ผ่านไปสักครู่ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นภาพที่เห็นตรงหน้าคือเสือตัวนั้นใช้ลิ้นสาบเลียใบหน้าของเขาอย่างออดอ้อน เหมือนสัตว์เลี้ยงที่กำลังอ้อนเ้าของหลังกลับมาจากข้างนอกอย่างไรอย่างนั้น ชายหนุ่มได้แต่พยายามผลักออกเพราะด้วยความสูงและน้ำหนักของมันที่ตอนนี้อยู่บนตัวเขาทำให้หายใจแทบไม่ออก
“พอก่อน ข้าแทบจะตายเพราะหายใจไม่ออกแล้ว ไม่ได้เจอแค่อาทิตย์เดียวไม่ต้องคิดถึงข้ามากเช่นนี้ก็ได้” ชายหนุ่มพูดพลางลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เสือขาวเองเมื่อเล่นจนพอใจแล้วก็ถอยออกจากตัวของเขาและมองด้วยสายตาที่เหมือนสำนึกผิดที่กระโจนใส่ชายหนุ่ม
“เ้าไม่ต้องทำหน้าสำนึกผิด ข้าไม่ได้จะดุเ้าข้าต้องขอบคุณเ้ามากกว่าที่ช่วยให้ข้าเข้ามาเก็บสมุนไพรได้อย่างปลอดภัยไม่มีสัตว์ร้ายเข้ามารบกวน” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นพลางยื่นมือไปลูบที่หัวของเสือขาวอย่างอ่อนโยน
ความจริงแล้วเสือขาวกับชายหนุ่มเป็เหมือนดั่งเพื่อนกันอย่างไรอย่างนั้นวันแรกที่เขาย้ายมาอยู่บนเขาแห่งนี้เพื่อแฝงตัว เขาเห็นมันนอนได้รับาเ็ที่ขาจนไม่สามารถเดินได้เขาจะช่วยรักษามันจนหายดี ทำให้ทั้งคู่กลายเป็เพื่อนกันในที่สุดเวลาที่ชายหนุ่มขึ้นเขามาเก็บสมุนไพรมันก็จะชอบออกมาเล่นกับเขาเป็ประจำ มันเองเป็เหมือนเ้าป่าบนเขาแห่งนี้จึงทำให้ไม่มีสัตว์ตัวใดกล้าทำร้ายชายหนุ่มแม้แต่ตัวเดียว
ผ่านไป 1 ชั่วยามชายหนุ่มก็เก็บสมุนไพรได้ตาม้าเหลือเวลาอีกนิดหน่อยที่เขาจะต้องไปทำธุระ เขาจึงนั่งพักที่โขดหินใหญ่ข้างลำธาร น้ำในลำธารใสจนสามารถมองเห็นตัวปลาใต้น้ำได้อย่างชัดเจน สายลมอ่อนๆ พัดผ่านในฤดูวสันต์ใบไม้ล่องลอยไปตามสายลม เสียงน้ำไหลในลำธารช่างเป็บรรยากาศที่ช่วยให้ผ่อนคลายเป็อย่างมาก ชายหนุ่มหยิบลูกหนังทรงกลมออกมาจากกระเป๋าที่วางไว้ด้านข้าง เสือขาวเมื่อเห็นสิ่งของที่คุ้นเคยก็มองตามไม่ละสายตา เห็นอย่างนั้นชายหนุ่มจึงโยนลูกหนังไปทางเพื่อน 4 ขาของเขา มันใช้ขาหน้าทั้ง 2 ข้างเขี่ยเล่นตบไปมาอย่างไร้เดียงสา หมดสภาพเสือขาวที่น่ายำเกรงของสัตว์ทุกตัวในป่าหรือผู้คนที่ได้พบเจอเหลือเพียงภาพเหมือนแมวตัวน้อยที่กำลังเล่นของเล่นอยู่อย่างไรอย่างนั้น เขาชอบเล่นกับเสือขาวเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อเข้ามาเก็บสมุนไพร เวลาล่วงเลยเข้ายามซื่อถึงเวลาที่เขาต้องกลับแล้ว
“ถึงเวลาที่ข้าต้องกลับแล้ว ครั้งหน้าข้าสัญญาว่าจะมาเล่นกับเ้าให้นานกว่านี้เป็แน่” ชายหนุ่มกล่าวกับเพื่อน 4 ขาของเขา เหมือนอย่างมันฟังรู้เื่เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดเช่นนั้นเสือขาวก็ทำหน้าเศร้ามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่อยากจากลา
“ข้าจะมาเล่นกับเ้าอีกเป็แน่ไม่ต้องเศร้าไป วันนี้ข้ามีธุระต้องไป” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างปลอบใจและมองตามหลังสัตว์สีขาวที่ดูสง่างามเดินกลับเข้าป่าไป เมื่อเสือขาวเดินไปจนลับตาเขาก็ได้เดินกลับที่พักเช่นเดียวกัน วันนี้เขามีนัดทานอาหารเที่ยงกับฟู่อี้เฉินที่จวนของนางเขาจึงต้องกลับไปอาบน้ำเตรียมตัวเช่นเดียวกัน
ห้องครัว
“คุณหนูเ้าคะ ท่านเข้ามาทำอันใดที่นี่เ้าคะ” เจียลี่หัวหน้าแม่ครัวเอ่ยถามหญิงสาวผู้มาใหม่ด้วยใบหน้าสงสัย
“ข้าก็เข้ามาทำอาหารอย่างไรล่ะ” หญิงสาวตอบกลับเสียงใส
“ห๊ะ!! ท่านว่าเช่นไรนะเ้าคะ” ทุกคนในครัวต่างใมองมาที่หญิงสาวเป็ตาเดียวไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“คุณหนูว่าไงนะเ้าคะ ท่านจะทำอาหารอย่างนั้นหรือเ้าคะ” ถิงถิงที่มาด้วยกันกับหญิงสาวยังไม่อยากจะเชื่อคำพูดที่ได้ยินจากนายของตน และถามให้แน่ใจอีกครั้ง
“ใช่ ข้ามาที่ห้องครัวก็ต้องมาทำอาหาร มีอันใดแปลกเช่นนั้นหรือ” หญิงสาวรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นท่าทีคนที่นี่ใมากเช่นนี้
“จะดีหรือเ้าคะคุณหนู ให้พวกข้าทำเองเถอะเ้าค่ะ” เจี่ยลี่กล่าวขึ้นเพราะพวกเขาเห็นหญิงสาวมาั้แ่เด็กๆ นางไม่เคยทำอาหารแม้เพียงสักครั้งแต่วันนี้กลับอยากจะทำซะอย่างนั้น
“ไม่เป็ไรวันนี้ให้ข้าได้โชว์ฝีมือเอง” หญิงสาวกล่าวอย่างหนักแน่นว่านางจะเป็คนทำอาหารเอง
ที่นางอยากทำอาหารในวันนี้เพราะได้นัดหมายกับจางิ่ว่าจะมาทานอาหารเที่ยงที่นี่และนางจะเป็คนลงมือทำให้ชายหนุ่มทานด้วยตนเอง วันนี้นางจะทำอาหาร 3 อย่างให้ชายหนุ่มได้ลองทาน หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างพิจารณาเห็นผักหลากหลายชนิดอีกทั้งยังมีสับปะรดที่เป็ของหายากที่โลกนี้อีกด้วยเมื่อเห็นเช่นนั้นนางจึงตัดสินใจทำหมูผัดเปรี้ยวหวานเป็จานแรก เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบและหั่นให้เรียบร้อยโดยวัตถุดิบมีไม่มากนักมีแค่เนื้อหมูและผักไม่กี่ชนิดเท่านั้น จากนั้นมือเรียวยาวก็เริ่มนำกระเทียมที่สับไว้ลงไปผัดในน้ำมันจนหอม เสร็จแล้วใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนสุกใส่สับปะรด แตงกวา หอมใหญ่ พริก ต้นหอมและมะเขือเทศลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือป่นเทน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยแล้วผัดให้เข้ากัน เมื่อชิมรสชาติดูทำให้หญิงสาวต้องเบิกตากว้าง ‘อร่อย!!! ฝีมือข้าก็ยังถือว่ายังไม่ตกยังอร่อยเหมือนเดิมถึงแม้จากขาดเครื่องปรุงไปบางอย่างแต่ก็ยังใช้อย่างอื่นทดแทนไม่ทำให้รสชาติเปลี่ยนไปมาก จะว่าไปข้านี่มันเจ๋งไปเลยนะเนี่ย’ หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจอย่างภูมิใจในฝีมือของตนทำให้เผลอยิ้มออกมาไม่หยุด เมื่อทำเสร็จแล้วนางจึงเริ่มทำเมนูที่เหลือได้แก่ เต้าหู้ผัดเสฉวน ปีกไก่เหล้าแดง ทุกคนที่อยู่ในครัวต่างใกับภาพที่เห็นตรงหน้าเป็อย่างมาก พวกเขาไม่เคยเห็นหญิงสาวทำสิ่งเช่นนี้มาก่อนแถมทำอย่างคล่องแคล่วกว่าพวกตนที่ทำงานในครัวเป็ประจำด้วยซ้ำ
ในโลกเดิมหญิงสาวชอบทำอาหารทานเองมากกว่าเพราะทั้งประหยัดเงินและการทำอาหารช่วยให้ผ่อนคลายจากงานที่เคร่งเครียดอีกด้วย หลังทำอาหารครบตาม้านางยังตกแต่งจานได้อย่างสวยงามทำให้ดูน่าทานเป็อย่างมาก หญิงสาวทำอาหารไว้จำนวนมากจึงแบ่งไว้ให้คนในเรือนได้ทานด้วยนางอยากจะให้ท่านพ่อและท่านแม่ได้ทานแต่ทั้งคู่ไปทำธุระที่จวนเ้าเมืองจะกลับคงมืดค่ำ จนถึงตอนนั้นอาหารคงไม่อร่อยแล้ว
.
ยามอู่
“คุณหนูขอรับ คุณชายจางิ่มาถึงแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้ที่หน้าประตูเข้ามารายงานเมื่อชายหนุ่มมาถึงแล้ว
“เช่นนั้นพาเขาไปที่ศาลากลางสระข้าได้ให้ถิงถิงเตรียมของรอที่นั้นแล้วเดี๋ยวข้าตามไป” หญิงสาวบอกแก่บ่าวรับใช้ให้พาชายหนุ่มไปรอที่นั่นเพราะนางให้คนเตรียมของไว้แล้ว
“ได้ขอรับ”
หลังจากที่บ่าวรับใช้ออกไปหญิงสาวก็จับชุดให้เข้าที่พลางตรวจดูถุงหอมว่าได้นำติดตัวมาหรือไม่เพราะนางเพิ่งทำอาหารมาเมื่อสักครู่กลัวว่าจะมีกลิ่นติดตามเสื้อผ้า เมื่อดมดูตามตัวไม่มีกลิ่นแปลกๆ นางจึงเดินไปหาชายหนุ่มอย่างมั่นใจ
กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาตามสายลมตาคมสีน้ำตาลอมแดงมองตามไปทิศทางที่กลิ่นหอมลอยมาปรากฏหญิงสาวแต่งชุดสีแดงเสื้อตัวในสีขาวทำให้ดูสวยและสง่างามกว่าทุกวัน ชายหนุ่มมองไม่กะพริบตาเหมือนกับหยุดหายใจไป่ครู่
“คุณชายรอข้านานหรือไม่เ้าคะ” หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นเมื่อมาถึง
“คุณชาย คุณชาย คุณชายได้ยินหรือไม่เ้าคะ” หญิงสาวถามซ้ำอีกรอบเมื่อไม่มีเสียงใดเอ่ยกลับมา
“อ่อ…เอ่ออ…ไม่นานๆ เช่นนั้นคุณหนูอี้เฉินเชิญนั่ง” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างหาเสียงตนเองไม่เจอเพราะเขากำลังเคลิบเคลิ้มกับความงามของหญิงสาว
“วันนี้ข้าเชิญคุณชายมาทานอาหารที่บ้านไม่รู้ว่าท่านจะชอบหรือไม่ ถิงถิงให้คนนำอาหารที่เตรียมไว้เข้ามาได้” หญิงสาวกล่าวอย่างถ่อมตนเพราะนางได้ชิมรสชาติแล้วรู้สึกพอใจเป็อย่างมาก ประโยคหลังนางหันไปกล่าวกับสาวใช้คนสนิทให้นำอาหารเข้ามาได้
“อาหารพวกนี้มีชื่อว่าเช่นไรหรือ ทำไมข้าไม่เคยเห็นอาหารหน้าตาเช่นนี้มาก่อน” ชายหนุ่มกล่าวอย่างสงสัยเพราะเขาไม่เคยเห็นอาหารเช่นนี้มาก่อนถึงแม้เขาไปมาหลายเมืองแล้วก็ตาม หน้าตาของมันช่างน่ากินเป็อย่างมาก
“นี้เป็อาหารที่ข้าคิดค้นขึ้นมาเองไม่แปลกที่ท่านจะไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน นี่เรียกว่าหมูผัดเปรี้ยวหวาน ปีกไก่เหล้าแดง จานสุดท้ายเรียกว่าเต้าหู้ผัดเสฉวน ท่านลองชิมสิเ้าคะ” หญิงสาวอธิบายชื่ออาหารแต่ละชนิดให้ชายหนุ่มฟังพลางผายมือเชิญให้ชายหนุ่มได้ลองชิม
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะขอรับ” ชายหนุ่มหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหมูผัดเปรี้ยวหวานขึ้นมาชิม
“นี่มัน!! ข้าไม่เคยทานอาหารเช่นนี้มาก่อนรสชาติเปรี้ยวหวานเข้ากันอย่างลงตัวอร่อยมาก”
ชายหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อได้ชิมอาหารที่หญิงสาวเป็คนทำเขาใช้ตะเกียบคีบอาหารจานอื่นขึ้นมาชิมปรากฏว่ารสชาติต่างอร่อยแทบทั้งสิ้นเต้าหู้ผัดเสฉวนเองก็มีรสชาติเผ็ดร้อนช่วยให้อยากอาหารมากขึ้น เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามชายหนุ่มก็ทานอาหารจนหมดแทบไม่เหลือแม้สักชิ้น
หญิงสาวเมื่อเห็นชายหนุ่มทานอาหารที่เขาทำจนหมดก็รู้สึกดีใจ ไม่เสียแรงที่นางต้องเหนื่อยลงมือเข้าครัวด้วยตนเอง
“คุณชายอร่อยหรือไม่เ้าคะ อาหารทั้งหมดนี้คุณหนูเป็คนทำเองแทบทั้งสิ้นนะเ้าคะ” ถิงถิงกล่าวขึ้นอย่างรู้งานหลังจากเงียบไปนาน
“อาหารพวกนี้คุณหนูทำเองหรือขอรับ” ชายหนุ่มถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ
“เ้าค่ะ” หญิงสาวตอบเพียงสั้นๆ เพราะความเขินอายจนไม่รู้ว่าจะพูดสิ่งใด
“เพื่อเป็การตอบแทนวันนี้ข้านำยาบำรุง และข้าผ่านมาที่ตลาดพบกำไลหยกหนึ่งชิ้นเห็นว่าน่าจะเหมาะกับคุณหนูไม่รู้ว่าท่านจะชอบหรือไม่” ชายหนุ่มพูดพลางล้วงเข้าไปในอกเสื้อเพื่อหยิบกำไลหยกออกมา
“ชอบเ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพลางหน้าแดงระเรื่อ
จากนั้นชายหนุ่มก็มอบกำไลหยกและยาบำรุงให้หญิงสาว หลังทานอาหารเสร็จแล้วคนทั้งคู่ก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานทั้งยิ้มและหัวเราะออกมาไม่หยุด ทำให้คนในจวนที่พบเห็นทั้งคู่ต่างยิ้มออกเมื่อเห็นคุณหนูของพวกเขามีความสุข
ยามซื่อ = 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ = 11.00 - 12.59 น.
ฤดูวสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ
...........................................
ยัยน้องเ้านี่มันร้ายใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจผู้ชาย ร้ายเหมือนกันนะะเนี่ย
เื่นี้ไรท์ตั้งใจเขียนมากๆ เลยนร้าา หวังว่ารี๊ดทุกคนจะมีความสุขในการอ่าน อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจไรท์้ด้วยนะทุกคน