บทที่ 1 สิ้นชีพด้วยความอัปยศ
ณ ตำหนักขององค์รัชทายาท
เว่ยฉางอันนั่งอยู่ภายในห้อง มือข้างหนึ่งประคองท้องน้อย ๆ ที่มีครรภ์ ใบหน้าเรียวเล็กงดงามละมุนละไมไปด้วยความอ่อนโยน
“ซู่ซิน เ้าว่าวันนี้เรียกโชคสองชั้นได้หรือไม่?” เว่ยฉางอันหันไปถามนางกำนัลข้างกายด้วยรอยยิ้ม วันนี้คือวันที่คนรักของนางหรือก็คือไท่จื่อ*[1]ในปัจจุบันซึ่งบัดนี้ได้ขึ้นครองราชย์แล้ว และเมื่อครู่นางก็เพิ่งจะรู้ว่าตนตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว
“เป็เช่นนั้นแน่นอนเพคะ ไท่จื่อเฟย*[2]...โอ้ มิใช่สิเพคะ ต้องเรียกว่าฮองเฮาแล้วล่ะเพคะ หม่อมฉันขอแสดงความยินดีด้วยเพคะ!” นางกำนัลตัวน้อยนามซู่ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง
เว่ยฉางอันฟังแล้วก็แก้มแดงระเรื่อ นางแสร้งทำเป็โกรธซู่ซินอย่างไม่จริงจังนัก “เ้าตัวน้อยนี่ปากหวานนัก”
นายบ่าวทั้งสองมีความสุขยังมิทันไร เสียงแหลมก็ดังขึ้นมาจากหน้าประตู ทำลายบรรยากาศอันแสนกลมเกลียวนี้ลงเสียอย่างนั้น
“นับตั้งนี้ท่านพี่ข้าคงพร้อมที่จะเป็ฮองเฮาแล้วกระมัง แต่มันจะไม่เร็วเกินไปรึ”
สิ้นคำเอ่ย หญิงสาวในชุดราชสำนักสีแดงฉานก็เดินเข้ามาจากด้านนอกของประตู ยอดปิ่นบนศีรษะกระทบกันจนเกิดเสียงอันไพเราะ
เว่ยฉางอันเงยหน้าขึ้น ดวงตาอ่อนโยนที่ชี้ขึ้นดุจเหยี่ยวของนางมองไปยังผู้มาเยือน “เจี่ยวอิง เ้ามาได้อย่างไร?”
เว่ยเจี่ยวอิงยกคิ้ว กระชับชายกระโปรงแล้วเดินเข้ามาในห้องของเว่ยฉางอัน ด้านหลังของนางมีเหล่าข้ารับใช้และองครักษ์ติดตามมาด้วย เว่ยฉางอันตาไวจึงสังเกตเห็นว่าเสี่ยวซุ่นจือที่มักจะคอยปรนนิบัติตนเองอยู่นั้นกำลังถูกหญิงชราร่างใหญ่สองคนควบคุมตัวอยู่
“มาสิ เ้ามาบอกพี่หญิงคนดีของข้าคนนี้ที ว่าตอนนี้ควรเรียกข้าว่าอย่างไร?”
เสี่ยวซุ่นจือเดินตัวสั่นก้าวขึ้นมาคุกเข่าลงแทบเท้าของเว่ยเจี่ยวอิง “ฮองเฮาเพคะ!”
“ได้ยินหรือไม่? เว่ยฉางอัน บัดนี้เ้าควรจะเรียกข้าว่าฮองเฮา” เว่ยเจี่ยวอิงจับเล่นตราประทับขนาดเท่าฝ่ามือด้วยท่าทีมิใส่ใจ น้ำเสียงนางเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา “เ้ายังฝันอยากจะเป็ฮองเฮาอีกหรือ?”
เว่ยฉางอันสังเกตเห็นว่าสิ่งที่นางกำลังละเล่นอยู่ในมือคือตราประทับรูปหงส์อันเป็สัญลักษณ์ของฮองเฮา!
“เ้า… เ้าได้ตราประทับหงส์มาได้อย่างไร” เว่ยฉางอันรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง นางค่อย ๆ กำมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อเข้าหากัน
ดูเหมือนว่านางสงสารเว่ยฉางอันที่จะต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ เสี่ยวซุ่นจือจึงมิอาจทนดูเว่ยฉางอันเป็เช่นนี้ต่อไป นางจึงเอ่ยด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย
“คุณหนู จวนแม่ทัพ… ถูกปะาทั้งตระกูลเสียแล้ว เพราะว่าแม่ทัพใหญ่และแม่ทัพทหารม้าสมคบคิดกับศัตรู บัดนี้ศีรษะของทุกคนในตระกูลถูกแขวนไว้ที่กำแพงเมืองแล้ว ฮองเฮาก็ได้รับพระราชทานด้วยว่าเป็ผู้ชี้แจงความผิด ฮ่องเต้จึงทรงปลดท่านออกจากตำแหน่ง และโปรดให้ฮองเฮาองค์ใหม่ขึ้นรับตำแหน่งแทนเพคะ!”
เมื่อเสี่ยวซุ่นจือกล่าวจบ เว่ยฉางอันก็มึนงงไปชั่วขณะ นางแทบจะล้มลงจากเตียงแต่โชคดีที่ซู่ซินอยู่ข้าง ๆ จึงรีบประคองนางไว้
นางมิอาจเชื่อได้เลยว่าบิดาและพี่ชายผู้ซื่อสัตย์พร้อมทั้งจงรักภักดีเช่นนั้นจะกระทำความผิดฐานฏได้!
"หึ! เร็วเข้า ทำลายตำหนักนี้เสีย!"
เว่ยฉางอันยังมิทันจะฟื้นจากความะเืใจ ก็ได้ยินเสียงเ็าของเว่ยเจี่ยวอิงดังขึ้น ขันทีใหญ่หลายคนเดินออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ และเริ่มทำลายทุกสิ่งในตำหนักของนาง
เว่ยเจี่ยวอิงก้าวเดินอย่างสง่างาม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ นางถือตราประทับในมือเดินเข้ามาหาเว่ยฉางอัน และใช้มือรั้งผมยาวของนางแล้วลากลงจากเตียง
เพียะ!
มือของเว่ยเจี่ยวอิงฟาดลงบนใบหน้าของเว่ยฉางอัน
“หญิงชั่วเช่นเ้า! มีสิทธิ์เรียกข้าว่าน้องด้วยหรือ? เ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารอคอยวันนี้มานานแค่ไหน? รอให้จวนแม่ทัพถูกปะาทั้งตระกูล และรอที่จะเหยียบเ้าเว่ยฉางอันให้แหลกเป็ชิ้น ๆ?”
ในเวลานี้ เว่ยฉางอันก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
นางกุมใบหน้าที่ถูกตบไว้ ดวงตาคู่งามน้ำตาคลอจ้องมองไปที่เว่ยเจี่ยวอิงด้วยสายตาที่ใ
“เ้า… เ้าทำร้ายท่านพ่อและพี่ชายซึ่งเป็ครอบครัวของเ้าอย่างนั้นรึ?”
เว่ยเจี่ยวอิงลุกขึ้นพลางลูบตราประทับในมือแล้วมองเว่ยฉางอันด้วยสายตาเ็า
“หึ ครอบครัวของข้างั้นหรือ? มิใช่! พวกเขาคือพ่อและพี่ชายของเ้าเพียงคนเดียว มิใดเกี่ยวอันใดข้า” เว่ยเจี่ยวอิงยกตราประทับขึ้นมาและฟาดลงบนศีรษะเว่ยฉางอันอย่างแรง เืสดไหลอาบตามใบหน้าขาวซีดของเว่ยฉางอันแลดูน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง “เ้าเคยเห็นตาเฒ่าสนใจข้าด้วยหรือ?”
ข้าง ๆ กันนั้น ซู่ซินที่เห็นเช่นนั้นจึงพุ่งเข้าไปหาเว่ยเจี่ยวอิง “เ้าคิดว่าตัวเป็ใครถึงกล้าทำร้ายนายหญิงของข้า!”
แต่นางยังมิทันจะเข้าใกล้ก็ถูกขันทีคนหนึ่งดึงกลับไป
เว่ยเจี่ยวอิงเหลือบมองนาง “โธ่… ช่างเป็สุนัขที่ซื่อสัตย์ต่อเ้านายเสียจริง มา! พวกเ้ามาตบปากนังสุนัขรับใช้ผู้นี้จนให้ฟันร่วงหมดปากซะ! ทำให้ฟันนางแตกละเอียดจนเป็ผุยผง จากนั้นก็โยนให้เป็รางวัลแก่ข้าราชบริพารข้างนอกเสีย”
เมื่อนางเอ่ยจบ ชายชราหยาบกร้านที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะเยาะ จากนั้นก็หยิบไม้เท้าขนาดเท่าแขนเด็กมาตีไปที่หน้าของซู่ซินอย่างแรง คนหนึ่งกดซู่ซินไว้ อีกคนก็ทุบเข้าที่ปากของนางอย่างแรง
ในพริบตานั้น ทั้งห้องนอนก็เต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนของซู่ซิน เืปนกับฟันที่แตกกระจายไหลออกมาจากปากของนาง ทำให้ภาพนั้นแลดูน่าสลดหดหู่เป็อย่างยิ่ง
ใบหน้าของเว่ยฉางอันซีดเผือดมิสนใจแผลที่ยังคงมีเืไหลอาบ นางคลานไปหาซู่ซิน “หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! เว่ยเจี่ยวอิง! ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าา ข้าตั้งครรภ์แล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเว่ยเจี่ยวอิงที่หนาแป้งและแต่งแต้มอย่างฉูดฉาดก็แสดงความริษยาออกมา
เหตุใดนางจึงได้ตั้งครรภ์ก่อนข้า?!
“โอ้? ตั้งครรภ์แล้วรึ เช่นนั้นยิ่งให้เ้าไปเข้าเฝ้าฝ่าามิได้ แต่ฝ่าาในตอนนี้ก็มิอยากพบเ้านักหรอก เ้าคิดว่าการสังหารล้างจวนแม่ทัพ หากมิมีพระบรมาานุญาต ข้าจะตัดสินใจสิ่งใดได้เล่า?”
เว่ยเจี่ยวอิงหัวเราะร่วน นางยื่นมือไปบีบคางอันเรียวเล็กของเว่ยฉางอัน ปลายนิ้วที่เปรอะเืสีแดงเข้มบีบลงบนผิวขาวของเว่ยฉางอันจนทิ้งรอยแดงเข้มไว้
เว่ยฉางอันพยายามสู้ขัดขืน นางมิเชื่อว่าหรงฉีจะทำเช่นนี้กับตน! เมื่อคืนนี้หรงฉียังเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า พรุ่งนี้เขาจะขึ้นครองราชย์ และนางจะได้เป็ฮองเฮาคนเดียวของเขาอยู่แท้ ๆ!
“เฮ้อ… เว่ยฉางอัน แท้จริงแล้วเ้าช่างเป็คนใจคอคับแคบจริง ๆ !”
นางเอ่ยพลางมองไปที่ท้องของเว่ยฉางอัน สายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
เหมือนรู้ถึงเจตนาของเว่ยเจี่ยวอิง เว่ยฉางอันจึงกุมท้องของตนไว้แน่น
ใบหน้าของเว่ยเจี่ยวอิงเ็า นางเตะเว่ยฉางอันลงไปแรง ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเ้ามาจับนางให้แน่น!”
เอ่ยจบ นางก็ชิงไม้เท้าจากมือของชายชราแล้วมองเว่ยฉางอันด้วยยิ้มที่น่าขนลุก
“คนชั่วช้าเช่นเ้า จะให้เป็ผู้ให้กำเนิดโอรสแก่ฝ่าาได้เช่นไร? ฝ่าา้าโอรสจากข้า!”
“ไม่! เว่ยเจี่ยวอิง ข้าขอร้อง… เ้าจะทำอันใดกับข้าก็ได้ แต่เ้าอย่าทำร้ายเด็กคนนี้เลย! ข้าขอร้องได้โปรดไว้ชีวิตเขา!” เว่ยฉางอันทั้งร้องไห้ทั้งขอร้อง พยายามสู้ขัดขืนสองชายชราที่กำลังจับตัวนางไว้
“เ้าคิดว่าเป็ไปได้หรือ?” เว่ยเจี่ยวอิงหัวเราะคิกคัก แววตาผ่อนคลายราวกับกำลังเอ่ยถึงสภาพอากาศทั่วไป
ตุบ!
“กรี๊ดดด!”
เสียงไม้กระบองฟาดเนื้อและเสียงกรีดร้องของเว่ยฉางอันดังขึ้นพร้อมกัน
“อย่า…”
มิว่าเว่ยฉางอันจะอ้อนวอนเช่นไร เว่ยเจี่ยวอิงก็ไม่ได้มีท่าทีจะหยุดมือนางออกแรงฟาดไม้กระบองลงไปที่ท้องน้อยของเว่ยฉางอันครั้งแล้วครั้งเล่า สีหน้าแฝงไปด้วยความสะใจอย่างบ้าคลั่ง
“ตายเสียเถิด! นังแพศยา!”
เว่ยฉางอันหลับตาลงด้วยความเ็ป เือุ่น ๆ ไหลรินออกจากระหว่างสองขาของนางอย่างช้า ๆ นางรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งกำลังค่อย ๆ ถูกฉีกออกไปจากตัวนาง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เว่ยฉางอันเ็ปเสียจนสลบไปแล้วก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องน้อยของนางสูญสิ้นความรู้สึกไปแล้ว เว่ยฉางอันมิรู้ว่าเว่ยเจี่ยวอิงฟาดนางไปกี่ที
เว่ยเจี่ยวอิงเห็นว่าลมหายใจของเว่ยฉางอันเริ่มเบาลงจึงโยนไม้กระบองในมือลงด้วยความพึงพอใจ นางตบมือเรียกองครักษ์ที่อยู่ด้านนอกเข้ามา
“พวกเ้ายังมิเคยลิ้มลองบุตรสาวคนโตของจวนแม่ทัพใช่หรือไม่? เอ้า ข้ามอบให้พวกเ้า”
เว่ยฉางอันเดิมทีสติยังมึนงงอยู่บ้าง ทว่านางพลันรู้สึกตัวขึ้นมาทันทีเพราะคำเอ่ยของเว่ยเจี่ยวอิง
นางมองไปที่เหล่าองครักษ์ซึ่งกำลังหัวเราะอย่างหื่นกระหายอยู่ข้างกาย จากนั้นก็ดิ้นรนลุกขึ้น ก่อนที่ความอ่อนโยนในดวงตาอันงดงามของนางจะหายไปจนหมดสิ้น คงเหลือไว้เพียงความเกลียดชังอันท่วมท้น!
“เว่ยเจี่ยวอิง! เ้ามันชั่วช้า! ต่อให้ข้ากลายเป็ิญญาก็จะมิละเว้นเ้า!”
เว่ยฉางอันแผดเสียงคำเอ่ยนั้นออกมา นางใช้แรงกายทั้งหมดพุ่งเข้าชนเสาที่อยู่ในตำหนัก
จากนั้นความมืดเข้าปกคลุม เว่ยฉางอันถอนหายใจแ่เบา
ลูกรัก ท่านพ่อ ท่านพี่ ซู่ซิน ข้าขอโทษ… ที่ข้าผิดพลาดเผลอชักนำปีศาจร้ายมาทำลายคนดี
หากชาติหน้ามีจริง นางจะทวงคืนหนี้แค้นจากคนเหล่านี้ให้จงได้!
[1] ไท่จื่อ : องค์รัชทายาท
[2] ไท่จื่อเฟย : พระชายาองค์รัชชายาท