุว่าตำแหน่งปลาอยู่ตรงไหนบ้าง แถมยังเจาะลึกไปถึงชนิดของปลาแต่ละสายพันธุ์หลังจากเปิดใช้งานแว่นตา อาณาเขตกว้างขวางถูกฉายผ่านม่านตาของเจมส์เจมส์สามารถมองเห็นลึกลงไปใต้น้ำ ลึกลงไปถึงก้นทะเล มองเห็นปะการังสีสันสดใส มองเห็นสาหร่าย มองเห็นปลาแต่ละชนิด มองเห็นกุ้งและปู โดยทั้งหมดแบ่งแยกสายพันธุ์ เป็นชื่อสายพันธุ์สัตว์ปรากฏอยู่บนแว่นชัดเจนจนคนใช้งานลายตาติ้วๆ