ตอนที่ 1 : เด็กหนุ่มและร้านแผงลอยประหลาด
ณ ทางตอนใต้ของอาณาจักรเหนือนภา มีเมืองแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในที่แห่งนี้ เมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่า "เมืองแห่งการค้าตอนใต้" สาเหตุที่ได้ชื่อแบบนี้เพราะเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ทั้งอัญมณีและคัมภีร์หรือโอสถวิเศษต่างๆ บางครั้งก็มีหินลมปราณระดับสูงมากมายให้ค้าหา ด้วยสาเหตุนี้ทำให้เหล่าลูกหลานตระกูลใหญ่หรือนักสู้จอมยุทธมากมายหลั่งไหลเข้ามาสู่เมืองแห่งนี้ ทำให้เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยคงามครื้นเครงและเป็เมืองที่รุ่งโรจอย่างมาก และที่สำคัญเมืองแห่งนี้มีกฎที่เคร่งครัดอย่างนึงนั่นก็คือ การห้ามต่อสู้ในเขตค้าขายเด็ดขาด กฎนี้ถูกตั้งโดยเ้าเมืองโดยตรงทำให้ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนเพราะกลัวอำนาจของเ้าเมือง เหล่าจอมยุทธถึงได้มายังเมืองแห่งนี้มากมายเพราะพวกเขาไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับตัว และบางคนยังมายังเมืองแห่งนี้เพราะ้าหลบหนีจากการตามล่าของศัตรูตัวเอง เพราะฉะนั้นในแต่ละปีเมืองแห่งนี้ได้รับรายได้มหาศาลและเริ่มแผ่อำนาจบารมีขึ้นไปเรื่อยๆจนตระกูลใหญ่ๆก็ยังยอมหลีกทางให้เพราะไม่อยากสร้างปัญหาให้ตัวเองจนปัจจุบันนี้มีอำนาจสูงยิ่งกว่าเมืองระดับสูงเมืองอื่นๆเสียอีกทั้งๆที่เป็แค่เมืองระดับกลางเท่านั้น
"เร่เข้ามา เร่เข้ามา! นี่คือคัมภีร์กายภูผา หลังจากที่ได้ฝึกวิชานี้กายของผู้ฝึกจะแข็งแกร่งดุจภูผา ต่อให้ผู้ฝึกยุทธระดับสูงหลายคนรุมโจมตีท่านก็จะไม่ได้รับาเ็อะไรเลย "
"เหอะ! ของหลอกลวงแบบนั้นใครเขาจะไปเชื่อกัน เร่เข้ามา เร่เข้ามา เหล่าพี่น้องจอมยุทธทั้งหลาย นี่คือโอสถจินหลิง หลังจากบำรุงตันเถียนด้วยโอสถนี้มันจะช่วยทำให้การฝึกยุทธลื่นไหลไปได้ดีกว่าเดิมถึงสองเท่า หากท่านใดสนใจก็เชิญเข้ามาคุยราคากันได้เลย" เสียงพ่อค้าแผงลอยะโแข่งราคากันเต็มไปหมด นี่นับเป็ความครื้นเครงส่วนหนึ่งของเมืองแห่งนี้
"ศิษย์พี่ ท่านคิดว่าพวกเราจะได้เจอเคล็ดวิชาที่ดีกว่าเคล็ดวิชาของสำนักเราจริงๆหรือ? สำนักของเราเป็สำนักอันดับต้นๆของเมืองระดับสูงเลยนะข้าไม่คิดว่าสถานที่ในเมืองระดับกลางแบบนี้จะมีเคล็ดวิชาที่ดีกว่าของสำนักเราหรอก" เสียงเด็กสาวคนนึงกล่าวถามศิษย์พี่ของตนเอง
"ศิษย์น้อง จริงอยู่ที่สถานที่แห่งนี้เป็แค่เขตค้าขายของเมืองระดับกลางเท่านั้น แต่เ้าจงจำไว้ว่าเมื่องระดับกลางแห่งนี้นี่แหละที่ทำให้เมืองระดับสูงหลายๆเมืองต้องคอยระแวงและคอยส่งสายลับมาตรวจสอบดูแลอยู่ตลอดเวลา" ศิษย์พี่ของเด็กสาวตอบไป
"หมายความว่าไงกัน ข้าไม่คิดว่าเมืองแบบนี้จะมีอะไรให้เมืองระดับสูงของเราต้องกลัวหรอก แค่รวบรวมปรมจารย์มาจัดการ แค่เดี๋ยวเดียวก็ถล่มเมืองแห่งนี้ราบคาบแล้ว ฮึ!" เด็กสาวกล่าวขึ้นด้วยความมั่นใจ
ศิษย์พี่ของเด็กสาวคร้านที่จะเถียงกลับจึงไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วเดินดูของตามแผงลอยแต่ละร้านไปเรื่อยๆ
"ศิษย์พี่ ท่านดูนั่นสิ มีร้านประหลาดๆอยู่ตรงนั้นด้วย แถมเ้าของร้านเหมือนจะอายุเท่าๆข้าเองนะ น่าสนใจจริงๆพวกเราไปดูกันเถอะ" เด็กสาวกล่าวแล้วชี้ให้ศิษย์พี่ดูร้านประหลาดๆที่ตนเห็น
เมื่อไปถึงร้านแห่งนั้นพวกเขาก็พบว่าเป็ร้านที่ประหลาดอย่างที่คิดจริงๆ เพราะร้านรอบๆส่วนมากจะขายคัมภีร์ฝึกยุทธ คัมภีร์ปรุงยา หรือผนึกวิณญาณต่างๆ แต่ร้านตรงหน้าของพวกเขากลับขายกระดาษบางๆหลายแผ่นเท่านั้น แค่นั้นยังไม่พอเพราะกระดาษเหล่านี้ไม่ว่าจะตรวจสอบยังไง ก็ไม่สามารถััถึงพลังอะไรได้เลย "นี่เ้าหน่ะ กล้าขายของไร้ค่าแบบนี้ไม่กลัวจะมีคนโมโหม่ไล่ให้ไปขายที่อื่นหรือไง" สาวน้อยถามด้วยความสนใจ
"คนอย่างข้า ไม่ขายอะไรที่มันไร้ค่าหรอกแม่นาง ของเหล่านี้จะขายให้เฉพาะคนที่ตาถึงเท่านั้น หากเ้ามองไม่เห็นค่าของมัน ต่อให้เ้าซื้อมันไปมันก็คงไร้ประโยชน์อยู่ดี" ได้ยินดังนั้นศิษย์พี่ก็กล่าวขึ้นด้วยความไม่พอใจ
"งั้นเ้าจะบอกว่าพวกข้าอ่อนแอเกินกว่าจะเข้าใจกระดาษบางๆพวกนี้งั้นสินะ ดูเหมือนเ้าจะหาเื่ใส่ตัวเก่งจริงๆ ฮึ!" เด็กสาวกล่าวชึ้นอย่างไม่พอใจ เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีใจกล้าพูดไม่ไว้หน้านางแบบนี้มาก่อน ต้องรู้ก่อนว่าตัวนางนั้นเป็ถึงลูกสาวของผู้าุโระดับสูงของสำนักใครๆก็ตามใจนางไม่มีใครกล้าขัดใจนางมาก่อน
"แม่นาง ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น เพิียงแต่กระดาษเหล่านี้สร้างด้วยความพิเศษบางอย่าง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ถึงความพิเศษของมัน ในเมื่อท่านไม่รับรู้ถึงความพิเศษของมันพวกท่านก็ไปร้านอื่นเถอะ" เด็กหนุ่มเ้าของร้านแผงลอยกล่าวต่อเด็กสาวและเหล่าศิษย์ที่มาด้วยกัน
"เ้า! เ้าไม่รู้สินะว่าข้าเป็ใคร ข้าจะทำให้เ้าเสียใจที่กล้ามาพูดเช่นนี้กับข้า" เด็กสาวเดือดดาลอย่างมากพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาจนคนรอบข้างััได้
"ศิษย์น้องหยุดก่อน ถ้าเ้าทำอะไรผลีผลามไปล่ะก็ พ่อของเ้าอาจจะเดือนร้อนไปด้วยนะ เราไปที่อื่นกันเถอะ" ศิษย์พี่ห้ามเด็กสาวด้วยความรีบร้อน หลังจากฟังที่ศิษย์พี่ของนางกล่าวมานั้น ตัวเด็กสาวก็ใจเย็นลงในที่สุด
"หึ ถือว่าวันนี้เ้านั้นดวงดีถึงได้รอดไปได้ ครั้งนี้ก็จะปล่อยเ้าไปแต่หากข้าตานอินผู้นี้เจอเ้าอีกล่ะก็ เชื่อหรือไม่ว่าช้าจะไม่ปล่อยเ้าไปแน่ พวกเราไปกันเถอะ" เด็กสาวพูดจบก็เดินจากไป
อีกด้านหนึ่ง...
เด็กหนุ่มเ้าของร้านแผงลอยมองกลุ่มเด็กสาวที่เดินจากไปด้วยสายตาเ็า จากนั้นก็รีบเก็บแผงลอยแล้วเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมใกล้ๆ แล้วเดินไปยังโต๊ะๆหนึ่งที่มีชายหนุ่มนั่งอยู่
"พวกเขามุ่งหน้าไปทางนั้นตามแผนของเราแล้วขอรับนายน้อย ให้ข้าดำเนินแผนการต่อไปเลยหรือไม่ขอรับ? " เด็กหนุ่มเ้าของแผงลอยประหลาดถามชายตรงหน้า
"ลำบากเ้าแล้ว หวังเฉียน ส่งข้อความบอกให้พวกจื่อโม่ดำเนินแผนการต่อไปได้เลย ส่วนเ้ากับข้าพวกเรากลับตระกูลกันเถอะ ข้าต้องรีบไปเตรียมตัวแล้ว" ชายหนุ่มกล่าวเสร็จก็เดินออกไป
"ขอรับนายน้อย ตอนนี้เหล่าาุโคงรอพวกเราอยู่แน่ขอรับ เพราะวันนี้เป็วันสำคัญของนายน้อยเลยนี่นา ฮี่ๆ!" เด็กหนุ่มเ้าของร้านแผงลอยประหลาดหรือหวังเฉียงพูดขึ้นมาแล้วรีบตามนายน้อยของตนไป
.............................................................................................................................................................
ณ ทางตอนใต้ของอาณาจักรเหนือนภาแห่งนี้มีสำนักน้อยใหญ่อยู่มากมาย ในบรรดาสำนักเหล่านี้มีสำนักผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดในทางตอนใต้อยู่สำนักหนึ่ง สำนักนี้มีนามว่า สำนักเพลิงโลกันต์ และในปีนี้สำนักเพลิงโลกันต์ก็เปิดรับศิษย์ใหม่ในรอบ 3 ปี ทำให้เด็กหนุ่มผู้แสวงหาโชค ความแข็งแกร่ง หรือเหล่าเด็กที่อยากเปลี่ยนแปลงฐานะตัวเองเริ่มเดินทางมารวมตัวกันที่ใจกลางเมืองทางตอนใต้เพื่อจะเข้าร่วมกันทดสอบเป็ศิษย์ของสำนักเพลิงโลกันต์
"นายน้อยยังไม่มาอีกหรือ เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วก่อนจะเริ่มการทดสอบรอบสุดท้าย ขืนมาไม่ทันล่ะก็จะต้องรอไปอีก 3 ปีเลยนะ พวกเราไม่มีเวลารอขนาดนั้นหรอกนะ!!" ใครบางคนพูดขึ้นมาด้วยความร้อนรน
"ใจเย็นๆกันก่อน นายน้อยมาช้าแบบนี้คงเพราะมีเื่ด่วนอยู่นั่นแหละ นอยน้อยไม่เคยสายแม้แต่ครั้งเดียว พวกเ้ารออีกหน่อยเถอะ"
"ใช่แล้วล่ะ จากข่าวที่หวังเฉียงส่งมาให้ล่าสุดนายน้อยเสร็จธุระและกำลังเดินทางกลับมาแล้วพวกเราคอยดำเนินตามแผนการก็พอ" ชายคนหนึ่งพูดขี้นมา
"ถึงผู้ที่้าเข้าร่วมการทดสอบทุกคน เหลือเวลาอีก 1 ก้านธูป หากใครยังไม่เข้ามาพวกข้าจะปิดประตูโดนทันที ขอให้รีบตัดสินใจซะ" ศิษย์สำนักเพลิงโลกันต์ที่รับผิดชอบส่วนของการสมัครเข้าทดสอบประกาศออกมา
"แย่แล้ว แบบนี้ไม่ทันการแน่!"
ระหว่างที่กำลังกังวลทุกคนก็ได้ยินเสียงลมปราณเข้ามาในหัว
"พวกเ้าใจเย็นๆกันซะ นายน้อยได้เข้าไปข้างในแล้ว พวกเ้าแยกย้ายกันไปทำงานตามแผนเถอะ เส้นทางยังอีกยาวไกลหวังว่าพวกเราจะพบกันสักวันหนึ่ง"
หวังเฉียงกล่าวเสร็จก็หายเข้าไปในประตูบททดสอบ
"จากที่หวังเฉียงกล่าว ดูเหมือนทุกอย่างจะเรียบร้อยดีพวกเราก็ไปกันเถอะ เพื่อตระกูลอู๋!! "
"เพื่อตระกูลอู๋!!"
"เพื่อตระกูลอู๋!!"
"เพื่อตระกูลอู๋!!"
เสียงะโบางเบาท่ามกลางสายลมและผืนป่า ในวันนี้กลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่งกระจายตัวกันออกไปต่างคนต่างเส้นทาง มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อรอคอยนายน้อยของพวกเขา ในวันนี้ไม่มีใครรู้เลยว่ากลุ่มคนเล็กๆที่หายสาบสูญไปเหล่านี้จะกลายเป็รากฐานฝักลึกที่พลิกชะตากรรมของทวีปทั้งทวีปได้เลย แต่ทว่าเื่เหล่านี้มันยังไม่เกิดขึ้น ได้แต่รอคอยกันต่อไป