ความรู้สึกเดียวที่ณิชาััได้คือความว่างเปล่าและความเย็นะเืราวกับอยู่ในห้วงอวกาศที่ไร้จุดสิ้นสุด พื้นดินใต้เท้าพลันเลือนหายไป กลายเป็ความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต ทิศทางเบื้องหน้า เื้ั เบื้องบน เบื้องล่าง ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็หนึ่งเดียวกับความมืดมิดจนไม่อาจแยกแยะ
ประสาทััอื่นๆ ของณิชาก็เริ่มทำงานผิดปกติ เสียงที่เคยได้ยินแว่วมาจางหายไปราวกับถูกดูดกลืน ความรู้สึกถึงลมที่พัดผ่านผิวกายมลายหายไปสิ้น ราวกับนางถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
นี่คือ "โลกรัตติกาล" ทักษะเวทย์อันน่าสะพรึงกลัวของ 'ปีกรัตติกาล' มันมิใช่เพียงแค่การสร้างความมืดมิด หากแต่เป็การบิดเบือนมิติ สร้างพื้นที่แห่งความว่างเปล่าที่กักขังเหยื่อไว้ภายใน โลกที่ถูกตัดขาดจากทุกสิ่ง แสงสว่าง ทิศทาง แม้แต่ััพื้นดิน
ทักษะ โลกรัตติกาล เป็ทักษะระดับสูงที่หาได้ยากมาก ความสามารถในการควบคุมเป็อันดับต้นๆของลูกแก้วทักษะิญญา ความล้ำค่าของมันต่ำกว่า ทักษะจำแลงดาบของณิชา การที่ณิชามีทักษะนี้ จึงทำให้ยืนเหนือผู้คนในระดับเดียวกัน ทักษะโลกรัตติกาลนั้นต่ำกว่ามันแค่ระดับเดียว สื่อให้เห็นว่า ทักษะโลกรัตติกาล ร้ายกาจแค่ไหน
ในโลกมืดมิดนี้ การรับรู้ของเหยื่อจะถูกบิดเบือนอย่างสิ้นเชิง พวกเขาจะสูญเสียการทรงตัว สูญเสียการรับรู้ทิศทาง และในที่สุดก็จะสูญเสียความมั่นใจในตนเอง ความหวาดกลัวและความสับสนจะเข้าครอบงำจิตใจอย่างรวดเร็ว กลายเป็เหยื่อที่ไร้ทางสู้โดยสมบูรณ์
'ปีกรัตติกาล' ผู้ซึ่งถนัดการล่าเหยื่อในความมืด ย่อมได้เปรียบอย่างมหาศาลในโลกที่เขาสร้างขึ้น เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ มองเห็นเหยื่อที่กำลังสับสน และโจมตีจากทุกทิศทางโดยที่เหยื่อไม่ทันตั้งตัว แต่ข้อเสียของเขาก็ชัดเจนเช่นกัน ทักษะของเขาเป็แบบควบคุมศัตรูตัวเขาเองไม่มีพลังพอถ้าเทียบกับคนที่มีทักษะอื่น ถ้าเขาเจอกับศัตรูที่ทรงพลัง เขาจะทำได้แค่กักขังคนนั้นได้แค่่หนึ่งเท่านั้น
ณิชาที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ขอบเขต ััได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น นางพยายามกวาดสายตามองหาแสงสว่าง แต่สิ่งที่นางพบมีเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่งรอบตัว ความรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าเริ่มทำให้นางหวาดหวั่น
'นี่คืออะไรกัน?' ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของณิชา ความมืดมิดนี้แตกต่างจากความมืดในเวลากลางคืน มันเป็ความมืดที่กดดันและน่าอึดอัด ราวกับมีบางสิ่งกำลังโอบล้อมและบีบคั้นนางอยู่
"ทักษะเวทย์ หมอกพิษ"
เสียงทุ้มต่ำดังแว่วมาจากความมืดมิด พร้อมกับััที่เย็นเยียบและชื้นแฉะที่เริ่มปกคลุมร่างกายของณิชา ควันหมอกสีเขียวกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ราวกับมือที่มองไม่เห็นกำลังโอบล้อมนางอย่างช้าๆ กลิ่นฉุนแสบจมูกเริ่มรุนแรงขึ้น บ่งบอกถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในม่านหมอกนั้น
"ทักษะเวทย์ กระทิงพุ่งชน"
อีกหนึ่งเสียงที่ดังขึ้นมา มีลอยแสงในความเหมือนมิดเกิดเป็ถนนใต้เท้าณิชา ที่ปลายทางของแสงมีกระทิงขนาดใหญ่ทำท่าเตรียมพร้อมที่พุ่งตัวออก มันเอาเท้าถูกับพื้นราวกับ้าเพิ่มความแรงต่อการชนนี้
ทั้งสามทักษะ ไม่ว่าจะเป็ โลกรัตติกาล หมอกพิษ หรือ กระทิงพุ่งชน ต่างเป็ทักษะที่เ้าของทักษะเองก็คิดว่าเป็ขยะ โลกรัตติกาล ถ้าใช้เดี่ยวๆ ก็แค่ทักษะหยุดศัตรู ส่วน ทักษะหมอกพิษ ถ้าศัตรูไม่สูดดมหรืออยู่ในที่ปิดก็ไม่มีความหมาย ลมจะพัดหมอกไปหมด และสุดท้ายทักษะ กระทิงพุ่งชน มันต้องทำการสะสมพลังแถมยังมีแสงที่เหมือนถนนคอยบอกระยะโจมตีอีก ใครจะบ้าอยู่เฉยๆ ให้โดนบ้าง มันเป็ทักษะขยะ 3 ทักษะ แต่พอมารวมกันกลับเป็ร้ายกาจอย่างน่าสะพรึง อย่างที่ ณิชา กำลังโดนอยู่ตอนนี้
ไม่แปลกใจที่คนทั้ง 3 ถ้าไม่รวม 'ฉลามคลั่ง'ก่อนหน้านี้ มักจะทำภารกิจด้วยกันเสมอ ความสามารถของมันเมื่อรวมกันจะเท่าทวี ทหารรับจ้างอันดับต้นๆก็ต้านทานไม่ได้ แล้วณิชาจะทำอะไรได้
ณิชาสั่นด้วยแววตาที่สิ้นหวัง เสียงกระซิบที่นางพึ่งพามาตลอดหายไปั้แ่นางวิ่งออกจากชุมชน หรือเป็เพราะนางปฏิเสธมัน แต่ถ้าไม่มีมันช่วยในตอนนี้ ณิชาคงจะไม่รอด สายตานางพร่ามัวมองไม่เห็นทิศทาง นางรู้สึกเหนื่อยเกินไป และรู้สึกง่วงขึ้นมาอย่างกะทันหันในนาทีที่สำคัญ นางล้มลงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง เหมือนตุ๊กตาที่เชือกขาด
ใน่ที่นางกำลังล้มลงไปนั้น ทันใดนั้น จี้สร้อยคอรูปทรงคล้ายกระจกบานหน้าต่าง สลักชื่อของณิชาไว้ ก็สั่นสะท้านและเปล่งแสงเร้นลับในชั่วพริบตา ก่อนจะพลิกด้านอย่างฉับพลัน รูปลักษณ์ภายนอกแทบไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับเป็เพียงภาพลวงตา แต่ทว่า อักษรตัวหนึ่งบนจี้กลับแปรเปลี่ยน จาก "ณิชา" เป็ "นิชา" อย่างน่าประหลาด
"หยุดดด!!! 'พญาเขา' หยุดก่อนน!! " เสียงร้องะโบอกของ 'ปีกรัตติกาล' ด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน เขากล่าวกับพ้องเพื่อน ให้หยุดการกระทำลง
"หยุดทำไม?" พญาเขา ยกเลิกวางมือลงแล้วหันไปถาม 'ปีกรัตติกาล' อย่างงุนงง ถึงเขาจะไม่เข้าใจแต่จากการทำงานด้วยกันมานาน 'ปีกรัตติกาล' คือมันสมองของกลุ่ม เขาเชื่อ 'ปีกรัตติกาล' จึงทำการยกเลิกทักษะลงทันที
"เรา้านางเป็ๆ ขืนเ้าลงมือนางได้ตายแน่"
'พญาเขา' พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาลืมไปสนิทเพราะณิชาค่อนข้างน่ากลัวสำหรับเขา ก่อนที่เขาวิ่งมาที่นี้ เขาเห็น 'ฉลามคลั่ง' ที่แขนขาดไปข้างนึง มันทำให้เขาอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้ เขาเลยต้องใส่เต็มกำลังอย่างไม่ลังเล โดนทักษะเขาไป ณิชาน่าจะาเ็สาหัส แต่ตอนนี้นางล้มลงไปแล้ว จึงไม่จำเป็อีกต่อไป ยังไงพวกเขาก็้านางตัวเป็ๆไปขึ้นเงินรางวัล
แต่ไม่ทันได้ผ่อนคลาย ในขณะที่พวกเขากำลังจะละความระมัดระวังตัว สัญชาตญาณได้ร้องเตือนพวกเขาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทันทีที่จี้สร้อยคอสลับด้าน อักษร "ณิชา" แปรเปลี่ยนเป็ "นิชา" ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมิได้จำกัดอยู่เพียงตัวอักษร หากแต่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของบรรยากาศ ความว่างเปล่าที่เคยปกคลุมพลันหนักอึ้งไปด้วยกระแสเย็นเยียบะเื ราวกับความตายได้แผ่ปีกกว้างโอบล้อม
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างฉับพลันมิได้มาจากสภาพอากาศ หากแต่เป็ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างที่ล้มแน่นิ่งของณิชา ความหวาดกลัวที่เคยปกคลุมจิตใจของนาง แปรเปลี่ยนเป็ความเ็าไร้ความรู้สึก ดวงตาที่เคยพร่ามัวด้วยความสิ้นหวัง บัดนี้กลับเปิดโพลงด้วยประกายสีดำสนิท ราวกับห้วงเหวลึกที่กลืนกินแสงสว่าง
'ปีกรัตติกาล' 'พญาเขา' และ 'อสรพิษเงา' ััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ขนทั่วร่างของพวกเขาลุกชัน สัญชาตญาณนักล่าร้องเตือนถึงภัยอันตรายที่แตกต่างออกไป ความมืดมิดที่พวกเขาสร้างขึ้น บัดนี้กลับกลายเป็ฉากหลังอันน่าสะพรึงกลัวให้กับสิ่งที่กำลังจะปรากฏ
ความรู้สึกราวกับถูกจ้องมองจากเงามืดเข้าปกคลุมจิตใจ พวกเขาไม่อาจระบุทิศทางของภัยคุกคามได้ แต่รับรู้ได้ถึงพลังอำนาจที่แผ่ซ่านออกมา ราวกับมีบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์กำลังตื่นขึ้น
รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนิชานั้นมิได้งดงามอย่างที่ควรจะเป็ มันบิดเบือน เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความเมตตา ราวกับรอยยิ้มของปีศาจที่พึงพอใจในความหวาดกลัวของเหยื่อ แสงสีทองที่เคยเรืองรองจากดาบ บัดนี้กลับต่อต้านเ้าของอย่างแปลกประหลาด ก่อนที่ไม่นานแสงนั้นก็หม่นลงไป
ความเงียบที่ปกคลุมนั้นหนักอึ้งจนแทบกลั้นหายใจ เสียงลมหายใจของพวกเขาสามคนดังชัดเจนในความมืดมิด ราวกับเสียงกระซิบแห่งความตายที่กำลังใกล้เข้ามา ความกลัวกัดกินจิตใจทีละน้อย บรรยากาศเย็นะเืนี้มิใช่เพียงแค่ความหนาว แต่เป็ความเย็นที่แทรกซึมลึกเข้าไปในกระดูกสันหลัง บ่งบอกถึงการตื่นขึ้นของบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว อะไรบางอย่าง สิ่งที่มิใช่มนุษย์ บางสิ่งที่ราวกับมัจจุราชที่จำแลงแปลงกายมา
ร่างสาวน้อยบริสุทธิ์ที่ตัวจะเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต กำลังลุกตัวขึ้นมา ท่าทางเก้ๆ กังๆ...สร้างความรู้สึกประหลาดพิกลในที่นี้ ทหารรับจ้างทั้ง 3 ไม่กล้าผลีผลามกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาได้แต่เงียบเฝ้าดู หารู้ไม่พวกเขากำลังเข้าใกล้ความตายมากขึ้นเรื่อยๆ สิทธิ์เดียวที่จะรอดพวกเขาต้องใช้พลังทั้งหมดจู่โจมในตอนนั้นเดี๋ยวนี้เท่านั้น แต่มันผ่านไปแล้ว
"ร่างนี้ช่างอ่อนปวกเปียก แย่ชะมัด" นิชาสำรวจที่มือของนางทั้งสองข้าง เสียงเบาๆที่พึมพำถึงจะไม่ดังแต่ในสถานที่ที่ไม่มีเสียงเลย มันกลับได้ยินอย่างชัดเจน ตอนนี้เหมือนนางจะยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว
"แต่คิดไม่ถึงว่าจะใช้พลังเวทย์ของลูกแก้วสายศักดิ์สิทธิ์ได้ ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ หึๆ" นิชาหัวเราะ เบาๆ ในลำคอ ราวกับเสียงกระซิบแห่งชัยชนะส่วนตัว ก่อนจะปรายตามองไปที่ดาบที่หม่นแสงด้วยความภาคภูมิใจ