ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่7:สัญญารักชั่วนิรันดร์

    เมื่อหัวหน้าตระกูลเบลที่ได้ระบายอารมณ์มาตลอดทางในตอนนี้อารมณ์เริ่มจะกลับเข้าที่บ้างเล็กน้อยและตอนนี้มันก็ได้เดินทางมาถึงตระกูลของตนเอง แต่แล้วมันก็ได้พบกับลูกชายที่เหลวไหลของมันทันที
    ''ท่านพ่อทางตระกูลเอสว่ายังไงบ้าง ข้าต้องการตัวเจ้ามิคาเอลมาแบบเป็นๆข้าจะทรมานมันให้ตายทั้งเป็นไปเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า''มันพูดโดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของผู้เป็นพ่อเลยซักนิด
    ''หุบปากของเจ้าซะเอลโก ข้าไม่คิดเลยจริงๆว่าจะมีลูกนิสัยแบบเจ้าได้แต่เป็นข้าเองที่ตามใจเจ้ามากเกินไป''หัวหน้าตระกูลเบลกำลังอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เรื่องทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นเพราะลูกชายของมันแต่ถึงลูกชายมันจะเลวยังแต่ก็ยังเป็นลูกมัน แต่ที่ลูกของมันเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเองไม่เคยสั่งสอนและตามใจทุกๆอย่างหัวหน้าตระกูลเบลจึงได้แต่ก้มหน้าและหาทางออกต่อไป
    ''ตอนนี้ตระกูลเอสได้ตกลงจะช่วยเหลือเรา แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกมันจะช่วย หากมีครั้งต่อไป...พวกมันจะลบตระกูลของเราทิ้ง''หัวหน้าตระกูลเบลพูดออกมาขณะนึกถึงช่วงเวลาก่อนหน้านี้ช่วงเวลาที่มันถูกดูถูกเหยียดหยาม มันในตอนนี้กลับต้องพยายามข่มอารมณ์โกรธอีกครั้ง
    ''ไม่จริงใช่มั้ยท่านพ่อ แค่ไปขอความช่วยเหลือเนี่ยนะถึงขนาดต้องลบตระกูลเราทิ้งเลย?ข้าว่าพวกมันคงล้อเล่นมากกว่า ยังไงซะเราก็ยังมีเด็กเฟรญ์ญ่านั่นอยู่เราก็ใช้เด็กนั่นต่อรองสิ''หลังเอลโกพูดจบหัวหน้าตระกูลเบลก็ระเบิดความโกรธออกมาทันที เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วลูกชายบัดซบยังคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น เพี๊ยะ เอลโกโดนผู้เป็นพ่อตบเข้าที่ใบหน้าด้วยความรุนแรงจนฟันหลุดออกมา
    ''สมองหมู! หลังจากเรื่องครั้งนี้ผ่านไป ข้าจะส่งเจ้าไปอยู่ที่อื่นข้าจะไม่ให้อะไรติดตัวเจ้าไปแม้แต่เสื้อผ้าและเมื่อเจ้ามีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจึงค่อยกลับมา ตอนนี้ไสหัวไปไหนก็ไปซะ''หัวหน้าตระกูลเบลตะโกนใส่หน้าลูกชายตนเองก่อนจะหันหลังให้และเดินหายไป
    หลายวันผ่านไปคนที่ออกมาล่าตัวมิคาเอลกลับต้องคว้าน้ำเหลวเพราะไม่ว่าจะหายังไงก็หาไม่พบเรื่องราววุ่นวายภายนอกที่เกิดขึ้นนั้น มิคาเอลและเจนน่าไม่สามารถรับรู้ได้เลยทั่งคู่เอาแต่มุ่งมั่นในการดูดซับพลังธรรมชาติ ตอนนี้มิคาเอลได้บรรลุระดับ5ชั้นบรรยากาศเรียบร้อยแล้วแต่เจนน่านั้นยังอยู่ที่ระดับ3ชั้นบรรยากาศ ระหว่างที่รอเจนน่านั้นมิคาเอลจึงได้ฝึกร่างกายไปก่อนจนอีก5วันผ่านไปเจนน่าจึงสามารถทะลวงมาระดับ5ชั้นบรรยากาศได้ตอนนี้เจนน่าเองก็ไม่จำเป็นต้องฝึกควบคุมพลังอีกต่อไป เพราะด้วยพรวรรค์ที่มีของนาง ตอนนี้นางสามารถควบคุมพลังได้อย่างใจนึก
    ''ยินดีด้วยน้องหญิงที่เจ้ามีพลังอยู่ในระดับ5ชั้นบรรยากาศเรียบร้อยแล้ว ข้าให้เจ้าพักก่อนซักวันแล้วกันต่อจากนั้นค่อยมาฝึกร่างกายและวิชาต่อ''มิคาเอลพูดพลางเดินเข้าไปหาเจนน่า
    ''ไม่เป็นไรท่านพี่ ข้าอยากฝึกต่อในอนาคตข้าจะได้ช่วยเหลือท่านได้''เจนน่าไม่อยากหยุดพักในการฝึกเพราะในอนาคตนางไม่อยากจะเป็นตัวถ่วงของมิคาเอล
    ''ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกยังไง แต่เจ้าก็ไม่ควรรีบร้อนจนเกินไปแค่ตอนนี้ความเร็วในการพัฒนาของเรามันก็มากเกินไปแล้ว มากซะจนคนภายนอกไม่สามารถจินตการได้''เจนน่าได้ยินที่มิคาเอลพูดก็พยักหน้ารับนางรู้ตัวดีว่ามิคาเอลเคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดเพราะงั้นทุกคำพูดย่อมน่าเชื่อถือและมีความหมาย
    ''เออใช่ถึงเราจะฝึกอยู่ในนี้แล้วสามารถเพิ่มพลังได้อย่างรวดเร็วก็เถอะ แต่ข้าคิดว่ามันยังเร็วไม่พอข้าว่าเราฝึกอยู่ในนี้อีกซัก4เดือนแล้วกันจากนั้นข้าจะพาเจ้าไปที่ปราการเพื่อเอามรดกที่ข้าทิ้งเอาไว้ออกมา''
    ''แต่ข้าได้ยินมาว่าที่นั่นหากมีพลังเกินระดับ7ชั้นบรรยากาศจะไม่สามารถเข้าไปได้ไม่ใช่หรือถ้าหากเราฝึกอีก4เดือนข้าว่าระดับพลังมันต้องเกิน7ชั้นบรรยากาศแน่ๆเลยเออ!ใช่แล้ว ท่านพี่ทิ้งอะไรไว้ในนั้นบอกข้าได้มั้ย''เจนน่าเคยได้ยินคนอื่นพูดถึงเรื่องมรดกของมิคาเอลอยู่เหมือนกันมันจึงกระตุ้นความอยากรู้ของนาง
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นมันก็จริงแต่น้องหญิงลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนสร้างปราการนั่น ส่วนอะไรที่ข้าทิ้งไว้นั้นมันก็แค่ทรัพยากรในการฝึกที่หายากกับเงินทองนั่นแหละ เป็นเพราะตอนนั้นระดับพลังของข้ามันมากเกินไปจนของพวกนั้นไร้ประโยชน์ข้าจึงได้ทิ้งพวกมันไว้ที่ปราการแต่ใครจะไปคิดสุดท้ายข้ากลับได้ใช้พวกมันในภายหลัง''มิคาเอลเล่าไปขณะพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ
    ''ท่านพี่ที่ท่านบอกว่าสามารถปลุกประตูพรสวรรค์ได้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ข้ากลัวว่าข้าจะ...''เจนน่าพูดไม่ทันจบมิคาเอลก็พูดขึ้นทันที
    ''ข้าทำได้แต่ต้องรอให้ข้ามีพลังขั้นต่ำที่10ชั้นบรรยากาศก่อน เดิมทีทุกคนเกิดมามีประตูพรสวรรค์เพียงแต่คนบางคนไม่สามารถเข้าถึงมันได้ คนส่วนใหญ่จึงตัดสินว่าคนเหล่านั้นไม่มีประตูพรสวรรค์แต่ข้าได้ศึกษาเรื่องนี้มานับร้อยปีและได้คิดค้นวิชาที่กระตุ้นประตูสวรรค์ให้ออกมาได้''เจนน่าได้ฟังก็โล่งอกหากเป็นแบบนี้นางจะได้มีความสามารถในการช่วยเหลือมิคาเอลเพิ่มมากขึ้น
    ''เจนน่าข้าอยากทำสัญญารักชั่วนิรันดร์กับเจ้า มันเป็นสิ่งที่จะผูกเราทั้ง2เข้าด้วยกันแม้กระทั่งวิญญาณนอกจากนี้หลังจากทำสัญญาเสร็จมันจะทำให้เราสามารถคุยกันผ่านความคิดได้ตลอดเวลาและสามารถรู้ที่อยู่ของกันและกันได้ด้วย แต่ถ้าหากใครคนใดที่หมดรักหรือคิดนอกใจอีกฝ่ายเมื่อใดคนคนนั้นจะตายทันที ข้าอยากให้เจ้าคิดให้ดีว่าจะทำหรือไม่''เจนน่าหันมามองมิคาเอลด้วยสีหน้าจริงจังจากนั้นจึงพูดด้วยความหนักแน่น
    ''ข้าจะทำ''หลังเจนน่าพูดจบมิคาเอลก็ยืนขึ้นและใช้พลังวาดอักษรโบราณออกมาจากนั้นจึงขยี้อักษรนั้นทิ้งต่อจากใต้เท้ามิคาเอลก็เกิดเป็นวงแหวนขนาดใหญ่
    ''เดินเข้ามาและหยดเลือนลงไปแค่นี้ทุกอย่างก็จะเสร็จ''มิคาเอลพูดขณะหยดเลือดของตัวเองลงไปเจนน่าเองก็เดินเข้ามาแล้วหยดเลือดลงไปเช่นกันจากนั้นก็เกิดแสงห้อมล้อมทั้งคู่ไว้ไม่นานแสงเหล้านั้นก็วิ่งที่รวมอยู่ที่หน้าผากของทั้งคู่และเมื่อแสงหายไป บนหน้าผากของทั้งคู่กลับมีสัญลักษณ์เปลวเพลิงเล็กๆสีฟ้าปรากฎอยู่นี่เป็นครั้งแรกที่มิคาเอลทำสัญญานี้เพราะคนคนหนึ่งเกิดมาจะทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นและที่มิคาเอลคิดจะทำสัญญารักชั่วนิรันดร์เพราะว่าอยากให้ทุกอย่างชัดเจนไปเลยหลังทั้งคู่ทำสัญญาเสร็จจึงได้นั่งลงข้างๆกันโดยเจนน่าใช้หัวของตนเองเอนไปหนุนที่อกของมิคาเอลมิคาเอลเองก็เอามือไปลูบหัวของเจนน่าด้วยความรัก ทั้งคู่ไม่ได้ขยับตัวไปไหนพลางนั่งซึมซับช่วงเวลานี้ไว้ ดูเหมือนว่าความรักของมิคาเอลในครั้งนี้จะเกิดจากความรู้สึกจริงๆของตัวเอง หากให้เปรียญเทียบกับความรักที่มีกับเซฟิรอสนั้นเหมือนกับว่านั่นคือการจับคู่ของคนที่แข็งแกร่งมากกว่า

    ความรักที่มีจึงเป็นแบบตื้นๆเท่านั้น