ตอนที่ 5 สมรสพระราชทาน
“ท่านพ่อ ท่านจะต้องทวงความเป็ธรรมให้ข้า พี่หญิงถึงกับพูดต่อหน้าบ่าวรับใช้ว่าข้าเป็กาที่้ายึดรังนกสาลิกา แล้วยังลงมือกับสาวใช้คนสนิทของข้าจนพิกลพิการอีก ฮึก ฮึก...”
ป๋ายชีเวยได้ยินคำกล่าวของป๋ายซู่เสวี่ยแล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจเข้าใจดี ป๋ายซู่เสวี่ยคงไปหาเื่ป๋ายเอ้าเสวี่ยก่อน
หลายปีมานี้ ป๋ายซู่เสวี่ยกับซูเชี่ยนเชี่ยนชอบรังแกป๋ายเอ้าเสวี่ยบ่อยๆ เขารู้ดีทว่าไม่ได้ถามให้มากความ
สำหรับป๋ายเอ้าเสวี่ยบุตรสาวนางนี้เขาไม่ได้ชอบพอเท่าไร อ่อนแอไร้กำลัง ไม่เหมือนเขาเลยสักนิด เขากลับเอ็นดูป๋ายซู่เสวี่ยที่ลงมือเด็ดขาดโเี้มากกว่า
ในความคิดเขามีแต่คนเืเย็นไม่เลือกวิธีการเท่านั้นที่จะกลายเป็คนเหนือคนได้ ที่้าก็เป็แบบป๋ายซู่เสวี่ย บุตรสาวที่สามารถใช้สอยได้ ส่วนป๋ายเอ้าเสวี่ยคงต้องถูกสลัดทิ้ง
“ซู่เสวี่ย ลุกขึ้นเถอะ ป๋ายเอ้าเสวี่ยเป็พี่สาวเ้า ั้แ่เล็กจนโตพ่อเอ็นดูเ้ามาโดยตลอด อีกไม่กี่วัน พี่เ้าจะออกเรือนจากบ้านไปแล้ว ให้อภัยพี่เ้าหน่อยก็แล้วกัน” ป๋ายชีเวยมองป๋ายซู่เสวี่ยที่สะอื้นไห้ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญใจ
ป๋ายซู่เสวี่ยที่เดิมร้องไห้พอได้ยินคำกล่าวของป๋ายชีเวยก็รีบเงยหน้ามองป๋ายชีเวยอย่างตกตะลึงทันที เอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ ที่ท่านพูดเป็เื่จริงหรือ พี่หญิงจะออกเรือนแล้ว เช่นนั้นคนที่พี่หญิงแต่งด้วยเป็ใครหรือเ้าคะ”
“เดิมทีฝ่าาจะพระราชทานสมรสให้เ้า แต่พ่อเห็นว่าเ้ายังเด็ก เลยให้พี่เ้าได้รับไปแทน พ่อไม่อยากผลักเ้าเข้าไปในกองเพลิง เ้าคิดดู ราชวงศ์เฉิงสีของพวกเรา ที่มีชื่อเสียงที่สุดเป็ใครกัน” ป๋ายชีเวยทำหน้าบิดาผู้ใจดี มองป๋ายซู่เสวี่ยแล้วเอ่ยขึ้น
ป๋ายซู่เสวี่ยได้ยินคำกล่าวของป๋ายชีเวยแล้วก็เอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง “ท่านพ่อ หรือว่าจะเป็อ๋องห้าที่ไม่ได้ความผู้นั้น อ๋องห้าที่หน้าตาอัปลักษณ์ดุจภูติผีคนนั้นหรือ”
ป๋ายชีเวยได้ยินคำกล่าวของป๋ายชีเวยแล้วก็ขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น “ซู่เสวี่ยภายหน้าห้ามเอ่ยวาจาไม่ดีถึงอ๋องห้าเด็ดขาด ต่อให้อ๋องห้าจะเป็เช่นไร พวกเราก็ไม่มีสิทธิ์ไปวิพากษ์วิจารณ์ หากถูกคนได้ยินเข้าศีรษะคงได้หลุดจากบ่า”
ป๋ายชีเวยไม่ได้ปฏิเสธ ทำให้ป๋ายซู่เสวี่ยยืนยันคนที่ป๋ายเอ้าเสวี่ยจะแต่งด้วยได้
สีหน้านางฉายแววสะใจโดยไม่ปิดบัง ทว่าปากกลับเอ่ยอย่างสงสาร “ท่านพ่อ เพื่อข้า พี่หญิงคงลำบากแย่ ข้าผิดต่อพี่หญิง ไม่สู้ท่านพ่อเรียกพี่หญิงมา บอกข่าวนี้ให้พี่หญิงรู้ ให้พี่หญิงได้เตรียมตัวเถอะ”
ป๋ายชีเวยจิ้งจอกเฒ่าที่ทำงานอยู่ในราชสำนัก ไหนเลยจะไม่รู้ความคิดของป๋ายซู่เสวี่ย แต่พอคิดๆ ดู ป๋ายซู่เสวี่ยบอกว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยเปลี่ยนนิสัย นี่ก็ทำให้ป๋ายชีเวยสนใจขึ้นมา
เขาตอบรับคำกล่าวของป๋ายซู่เสวี่ยแล้วเอ่ยขึ้น “คนข้างนอก ไปเชิญคุณหนูใหญ่มาซิ”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยฝั่งนี้เพิ่งจิบชาไปอึกหนึ่ง เมื่อเห็นบ่าวรับใช้เข้ามาในเรือนเล็กก็เลิกคิ้วอย่างไม่แปลกใจ
หลังจากเห็นบ่าวคนสนิทของท่านเสนาบดี มู่เหมียนก็มองไปทางป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างร้อนใจ
บ่าวรับใช้ผู้นั้นไม่เหมือนกับบ่าวรับใช้อวดดีในจวนเสนาบดีคนอื่นๆ เขามองมาทางป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างสุภาพและนอบน้อม แล้วเอ่ยขึ้น “คุณหนูใหญ่ ท่านเสนาบดีเชิญขอรับ เชิญคุณหนูใหญ่ไปที่โถงใหญ่”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยรู้ดี ป๋ายซู่เสวี่ยจะต้องไปฟ้องป๋ายชีเวยแน่ นางลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าอย่างไม่ใส่ใจนัก เอ่ยขึ้น “นำทางเถอะ ในเมื่อท่านเสนาบดีเชิญ เช่นนั้นหากข้าไม่ไปก็คงเสียมารยาทแย่”
บ่าวรับใช้มองป๋ายเอ้าเสวี่ยที่มีท่าทางผ่าเผยมาดมั่น เทียบกับป๋ายเอ้าเสวี่ยในอดีตที่พูดน้อยอ่อนแอแล้วราวกับเป็คนละคน ความแปลกใจไหววูบขึ้นมาก่อนจางหายไป
บ่าวรับใช้นำทางป๋ายเอ้าเสวี่ยไปที่โถงใหญ่อย่างนอบน้อม
“คุณหนู...” มู่เหมียนมองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างเคร่งเครียด
ป๋ายเอ้าเสวี่ยลูบมือปลอบมู่เหมียนพร้อมกับเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยเดินเลี้ยววนไปมาตามบ่าวรับใช้ นางมองดูจวนเสนาบดี ไม่แตกต่างอะไรจากในความทรงจำเลยสักนิด
ทอดสายตามองไป ทุกหนแห่งล้วนแต่เหมือนกันกับป๋ายชีเวยผู้นั้น งำประกายทว่าหยิ่งทระนง เรียบง่ายทว่าไม่ขาดความสูงศักดิ์
จากลักษณะตัวอาคาร ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองออกว่าป๋ายชีเวยผู้นี้มีความทะเยอทะยานเช่นไร
แม้ว่าเขาจะแอบซ่อนเอาไว้ลึกมาก ทว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยในตอนนี้ก็ไม่ใช่ป๋ายเอ้าเสวี่ยในอดีตแล้ว
ป๋ายชีเวยฝั่งนั้นกำลังมองด้านหลังบ่าวรับใช้ มองเงาร่างที่เดินเฉิดฉายเงาร่างนั้น ั์ตาอดเปล่งแสงวูบขึ้นมาไม่ได้
รอจนเงาร่างบอบบางนั่นเดินเข้ามาใกล้ ป๋ายชีเวยก็ยังไม่ได้สติกลับมา
ป๋ายเอ้าเสวี่ยพอเห็นท่าทางนิ่งอึ้งของป๋ายชีเวยก็ไม่ได้แสดงท่าทางเหนียมอายแต่อย่างใด กลับเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก “ไม่ทราบว่าท่านพ่อเรียกข้ามามีธุระอะไรหรือเ้าคะ” สายตานางไม่ได้มองไปทางป๋ายซู่เสวี่ยที่อยู่ด้านข้างเลยสักนิด
ป๋ายชีเวยได้สติกลับมาท่ามกลางเสียงพูดของป๋ายเอ้าเสวี่ย เขามองเด็กสาวผู้หยิ่งทระนงและงดงามตรงหน้าอย่างอึ้งตะลึง ความประหลาดใจในใจแม้แต่เขาเองก็ยังคาดไม่ถึง
“เ้า เ้าคือเอ้าเสวี่ยรึ” ป๋ายชีเวยมองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างสงสัยพร้อมกับเอ่ยขึ้น