ฟิ้วววว
แผ่นกระดาษปลิวไปตามลมตกอยู่ใกล้ๆป้ายประกาศที่มีผู้คนมุงดูอยู่หลายสิบคน หนึ่งในนั้นมีบางคนที่สามารถอ่านหนังสือออก เสียงอ่านประกาศจึงดังขึ้น
‘ฮ่องเต้มีพระปรีชา ห่วงใยราษฏร บัดนี้าระหว่างแคว้นโจว แคว้นเฉียนเหลียง แคว้นหรั่นวุ่ย ได้สิ้นสุดลงแล้ว !! าสิ้นสุดแล้ว !!’
สิ้นเสียงประกาศเหล่าชาวบ้านที่มุงดูต่างส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ ใบหน้าแต่ละคนแม้จะผายผอมแต่มีประกายแห่งความหวังเต็มดวงตา แม้แต่ขอทานที่อยู่ตามริมถนนต่างโผลเข้ากอดกัน บางคนหรั่งน้ำตาออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ คำสั้นๆเพียงว่าาสิ้นสุดกลับทำให้หลายพันชีวิตราวกับได้เกิดใหม่อีกครั้งครอบครัวที่พลัดพลากจะได้พบเจอ ลูกได้พบพ่อ แม่ได้พบลูก ภรรยาได้พบสามี ความยากจนแร้งแค้นที่เคยประสบมานานนับ 8 ปี กำลังได้รับการฟื้นฟู ต่อไปนี้ไม่ต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวงและอดยากอีกต่อไป เสียงร้องยินดีดังระงมไปทั่วเมืองเล็กๆอย่างเมืองติ่งอี้
“เย้ าสิ้นสุดแล้ว าสิ้นสุดแล้ว าสิ้นสุดแล้ว !!”
บรรดาผู้คนต่างร้องยินดี เหล่านักกวีต่างขับขานบทเพลงสรรเสริญฮ่องเต้ที่ทรงปรีชายุติายาวนานนี้ลงได้
เสียงร้องยินดีดังกังวานไกลไปถึงจวนเ้าเมืองติ่งอี้ มือบางหยิบแผ่นกระดาษที่ประกาศยุติาขึ้นมามองด้วยดวงตาเป็ประกายความสุขพร้อมเดินเข้าไปหาชายวัยกลางคนร่างผอมสูงที่อยู่ในชุดขุนนางสีแดง
“ในที่สุดาก็สิ้นสุดเสียทีนะเ้าคะท่านพ่อ ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องอดยากเหมือนที่เคยเป็มา”เสียงหวานเอ่ยกับบิดาที่ยกชาขึ้นจิบด้วยใบหน้าสุขใจ
“เป็บุญของแคว้นเฉียนเหลียงที่ฮ่องเต้ทรงมากความสามารถ เซียวเอ๋อ ต่อจากนี้เ้าก็มาช่วยพ่อฟื้นฟูเมืองติ่งอี้กันเถอะ” จ้าวโม่โฉวเอ่ยกับบุตรสาวเพียงคนเดียวด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า นี่คือ่เวลาที่เขารอคอยมาตลอด 8 ปี ใบหน้างดงามของจ้าวซูเซียวส่งยิ้มกลับไปให้บิดา พร้อมยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทีอ่อนหวานงดงาม
“เซียวเอ๋อต้องช่วยท่านพ่อสุดความสามารถแน่นอนเ้าค่ะ ข้าหวังให้ชาวเมืองติ่งอี้มีความเป็อยู่ที่สุขสบายมากขึ้น” แม้จ้าวซูเซียวจะเพิ่งอายุ 17 ปี แต่เรียกว่ากว่าครึ่งชีวิตของนางก็ประสบพบเจอกับ่เวลาามาตลอด นางย่อมเห็นถึงโทษของา ยิ่งในเมืองเล็กๆห่างไกลเมืองหลวงเช่นนี้ แม้บิดาจะไม่ใช่ขุนนางเห็นแก่ตัว กลับกันบิดาทำทุกอย่างเพื่อราษฏรแต่เพราะพิษาสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง ข้าวยากหมากเเพง ประชาชนอดยากล้มตาย ขอทานเต็มเมือง นี่คือสภาพตลอด 8 ปีที่นางเห็น ชนชั้นสูงทำาแย่งชิงความเป็ใหญ่ แต่ประชาชนกลับอดยาก บ้านแตก ต้องเข้าร่วมาและตายตกไปมากมายเกินจะนับได้ เมื่อถึงคราวที่าสิ้นสุดความดีใจจึงมีอยู่เต็มอกอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ท่านเ้าเมือง ท่านหญิง มีกงกงจากเมืองหลวงนำราชโองการมาแจ้งขอรับ”
จ้าวซูเซียวหันมามองบิดาด้วยความสงสัย ราชโองการจากฮ่องเต้แทบไม่เคยมาถึงเมืองติ่งอี้มาก่อนแล้วเหตุใดคราวนี้จึงได้มีราชโองการมาถึงที่ ทั้งสองพ่อลูกรีบลุกขึ้นเมื่อกงกงนำขบวนอันเชิญราชโองการเข้ามาในจวนเ้าเมือง
จ้าวโม่โฉวรีบคุกเข่าประสานฝ่ามือเตรียมรับราชโองการ เช่นเดียวกับจ้าวซูเซียวและคนอื่นๆในจวนเ้าเมือง
กงกงผู้เชิญราชโองการปรายตามองท่าทางอ่อนหวานและใบหน้างดงามเย้ายวนของจ้าวซูเซียว พร้อมเปิดราชโองการขึ้นอ่าน
“ท่านหญิงจ้าวซูเซียวรับราชโองการ ! ท่านหญิงจ้าวซูเซียวพระธิดาในองค์หญิงฝูซินหรง กิริยามารยาทงดงามอ่อนหวานมากด้วยความสามารถตามแบบสตรีชั้นสูง ใบหน้างดงามหมดจด เพียบพร้อมทั้งชาติกำเนิดและความสามารถ ฮ่องเต้รู้สึกชื่นชม จึงมีราชโองการแต่งตั้งท่านหญิงจ้าวซูเซียวเป็องค์หญิงิอาน ดำรงตำแหน่งตัวแทนแผ่นดินเดินทางไปอภิเษกยังแคว้นโจว !! จบราชโองการ !! ”
สิ้นเสียงของกงกง ใบหน้าของจ้าวซูเซียวซีดเผือก ร่างกายแทบจะชาไปทุกสัดส่วนจนบิดาต้องเอ่ยเตือนเบาๆ เมื่อนางได้สติจึงลุกขึ้นพร้อมกล่าวเสียงแ่เบา
“องค์หญิงิอานรับราชโองการ ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ”
มือบางเอื้อมไปรับผ้าแพรเนื้อดีสีทองจากมือกงกงมาถือไว้ ตอนนี้นางมึนงงไปหมดแล้วแทบไม่เชื่อหูตัวเองด้วยซ้ำว่าเกิดเื่เช่นนี้กับตนได้อย่างไร
หลังจากได้รับราชโองการแต่งตั้งเป็องค์หญิงิอาน เกี้ยวหลวงก็เดินทางมาถึงจวงเ้าเมืองติ่งอี้เพื่อรับเสด็จองค์หญิงิอานสู่เมืองหลวง จ้าวซูเซียวเดินทางจากจวนพร้อมกับบิดาและคนสนิทไม่กี่คน ใช้เวลากว่าสิบวันจึงเดินทางสู่เมืองหลวงของแคว้นเฉียนเหลียง…เมืองต้าเหลียง
บรรยากาศในเมืองหลวงช่างแตกต่างจากเมืองชนบทที่นางจากมามากมายเหลือเกิน เสียงดนตรีขับขาน ผู้คนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส ไม่ว่าจะยามาหรือสิ้นสุดาเมืองหลวงแห่งนี้ยังคงรื่นเริงงดงามไปเสียทุกส่วน
ในที่สุดเกี้ยวหลวงของนางก็เข้ามาในเขตวังหลวงแคว้นเฉียนเหลียง จ้าวซูเซียวไม่เคยมาเมืองหลวงซักครั้งในชีวิตยิ่งไม่ต้องพูดถึงวังหลวงแห่งนี้ แม้ว่านางจะเป็ถึงท่านหญิงสูงศักดิ์ธิดาในองค์หญิงของฮ่องเต้พระองค์ก่อนก็ตาม หากเป็ยามปกติจ้าวซูเซียวคงตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของวังหลวง แต่ในยามนี้นางไม่มีอารมณ์จะชมความงามอะไรทั้งนั้น ในหัวเพียงมีแต่คำถามมากมายวงเวียนเต็มไปหมด เมื่อเข้าสู่ตำหนักในจ้าวซูเซียวใช้เวลาอยู่ในวังหลวงร่วมเจ็ดวันทั้งเจ็ดวันนี้นางต้องเรียนรู้ขนบธรรมเนียมเพิ่มเติมมากมายจากที่เคยรู้เพื่อกลายเป็องค์หญิงิอานผู้งดงามเหมาะสมกับการเป็ตัวเเทนผู้สูงศักดิ์แห่งแคว้นเฉียนเหลียง
ตัวแทนผู้สูงศักดิ์หรือ ???
หึ !!
จ้าวซูเซียวเค้นเสียงในลำคอเมื่อนึกถึงตำแหน่งที่นางได้รับ เมื่อเข้ามาในเมืองหลวงทำให้นางรับรู้เงื่อนไขการสิ้นสุดาของสามแคว้น แคว้นโจว แคว้นเฉียนเหลียง แคว้นหรั่นวุ่ยทำาแย่งชิงดินแดนและทรัพยากรกันมาร่วม 8 ปี จู่ๆจะสิ้นสุดาง่ายดายถึงเพียงนี้นะหรือ ไม่เลย…ทุกอย่างย่อมมีเงื่อนไข และเงื่อนไขนั้นก็ต้องเอื้อประโยชน์แก่แคว้นที่แข็งเกร่งที่สุด
ในทั้งสามแคว้น แคว้นโจวยิ่งใหญ่มากที่สุด ฮ่องเต้ปราดเปรื่อง ขุนนางภักดี การทหารเก่งกาจ มีหินเเร่เเข็งแกร่งมากมาย ท้ายที่สุดหากาดำเนินต่อไปชัยชนะมีโอกาสเป็ของแคว้นโจวถึง 8ส่วน อีกสองแคว้นที่เหลือจึงยินยอมขอยุติาโดยส่งบรรณาการแก่แคว้นโจวทุกปี อย่างน้อยส่งบรรณาการก็ยังดีกว่าเสียทั้งแคว้นให้แคว้นโจว
ยอมเสียเเขนดีกว่าต้องตาย…
ส่วนแคว้นหรั่นวุ่ยอยู่ติดทะเลแม้ไม่อุดมสมบูรณ์เท่าแคว้นเฉียนเหลียงแต่ก็มีทรัพยากรที่สำคัญต่อทุกแคว้นอย่างเกลือมากมาย ทำให้ยังคงมีอำนาจต่อรองกับแคว้นใหญ่เช่นแคว้นโจวได้ บรรณาการสำคัญที่หรั่นวุ่ยต้องมอบให้โจวจึงมี ’เกลือ’ เป็หนึ่งในบรรณาการทรงคุณค่า
แตกต่างกับแคว้นเฉียนเหลียงที่ทหารไม่เก่งกาจเท่าโจว และไม่ได้มีเกลือเท่าหรั่นวุ่ย แต่มีทำเลที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกที่สุด พืชพรรณอาหารจึงค่อนข้างสมบูรณ์ นอกจากบรรณาการทั่วไปแล้วเฉียนเหลียงยังต้องมอบบรรณาการมีชีวิตเพื่อแสดงความจริงใจต่อแคว้นโจวด้วย นั้นก็คือองค์หญิงแห่งเฉียนเหลียง !
จ้าวซูเซียวถอนหายใจนางถือเป็เชื้อพระวงศ์พระองค์หนึ่ง หน้าที่ทำเพื่อบ้านเมืองและประชาชนติดตัวมาั้แ่กำเนิด เพียงแต่นางไม่นึกว่าฮ่องเต้ฝูซีหยวนจะปกป้องพระธิดาของตนเองโดยการแต่งตั้งหลานอย่างนางให้ไปเป็ตัวประกันต่างแคว้น
“องค์หญิงเพคะ ฝ่าาและฮองเฮามีรับสั่งให้องค์หญิงเข้าเฝ้าก่อนออกเดินทางเพคะ”
เสียงจินอี้ฟางหรือจินกู่กู่ หัวหน้านางกำนัลที่ถูกแต่งตั้งให้ติดตามนางเดินทางไปยังแคว้นโจวดังขึ้น จ้าวซูเซียวพยักหน้าั้แ่เข้าวังมานี่จะเป็ครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้และอาจเป็ครั้งเดียวก่อนเดินทางไปแคว้นโจวด้วย
ร่างงดงามก้าวเดินด้วยท่าทางสง่างามเข้าสู่ตำหนักั เบื้องหน้านางคือบุรุษผู้อยู่เหนือคนทั้งแคว้นเฉียนเหลียง จ้าวซูเซียวไม่กล้าเงยหน้ามองฝูซีหยวนฮ่องเต้นางก้มหน้าลงตามมารยาทชาววัง
“ิอานถวายพระพรฝ่าา ถวายพระพรฮองเฮา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปีเพคะ”ร่างบางยอบตัวลงอย่างงดงามราวกับว่าวิถีชาววังหลวงเหล่านี้อยู่ในสายเืของตน ฝูซีหยวนฮ่องเต้มองสตรีเบื้องหน้าด้วยสายตาพึงพอใจ
“อย่าได้มากพิธีเลย ถึงอย่างไรเ้าก็เป็หลานสาวแท้ๆของเรา เงยหน้าให้เราได้เห็นชัดๆหน่อยเถอะ”
“เพคะ”
จ้าวซูเซียวเงยหน้าขึ้นทำให้นางได้เห็นบุรุษเบื้องบนเต็มตา ฉลองพระองค์สีเหลืองทองทอประกายแห่งอำนาจน่าเกรงขามบนใบหน้าวัยกลางคนมีแววเ้าเล่ห์หลายส่วน
“ฮ่าฮ่าฮ่า งดงาม ! งดงามสมคำล่ำลือเสียจริง หากไม่ใช่ว่าเ้าต้องเดินทางไปแคว้นโจวเราคงต้องรับเ้าให้อยู่ในวังหลวงเสียแล้ว”
ถ่อยคำพร้อมเสียงหัวเราะชมชอบพระทัยของฝูซีหยวนฮ่องเต้ทำให้พระพักตร์ของฮองเฮาเคร่งขรึมลงหลายส่วน จ้าวซูเซียวสะท้านในใจรับสั่งเช่นนี้ไม่ต่างกับว่าหากนางไม่ต้องไปเป็บรรณาการฮ่องเต้ก็้ารับนางผู้เป็หลานสาวแท้ๆเข้าตำหนักในให้กลายเป็พระสนมหรอกหรือ !!
ไม่ผิดจากที่เคยได้ยิน !!
ฝูซีหยวนฮ่องเต้ขึ้นชื่อเื่ลุ่มหลงสุรานารี ไม่สนใจราชกิจบ้านเมืองในตำหนักในมีนางสนมมากกว่าสามพันนาง ทั้งวันส่วนใหญ่ฮ่องเต้เพียงเวียนเปลี่ยนสถานที่สำราญพระทัยเท่านั้น การบริหารราชกิจหละหลวมเก็บภาษีประชาชนสูงลิ่วแม้ในยามา เพราะเหตุนี้แคว้นเฉียนเหลียงที่เพาะปลูกอุดมสมบูรณ์ประชาชนรอบนอกจึงอดยากเเร้งเเค้น กลายเป็ขอทาน ล้มตายมากมาย!!
“เอาเถอะๆ จ้าวซูเซียวที่เราแต่งตั้งเ้าเป็องค์หญิงิอานก็เพื่อให้เ้ากลายเป็ที่รักของชินอ๋องแห่งแคว้นโจว ยามเมื่อบุรุษลุ่มหลงในรักความลับล้วนไม่มี เราเพียง้าให้เ้าส่งข่าวคราวความเป็อยู่ให้เราได้รับรู้บ้างว่าหลานสาวเช่นเ้าสุขสบายดีในต่างแคว้น ชินอ๋องดูแลเ้าอย่างดี ทหารและประชาชนที่นั้นไม่ทำให้เ้าลำบาก สภาพบ้านเมืองแคว้นโจวทำให้เ้าสุขสบาย กู่กู่ประจำตัวเ้าจะเป็คนช่วยเ้าจัดการบอกข่าวคราวให้เรารับรู้เอง เ้าเพียงแต่เห็นหรือรับรู้สิ่งใดก็จงบอกกล่าวผ่านมาเท่านั้น”
จ้าวซูเซียวได้ฟังรับสั่งแล้วต้องในี่ไม่ต่างกับฮ่องเต้้าให้นางทำตัวให้ชินอ๋องลุ่มหลงแล้วเป็ไส้ศึกนำข่าวแคว้นโจวมามอบให้ ? หัวใจหญิงสาวเต้นแรงแต่พยายามรักษาสีหน้าสงบนิ่งไว้ให้มากที่สุด ฝูซีหยวนฮ่องเต้คิดเช่นนี้าที่ยุติอาจไม่เรียบง่ายเพียงนั้น !
“ิอานน้อมรับคำสั่งเพคะ”
เมื่อเห็นจ้าวซูเซียวยังรักษาท่าทางสงบนิ่งไว้ได้ทำให้ฝูซีหยวนฮ่องเต้พอใจยิ่งนัก โอรส์หัวเราะเสียงดังสำราญพระทัย ท่าทางฉลาดเฉลียวใบหน้างดงามเย้ายวนใจบุรุษเช่นนี้ไม่มีทางที่จะไม่ถูกตาต้องใจชินอ๋องเป็แน่
“ดี เ้าเชื่อฟังง่ายเช่นนี้เราก็สบายใจ หลานสาวจากไปไกลถึงแคว้นโจวเราย่อมห่วงใยส่งสารไปถามไถ่ความเป็อยู่ของเ้าบ่อยๆแล้ว”
“เป็พระมหากรุณาธิคุณที่ฝ่าาทรงเมตตาิอานเพคะ”
จ้าวซูเซียวนึกขำถามไถ่ความเป็อยู่หรือ หึ ! ส่งสารมาถามข่าวแคว้นโจวจากนางมากกว่า
“แม้เ้าจะแต่งไปเป็ชินหวางเฟยแคว้นโจว แต่จงอย่าลืมว่าเ้าเป็องค์หญิงแคว้นเฉียนเหลียง บิดาเ้ารับราชการมานานข้าเห็นว่าควรเลื่อนขั้นให้เข้ามาทำงานในราชสำนัก ตัวเ้าจากไปไกลก็อย่าได้เป็ห่วงข้าจะดูแลบิดาของเ้าอย่างใกล้ชิดไม่ให้ลำบากแม่แต่น้อย” ถ่อยคำธรรมดาแต่ความหมายแฝงทำให้จิตใจของจ้าวซูเซียวสั่นไหว ใบหน้างามเงยขึ้นดวงตาแฝงเเววความตื่นตระหนกหญิงสาวยอบตัวลงมากกว่าเดิม้าร้องขอความเมตตา
“ฝ่าา…”
ฝูซีหยวนฮ่องเต้เห็นท่าทางร้อนรนของสตรีเบื้องล่างแล้วยกยิ้มเ้าเล่ห์พอใจ ในเมื่อนางเผยจุดอ่อนมาให้เห็นพระองค์ก็จะดูแลจุดอ่อนของนางอย่างเต็มกำลัง
“เ้าดีใจถึงเพียงนี้เลยหรือิอาน อย่าได้กังวลเื่บิดาเ้าเลย ต่อแต่นี้ก็ต้องดูแลรักษาร่างกายตัวเองให้แข็งแรงไว้ น่าเสียดายจริงๆที่องค์หญิงผู้งดงามเช่นเ้าจะมีร่างกายที่อ่อนแอจนต้องดื่มยาสูตรราชสำนักเฉียนเหลียงเป็ประจำ”
จบรับสั่งจ้าวซูเซียวต้องเบิกตาใมากยิ่งขึ้น ร่างกายอ่อนแออย่างนั้นหรือ…
ไม่รอให้หญิงสาวสงสัยได้นานฮองเฮาทรงพยักหน้าเบาๆนางกำนัลร่างใหญ่สองคนก็เดินเข้ามาประชิดตัวจ้าวซูเซียว พร้อมกับจับแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวไว้จนนางดิ้นไม่หลุด นางกำนัลอีกคนก็เดินเข้ามาพร้อมถ้วยหยกใบเล็กที่ภายในมีของเหลวสีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นคลื่นไส้อบอวนออกมาเมื่อควันลอยผ่าน
จ้าวซูเซียวรับรู้ชะตากรรมของตัวเองทันที หญิงสาวพยายามดิ้นรนให้พ้นพันธนาการแต่ยิ่งดิ้นนางกำนัลสองคนยิ่งรัดนางแน่นมากขึ้นแม้นางจะฝึกยุทธมาบ้างแต่ก็ไม่อาจขัดขืนกำลังนางกำนัลร่างใหญ่ทั้งสองได้ ใบหน้างามเผยแววตื่นตะหนกหวาดกลัวชัดเจน ยามนี้ใบหน้าของฮ่องเต้ไม่ได้เปี่ยมด้วยเมตตาอย่างคำพูด ใบหน้าเเฝงแววอำมหิตยามมองร่างบางเบื้องล่างพยายามขัดขืนร้องขอชีวิตด้วยสายตาเยือกเย็น
“ฝ่าาทรงเมตตาด้วยเพคะ ! ฝ่าา อ๊ะ ! อึก…”
นางกำนัลคนที่สามหยิบถ้วยยาขึ้นมาพร้อมกับบีบคางของจ้าวซูเซียวจนหญิงสาวเ็ปไปหมดต้องยอมอ้าปากออกตามแรงบีบของเหลวสีน้ำตาลไหลลงสู่ลำคอและหยดเลอะอาภรณ์งดงาม ยามที่ของเหลวไหลผ่านลำคอนางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วคอจนถึงกระเพาะราวกับของเหลวนั้นกำลังแผดเผาอวัยวะภายใน !
เมื่อกรอกยาให้นางจนหมดนางกำนันจึงปล่อยให้จ้าวซูเซียวเป็อิสระ ร่างบางทรุดตัวลงกับพื้นทันทีมือขาวกำคอของตัวเองด้วยท่าทางเ็ปสีหน้าซีดขาวไร้สีเื ฝูซีหยวนฮ่องเต้มองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกชื่นบานพระทัยพระองค์ชมชอบสตรีงดงามแต่สตรีงดงามที่กำลังเ็ปทุรนทุรายนั้นเป็ที่ชื่นชอบยิ่งกว่าเสียอีก
“ฝ่า…อึก ! ฝ่า…บาท”
จ้าวซูเซียวพยายามเค้นเสียงขอความเมตตานางรู้สึกเ็ปไปทั่วร่างกายราวกับมีเข็มนับหมื่นทิ้มเเทง หญิงสาวเงยหน้ามองผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ัด้วยสายตาวิงวร แต่ก็ต้องสะท้านไปทั่วใจเมื่อสายตาที่นางสบด้วยมีแต่แววความสุขปนความเยือกเย็นอำมหิตราวกับกำลังชมดูละครสนุกสนาน !
“ฮ่าฮ่าฮ่า ิอาน บิดาเ้าเราจะดูแลให้ ยาบำรุงร่างกายเ้าเราก็จะดูแลให้ ขอเพียงเ้าเป็เด็กดีเชื่อฟังเราเท่านั้นก็ไม่มีสิ่งใดให้เ้ากังวลแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”
เปิดเื่มาน้องก็โดนพิษชีวิตรันทดแล้วววว