นับจากวันที่ฟื้นขึ้นมานี่ก็ครบสิบวันแล้ว ทุกๆวันเขายังคงแสดงละครตบตาว่าเป็ผู้ที่พึ่งหายจากอาการป่วยปางตายนั่น เขารู้ดีว่ามาเชลจะต้องส่งคนมาจับตาดูเขาอย่างแน่นอนและเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเกิดความสงสัยเขาจึงจำต้องแสดงละครตบตาเช่นนี้ ทุกครั้งที่มีเวลาว่างแอเรียสจะใช้เวลาในการบ่มเพาะพลังเวทไม่ว่าจะเป็กลางวันหรือกลางคืนและเขายังได้ฝึกฝนทักษะต่อสู้อื่นๆอีกด้วย แม้ทุกทักษะจะเป็ทักษะที่เขาเคยใช้ในอดีตแต่เขาก็ต้องฝึกฝนใหม่เพื่อให้ร่างนี้คุ้นชินและชำนาญกับทักษะเ่าั้
“ ในที่สุดอยู่ข้าก็อยู่ในระดับััเวทขั้นที่ห้า พลังของข้าในตอนนี้คงพอที่จะทำสิ่งใดได้บ้าง “
แอเรียสลืมตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม หากมีผู้ใดกล่าวออกมาว่ามีผู้ที่สามารถเลื่อนระดับจากระดับััเวทขั้นหนึ่งไปถึงขั้นห้าภายในสิบวันมันผู้นั้นคงถูกผู้คนหัวเราะเยาะเพราะคิดว่าเป็เื่โกหกเป็แน่ ความรวดเร็วในการเพิ่มระดับการบ่มเพาะพลังของแอเรียสนั้นนับว่ารวดเร็วจนน่าใเกินไป หากไม่ใช่เป็เพราะผลกระทบในวันนั้นเขาก็คงไม่ฝึกฝนได้รวดเร็วเช่นนี้ นี่เป็ความรวดเร็วที่แม้แต่แอเรียสเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน
อีกด้านหนึ่งที่ไม่ห่างไกลจากห้องของแอเรียสมากนัก ดาเนสกำลังรับฟังรายงานจากคนรับใช้ผู้หนึ่ง เมื่อได้รับฟังเื่ราวจนหมดแล้วเขาก็โยนถุงเงินถุงหนึ่งไปให้คนรับใช้อย่างไม่ใส่ใจมากนัก คนรับใช้ผู้นั้นรีบถุงเงินนั้นราวกับว่ามันคือสมบัติล้ำค่า มันกล่าวขอบคุณดาเนสด้วยท่าทีประจบประแจงก่อนจะจากไป
“มันก็ยังคงเป็ตัวตนอันไร้ประโยชน์เช่นเดิม ช่างทำให้ข้าเสียเวลาจริงๆ “
เมื่อพบว่าแอเรียสไม่ได้มีท่าทีผิดปกติใดๆในที่สุดดาเนสก็เลิกใส่ใจแอเรียส การมาคอยเฝ้าสังเกตุความผิดปกติของแอเรียสนับว่าเป็งานที่น่าเบื่อหน่ายเป็อย่างมากหากไม่ใช่เพราะคำสั่งของมาเชลเขาคงไม่มาทำงานอะไรเช่นนี้ ดาเนสนั้นอายุเท่ากันกับแอเรียสแต่เขาเป็ถึงนักเวทฝึกหัดขั้นสาม ตัวตนของแอเรียสนั้นไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา
อีกสองวันต่อมาภายในห้องของแอเรียส
“ หึ ! ในที่สุดเ้าหนูสกปรกที่ชอบมาป้วนเปี้ยนแถวห้องข้าก็หายไปเสียที ทำให้ข้าเสียเวลาซะตั้งนาน “
แอเรียสสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าไร้ซึ่งการเฝ้ามองจากผู้ใดในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะดำเนินตามแผนการที่วางเอาไว้ แอเรียสลอบออกมาจากตระกูลโดยไม่ให้ใครรับรู้ โดยปกติแล้วแอเรียสหาใช่คนที่ได้รับความสนใจใดๆแม้จะหายตัวไปเป็เวลานานก็ไม่มีผู้ใดสนใจ
คฤหาสน์ของตระกูลสการ์เชียนั้นตั้งอยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองหลักไม่มากนักใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีแอเรียสก็มาถึงหน้าประตูเมือง ตระกูลสการ์เชียแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เช่นตระกูลฮาร์เกนแต่ก็เป็ตระกูลใหญ่ของเมืองเบอเนียร์ เพียงแค่แอเรียสแสดงตราประจำตระกูลให้กับทหารยามเขาก็สามารถผ่านเข้าไปได้โดยง่าย
เมืองเบอเนียร์นั้นครอบคลุมอาณาเขตนับร้อยกิโลเมตรโดยจะมีตัวเมืองหลักอยู่ที่จุดกึ่งกางของอาณาเขต ผู้ปกครองเมืองแห่งนี้คือดยุคโคเว่นเป็พระอนุชาขององค์าาซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาปกครองเมืองแห่งนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน โครงสร้างอำนาจของเมืองแห่งนี้ประกอบไปด้วยผู้ที่มีอำนาจสูงสุดคือดยุคโคเว่น รองลงมาก็คือห้าตระกูลใหญ่ ประกอบด้วยตระกูล สการ์เชีย ฮอบสัน ริชาร์ท โจฮันเนส และมัลเลอร์
เมื่อเข้ามาถึงภายในตัวเมืองแอเรียสก็หาที่หลบตาผู้คนก่อนที่จะนำเสื้อฮู้ดสีเทามาสวมไว้เพื่อปิดบังตัวตนของทายาทตระกูลสการ์เชีย เมื่อมีฮู้ดสีเทาปกปิดใบหน้ามันทำให้แอเรียสดูลึกลับขึ้นไม่น้อย
ในความทรงจำของเขาไม่ค่อยมีเื่ราวเกี่ยวกับภายในเมืองละเอียดมากนัก แม้ในอดีตแอเรียสคนเก่าจะเคยมายังภายในเมืองเบอเนียร์หลายครั้งแต่เขาก็มักจะหลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้คน มีเพียงข่าวลือว่าทายาทแห่งตระกูลสการ์เชียเป็ผู้ไร้พลังเวทแต่นั่นก็ไม่มีผู้ใดสนใจสักเท่าไร การที่ไม่มีผู้คนรู้จักก็ถือเป็ข้อดีอย่างหนึ่งทำให้การปกปิดตัวตนของเขาไม่กลายเป็ที่สังเกต
เขตการค้าคือเป้าหมายของเขาในครั้งนี้ หลังจากเดินสำรวจเขตการค้าภายในเมืองอยู่กว่าหนึ่งชั่วโมงในที่สุดเขาก็เริ่มรู้โครงสร้างคร่าวๆของเขตการค้าภายในเมืองรวมถึงสินค้าต่างๆที่ขายอยู่ในเขตการค้าแห่งนี้ ภายในเขตการค้ามักเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงจอแจของเหล่าผู้คนและพ่อค้าดังไปทั่วเขตการค้า
“ น้องชายน้องสาวตรงนั้นน่ะเ้า้า้าซื้อดาบนี่หรือไม่ นี่เป็ดาบที่ถูกสร้างขึ้นจากพอร์ทัลนักสร้างอาวุธเลยนะ แม้มันจะเป็เพียงอาวุธเวทระดับต่ำได้ข้ารับรองได้เลยว่าพลังของมันแข็งแกร่งกว่าดาบเล่มที่เ้าสะพายอยู่แน่นอน“
“ เ้าว่าอะไรนะ !! เ้าหมายถึงพอร์ทัลคนนั้นรึ“
เสียงร้านเ้าของร้านที่ถือดาบสีฟ้าในมือพร้ะโกนเรียกลูกค้าอยู่อย่างไม่หยุดปาก ในที่สุดก็มีนักเวทรูปร่างกำยำผู้หนึ่งที่ดูจะสนใจดาบเล่มนั้น พอร์ทัลคนเป็นักสร้างอาวุธสักหนึ่งคนที่แอเรียสไม่รู้จัก เพียงเขาปรายตาดูก็รู้ว่าวงจรเวทวารีที่สลักลงไปในตัวดาบนั้นยังแข็งแกร่งไม่เพียงพอ เขาเดินต่อไปโดยไม่ได้ให้ความสนใจมันอีก
“ เร่เข้ามาๆร้านของข้าตอนนี้มีชิ้นส่วนของสัตว์อสูรที่พึ่งล่ามาใหม่ๆเลย หากท่านใดสนใจก็เข้ามาเลือกซื้อได้เลย เขากวางเพลิงนี่สามารถใช้สร้างเป็อาวุธระดับกลางได้เชียวนะ ข้าขายให้ถูกๆเท่านั้น ”
“ สนใจเสื้อผ้าสวยๆมั้ยคะนายท่าน เสื้อพวกนี้สลักวงจรเวทป้องกันไว้ด้วยนะคะ “
เสียงะโเรียกลูกค้าดังจอแจทำให้บรรยากาศของตลาดในยามนี้ดูคึกคักไม่น้อย
“ เงินที่ข้ามีติดตัวคือหกพันเหรียญคริสตัล นี่หรอทายาทตระกูลสการ์เชียเงินของข้ามันน้อยกว่าพวกทหารยามหน้าประตูเมืองซะอีก!! “
เงินจำนวนหกพันเหรียญคริสตัลนั้นถือว่าเป็เงินจำนวนมากสำหรับคนทั่วไป แต่เขาที่มีฐานะเป็ถึงหลานชายของผู้นำตระกูลสการ์เชียกลับมีเก็บเงินเพียงหกพันเหรียญคริสตัลนั้นช่างดูอัตคัดเป็อย่างยิ่ง
เหรียญคริสตัลคือสิ่งที่ใช้เป็ตัวแทนแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆในโลกเวทมนตร์แห่งนี้ โดยทั่วไปแล้วผู้คนทั่วไปจะมีรายได้เฉลี่ยครอบครัวละหนึ่งหมื่นเหรียญคริสตัลต่อปีและหากเป็ทหารก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนรายได้ของตระกูลใหญ่เช่นตระกูลสการ์เชียก็มีรายได้หลายล้านเหรียญคริสตัลต่อปี การที่ทายาทของตระกูลมีเงินติดตัวเพียงหกพันเหรียญคริสตัลถ้าไม่เรียกว่าอัตคัดแล้วจะเรียกว่าสิ่งใดได้อีกเล่า ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกโกรธเคืองความตระหนี่ถี่เหนียวของตระกูล
แอเรียสพยายามข่มความคิดโกรธเคืองของเขาเอาไว้ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปยังร้านขายสมุนไพรแห่งหนึ่งซึ่งดูไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านมากนัก เขาไม่ต้องกลายที่จะกลายเป็จุดสนใจหรือ้าจะเจอคนรู้จักในเวลานี้
ภายในร้านขายสมุนไพรแห่งนี้มีเพียงแค่ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมเพียงคนเดียว ทันทีที่เห็นแอเรียสเดินเข้ามาในร้านชายผู้นั้นก็รีบปรี่เดินออกมาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มทันที
“ ท่านลูกค้าไม่ทราบว่าท่าน้าสมุนไพรแบบไหนหรือว่าจะเป็ผลึกเวท หรือแม้แต่ยาชั้นยอดร้านเราก็มีขายหากท่านอยากได้อะไรเชิญบอกข้าได้เลย !ข้าชื่อว่าคาเทอร์เป็เ้าของร้านแห่งนี้ เอ๊ะ นั่นท่านปิดบังหน้าตาเช่นนั้นหรือจะเป็เพราะมีาแที่ใบหน้า มาๆๆข้ามียาดีอยู่รับรองว่าาแที่ใบหน้าของท่านสามารถรักษาหายได้ภายในหนึ่งเดือนแน่นอน ดูจากพลังเวทของท่านหรือว่าท่านจะ้ายาที่ใช้เพิ่มพูนพลังเวทของพวกนั้นข้าก็มีนะ “
ด้วยเหตุที่ร้านไม่ค่อยจะมีลูกค้ามากนัก และแอเรียสก็คือลูกค้ารายแรกของวันนี้คาเทอร์จึงรีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับแบบนี้ รอยยิ้มที่ฉีกจนจะถึงใบหูยังประดับอยู่บนหน้าพ่อค้านามคาเทอร์ ความจริงแล้วพ่อค้าผู้นี้คงจะเรียกว่าพูดมากจนเกินไปด้วยซ้ำ ยังไม่ทันที่แอเรียสจะกล่าวว่า้าสิ่งใดเขาก็เริ่มร่ายบรรยายสิ่งต่างๆออกมาจนแอเรียสเริ่มปวดหัว
“เอ่อ.. ข้า้าเพียงหญ้าจันทร์เสี้ยว หญ้าสายหมอก แล้วก็ต้นหญ้าเมฆา “
ท่าทีของคาเทอร์ทำให้แอเรียสรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขาค่อนข้างแปลกใจกับอัธยาศัยที่ดีจนเกินไปของชายร่างอ้วนท้วมผู้นี้
“ เอ๋ ? หรือว่าท่านเลี้ยงสัตว์อสูรจำพวกกินพืชเอาไว้ หากท่าน้าพวกยาบำรุงสัตว์อสูรร้านเราก็มีขายนะ หากท่านสนใจละก็ข้าจะขายให้ในราคาถูกเลยยาพวกนี้ไม่ค่อยจะมีใครสนใจซื้อมันด้วยสิ ไม่สิๆ !!ข้าหมายถึงว่ายาพวกนี้เป็ยาล้ำค่าที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนรู้ถึงคุณค่าของมันนัก ข้าไม่ได้จะหมายถึงว่ามันเป็ยาที่ใครไม่้านะมานี่สิข้าจะอธิบายสรรพคุณของพวกมันให้ท่านฟังเอง “
คาเทอร์ยังคงพูดมากอย่างไม่มีหยุดหย่อน มันดูราวกับว่าเขาไม่เหน็ดเหนื่อยเลยที่จะขายของเหล่านี้ แอเรียสเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าบางทีที่ลูกค้าไม่ค่อยจะเข้าร้านคงจะเป็เพราะรำคาญพ่อค้านามคาเทอร์ผู้นี้ก็เป็ได้
สมุนไพรเหล่านี้ผู้คนมักใช้ประโยชน์ในการให้สัตว์อสูรจำพวกกินพืชกิน สมุนไพรเหล่านี้มันไม่ค่อยจะมีผลใดๆตุ่์มากนัก ความจริงแล้วมันค่อนข้างเป็ของฟุ่มเฟือยไม่น้อยสำหรับการเลี้ยงสัตว์อสูรแต่หากกินสมุนไพรบ่อยๆก็จะทำให้สัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่ผู้คนก็ยังไม่รู้ว่าสมุนไพรเหล่านี้มันยังทำประโยชน์อีกหลายอย่างได้มากกว่านั้น ตอนนี้แอเรียสมีแผนการนับสิบที่จะจัดการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรเหล่านี้ เขารู้สึกว่าเหล่าผู้คนในเมืองเบอเนียร์แห่งนี้มีความรู้อันต่ำต้อยเกินไปจริงๆ
“ ไม่ล่ะ เอาแค่ของที่ข้าสั่งก็พอ แล้วก็หาหม้อปรุงยากับแหวนมิติระดับต่ำมาให้ข้าอย่างละหนึ่งชิ้นด้วย“
“ เอ๋..หรือท่านจะเป็นักปรุงยาไม่สิท่านคงจะเป็ศิษย์ของนักปรุงยาใช่หรือไม่ ? “
ทันทีที่ได้ยินคำว่าหม้อปรุงยาคาเทอร์ก็หรี่ตามองไปยังแอเรียส ผู้ที่จะใช้หม้อปรุงยามีแต่นักปรุงยาเท่านั้น แต่ด้วยระดับพลังเพียงระดับััเวทขั้นที่ห้าคาเทอร์จึงก็ไม่คิดว่าแอเรียสจะเป็นักปรุงยา แต่หากเป็ลูกศิษย์ของเหล่านักปรุงยาก็อาจจะมีโอกาสเป็ไปได้ หลังจากที่สวมฮู้ดเพื่อปกปิดใบหน้าแล้วแอเรียสก็ไม่ได้ใช้ัซ่อนเมฆาปกปิดพลังเวทไว้เพราะมันจะกลายเป็จุดสนใจยิ่งกว่าเก่า
นักปรุงยานั้นคือนักเวทที่มุ่งเน้นไปทางศาสตร์แห่งการปรุงยาวิเศษต่างๆ แม้ความแข็งแกร่งอาจจะไม่มากเท่านักเวทที่มุ่งเน้นไปทางศาสตร์แห่งการต่อสู้แต่ก็นับว่าเป็ผู้ที่ได้รับการให้เกียรติจากเหล่าผู้คนเป็จำนวนมาก ยิ่งเป็นักปรุงยาที่เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการปรุงยาก็ยิ่งมีผู้คนจำนวนมากที่อยากจะคบหาสมาคมด้วยแม้แต่ตระกูลใหญ่ยังยินดีที่จะรับนักปรุงยาเข้าร่วมตระกูล อำนาจของนักปรุงยาจึงไม่ใช่อะไรที่จะดูถูกได้
“ ใช่ข้าได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้มาซื้อของเหล่านี้ “
แอเรียสไม่อยากอธิบายให้มากความจึงตอบตามน้ำไป การให้อีกฝ่ายเข้าไปสถานะเขาผิดไปเช่นนี้อาจจะเป็การดีซะกว่า
“ งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ในเมื่อท่านเป็ศิษย์ของนักปรุงยา สมุนไพรทุกชนิดรวมถึงสินค้าทุกอย่างที่ท่าน้าซื้อข้าจะลดราคาให้ท่านเป็กรณีพิเศษ“
เมื่อได้ฟังข้อเสนอของคาเทอร์ก็ทำให้แอเรียสอดรู้สึกชื่นชมพ่อค้าผู้นี้ภายในใจไม่ได้ ‘ ช่างเป็ผู้ที่มีความฉลาดในการทำธุรกิจจริงๆเมื่อรู้ว่าข้าเป็ลูกศิษย์ของนักปรุงยาก็รีบยื่นขอเสนอเพื่อให้ข้ากลับมาซื้อในวันหน้าทัน แม้นั่นจะเป็เพียงเข้าใจผิดก็เถอะ ’ เขาเองก็ลอบหัวเราะอยู่ในใจที่อยู่ดีๆก็มีโชคหล่นทับเช่นนี้
“แล้วราคาของที่ข้า้า ? “
“ ต้นหญ้าจันทร์เสี้ยว ต้นหญ้าสายหมอก แล้วก็ต้นหญ้าเมฆาขายเท่ากันในราคาร้อยห้าสิบเหรียญคริสตัล ไม่ทราบว่าท่าน้าจำนวนใด ? ส่วนแหวนมิติระดับต่ำก็ราคาหนึ่งพันเหรียญคริสตัล หม้อปรุงยาห้าร้อยเหรียญคริสตัล นี่เป็ราคาพิเศษเฉพาะท่านเลยนะ“
“ ข้า้าสมุนไพรทั้งหมดชนิดละสิบต้น ส่วนแหวนมิติระดับต่ำกับหม้อปรุงยาก็อย่างละหนึ่งชิ้นตามที่ตกลงกันไว้ “
“ข้าต้องขออภัยด้วย สมุนไพรเหล่านี้ร้านเราไม่ได้ขายแยกเป็ต้นหรอกนะท่านลูกค้า แม้ท่านจะเป็ศิษย์ของนักปรุงยาแต่หากท่านจะซื้อก็ต้องซื้อเป็กิโลกรัมเท่านั้น หากข้านำมาแบ่งขายให้ท่านเป็ต้นไม่กี่เหรียญคริสตัลนับว่าไม่คุ้มค่าและเสียเวลาข้ามาก!! ท่านมีเงินซื้อแหวนมิติวงละหนึ่งพันเหรียญคริสตันแต่ไม่มีเงินซื้อสมุนไพรแค่กิโลกรัมละร้อยห้าสิบเหรียญคริสตัลเนี่ยนะ!! “
แม้จะพยายามรักษาความสุภาพไว้แต่คาเทอร์ก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนกล้ามาขอแบ่งซื้อสมุนไพรจำนวนเท่านี้ สมุนไพรระดับต่ำเหล่านี้เขาขายกันเป็กิโลกรัมหากว่ามานั่งแบ่งขายนับว่าเป็เื่ยุ่งยากและน่ารำคาญเป็อย่างมาก การที่แอเรียสมาขอซื้อยิบย่อยเช่นนี้ทำให้เขาค่อนข้างไม่พอใจ
“ เมื่อสักครู่ข้ากล่าวผิดไป..ข้าจะหมายถึงชนิดละสิบกิโลกรัมน่ะ“
แม้จะรักษาท่าทีที่สงบเอาไว้แล้วรีบกลับคำพูดเพื่อไม่ให้เกิดการผิดใจกัน แต่แอเรียสก็ลอบตกตะลึงอยู่ภายในใจเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าราคาสมุนไพรเหล่านี้จะถูกถึงเพียงนี้ ‘ นี่มันเื่บ้าอะไรกันราคาสมุนไพรเหล่านี้คือกิโลกรัมละร้อยห้าสิบเหรียญคริสตัลนี่มันถูกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก งานนี้ข้าคงจะรวยแล้วจริงๆ ฮ่าๆๆ ‘
“ ฮ่าๆๆเช่นนี้นี่เอง...ไม่เป็ไรๆใครก็พูดผิดกันได้ข้าเองก็พูดผิดอยู่เป็ประจำ ข้าต้องขออภัยด้วยที่เสียมารยาทไป ท่านลูกค้าโปรดรออยู่ตรงนี้สักครู่เดี๋ยวข้าจะรีบกลับมา“
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแม้จะยังสงสัยแต่คาเทอร์ก็ไม่ได้สอบถามสิ่งใดเขาเพียงยิ้มรับก่อนจะรีบเดินหายไปทางหลังร้าน แอเรียสนับว่าเป็ลูกค้าชั้นยอดจริงๆเพียงไม่กี่นาทีก็ใช้เงินหลายพันเหรียญคริสตัลนับว่าวันนี้ฟ้าให้โชคแก่คาเทอร์แล้วจริงๆ หลังผ่านไปกี่นาทีก็รีบเร่งกลับมาราวกับกลัวว่าแอเรียสจะหนีหายไปไหน ในมือของเขาถือแหวนสีเงินที่สลักวงจรเวทบางอย่างเอาไว้ สิ่งนี้คือแหวนมิติเป็อุปกรณ์เวทมนตร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในการเก็บสิ่งของต่างๆแหวนมิตินั้นสร้างมาจากหินอุกาบาตชนิดหนึ่งเชื่อกันว่ามันเป็หินที่ตกลงมายังโลกเมื่อหลายล้านปีก่อน แหวนมิตินั้นยิ่งมีระดับสูงเพียงใดขนาดของช่องมิติก็ยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย แหวนมิติระดับต่ำที่แอเรียสซื้อนั้นมีขนาดเพียงแค่หนึ่งลูกบาศก์เมตรเท่านั้น แต่นี่ก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับแอเรียส
“ ทั้งหมดอยู่ในแหวนมิติวงนี้แล้ว นี่เป็สมุนไพรเกือบทั้งหมดที่มีในร้านข้าแล้ว สัตว์อสูรของท่านจะต้องแข็งแกร่งในเร็ววันอย่างแน่นอน ส่วนราคาทั้งหมดคิดเป็เงินหกพันเหรียญคริสตัล ไม่ทราบว่าท่านยังอยากได้สิ่งใดอีกหรือไม่? “
คาเทอร์ยื่นหน้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบ สองมือประกบกันอยู่เบื้องหน้า ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับการค้าขายกับแอเรียสในวันนี้นับว่าทำกำไรให้กับเขาอยู่ไม่น้อยปกติแล้วสมุนไพรเหล่านี้แทบจะไม่มีผู้คนซื้อ เขายังคงคิดเช่นเดิมว่าแอเรียสจะเอาสมุนไพรเหล่านี้ไปให้สัตว์อสูรกิน
“เอ่อ..เ้าช่วยถอยหลังไปหน่อยได้ไหม ข้ารับคำสั่งจากอาจารย์เพียงเท่านี้หากวันหน้า้าสิ่งใดอีกข้าจะนึกถึงเ้าเป็คนแรกก็แล้วกัน“
แอเรียสรู้สึกใเล็กน้อยกับใบหน้าที่อยู่ๆก็ยื่นเข้ามาใกล้ มันให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างไม่คุ้นชินนัก เขารีบหยิบเงินทั้งหมดออกมาส่งให้กับคาเทอร์ ก่อนจะรับแหวนมิติมาตรวจสอบแล้วเดินจากมาทันที เขายังคงได้ยินเสียงขอบคุณของคาเทอร์ที่ดังมาจากด้านหลัง เขายังคงรู้สึกว่าพ่อค้าผู้นี้อัธยาศัยดีจนมากเกินไปจริงๆ
“ที่เหลือก็แค่ปรุงเม็ดยา “