ตอนที่ 5 สิ่งที่ไม่รู้จัก
ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่เปลือกตาของริวกำลังจะปิดสนิทลงพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่หลุดลอยเป็ฟองอากาศ มวลน้ำสีเขียวขจีที่เคยหมุนวนเป็เกลียวคลื่นกลับเกิดการแปรเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน
แรงบีบอัดมหาศาลจากก้นแอ่งไม่ได้พัดพาร่างของเด็กชายให้จมดิ่งลงสู่อเวจีอย่างไม่มีจุดหมาย ทว่ามันกลับทำหน้าที่ดั่งมือลึกลับที่ช้อนอุ้มร่างอันไร้สติของเขามุดลอดผ่านช่องหินแคบๆ ใต้ชะง่อนผา พุ่งทะยานเข้าสู่โพรงถ้ำใต้น้ำลึกลับแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่เื้ักระแสน้ำเชี่ยวกราก
ร่างของริวถูกกระแสน้ำหนุนซัดขึ้นมาเกยอยู่บนแผ่นหินราบภายในถ้ำอันมืดมิด ช่างเป็ปาฏิหาริย์ที่เหนือการคํานวณ เพราะโพรงถ้ำแห่งนี้มีอากาศหลงเหลืออยู่้า ทว่าตัวริวในยามนี้ยังคงไม่สามารถกู้คืนสติสัมปชัญญะกลับมาได้โดยสมบูรณ์
ภายในห้วงความคิดของเด็กชายวัยสิบขวบ บัดนี้มันมีแต่ความดำมืดสนิทราวกับจักรวาลที่ไร้แสงดาว จิตสำนึกอันเบาบางของริวกำลังหลงทางอยู่ในความว่างเปล่า เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินวนเวียนอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก พยายามไขว่คว้าหาทิศทางแต่กลับพบเพียงความหนาวเหน็บและความเงียบงันที่คืบคลานเข้ามาสกัดกั้นจิตใจ
ความสิ้นหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเด็กชายผู้รักสงบ
‘เรา... กำลังจะตายจริงๆ ใช่ไหม...’ ความคิดสุดท้ายแล่นเข้ามาในความมืด
ทว่า ในขณะที่จิติญญากำลังจะยอมรับความพ่ายแพ้ แสงสว่างดวงเล็กๆ สีทองประกายระยิบระยับกลับพลันสว่างวาบขึ้นมาที่ปลายขอบเขตสายตาในหัว แสงเส้นนั้นนุ่มนวลทว่าทรงพลัง มันขยับไหวไปมาราวกับกำลังเรียกขานเขา สมองอันฉลาดเฉลียวและมีไหวพริบของริวใช้เวลาขบคิดประมวลผลเพียงเสี้ยววินาที สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งการให้เขาขจัดความกลัวทั้งหมดออกไป
เด็กชายรวบรวมเศษเสี้ยวแรงใจสุดท้ายในห้วงนิทรา กระโจนพรวดออกไปข้างหน้าสุดกำลังเพื่อเอื้อมมือน้อยๆ ไปคว้าจับเส้นแสงสีทองดวงนั้นไว้ให้มั่น!
“แค่ก! อึก... แค่กๆๆ!”
สติสัมปชัญญะพุ่งกลับคืนสู่ร่างจริงในทันที! ริวสะดุ้งสุดตัวพลางอ้าปากโกยเอาอากาศเข้าปอด ร่างกายของเขากระตุกเกร็งก่อนจะสำลักเอามวลน้ำป่าที่คั่งค้างอยู่ในช่องอกและลำคอออกมาอย่างรุนแรง น้ำไหลทะลักออกจากปากและจมูกจนเขาต้องนอนตะแคงตัว ไอโขลกอยู่บนพื้นหินชื้นแฉะ เปลือกตาขยับลืมขึ้นอย่างยากลำบาก
ทัศนียภาพรอบกายมีเพียงความสลัวรางของโพรงถ้ำหินงอกหินย้อยที่แว่วเสียงหยดน้ำกระทบพื้น ความเหนื่อยล้าและอาการเพลียแดดเพลียน้ำยังคงหลงเหลืออยู่จนท่อนแขนและขาทั้งสองข้างแทบไม่มีแรงขยับเขยื้อน
เด็กชายกวาดสายตามองไปรอบๆ ความมืดด้วยความมึนงงและอ่อนแรงอย่างขีดสุด ทว่าก่อนที่ห้วงราตรีอันเหน็ดเหนื่อยจะปิดฉากลง ในความเงียบสงัดลึกเข้าไปในจิติญญา กลับมีกระแสเสียงลึกลับที่แหบพร่า ทว่าดังกึกก้องกังวานสะท้อนอยู่ในหัวสมองของเขาโดยตรง เสียงนั้นทรงพลังจนแผ่นฟ้าในความคิดแทบปริร้าว
“...รับมันไว้ๆ เ้าเด็กน้อย...”
เสียงปริศนานั้นทิ้งท้ายไว้พร้อมกับความร้อนสายหนึ่งที่เริ่มแล่นพล่านจากข้อมือเข้าสู่หัวใจ... ก่อนที่สติของริวจะตัดวูบลงสู่ความสงบอีกครั้ง
ความร้อนสายนั้นไม่ได้ทำให้สติของเด็กชายหลุดลอยไปในทันที มันแล่นพล่านแผ่ซ่านจากข้อมือซ้ายตัดตรงเข้าสู่ขั้วหัวใจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยๆ ของริวเต้นกระหน่ำรัวโครมครามจนแทบทะลุออกจากอก ความอบอุ่นปนแสบร้อนประหลาดแล่นไปตามเส้นเืทั่วร่างกาย ช่วยปลุกพลังงานเฮือกสุดท้ายให้ตื่นตัวขึ้นมาต่อต้านความเหนื่อยล้าอันแสนสาหัส
เด็กชายเบิกตาโพลงท่ามกลางความสลัวราง ทรวงอกยังคงกระเพื่อมไหวหอบเอาอากาศเข้าปอดอย่างรุนแรง เขากัดฟันยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล มือทั่งสองข้างยันพื้นหินที่เย็นเฉียบเอาไว้ พลางกวาดสายตาช่างสังเกตมองลึกเข้าไปในความมืดมิด ของโพรงถ้ำลึกลับแห่งนี้เพื่อหาต้นตอของกระแสเสียงปริศนาที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว
และแล้ว ความคิดของริวก็สะดุดกึกลงที่ส่วนลึกสุดของผนังถ้ำหินปูน บนผนังหินที่ชื้นแฉะ มีวัตถุบางอย่างฝังตัวอยู่แ่า มันคือหินก้อนหนึ่งขนาดพอดีกำมือ ทว่ามันกลับไม่ได้มีสีน้ำตาลหรือสีเทาเหมือนหินก้อนอื่นๆ รอบข้าง หินก้อนนั้นกำลังส่องประกายเรืองแสงสีฟ้าอมเขียวประกายทองจางๆ ออกมาในความมืด
แสงของมันวูบวาบสลับหนักเบาเป็จังหวะ ราวกับเสียงชีพจรของสิ่งมีชีวิต และทุกครั้งที่มันกะพริบแสง ริวจะรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดลึกลับที่แล่นเข้ามากระทบจิตใจ มันเหมือนเป็คำร้องเรียกอันไร้เสียงที่ทรงพลัง บีบบังคับให้เขาต้องขยับเข้าไปหา
‘ก้อนหินนั่น... กำลังเรียกเรางั้นเหรอ...’ สมองของเด็กชายประมวลผลด้วยความฉงนทว่าแฝงไปด้วยความเย้ายวนเกินจะห้ามใจ
ริวใช้แรงฮึดสุดท้ายคืบคลานร่างที่เปียกปอนโชกไปด้วยน้ำป่าก้าวขยับเข้าไปหาผนังถ้ำทีละคืบอย่างยากลำบาก าแที่หน้าแข้งซ้ายเริ่มส่งอาการแสบแปลบขึ้นมาอีกครั้งเมื่อครูดไปกับพื้นหิน แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หินเรืองแสงที่แสนสดุดตาตรงหน้าอย่างไม่วางตา
จนกระทั่งร่างของเขาไปหยุดอยู่ตรงหน้าหินปริศนาก้อนนั้น ระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงคืบ แสงสีฟ้าทองสาดสะท้อนลงบนใบหน้าและดวงตาที่เบิกกว้างของเด็กชายวัยสิบขวบ ริวยื่นมือน้อยๆ ที่สั่นเทาออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ นิ้วมือค่อยๆ ััลงบนผิวด้านของหินเรืองแสงก้อนนั้น... และทันทีที่ฝ่ามือของเขาจับกุมมันไว้ได้มั่น
วิ้งงงงงงงงงงงงงงง!!
กระแสพลังงานมหาศาลที่รุนแรงและหนาแน่นกว่าความร้อนในตอนแรกนับพันเท่าพลันะเิทะลักออกจากก้อนหิน พุ่งตรงเข้าสู่ร่างกายของริวในพริบตา แสงสว่างจ้าสีฟ้าทองสว่างวาบจนกลบความมืดมิดในถ้ำไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเด็กชายกระตุกเกร็ง
สติสัมปชัญญะและภาพความทรงจำทั้งหมดถูกแรงเหวี่ยงอันมหาศาลกระชากหลุดลอย ดวงตาของเขาพร่ามัวลงทันที ก่อนที่ร่างเล็กลงจะทรุดฮวบสลบไสลจมดิ่งเข้าสู่ภวังค์อันลึกล้ำและความเงียบสงัดอีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่มือยังคงกำก้อนหินนั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย