****
หลังจากที่พวกเขาลงจากูเาแล้ว ยูจินและอาจารย์หลี่ก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาลึก หมู่บ้านนี้เป็จุดแวะพักก่อนที่พวกเขาจะเดินทางต่อไปยังหอคัมภีร์แห่งา ยูจินรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อยหลังจากการพบเจอกับหยางเซียน และกำลังคิดทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มา
หมู่บ้านนี้ดูเหมือนจะเป็สถานที่สงบสุข แต่ทันทีที่พวกเขาเข้ามาถึงในหมู่บ้าน สายตาของชาวบ้านก็มองมาทางยูจินและอาจารย์หลี่อย่างไม่เป็มิตร ยูจินรับรู้ได้ทันทีว่าบางสิ่งผิดปกติ
“ท่านดูนั่นสิอาจารย์” ยูจินกระซิบกับอาจารย์หลี่ “ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ชอบคนแปลกหน้าเท่าไหร่นัก”
“อาจจะเป็เพราะหมู่บ้านนี้ห่างไกลจากผู้คน พวกเขาจึงระแวงคนแปลกหน้า” อาจารย์หลี่ตอบอย่างใจเย็น “แต่พวกเราควรจะระวังตัว”
ขณะที่พวกเขาเดินผ่านกลางหมู่บ้าน กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ก้าวเข้ามาขวางทาง พวกเขาสวมเสื้อผ้าแบบพื้นบ้านที่ดูหยาบกร้าน แต่ท่าทางกลับเต็มไปด้วยอำนาจ ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่มก้าวเข้ามาใกล้และมองยูจินกับอาจารย์หลี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
“พวกเ้ามาจากไหน?” ชายคนนั้นถามเสียงดัง แววตาไม่ไว้ใจ “ที่นี่ไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า พวกเ้าควรจะออกไปก่อนที่จะเกิดปัญหา”
ยูจินยิ้มบางๆ และยืนตรงหน้าอาจารย์หลี่ทันที “พวกเรามาจากที่ไกลๆ และเพียงแค่มาแวะพักในหมู่บ้านนี้สักครู่ ไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด” ยูจินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบ แต่แฝงไปด้วยความท้าทาย
“อย่าคิดว่าคำพูดสุภาพจะช่วยพวกเ้าได้” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับขยับเข้ามาใกล้ “ข้าไม่สนว่าพวกเ้าจะมาจากไหน แต่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็ควรรีบไปจากที่นี่ซะ”
ยูจินหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคม “ท่านไม่สนว่าพวกเรามาจากไหน งั้นข้าก็คงไม่ต้องเสียเวลาบอก แต่ถ้าท่านคิดว่าพวกเราจะถูกข่มขู่ด้วยคำพูดหยาบคายแบบนี้ ข้าว่าท่านคงต้องคิดใหม่”
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่ายูจินจะตอบโต้กลับมาแบบนั้น “เ้าหนุ่ม เ้าคงไม่รู้ว่าข้าคือใคร” เขาพูดพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง “ข้าคือหัวหน้าของกลุ่มนี้ ถ้าเ้าคิดว่าตัวเองมีปัญญาก็ลองดู”
ยูจินยักไหล่ “ถ้าท่านคือหัวหน้า ข้าว่าพวกท่านควรจะหาหัวหน้าใหม่ เพราะหัวหน้าคนนี้ดูจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่” ยูจินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เยาะเย้ย “ใครจะไปคิดว่าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้จะมีหัวหน้ากลุ่มที่ชอบข่มขู่คนแปลกหน้า แต่กลับไม่มีปัญญารักษาความสงบในหมู่บ้านตัวเอง”
เสียงหัวเราะเยาะของยูจินทำให้ชายคนนั้นเดือดดาลขึ้นมา “เ้ากล้าดีอย่างไรที่มาพูดแบบนี้กับข้า!”
“ข้าพูดความจริงต่างหาก” ยูจินตอบโดยไม่แสดงอาการกลัว “หรือท่านไม่ชอบความจริง? ข้าเพียงแค่ชี้ให้เห็นว่าหากท่านมีปัญญา ท่านควรจะใช้มันในทางที่ดีกว่าการข่มขู่คนที่ผ่านไปมา”
ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ เริ่มมารวมตัวกันมากขึ้น บางคนเริ่มหัวเราะคิกคักกับคำพูดของยูจิน แม้แต่บางคนในกลุ่มของหัวหน้าชายก็ยังแอบยิ้มอย่างรู้สึกสะใจ
หัวหน้าชายเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน “เ้า...เ้ากล้ามาพูดจาท้าทายข้าต่อหน้าชาวบ้าน!”
“ท่านคงไม่ชินกับการถูกตอบโต้ล่ะสิ” ยูจินกล่าวพลางก้าวเข้าไปใกล้หัวหน้าชาย “แต่ข้าจะบอกอะไรให้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของท่านคนเดียว ชาวบ้านทุกคนมีสิทธิ์ที่จะไม่ถูกข่มขู่โดยคนที่คิดว่าตัวเองใหญ่โต ถ้าท่านเป็คนมีปัญญาจริง คงจะรู้ว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้มาจากการใช้กำลัง แต่จากการทำให้คนรอบข้างเคารพและเชื่อมั่นในตัวท่าน”
คำพูดของยูจินทำให้ชาวบ้านรอบๆ เริ่มพูดคุยกันเสียงดัง มีบางคนเริ่มยืนขึ้นมาต่อว่าหัวหน้าชายถึงพฤติกรรมที่กดขี่พวกเขามาเป็เวลานาน เสียงของชาวบ้านที่สนับสนุนยูจินเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
หัวหน้าชายหน้าถอดสี เมื่อเห็นว่าตนกำลังเสียเปรียบ “เ้า... เ้าจะต้องเสียใจที่กล้าทำให้ข้าขายหน้าแบบนี้!” เขาะโพร้อมกับพยายามจะพุ่งเข้ามาหายูจิน
แต่ทันใดนั้น อาจารย์หลี่ก็เข้ามาขวางทาง พร้อมกับปล่อยพลังปราณของเขาออกมาเป็เกราะป้องกันยูจิน “พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างความวุ่นวาย แต่ถ้าท่านคิดจะใช้กำลัง ข้าคงต้องขอให้ท่านคิดใหม่”
หัวหน้าชายหยุดชะงักเมื่อรู้สึกถึงพลังที่แผ่ออกมาจากอาจารย์หลี่ เขารู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคือผู้ฝึกปราณที่แข็งแกร่งกว่าเขามาก และเขาก็รู้ว่าตนไม่มีทางชนะได้
“ข้า...ข้าจะไม่ลืมเื่นี้” หัวหน้าชายกล่าวก่อนที่จะถอยกลับไปพร้อมกับพรรคพวกของเขา
เมื่อพวกเขาจากไป ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มปรบมือและแสดงความชื่นชมต่อยูจิน หลายคนเข้ามาขอบคุณเขาที่ช่วยให้พวกเขาได้พูดออกมาอย่างที่ไม่เคยกล้าพูดมาก่อน
“ท่านเป็คนที่พูดจาได้แหลมคมจริงๆ” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับยิ้ม “พวกเราทนความกดดันจากหัวหน้าคนนี้มานานแล้ว แต่ท่านช่วยให้พวกเราได้มีโอกาสลุกขึ้นมาต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม”
ยูจินยิ้มกลับ “ข้าเพียงแค่พูดความจริง และบางครั้งความจริงก็เ็ป แต่ถ้าเราไม่กล้าที่จะพูด เราก็จะถูกกดขี่อยู่ตลอดไป”
อาจารย์หลี่มองดูยูจินด้วยความภาคภูมิใจ “เ้ามีวาทศิลป์ที่ยอดเยี่ยมและรู้จักใช้มันในเวลาที่เหมาะสม นั่นเป็คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับผู้ฝึกปราณ เ้าสามารถเอาชนะศัตรูได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง นั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”
ยูจินพยักหน้าด้วยความเข้าใจ “ข้าจะจำไว้ว่าในบางครั้ง คำพูดที่ถูกต้องสามารถเป็อาวุธที่ทรงพลังที่สุด”
ในคืนนั้น หลังจากที่หมู่บ้านกลับสู่ความสงบ ยูจินและอาจารย์หลี่ได้พักผ่อนในบ้านของชาวบ้านที่เสนอให้พวกเขาพักค้างคืน ยูจินนอนลงด้วยความรู้สึกพอใจ เขารู้ว่าตนได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญอีกบทหนึ่งในการเดินทางครั้ง