หลังจากวันที่ได้เห็นบุตรชายฝึกฝนฝีมือตามลำพัง ลี่อินก็ไม่เคยเอ่ยปากพูดถึงเื่นั้นเลยแม้แต่คำเดียว นางทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงเป็มารดาที่อ่อนโยน เตรียมอาหาร ซักเสื้อผ้า และดูแลเฟยหลงเหมือนทุกวัน แต่ลึกลงไปในใจของนาง พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น
นางไม่ได้ห้ามปรามเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะนางรู้ว่ามันไร้ประโยชน์...สายเืัในกายเขามันเรียกร้องเกินกว่าจะกดไว้ได้ สิ่งที่นางทำได้ในตอนนี้ คือการเฝ้ามอง...และภาวนา
นางเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เปลี่ยนไป ในอาหารทุกมื้อ นางจะแอบใส่สมุนไพรบำรุงกำลังและเส้นเอ็นลงไปอย่างแเี เมื่อเห็นเสื้อผ้าของเขาเปรอะเปื้อนดินโคลนมากกว่าปกติ นางก็เพียงแค่รับมาซักโดยไม่ถามอะไร สายตาของนางมองตามแผ่นหลังของบุตรชายที่ดูกว้างและมั่นคงขึ้นทุกวันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งภาคภูมิใจในความเป็ลูกผู้ชายของเขา และหวาดหวั่นต่อชะตากรรมที่อาจกำลังรออยู่เบื้องหน้า
ในขณะเดียวกัน เฟยหลงก็ยังคงฝึกฝนอย่างลับๆ ทุกรุ่งสาง เขาเริ่มเข้าใจร่างกายของตัวเองมากขึ้น การควบคุมลมหายใจของเขาลึกและยาวนานขึ้น ประสาทััของเขาเฉียบคมขึ้น เขาสามารถได้ยินเสียงใบไม้ร่วงหล่นในระยะไกล สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของแมลงปอเหนือผิวน้ำได้อย่างชัดเจน มันเป็พร์ที่ซ่อนเร้นซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจที่มา รู้แต่เพียงว่ามันเป็ส่วนหนึ่งของตัวเขา
เื่ราวในหมู่บ้านจันทร์เสี้ยวส่วนใหญ่ยังคงสงบสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง ปัญหาก็ได้มาเยือน
"แย่แล้ว! แย่แล้วเฟยหลง!" อาิวิ่งกระหืดกระหอบมาที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน หน้าตาตื่น "เ้าหมูป่าเขี้ยวตัน! มันออกมาอาละวาดอีกแล้ว!"
"หมูป่าเขี้ยวตัน?" เฟยหลงขมวดคิ้ว เขาวางฟืนท่อนสุดท้ายลงบนกอง
"ใช่! ตัวที่เคยทำลายไร่ข้าวโพดของลุงจางเมื่อปีก่อนน่ะ ตอนนี้มันกลับมาแล้ว แถมยังดุร้ายกว่าเดิมอีก มันพังรั้วไร่มันเทศของบ้านผู้ใหญ่บ้านจนเละไปหมดเลย!" อาิเล่าด้วยท่าทีตื่นเต้นระคนหวาดกลัว "ท่านผู้ใหญ่บ้านกำลังจะรวมคนไปล่ามันบ่ายนี้ เ้าจะไปด้วยกันไหม?"
แววตาของเฟยหลงเป็ประกายขึ้นมาทันที นี่คือโอกาส...โอกาสที่จะได้ทดสอบสิ่งที่เขาฝึกฝนมาตลอด และเป็โอกาสที่จะได้ทำประโยชน์ให้กับหมู่บ้านอย่างแท้จริง "ไปสิ!"
"ไม่ได้เด็ดขาด!"
เสียงเยียบเย็นที่ดังขึ้นจากในกระท่อมทำเอาเด็กหนุ่มทั้งสองสะดุ้ง ลี่อินเดินออกมายืนขวางประตูไว้ สีหน้าของนางเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"ท่านแม่ แต่นี่มัน..."
"แม่บอกว่าไม่ได้!" นางกล่าวเสียงหนักแน่น "เ้ายังเด็กเกินไป การล่าหมูป่าเขี้ยวตันมันอันตรายถึงชีวิต พวกผู้ใหญ่เขาจัดการกันเองได้ เ้าไม่ต้องไปยุ่ง"
"ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะขอรับ!" เฟยหลงโต้กลับด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย "ท่านก็เห็นว่าข้าแข็งแรงพอที่จะช่วยได้ และถ้าเราไม่ทำอะไร ไร่ของชาวบ้านก็จะเสียหายไปมากกว่านี้ ข้าต้องเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเอง ปกป้องหมู่บ้าน...แล้วก็...ปกป้องท่านด้วย"
ประโยคสุดท้ายของเขาทำให้หัวใจของลี่อินกระตุกวูบ นางมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ดื้อรั้นของบุตรชาย ดวงตาที่สะท้อนความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า...และความจริงใจ นางเห็นเงาของชายคนนั้นในแววตาคู่นี้ชัดเจนเหลือเกิน
นางถอนหายใจยาว ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งจนอาิรู้สึกอึดอัด ในที่สุด ลี่อินก็ยอมถอยให้หนึ่งก้าว
"ก็ได้...ถ้าเ้าจะไป" นางพูดเสียงอ่อนลง "แต่เ้าต้องสัญญากับแม่หนึ่งอย่าง"
"ขอรับ?" เฟยหลงมองมารดาอย่างมีความหวัง
ลี่อินเดินเข้าไปใกล้ จัดปกเสื้อที่ยับยู่ยี่ของบุตรชายให้เข้าที่ นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "จงใช้สติปัญญา ไม่ใช่ความห้าวหาญ หมูป่ามันแข็งแกร่งและบ้าคลั่ง การเข้าปะทะตรงๆ คือความโง่เขลา...จงเป็เงา อย่าเป็พายุ"
เฟยหลงนิ่งฟังคำพูดนั้นอย่างตั้งใจ แม้จะไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่เขาก็พยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น "ข้าสัญญาขอรับ ท่านแม่"
บ่ายวันนั้น ชายฉกรรจ์ของหมู่บ้านสิบกว่าคนพร้อมด้วยหอกไม้และธนูมารวมตัวกันที่ปากทางเข้าป่า เฟยหลงและอาิยืนอยู่ท้ายขบวน พวกเขารู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่ว
พวกเขาตามรอยเท้าและร่องรอยความเสียหายลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาถึงลานกว้างที่พื้นดินถูกขุดคุ้ยจนกระจุยกระจาย กลิ่นสาบสัตว์รุนแรงลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ
พลันเสียงคำรามอันดุดันก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบ!
ฟรอดดดด!
ร่างสีดำทะมึนของหมูป่าขนาดมหึมาพุ่งออกมา มันใหญ่กว่าวัวหนุ่มหนึ่งตัว ดวงตาสีแดงก่ำลุกวาวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง เขี้ยวโค้งยาวสีขาวมันวาวราวกับถูกลับมาอย่างดี
"ระวัง!!!"
เหล่าชาวบ้านแตกฮือ หมูป่าเขี้ยวตันพุ่งเข้าใส่ชายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด เขาใช้หอกไม้แทงสวนไป แต่มันกลับสะบัดหัวเพียงครั้งเดียว หอกก็หักสะบั้นเป็สองท่อน ร่างของชายคนนั้นกระเด็นไปหลายวา
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นทันที!
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนั้น เฟยหลงกลับทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป เขานึกถึงคำพูดของมารดา...จงเป็เงา อย่าเป็พายุ
เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปสมทบ แต่กลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว หลบเข้ากับเงาของต้นไม้ใหญ่ ลมหายใจของเขาผ่อนเข้าออกอย่างช้าๆ และลึก สายตาจับจ้องไปที่อสูรร้ายเบื้องหน้าอย่างไม่กะพริบ เขาไม่ได้มองมันด้วยความกลัว แต่ด้วยการวิเคราะห์
เขาเห็นรูปแบบการจู่โจมของมัน...มันจะพุ่งเป็เส้นตรงเสมอ แล้วใช้เขี้ยวอันทรงพลังสะบัดเหยื่อ เขาสังเกตการวางเท้าของมันในจังหวะที่มันจะเปลี่ยนทิศทาง เขามองเห็นช่องว่าง...ช่องว่างเพียงเสี้ยววินาที
หมูป่าตัวนั้นคำรามลั่นอีกครั้ง มันหันขวับ เตรียมจะพุ่งเข้าใส่อาิที่กำลังยืนตัวสั่นงันงกทำอะไรไม่ถูก!
วินาทีนั้นเอง เฟยหลงเคลื่อนไหว!
เขาไม่ได้วิ่งเข้าใส่หมูป่า แต่กลับวิ่งไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็วและเงียบกริบราวกับแมวป่า มือของเขาคว้าก้อนหินขนาดเหมาะมือขึ้นมา แล้วขว้างมันสุดแรงออกไป!
แผละ!
ก้อนหินไม่ได้สร้างความเ็ปให้หมูป่าได้ แต่มันกระทบเข้าที่ข้างลำตัวของมันอย่างจัง เสียงและความรู้สึกที่กะทันหันทำให้สมาธิของมันแตกกระเจิง มันหันขวับไปยังทิศที่ก้อนหินลอยมาตามสัญชาตญาณ การเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหันนั้นทำให้ขาหน้าของมันเสียหลัก...
โครม!
ร่างมหึมาของหมูป่าเขี้ยวตันเสียการทรงตัว พุ่งเข้าชนกับต้นไม้ใหญ่อย่างจังจนป่าทั้งป่าะเื มันร้องโหยหวนด้วยความเ็ป มึนงงไปชั่วขณะ
"ตอนนี้แหละ!" ผู้ใหญ่บ้านะโลั่น
เหล่าชาวบ้านที่ตั้งสติได้ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป พวกเขาทั้งหมดกรูกันเข้าไปรุมแทงและฟันเข้าใส่หมูป่าที่กำลังมึนงง จนในที่สุดมันก็แน่นิ่งไป
เมื่อทุกอย่างสงบลง ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความโล่งอก แล้วสายตาทุกคู่ก็หันไปมองเฟยหลงเป็ตาเดียว อาิวิ่งเข้ามากอดคอเพื่อนรัก "สุดยอด! เ้าช่วยชีวิตข้าไว้!"
เฟยหลงยิ้มอย่างเขินๆ "ข้าก็แค่...โชคดี"
ค่ำวันนั้น เฟยหลงกลับถึงบ้านพร้อมกับรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่แขน เขาได้รับเนื้อหมูป่าส่วนแบ่งมาเป็รางวัลใหญ่ และที่สำคัญกว่านั้นคือสายตาชื่นชมจากทุกคนในหมู่บ้าน
ลี่อินไม่ได้พูดอะไร นางเพียงแค่ดึงเขามานั่งลง แล้วบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดาแให้อย่างแ่เบา ััของนางอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
เมื่อทำแผลเสร็จ นางก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่มีแววตำหนิหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
"เ้าทำได้ดี..." นางเอ่ยเสียงเบา "...ที่เชื่อฟังแม่"
เฟยหลงรับรู้ได้ในทันทีว่านางไม่ได้หมายถึงการที่เขายอมออกไปล่าสัตว์ แต่หมายถึงวิธีที่เขาใช้รับมือกับมันต่างหาก
เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่ากำแพงระหว่างเขากับมารดาได้ลดระดับลง...และมีสะพานแห่งความเข้าใจเส้นบางๆ ทอดข้ามไปถึงกันได้แล้ว