“ถูกต้อง”
“ความรู้สึกของการถูกให้ความสำคัญโดยไม่มีจุดประสงค์แอบแฝงหรือหวังผลประโยชน์มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง”
“ตอนนี้เ้าอ่านหนังสือไปก่อนประเดี๋ยวข้าจะฝึกเพลงดาบสักหน่อย”
“เ้าค่ะ”หลิวจื่อหรงขานรับอย่างว่าง่ายก่อนที่เสิ่นอวี้จะเดินออกไปยังหน้าเรือน พลางหยิบก้านไม้ไผ่ที่วางอยู่บนก้อนหินก่อนที่จะเริ่มฝึกรำเพลงดาบอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
“ตอนนี้หรงเอ๋อร์เปลี่ยนไปบ้างในบางส่วนถือว่าเป็เื่ที่ดีอยู่ไม่น้อยเลยนะเพคะหม่อมฉันได้แต่หวังว่านางจะเป็เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆพระองค์จะได้สบายพระทัยไม่ต้องพะวงถึงเื่ของนางอีก”เหยียนฟูเหริน[8] เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อารมณ์ดีหลังจากสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของหลิวจื่อหรง พลางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะแล้วหันไปมองเชื้อพระวงศ์หญิงผู้าุโ
“เื้ัของความเปลี่ยนแปลงของหลิวจื่อหรงจะต้องเกี่ยวข้องกับทหารหนุ่มน้อยที่อยู่ภายใต้สังกัดกองกำลังทหารสกุลเหยียนของเราอย่างแน่นอนเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆถึงสามารถทำให้องค์หญิงหย่งเล่อผู้หยิ่งจองหองยอมศิโรราบเชื่อฟังเขาได้อย่างง่ายดาย”เหยียนไท่โฮ่วเอ่ยขึ้นมาอย่างชื่นชมพลางหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
“บุตรชายเพียงคนเดียวของเ้าเมืองลั่วหนาน เมืองเล็กๆที่อยู่ติดกับชายแดนแคว้นหนานหนิงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็ฝีมือเด็กหนุ่มคนนั้นที่ทำให้หลิวจื่อหรงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”
“ชาติกำเนิดใช่ว่าจะสามารถแบ่งกั้นได้ทุกอย่างเด็กหนุ่มคนนั้นมีในสิ่งที่คนอย่างหลิวจื่อหรงไม่เคยมีและมีแค่เพียงเด็กหนุ่มคนนั้นที่สามารถมอบสิ่งที่หลิวจื่อหรง้าได้อย่างเต็มใจ”
“ถ้าอย่างนั้นจะเป็ไปได้หรือไม่เพคะว่าเสิ่นอวี้ผู้นั้นยังคงติดต่อและไปมาหาสู่กับหรงเอ๋อร์ของเรา”
“ตำหนักคุนหนิงในตอนนี้ยังคงมีเสิ่นเยว่อยู่เสิ่นเยว่อาจจะเป็จุดเชื่อมโยงระหว่างพวกเขาทั้งสองคน ถ้าหากพวกเขาสองคนยังคงติดต่อซึ่งกันและกันข้าจะไม่ขัดขวาง เพราะมันเป็สิ่งที่ทำให้หรงเอ๋อร์มีความสุขเสิ่นอวี้จะมอบความสุขให้แก่หรงเอ๋อร์อย่างเต็มใจความสุขที่หรงเอ๋อร์้าอย่างแท้จริง”เหยียนไท่โฮ่วเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่พึงพอใจเมื่อหวนนึกถึงรอยยิ้มอันสดใสของหลานสาวคนโปรด
“อีกไม่นานอวี้เกอจะกลับเมืองลั่วหนานแล้ว ท่านจะไปส่งอวี้เกอด้วยกันกับข้าหรือเปล่าเสี่ยวหรง”เสิ่นเยว่เอ่ยถามขึ้นมา พลางปักผ้าเป็รูปลายดอกมู่ตานสีแดง
“ถ้าหากข้าไม่คิดจะไปส่งอวี้เกอกลับเมืองลั่วหนานข้าคงไม่อดหลับอดนอนปักผ้าลายดอกอวี้หลันให้เขาหรอก”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดคิ้วของนางขมวดเป็ปมพลางปักผ้าอย่างตั้งใจ
“ข้าเชื่อแล้วว่าท่านจะต้องไปส่งอวี้เกอกลับเมืองลั่วหนานเป็แน่ไม่อย่างนั้นคิ้วคงไม่ขมวดเป็ปม ผูกกันเสียยิ่งกว่าด้ายที่ปักลงบนผ้าหรอกอวี้เกอของข้าชอบดอกอวี้หลันมากข้ามั่นใจว่าเขาจะต้องชอบผ้าปักของท่านมากเป็แน่”เสิ่นเยว่เอ่ยขึ้นมาพลางมองใบหน้าของหลิวจื่อหรงนางคลี่ยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ แล้วหันไปมองผ้าปักรูปลายดอกอวี้หลัน
“ผ้าปักลายดอกอวี้หลันผืนนี้ข้าปักด้วยความตั้งใจเพราะอีกสี่ปีกว่าที่พวกเราจะได้พบกันอีกครั้งถึงวันนั้นข้าอยากให้เขาเก็บผ้าปักของข้าเอาไว้เพื่อเป็คำสัญญาว่าเขาจะกลับมาหาข้ากลับมาเมืองหลวงเจี้ยนคังอีกครั้ง”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่คาดหวังพลางมองผ้าปักที่อยู่ในมือของตัวเอง เสิ่นเยว่เมื่อเห็นสีหน้าของหลิวจื่อหรงนางจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปปลอบใจหลิวจื่อหรงทันที
“สกุลเสิ่นถือคำสัญญาเป็วาจาสิทธิ์อย่างไรเสียพี่ชายของข้าจะต้องกลับมาหาท่านและข้าอย่างแน่นอนเื่นี้ในสถานะคนสกุลเสิ่นอย่างข้าขอรับรองได้”หลิวจื่อหรงเมื่อได้ยินสิ่งที่เสิ่นเยว่กล่าวนางจึงคลี่ยิ้มให้แก่อีกฝ่ายอย่างสบายใจแล้วมองผ้าปักที่อยู่ในมือของตัวเองอีกครั้ง
“ขอบคุณสำหรับผ้าปักทั้งสองผืนของพวกเ้าทั้งสองคนพี่ชายคนนี้จะเก็บรักษาเอาไว้เป็อย่างดี”เสิ่นอวี้เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางมองสาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน
“ขอให้ท่านพี่ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีด้วยนะเ้าคะเยว่เอ๋อร์อยู่ทางนี้จะคอยสวดมนต์ให้เทพเซียนคุ้มครองท่าน”
“คำพูดนี้ควรจะเป็ของข้าเสียมากกว่าร่างกายของเ้าอ่อนแอและบอบบางยิ่งนัก รักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีด้วย”
“เยว่เอ๋อร์จะจำไว้ใส่ใจเ้าค่ะอวี้เกอ”เมื่อเสิ่นอวี้ได้ยินคำตอบรับของผู้เป็น้องสาวเขาจึงลูบศีรษะของนางด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะหันไปมองหลิวจื่อหรงที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ขอบคุณเ้าที่อุตส่าห์ปีนกำแพงสูงตระหง่านเพื่อมาส่งข้ากลับเมืองลั่วหนานนะ หรงหรง”
“ท่านมีความสำคัญต่อข้า จะให้ข้าไม่มาส่งท่านได้อย่างไรอวี้เกอ ข้ารับปากว่าข้าจะดูแลเสี่ยวเยว่ของท่านเป็อย่างดี และหวังว่าอีกสี่ปีข้างหน้าพวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง”
“เมื่อถึงวันนั้นข้าจะกลับมาหาเ้าอย่างแน่นอน”
“เมื่อถึงวันนั้นแล้วข้าจะรอ”
“ตอนนี้ใกล้เวลาออกเดินทางกลับเมืองลั่วหนานแล้วข้าต้องขอตัวกลับก่อน ขอให้พวกเ้าดูแลตัวเองให้ดีแล้วรอข้ากลับมาเมืองหลวงอีกครั้ง”
เสิ่นอวี้กล่าวลาสาวน้อยทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพลางส่งยิ้มให้แก่พวกนางอย่างอบอุ่นเช่นเคยเมื่อเห็นอย่างนั้นหลิวจื่อหรงรู้สึกใจหายขึ้นมาทันทีเพราะหลังจากนี้ไปนางต้องรออีกสี่ปีกว่าจะได้เห็นรอยยิ้มอันอบอุ่นของเสิ่นอวี้อีกครั้งหลิวจื่อหรงกำมือของตัวเองไว้แน่น แล้วโผเข้าสวมกอดเสิ่นอวี้อย่างไม่รอช้า
“ต้องกลับมาให้ได้นะเ้าคะ”เสิ่นอวี้ฉีกยิ้มขึ้นมาด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะลูบหลังของหลิวจื่อหรงเบาๆ
“อย่างไรเสียข้าจะต้องกลับมาหาเ้า”เมื่อได้ยินคำตอบของเสิ่นอวี้หลิวจื่อหรงจึงคลายอ้อมแขนแล้วผละตัวออกจากเขา
“เดินทางปลอดภัยนะเ้าคะ”เสิ่นเยว่ฉีกยิ้มหวานให้แก่เสิ่นอวี้เสิ่นอวี้เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้าตอบรับ
หลิวจื่อหรงและเสิ่นเยว่ยืนมองเสิ่นอวี้ด้วยความอาลัยเสิ่นอวี้ฉีกยิ้มหวานอย่างอบอุ่นส่งท้าย ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินไปยังจุดจอดรถม้าเขาะโขึ้นบนหลังรถม้า หลังจากได้ยินเสียงสัญญาณกลอง แล้วหันไปมองเสิ่นเยว่และหลิวจื่อหรงอีกครั้งก่อนที่คณะเดินทางนี้จะเดินทางกลับเมืองลั่วหนาน
________________________________________________
[8] ฟูเหริน(夫人) คือ ภรรยา เอาไว้ใช้เรียกสตรีที่ออกเรือนไปแล้ว