อะตอมหยิบกระดาษขึ้นมาพลางอ่านกฎระเบียบข้อบังคับ แม้ว่าอะตอมจะแสดงท่าทางกำลังอ่าน แต่ในใจพลันครุ่นคิดถึงคำพูดของคิง ที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อตนทั้งที่ตนเป็รุ่นพี่ และเข้ามาอยู่ใน สมาคมล่าปีศาจ หรือ Hunt demon. ก่อนถึง2 ปี
“โถ่เอ๊ย!!” ทั้ง 5 คนพลางสะดุ้ง สายตาหันมาทางเดียวกันจ้องมองไปที่อะตอม คล้ายสีหน้าสงสัยปนงุนงง “อ๋อ ยุงมันกัด” อะตอมรีบพูดหลังเห็นสายตาทั้ง 5 จ้องมองมาที่ตนอะตอมรีบหันไปทางประตู พลางคิดในใจ เกือบซวยแล้วไหมละ
“ที่ได้ฟังไปเป็ข้อระเบียบเล็กน้อยทีพวกเธอคงได้ศึกษากันมาบ้าง ถ้าไม่เข้าใจก็ไปหาดูเพิ่มที่คลังหนังสือเอาละต่อไปเป็ส่วนสำคัญ กฎของทวยเทพ! กฎนี้มี 3 ข้อ ฟังให้ดีห้ามแหกกฎเด็ดขาดอย่างน้อยก็จนกว่าจะอยู่ประมาณแรงค์ B หรือไม่ก็รอ เลเวล 300 ก่อน” บอยกลืนน้ำลายสีหน้าตื่นเต้น คิดในใจเลเวลของตนที่เพิ่งจะเลเวล 2 อีกนานแค่ไหนเนี่ย
อะตอมอ่านกฎของทวยเทพ ด้วยสีหน้าจริงจัง แต่จะว่าอ่านก็ไม่เชิงเพราะกระดาษที่อะตอมถือเป็เพียงกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งเท่านั้น จริงๆแล้วอะตอมนั้นเป็คนขี้อาย จึงไม่ค่อยกล้าสบตาใคร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีเลเวลถึง 32 อยู่ แรงค์ Fและได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่แนะนำกฎให้กับ ฮีโร่หน้าใหม่ของคนที่มาจากประเทศไทย
เหตุผลที่อะตอมกลัวคิงก็เป็เพราะตำแหน่งในสมาคมล่าปีศาจถึงแม้ว่าในปรเทศอะตอมจะค่อนข้างมีอำนาจกว่าแต่ใน สมาคมนั้นคิงอยู่ แร็ง Eและอยู่ในกิลที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง พอสมควร แต่คนอ่อนแอนั้นง่ายที่จะควบคุม อะตอมจึงไดรับบทบาทที่ดีกว่าในประเทศ
“1.ฮีโร่จำเป็ต้องใช้ชื่อฮีโรห้ามใช้ชื่อจริง 2. ห้ามไปยังแดนเทพ 3.อย่าคิดที่จะเริ่มสงความกับเผ่าเทพ !” สีหน้าอะตอมกลายเป็จริงจังขึ้นมา จนบอยรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถูกปล่อยออกมา ในเวลาเดียวกันอะตอมก็รู้ตัวจึงรีบผ่อนพลังลงมา
แน่นอนว่าทั้ง5 คนล้วนสงสัยในกฎของทวยเทพ ที่อะตอมได้บอกพวกเขาเพียงแต่ว่ากฎเหล็ก 3ข้อนี้แม้จะเป็ที่สงสัยแต่ก็ไม่ได้เป็ความลับอะไร ทุกคนต่างรู้จักกฎ 3ข้อนี้ดี เพียงแต่ไม่รู้ที่มาที่ไป คนที่ระดับเลเวลต่ำแต่แหกกฎบ้างสิ้นชีพ หรือหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากที่เสร็จธุระของตน อะตอมจึงให้เวลาเด็กใหม่ทำความรู้จักกัน แต่ชายหญิงอีก 4 คน ต่างแยกตัวไปต่างหาก ปล่อยให้บอยอยู่คนเดียว “ประตูมิติที่พวกนายต้องไปมีทั้งหมด13 ประตู ดูจากลักษณะฉันคงไม่ต้องบอกมาก พวกนายคงมีจุดหมายที่เลือกไว้แล้ว” อะตอมเหลือบมองทั้ง 5 หลังพูดเสร็จ
เมื่ออะตอมแนะนำพื้นฐานเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตนไม่มีอะไรจะบอกแล้วเขาจึงเรียกวังวนสีดำขนาดเท่าประตูออกมา “ฉันแนะนำเสร็จหมดแล้ว ที่เหลือก็ไปฟังจากที่ๆ พวกนายจะไปละกัน ” อะตอมก้าวเท้า เตรียมเข้าไปในวังวน แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเข้าไป เขาหันมามองทาง บอย และหยิบสิ่งของชึ้นหนึ่งมา “มีคนฝากมาให้” อะตอมส่งของให้บอยมันเป็เพียงสมุดเก่าเล่มเล็กเล่มนึง จากนั้นอะตอมก็ค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปในวังวน
บอยตรวจดูสมุดสมุดแต่ก็ไม่พบอะไรพิเศษ มันเป็เพียงสมุดธรรมดาเล่มหนึ่งเท่านั้น เมื่อลองพลิกสมุดดูก็ไม่มีอะไร จากนั้นบอยจึงลองใช้พลังิญญาตรวจสอบดูแต่ก็ไม่พบอะไรเป็พิเศษของสมุดเล่มนั้น
คิงเดินเข้ามาหาบอย เมื่อััได้ว่าอะตอมเดินทางกลับที่พักแล้วทั้งคู่เดินออกมาจากห้องโดยไม่มองชายหญิง ทั้ง 4 คน แต่ใน่ที่ที่คิงอยู่นั้น ทั้ง 4 กลับหันมาสนใจทางบอยและคิง
แน่นอนว่าชื่อฮีโร่ของคิงนั้นไม่ใช่ธรรมดา ทุกคนต่างรู้ดีว่าวีรกรรมของคิงที่จีนนั้นค่อนข้างมีชื่อเสียง แม้ว่าคิงเป็แค่ลูกทีม 1 ใน 100 คน ของภารกิจช่วยเหลือชาวจีนบางส่วนจากมอนเตอร์ดุร้ายอย่างเผ่า “อันเดด” แต่นั่นก็เพียงพอให้ชาวจีนยกย่อง
หลังจากออกมาจากสถานที่คัดเลือกฮีโร่แล้ว คิงรีบพาบอยเข้าวังวนสีดำแบบเดียวกับของอะตอมเพียงแต่สีและขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย
ทั้งคู่เทเลพ็อตมายังสนานีขนส่งข้ามมิติ มันเป็สถานที่ที่อุดมไปด้วยผู้คนที่ต่อแถวรอคิวกัน มีทั้งคนแก่ คนหนุ่มสาว ราวๆ พันกว่าคน “คิงพวกนี้เป็ฮีโร่กันหมดเลยเหรอ” คิงพยักหน้าและตอบ “ใช่ ฮีโร่ที่ประเทศไทย มีประมาณ 50,000คน แทบทุกๆวัน จะมีหน้าใหม่แบบนายประมาณ 10 คนได้” ทั้งคู่เดินเข้าไปต่อแถวพลางสนทนากันไปตามทาง
“อย่าลืมซะละถ้าก้าวไปอีกฝั่งของประตูมิติให้ใช้ชื่อฮีโร่เท่านั้นและก็คนที่นั่นจะถนัดการใช้ เขาไม่พูดกันอย่างนี้ คงเป็ผลจากการต้องอยู่กับพวก มอนเตอร์และปีศาจ” คิงมองหน้าบอย “เข้าใจๆ แต่ฉันสงสัย ทำไมนายถึงอยากให้ฉันไปโซนปนะตูมิตืที่ 13 ละ พวกมอนเตอร์จากนรกน่ากลัวจะตาย ใครก็รู้ว่าโซน 13 วุ่นวายและอันตรายที่สุด ”บอยพูดและมองหน้าคิง “อันตรายตรงไหนกัน ปลอดภัยที่สุดแล้ว โซน 3ที่เรากำลังจะไปกันเนี่ยสิ อันตรายสุด ต้องเจอกับเผ่าเทพด้วย ” คิงพูดพร้อมสีหน้าที่ดูจริงจังจนบอยไม่กล้าพูดต่อ
ทั้งคู่เดินไปจนถึงคิวของพวกเขา ผู้คุมประตูเรียกดูข้อมูจากคิงจากนั้นจึงปล่อยทั้งคู่ให้เดินเข้าประตูมิติไป
ภาพหมุนวนวนไปวนมาในหัวของบอย เดี๋ยวชัดเดี๋ยวเดี๋ยวเบลอ เดี๋ยวเร็ว ช้า จังหวะสลับกันไปมาจนบอยแทบอยากอาเจียนออกมา แต่ก็เก็บรั้งเอาไว้พยายามควบคุมลมหายใจเข้าออก ให้ตัวเองอยู่ในสภาพที่ปลอดโปร่งและสบายที่สุด
บอยนั้นฟังคำบอกเล่าของคิงมาบ้างแต่ถึงจะเตรียมตัวมาดีอาการตอนนี้กลับไม่สู้ดีนัก แต่สภาพก็ไม่ได้ย่ำแย่เท่ากับคนที่ไม่ได้เตรียมตัวมา
“ซีโร่ๆ เ้าตื่นได้แล้วซีโร่ ถึงที่หมายแล้ว” บอยมองไปยังเสียงอาการค่อยๆดีขึ้นตามลำดับและพบว่าต้นเสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็คิงนั่นเอง “ที่นี่ข้าจะพูดอย่างนี้ เ้าเองก็เช่นกันซีโร่”
คิงจงใจเน้นคำว่า ซีโร่ ให้บอยได้ฟังด้วยความหนักแน่น
ทีแรกบอยเผลอลืมชื่อฮีโร่ตนแต่ก็นึกขึ้นมาได้เมื่อคิงเน้นย้ำ แต่ก็อดสงสัยมิได้ว่าคิงรู้ชื่อฮีโร่ตนได้ยังไงกันรึว่าคิงมีพลังสูงจนขยายอาเขติญญามาฟังสิ่งที่เขาคุยกันในห้องได้
ความสงสัยของบอยอยู่ได้ไม่นาน เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ทำให้บอยแทบช็อค กับภาพที่พึ่งได้พบเจอ.....