ตอนที่57 นักดนตรีนิรนาม
“คุณเป็นใครกันแน่ทักษะแฮ็กเข้ามาดูข้อมูลของตระกูลหวางแบบนี้เหมือนเจ้าแฮ็กเกอร์ตัวป่วนนั่นทีเดียว”
ชายหนุ่มยังคงจดจำวีรกรรมแสบของแฮ็กเกอร์นิรนามอันดับสามได้เพราะตนเกือบจะค้นพบตัวตนแท้จริงของอีกฝ่ายทว่ากลับถูกเอาคืนอย่างไม่ทันตั้งตัวจนบรรดาแฮ็กเกอร์ทั้งหลายวุ่นวายไปทั่วโลกทำให้ไม่แน่ใจว่าระหว่างตนกับแฮ็กเกอร์ตัวป่วนนั้น ใครจะเก่งกาจในทักษะการแฮ็กข้อมูลมากกว่ากัน
หลงปิงตัดสินใจใช้ไม้แข็งปะทะเข้ากับแฮ็กเกอร์นิรนามเพราะอยากทดสอบความเก่งกาจของอีกฝ่ายให้ประจักษ์ตาโดยมั่นใจว่าคราวนี้ตนจะไม่พลาดหรือว่อกแว่กจนพ่ายแพ้ได้แน่นอน
อย่างไรก็ตามนาตาชารับรู้ถึงการลอบติดตามของแฮ็กเกอร์อีกฝ่ายพอดีพลางเลิกคิ้วประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าจะมีคนสนใจการกระทำเล็กน้อยของตนในการเข้ามาล้วงความลับข้อมูลตระกูลอันดับสองของประเทศจีน
“ใครบังอาจคิดจะลองดีกับฉันลองดูกันสักตั้งเป็นไง จะเก่งแค่ไหนเชียว”
หญิงสาวกล่าวดูแคลนอีกฝ่ายด้วยความผ่อนคลายเพราะไม่คิดว่าจะพบเข้ากับแฮ็กเกอร์อันดับหนึ่งของโลกอย่างไม่ตั้งใจทั้งไม่คิดว่าแฮ็กเกอร์ผู้โด่งดังและเก่งกาจจะอยู่ในประเทศจีน
อย่างไรก็ตามนาตาชาเกิดใหม่หลายครั้งทั้งยังได้เรียนรู้เทคนิคลับเพิ่มเติมจนสามารถสร้างเทคนิคลับเฉพาะในรูปแบบตัวเอง ทำให้มีทักษะเธอก้าวขึ้นมาเทียบเคียงกับหลงปิงได้โดยสามารถประลองฝีมือกันได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ
ทว่าหลงปิงในฐานะแฮ็กเกอร์อันดับหนึ่งก็มีฝีมือฉกาจพอตัวแล้วยังสามารถต่อกรในการต้านรับและโจมตีจากแฮ็กเกอร์ปริศนาได้อย่างสูสีเช่นกัน
นาตาชาและหลงปิงประลองฝีมือกันโดยมีเป้าหมายการเข้าถึงความลับในแฟ้มใหม่ซึ่งเพิ่งถูกส่งเข้ามาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของกรมตำรวจได้เพียงสองวันในขณะที่หลงปิงเองก็ยังไม่ได้เข้าไปตรวจสอบเพราะเป็นฐานข้อมูลลับของตำรวจไม่ใช่ฐานข้อมูลลับของหน่วยข่าวกรองฝั่งทหารซึ่งเป็นหน่วยงานตนสังกัดอยู่
ทั้งสองคนใช้เวลาต่อสู้กันอยู่นานหลายชั่วโมงต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้กัน จนกระทั่งฝั่งนาตาชาเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงหกนาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นของกรุงวอชิงตันดี. ซี.
หญิงสาวตั้งเวลาให้วิดีโอบันทึกผลงานการเล่นกู่ฉินในบทเพลงกว่างหลิงซานทำการเผยแพร่ผ่านช่องทางสามแพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ยูทูบ ติ๊กต็อก และเอกซ์ในชื่อช่องทางการว่า“เอทไลฟ์” แปลว่าชาติที่แปด ในเวลาหกนาฬิกาตรง
เมื่อได้เวลาตามโปรแกรมกำหนดแล้ววิดีโอความยาวเกือบแปดนาทีถูกโพสต์ลงในแพลตฟอร์มทั้งสามแห่งพร้อมกันชั่วขณะนั้นยังไม่มีผู้คนสนใจมากนักเพราะเป็นบัญชีใหม่ซึ่งยังไม่มีผู้ติดตามสักคนกระนั้นโชคชะตาได้เล่นตลกกับนาตาชาหลังจากวิดีโอโพสต์ไปได้เพียงสามสิบนาที พลันมีนักดนตรีชราจากสมาคมศิลปะจีนแขนงดนตรีจีนกำลังค้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ให้มาเข้าร่วมเป็นสมาชิกพอดี
อึ้งซานชายชราผู้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการดนตรีจีนแห่งสมาคมศิลปะจีนเขาเคยพ่ายแพ้ในการประลองกู่ฉินกับปรมาจารย์จ้าวเฟยเจินมาก่อน จึงต้องหันกลับมาเล่นเฉพาะกู่เจิ้งแทนกู่ฉินเขาได้รับมอบหมายจากทางสมาคมให้ค้นหาดาวรุ่งดวงใหม่มาทำการแสดงสดในงานวันชาติของจีนในวันที่หนึ่ง เดือนตุลาคม ปีคริสต์ศักราชสองพันยี่สิบเอ็ดนี้
ด้วยความท้อแท้และต้องการหาความบันเทิงระบายความเคร่งเครียดจากภารกิจดังกล่าวจึงเปิดดูคลิปวิดีโอจากในยูทูบและติ๊กต็อกสลับกันไปมาตามแต่ใจจะปรารถนาโดยไม่คาดหวังว่าจะพบคลิปใดถูกใจตนได้
กระทั่งไถหน้าจอโทรศัพท์แล้วบังเอิญพบเข้ากับวิดีโอการเล่นกู่ฉินในบทเพลงกว่างหลิงซาน ซึ่งเป็นบทเพลงต้นตำรับแห่งความยากในการเข้าถึงจิตวิญญาณเขาหยุดดูการเล่นของหญิงสาวปริศนาที่มองเห็นเพียงนิ้วมือเรียวสวยทั้งสิบนิ้วกรีดกรายร่ายรำบนสายพิณกู่ฉินอย่างเป็นธรรมชาติทว่าแฝงพลังอันโดดเด่นซึ่งทำให้บทเพลงดังกล่าวไพเราะเหนือกว่าเคยพบเห็นมา พลันตาเบิกกว้างตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตาแล้วพึมพำออกมาว่า
“โอ้โฮ! เป็นไปได้ยังไงนิ้วมือนั่นบอกฉันว่าเป็นหญิงสาวแน่นอน แต่ทำไมถึงได้เล่นทักษะสูงระดับนี้ได้เป็นไปไม่ได้!”
ชายชราอึ้งซานตระหนักถึงความจริงของการเล่นกู่ฉินให้เก่งกาจเป็นอย่างดีด้วยความยากของโทนเสียงมีมากถึงสองร้อยสามสิบแปดเสียง หากจะเล่นให้เป็นเพลงได้ดีใช้เวลาเฉลี่ยสองปี กว่าจะเล่นเป็นเพลงสะท้อนอารมณ์ถ่ายทอดเรื่องราวได้ลึกซึ้งก็ใช้เวลาเฉลี่ยราวสิบปี
ยังมีความแตกต่างของกู่ฉินและกู่เจิ้งนอกจากจำนวนสายแล้วนั่นคือ กู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีเน้นช่วงเสียงต่ำทุ้มเปรียบดังเสียงคนชราผ่านโลกมานานหลายสิบปีแล้วรำพึงรำพันเรื่องราวทุกข์สุขทั้งหลายผ่านบทเพลงส่วนกู่เจิ้งจะมีเสียงสดใสกังวานและมีช่วงเสียงหลากหลายโดยออกแนวค่อนไปทางเสียงสูงดุจเสียงครวญของสตรีแรกรุ่น
ดังนั้นนับแต่โบราณกาลกู่ฉินจึงเป็นเครื่องดนตรีของนักปราชญ์ นักกวี ที่ใช้เล่นในวงมิตรสหายสนิทเท่านั้นไม่มีการแสดงตามร้านหรือสถานบันเทิงทั่วไปพอชายชราเห็นว่าผู้เล่นในคลิปวิดีโอเป็นหญิงสาวเขาไม่เชื่อถือนักเพราะสามารถตกแต่งให้เกินจริงได้จึงส่งลิงก์คลิปดังกล่าวไปให้ลูกหลานคนรู้จักช่วยวิเคราะห์อีกครั้ง
“ฉันไม่เชื่อว่าเด็กน้อยนั่นจะเล่นเองมันอาจเป็นภาพลวงตา หรือไม่ก็เป็นหุ่นยนต์มาเล่นให้คนจริงอย่างฉันฟัง”
ชายชราอึ้งซานส่งลิงก์คลิปวิดีโอดังกล่าวเข้าแชตกลุ่มโดยหวังให้เพื่อนคนอื่นในสมาคมช่วยกันพิจารณาเขาไม่ลืมส่งไปถึงอดีตคู่แข่งให้ช่วยประเมินสถานการณ์อันคลุมเครือนี้ด้วย
“เหอะ! ฉันจะมานั่งปวดหัวอยู่คนเดียวได้ไงของแบบนี้ต้องช่วยฉันหาคำตอบหน่อยสิ”
อึ้งซานยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วนั่งไถโทรศัพท์ดูคลิปอื่นต่ออย่างมีความสุขแต่ไม่วายหันกลับมาเปิดคลิปดังกล่าวฟังอีกครั้งด้วยความรู้สึกลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
เมื่อชายชราอึ้งซานโพสต์คลิปวิดีโอของนาตาชาลงในกลุ่มสมาคมศิลปะจีนกลุ่มใหญ่พลันเกิดความโกลาหลขึ้นทันทีเพราะมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาดนตรีจีนหลายคน แต่ละคนต่างเกิดความสงสัยไม่แตกต่างจากอึ้งซานเพราะกว่าจะมีคนเล่นกู่ฉินได้คล่องแคล่วโดยไม่มีเสียงโน้ตเพลงผิดเพี้ยนสักตัวควรจะมีอายุเกินกว่าหญิงวัยกลางคนหรือเป็นหญิงชราไปแล้ว
ในโลกโซเชียลของสมาคมศิลปะจีนต่างมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคักว่า
“โอ้โฮ! ฉันไม่อยากเชื่อว่านั่นคือคนจริง ๆกำลังเล่นเพลงระดับตำนานให้ชมอีกด้วย”
“จริงด้วย! ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด!ต้องมีคนพิสูจน์ซิว่านี่มันคือของจริงหรือของปลอม”
“ส่งไปให้พวกไอทีพิสูจน์เร็วเข้าสิฉันรอผลการพิสูจน์ไม่ไหวแล้ว”
“อ๊ะ! นั่นเป็นคนหรือหุ่นยนต์กันแน่ฝีมือระดับเทพเจ้าเลยนะนี่”
“ไอหยา! นี่มีคลิปหลอกคนแก่อย่างพวกเราเหรอเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเด็กเก่งขนาดนี้”
นาตาชาไม่รู้ตัวสักนิดว่าผลงานบทเพลงแรกของตนได้ก่อให้เกิดคลื่นความโกลาหลในประเทศจีนเข้าให้แล้วบรรดานักศิลปะจีนต่างเรียกร้องให้มีหน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงเนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอัจฉริยะทางดนตรีจีนเกิดขึ้นมาในช่วงนี้เหตุเพราะทางสมาคมศิลปะจีนเพิ่งมีการจัดงานประกวดเฟ้นหาอัจฉริยะทางดนตรีจีนไปเมื่อหลังตรุษจีนในช่วงสองเดือนก่อนนี่เอง
..........
เวลานี้หลงปิงและนาตาชาต่างคร่ำเคร่งและมีสีหน้าเครียดไม่แตกต่างกันเพราะการประลองในเวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมาทั้งคู่ต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับโดยไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครมีทักษะเก่งกาจเหนือชั้นกว่า
กระทั่งฝั่งหลงปิงมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณเสียงอันคุ้นเคยจากทางผู้ใหญ่ในหน่วยข่าวกรองของกองทัพเขาขบกรามแน่นอย่างไม่พอใจเท่าใดนักเพราะกำลังติดพันการต่อสู้อยู่กับแฮ็กเกอร์นิรนามทว่าไม่สามารปฏิเสธคำสั่งหรืองานจากอีกฝ่ายได้เนื่องจากการโค่นล้มตระกูลศัตรูล้วนได้รับความช่วยเหลือมาจากผู้ใหญ่คนนี้นั่นเอง
ด้านนาตาชาเธอเหลือบเห็นใครบางคนมายืนด้อมมองอยู่หน้าบ้านพอดีพอเห็นว่าฝั่งหลงปิงไม่ตอบโต้กลับคืนมา แล้วยังลบร่องรอยหายไปอย่างหมดจดจึงทำตามบ้างเพราะตอนนี้อยากรู้ว่าชายสามคนมายืนอยู่หน้าบ้านทำไม
“ถือว่าเป็นโชคดีของคุณนะเนี่ยมีแขกไม่ได้รับเชิญมาหาฉันก่อน ไม่งั้นพวกเราต้องสู้กันให้กองทัพทั้งหมดถูกกวาดล้างไปเลย”
หญิงสาวกล่าวกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสเปคสูงรุ่นล่าสุดด้วยความเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันต่อศัตรูจากแดนไกลพลางพิมพ์คำสั่งบนหน้าจอให้ไมโครโฟนในกล้องสอดแนมทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพเธอต้องการตรวจสอบคำพูดของชายสามคนอยู่หน้าบ้าน
พลันมีเสียงสนทนาของชายสามคนรูปร่างแตกต่างกันดังขึ้นผ่านลำโพงคอมพิวเตอร์พวกเขาสอบถามกันไปมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่า
“ผมว่าตอนนี้ก็เหลือบ้านหลังนี้หลังเดียวแล้วนะครับลองถามดูว่าเจ้าของบ้านได้ส่งเสียงรบกวนคนอื่นไหม” ชายผอมถามเพื่อนอย่างลังเลใจเขาไม่กล้าฟันธงว่าเป็นฝีมือคนในบ้านนาตาชา
“นายกดกริ่งเรียกนะฉันไม่อยากถูกบ่นอีก บ้านที่ผ่านมาก็ถูกบ่นจนหูชาแล้ว” ชายอ้วนพูดออกตัวขึ้นทันที
“บ้านเงียบขนาดนี้จะส่งเสียงรบกวนคนอื่นได้ไง”ชายเตี้ยที่สุดในกลุ่มแสดงความคิดเห็นตามจริง
“จะไปรู้เหรอก็ดันมีคนร้องเรียนเรื่องเสียงแปลก ๆ นั่นซี จะว่าเป็นเสียงพิณก็ไม่แน่ใจนายนั่นแหละลองถามเจ้าของบ้านดู”
ชายอ้วนผลักเพื่อนตัวเตี้ยให้ไปยืนอยู่ต่อหน้าอินเตอร์คอมซึ่งเป็นเครื่องสื่อสารขนาดเล็กกะทัดรัดมันถูกติดตั้งไว้ในมุมหลบสายตาและหลบภัยธรรมชาติโดยอยู่ข้างเสาประตูเข้าบ้านซึ่งอยู่ติดกับโรงรถทันที
“ก็ได้ ๆ ฉันจะลองถามให้”ชายเตี้ยกล่าวอย่างจำยอมเพราะก่อนหน้าให้เพื่อนทำหน้าที่ไปแทนหลายหลังแล้ว
พอชายเตี้ยกำลังจะเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอมเพื่อสื่อสารกับคนภายในบ้านโดยตรงเนื่องจากไม่ต้องการกดกริ่งเรียกให้เจ้าของบ้านเสียเวลาออกมาเจรจาด้วยพลันมีเสียงดังจากในอินเตอร์คอมออกมาก่อนซึ่งเป็นเสียงชายหนุ่มท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อยว่า
“ที่นี่ไม่มีเสียงอะไรนั่นหรอก...ไปหาที่อื่นโน่น”
นาตาชาส่ายหน้าให้กับข้อผิดพลาดอันไม่น่าให้อภัยของตนเองเธอพูดข้อความผ่านไมโครโฟนแล้วให้โปรแกรมแปลงเสียงเป็นชายหนุ่มหงุดหงิดก่อนส่งออกไปยังอินเตอร์คอมหน้าบ้านเพื่อหวังขับไล่กลุ่มยามทั้งสามคนของหมู่บ้านออกไป
อย่างไรก็ตามก่อนหน้าเธอคิดจะตรวจสอบระดับเสียงเพลงแต่มีเหตุให้ต้องรีบเข้าบ้านทำงานอย่างอื่นเธอทำงานเพลิดเพลินจนลืมไปว่าตนต้องการทดสอบเสียงเล็ดลอดออกไปพอเห็นว่ากลุ่มชายสามคนต่างแยกย้ายจากไปด้วยดีจึงเดินไปหยิบเครื่องมือช่างบางชิ้นในห้องไอทีแล้วทำการตรวจสอบปรับปรุงวัสดุเก็บเสียงภายในห้องใหม่
อนึ่งด้วยทักษะอันเก่งกาจในฐานะวิศวกรมือฉกาจจากรัฐบาลอิสราเอลเธอสามารถทำการปรับปรุงวัสดุเก็บเสียงทุกห้องในจุดสำคัญได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องง้อโทรเรียกให้ช่างมาแก้ไขให้
กระทั่งเห็นว่าตนจัดการได้เรียบร้อยดีแต่ต้องพิสูจน์เพื่อทดสอบว่าไม่มีเสียงดังเล็ดลอดออกไปซึ่งเธอจะต้องนำอุปกรณ์บางชิ้นไปติดตั้งอยู่หน้าบ้านเป็นการทดสอบเสียงอีกครั้ง
“ต้องแปลงโฉมซะหน่อยเดี๋ยวมีคนจำได้ละก็...ยุ่งแน่เลย”
หญิงสาวเข้าห้องแต่งตัวใหม่ด้วยการปลอมแปลงใส่หมวกใหญ่และสวมหน้ากากอำพรางแล้วเดินเอาอุปกรณ์ทดสอบเสียงไปติดตั้งไว้รั้วบ้านฝั่งด้านในเพราะไม่จำเป็นต้องออกไปทำอยู่นอกบ้านเนื่องจากสามารถวิเคราะห์ระดับเสียงและหาตำแหน่งเสียงเล็ดลอดจากในตัวบ้านได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นกดปุ่มรีโมตควบคุมเสียงให้แสดงผลการเล่นกู่ฉินเพียงสองสามวินาทีพอเห็นว่าอุปกรณ์แจ้งถึงตำแหน่งบกพร่องอันเป็นจุดทำให้มีเสียงเล็ดลอดออกมาจึงกลับเข้าบ้านไปปรับปรุงใหม่