วันนี้ห่าวอู๋ตื่นแต่เช้าเพราะจะต้องเตรียมตัวไปว่าราชการในวังหลวง ครั้นเมื่อนึกได้ว่าจะต้องตรวจตราเงินในจวนของตัวเองเขาก็รีบเดินตรงไปที่ห้องเก็บสมบัติของเขา เมื่อไขกุญแจและเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าเงินถุงหนึ่งที่ตนเก็บไว้เพื่อที่จะทำการบางอย่างได้หายไป แต่เขาก็มิได้เอะอะโวยวายอะไรเพราะเหมือนหยั่งรู้ว่าเงินส่วนนี้จะต้องมีคนมาเอาไปเป็แน่
“ขอบใจเ้ามากนะแม่โจรสาวที่ช่วยข้านำเงินนั่นไปช่วยคนโดยที่ข้าไม่ต้องเปลืองแรง”
เขาพูดและก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ เขาก็เดินสำรวจภายในห้องก็มองเห็นรอยเท้าเล็กๆที่เดินเหยียบพื้นที่มีฝุ่นจับอยู่ ครั้นห่าวอู๋เห็นเช่นนั้นก็มั่นใจว่าเป็โจรสาวที่ชาวบ้านเลื่องลือว่าออกปล้นเงินคนรวยไปช่วยคนจน
“ช่างเก่งกาจนักที่เข้ามาจวนข้าโดยที่ข้าไม่รู้ตัว ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าเ้าเป็ใคร”
เมื่อเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่กลับจากเยี่ยมบ้านพวกเขาก็ตรงไปที่สำนักสายลับของพวกเขาทันทีเพราะว่าวันนี้ฮองเต้จะเสด็จมา เพื่อปรึกษาหารือภาระกิจลับกับหน่วยสายลับของพวกเขา
“คาราวะท่านหัวหน้าเ้าค่ะ”
“อืมๆพวกเ้ากลับมากันเสียทีพวกเ้าไม่อยู่รู้สึกว่าที่นี่จะเงียยบเหงาไปเลย”
“ข้าไม่เจอท่านหัวหน้าสามวันก็คิดถึงท่านเช่นกันเ้าค่ะ”
“เ้านี่นะเยว่เล่อเ้าเป็เด็กดีของข้ามาตลอด”
หัวหน้าสำนักสายลับเปรียบเสมือนอาจารย์ของนางอีกคนหนึ่งเขาเอ็นดูนางดั่งกับบุตรสาวของเขาอีกคน เพราะด้วยนิสัยของนางที่นางเป็คนอ่อนน้อมถ่อมตน ว่านอนสอนง่ายพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกคนในสำนักเมื่อเอ่ยปากกับนาง เยว่เล่อนางจึงเป็ที่รักของทุกคนในสำนัก
“โถ่ๆท่านหัวหน้าขอรับแล้วมิได้คิดถึงข้าน้อยบ้างหรอกหรือ”
เฝิ่นลู่เรียกร้องความสนใจบ้าง
“เ้าไม่อยู่นะหรือข้ารู้สึกสบายหูเสียมากว่า ข้าว่าจะให้เ้าลาต่ออีกยังไม่ต้องรีบกลับมาก็ได้”
“ท่านช่างลำเอียงนักรักแต่เยว่เล่อมิได้รักข้าเลย”
“เ้าก็พูดอย่างกับเด็กสามขวบไปได้มาน้อยใจอะไรกันโตจนป่านนี้แล้ว”
ท่านหัวหน้าบ่นไปแต่เต็มไปด้วยความเอ็นดูพวกเขาทั้งสองที่โตจนอายุจะย่างยี่สิบเอ็ดปีแล้วยังมาออดอ้อนเขาอย่างกับเด็กน้อยจะว่าไปแล้วสำนักสายลับของเขาจะดูเคร่งในเื่วินัย และความเด็ดขาดแต่กลับกลายเป็ว่าเมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ที่นี่ก็กลับทำให้หัวหน้าสำนักสายลับอย่างเขาตอนนี้มีบุตรสาวบุตรชายเพิ่มาอีกเพราะพวกเขาทั้งสองจะกล้าเข้าหา คอยดูแลเป็ห่วงเป็ใย มิได้เหมือนกับสมาชิกในหน่วยคนอื่นที่ดูท่าทีเกรงกลัวต่อเขา มิกล้าจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาดั่งเช่นเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ ครั้นเมื่อ
ฮองเต้เสด็จมาเหล่าสายลับต่างก็ยืนเข้าที่อย่างมีระเบียบ และก็ทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
“พวกเ้าลุกขึ้นเถิด”
“พวกกระหม่อมรอพระองค์อยู่พะยะค่ะ”
ท่านหัวสำนักสายลับกล่าวกับฮองเต้อย่างเป็กันเอง
“ข้ามีเื่ให้พวกเ้าไปทำ”
“เป็เื่ใดกันพะยะค่ะ กระหม่อมรอรับบัญชา”
“ข้า้าให้แค่ศิษย์น้องของข้าทำงานนี้ให้ข้า”
ครั้นเมื่อฮองเต้เอ่ยเช่นนั้นแล้วทุกคนต่างก็เข้าใจส่วนหัวหน้าหน่วยสายลับก็ส่งสัญญาณให้เหล่าสายลับคนอื่นออกไปข้างนอกจะเหลือไว้ก็เฉพาะเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่และก็เขา
“ข้าเริ่มสงสัยในตัวของมหาเสนาบดี เพราะหลายๆเื่ราวที่ราชครูเล่าให้ข้าฟังและก็ยังก็มีขุนนางบางส่วนยืนยัน”
“แต่ที่ผ่านมามหาเสนาบดีทำงานอย่างตรงไปตรงมา จะมีก็เพียงที่ไม่ลงรอยกับฝ่าาก็เท่านั้น”
ท่านหัวหน้าสายลับออกความแห็น
“แต่มีหลายเสียงที่บ่งบอกว่าเขาใชอำนาจในทางที่ผิดข้าอยากให้พวกเ้าไปสืบดู”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้พวกเขาทั้งสองคนคอยไปจับตามองมหาเสนาบดีนะพะยะค่ะ”
“แต่ข้าคิดว่าข้าจะให้เยว่เล่อแต่งงานเข้าไปในจวนของเขาแล้วคอยสังเกตการและข้าอยากรู้ว่าเงินคลังที่โดนปล้นไปจำนวนมหาศาลนั่นเป็ฝีมือของมหาเสนาบดีหรือไม่”
“ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามที่ฝ่าา้าเถิดพะยะค่ะ”
หัวหน้าสายลับเห็นด้วยกับฮองเต้ที่จะใช้แผนนี้ ส่วนเยว่เล่อขนหัวลุกวาบขนตั้งชันไปทั้งตัว นางคิดว่าเอาแล้วนางจะต้องแต่งเข้าไปอยู่กับมหาเสนาบดีที่หน้านิ่งอย่างกับน้ำแข็งแถมยังชอบทำหน้าตาเหยียดหยามเมื่อเห็นนาง ชีวิตอิสระของนางจะต้องยุ่งยากขึ้นอีกเป็แน่หากเมื่อแต่งงานเข้าจวนเขาไป
“เอ่อ...หม่อมฉันคิดว่าให้คนอื่นแต่งแทนดีไหมเพค่ะฝ่าา หม่อมฉันไม่อยากขึ้นชื่อว่าไปแย่งคนรักของพี่สาวกระหม่อม”
เยว่เล่อแย้งขึ้น
“ข้าไว้ใจเ้างานนี้ข้าอยากให้เ้าไปทำมิได้หรือ”
ฮองเต้นั้นมิได้ไว้ใจใครเท่านาง เพราะที่ผ่านมาสายลับคนอื่นก็ต่างทำงานไม่ถูกใจเท่านางเพราะก่อนหน้านี้เยว่เล่อได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่างานที่นางทำมิเคยพลาด และข่าวที่ได้มาตรงทุกอย่างจนเขาไม่อาจที่จะไว้ใจใครได้อีกนอกจากศิษย์น้องเช่นนาง
“ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมยอมทำงานนี้ก็ได้ แต่ถ้าหากงานจบแล้วกระหม่อมขอหย่ากับเขานะเพค่ะ”
“ได้ซิและข้าจะประทานสมรสใหม่ให้เ้าและจะต้องเป็ชายที่ดี ข้าจะไม่ให้ใครมาว่าเ้าได้ และเ้ามิต้องกลัวว่าใครจะว่าเ้าเป็ม่าย”
ฮองเต้มีแผนการรองรับไว้ให้นาง เพราะใจเขาก็ไม่อยากให้มีใครมาว่านางเช่นนี้เหมือนกันแต่เขาก็แอบรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ที่เหตุใดถึงได้ห่วงนางอย่างกับบุตรสาวคนหนึ่ง และก็เอ็นดูนางด้วยเพราะหน้าตาที่หมดจดดูงดงามและคุ้นตา
“ขอบพระทัยฝ่าาเพค่ะที่ทรงเป็ห่วงแต่กระหม่อมมิได้อยากแต่งงานกระหม่อมอยากอยู่กับท่านแม่สองคนไปเช่นนี้เพค่ะ”
“เอาน่าเ้าจะต้องแต่งงานมีคู่ครองดั่งเช่นสตรีทั่วไปข้าอยากให้เป็เช่นนั้นข้าจะได้ไม่ห่วงเ้าอีก”
ท่านหัวหน้าสำนักสายสืบได้แต่มองหน้ากันกับเฝิ่นลู่ด้วยความสงสัยว่าเหตุใดฮองเต้ถึงได้ใส่ใจนางเช่นนี้ แต่ทั้งสองก็คิดว่าหากใครได้ใกล้นางก็ต้องหลงรักนางทุกคน และเฝิ่นลู่ก็รู่สึกใจหายที่นางจะต้องแต่งงานกับมหาเสนาบดี เพราะเขาคิดว่าถ้าหากในอนาคตเก็บเงินได้สักก้อนหนึ่งเขาจะต้องขอนางแต่งงานและนางเท่านั้นที่จะเป็ภรรยาของเขา ส่วนเยว่เล่อก็คิดว่าในอนาคตจะต้องมีปัญหากับพี่สาวของตนเป็แน่หากว่าฝ่าาทรงประทานสมรสให้เขากับมหาเสนาบดี เพราะก่อนหน้านางมักจะเห็นมหาเสนาบดีคอยเที่ยวไล้เที่ยวขื่ออยู่กับพี่สาวของตนนั่นก็หมายถึงทั้งสองนั่นรักกันอยู่ เขากับพี่สาวตนนั้นดูเหมาะสมกันเสียที่สุด คนหนึ่งก็เป็สตรีเอาแต่ใจนิสัยเย่อหยิ่งอีกคนหนึ่งก็เป็บุรุษมีนิสัยดูแคลนสายตาไม่เป็มิตรชายหญิงเช่นนี้ช่างเหมาะสมกัน นางก็ได้แต่คิดว่าเหตุใดไม่อยากเข้าใกล้บุรุษเช่นเขาแต่กลับต้องได้เข้าไปคลุกคลีและมิหน่ำซ้ำยังต้องแต่งงานเข้าไปเป็ฮูหยินในจวนเขาเสียอีก โชคชะตามันช่างเล่นตลกกับนางเสียจริง หากมิใช่เพราะหน้าที่สายลับที่จะต้องสืบหาข่าวนางคงไม่ตอบตกลงเป็แน่ คิดแล้วนางก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา
หลายวันผ่านไปหลังจากฮองเต้ปรึกษาหาลือกับหน่วยสายลับเรียบร้อยแล้วก็ไม่รอช้าที่จะมีราชโองการไปยังจวนท่านเ้ากรมคลังประทานงานสมรสให้บุตรสาวคนเล็ก แต่ทว่าพวกคนในจวนกลับไม่รู้ว่าคนที่ฮองเต้ประทานสมรสให้นั่นมิใช่เจียวจินคุณหนูใหญ่ของตระกูลกลับเป็บุตรสาวคนเล็กที่เกิดจากอนุผู้ต่ำต้อย
“มีราชโองการ”
ขันทีร้องขึ้นมื่อมาถึงจวนท่านเ้ากรมคลัง และทุกๆคนภายในจวนต่างก็ออกมานั่งคุกเข่าเพื่อที่จะรับราชโองการ ส่วนเจียวจินวันนี้นางก็แต่งตัวสวยสมดั่งกับเป็คุณหนูใหญ่ของตระกูล
“ฮองเต้มีราชโองการประทานงานมงคลสมรสมหาเสนาบดีแต่งกับบุตรสาวท่านเ้ากรมคลัง”
ครั้นเมื่อเจียวจินได้ยินเช่นนั้นถึงกับยิ้มแก้มปริ เพราะคิดว่าจะเป็ตนเองที่จะได้แต่งงานกับมหาเสนาบดี แต่ขันทีที่นำราชโองการมา ยังมิได้ประกาศเสียหมดนางก็คิดเองเออเองเสียแล้ว
“บุตรสาวท่านเ้ากรมคลังนามว่าหวงเยว่เล่อให้แต่งเข้าจวนเป็ฮูหยินใหญ่ของมหาเสนาบดีส่วนฤกษ์มงคลนั้นอีกสามวันนับจากนี้ไป รับราชโองการ”
ครั้นเมื่อสิ้นเสียงประกาศทุกคนภายในจวนต่างก็ใและไม่คาดคิดมาก่อนว่า ฮองเต้จะเป็คนประทานงานสมรสให้กับเยว่เล่อบุตรสาวของอนุผู้ต่ำต้อยเช่นนั้น เจียวจินก็แทบล้มทั้งยืนเพราะมหาเสนาบดีนั้นนางคิดว่าเป็ของนาง ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของมหาเสานบดีคงต้องไม่พ้นนางเป็แน่ แต่เหตุใดอยู่ๆถึงได้มีราชโองการมาเช่นนี้ และภายในใจของนางกลับยิ่งเคียดแค้นให้กับเยว่เล่อผู้เป็น้องสาวของตน ทุกๆคนในจวนต่างก็พากันแปลกใจแต่ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถรู้ต้นสายปลายเหตุของราชโองการนี้ได้ ส่วนเ้ากรมคลังทั้งดีใจและแปลกใจที่บุตรสาวในจวนของตนจะได้แต่งงานกับมหาเสนาบดีผู้ที่มีอำนาจรองมาจากฝ่าา ในกาลข้างหน้าลูกเขยมหาเสนาบดีจะต้องช่วยเขาได้เป็แน่หากมีการใหญ่ที่จะต้องทำแต่เ้ากรมคลังก็ไม่ได้มีความละอายใจแม้แต่น้อย ที่ไม่เคยใส่ใจอนุภรรยาและบุตรสาวอนุอย่างเยว่เล่อหากแต่ตอนนี้กลับคิดแต่จะหาผลประโยชน์เขาช่างนึกถึงแต่ตัวเอง ฮูหยินใหญ่ของท่านเ้ากรมก็แทบจะเป็บ้าเสียสติที่ลูกอนุได้แต่งเข้าจวนมหาเสนาบดีแทนที่จะเป็บุตรสาวของตนที่เป็ถึงคุณหนูใหญ่ของจวน นางทำได้เพียงแต่มองค้อนไปที่ผู้เป็มารดาของเยว่เล่อ
“ท่านแม่เ้าค่ะลูกไม่ยอมลูกไม่ยอมอยู่ดีๆเหตุใดนังลูกอนุชั้นต่ำถึงได้แต่งงานกับมหาเสนาบดีด้วย ข้าไม่ยอมๆ”
เจียวจินได้แต่ร้องโวยวายดั่งคนเสียสติกับท่านแม่ของตน
“แม่คิดว่านังนั่นมันคงไปหว่านสเหน่ห์ให้ท่านอัครมหาเสนาบดีเป็แน่ ถึงได้มีราชโองการมาเช่นนี้”
“ลูกก็คิดเหมือนท่านแม่ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าท่านมหาเสนาบดีไปกราบทูลขอเป็แน่นังนั่นมันต้องไปทำสเหน่ห์ใส่ท่านพี่ของข้าเป็แน่”
นางก็ได้แต่ร้องโวยวายเดินไปเดินมาอย่างกับคนเสียสติ เพราะนางคิดว่าห่าวอู๋จะต้องแต่งงานกับนางในเร็ววันเป็แน่ ไม่เช่นนั้นเขาไม่ไปมาหาสู่นางอยู่เป็ประจำ และเขาใส่ใจนางถึงเพียงนี้แต่เหตุใดถึงกลับต้องไปขอพระราชทานงานสมรสกับ
ฮองเต้ ทุกอย่างเหมือนถาโถมเข้าหาเจียวจิน จนนางอยากจะไปหาเขาที่จวนเสียเดี๋ยวนี้ แต่ด้วยความเย่อหยิงในศักดิ์ศรีของตนนางกลับห้ามใจเอาไว้ เพราะคิดว่าเดี๋ยวเขาจะต้องมาหานางเป็แน่นางมั่นใจเช่นนั้น และนางได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความแค้นที่อยู่ดีๆนังลูกอนุชั้นต่ำอย่างเยว่เล่อได้คนรักของตน
“เ้าจะต้องชดใช้ให้ข้านังลูกอนุชั้นต่ำดันมาแย่งของรักของข้าไป เ้าคอยดู”
เจียวจินก็ได้แต่ด่าทอออกมาบัดนี้กิริยามารยาทของนางมิได้สมกับที่เป็คุณหนูใหญ่เลยสักนิด สองแม่ลูกผู้ที่มีแต่ความแค้นและความอิจฉาริษยาตอนนี้ทั้งสองร้อนรุ่มดั่งมีไฟแผดเผา และได้แต่คิดหาทางแก้แค้นเอาคืนให้สาสมใจของพวกนางทั้งสอง