บทที่ 13: กองทัพประชิดเมือง
เสียงกีบเท้าม้าศึกหนักแน่นย่ำลงบนแผ่นดินหินลานจวนตระกูลลู่จนเกิดเสียงดังสะท้านะเื แผ่นดินไหวเบา ๆ ทำเอาแจกันและของตกแต่งในจวนสั่นคลอน ฝุ่นละอองสีเทาตลบอบอวลฟุ้งไปทั่วบริเวณบดบังแสงจันทร์ยามค่ำคืน ทหารเกราะดำกว่าห้าพันนายที่สวมชุดเกราะเหล็กหนาหนักสีดำมะเกลือยืนเรียงรายเป็ขบวนทัพเข้มงวดล้อมกรอบจวนตระกูลลู่ไว้อย่างแ่าประหนึ่งกำแพงเหล็กกล้า รังสีคุกคามและกลิ่นอายาอันเยียบเย็นแผ่ซ่านครอบคลุม ทำเอาพวกบ่าวรับใช้และผู้คุ้มกันตระกูลลู่ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวลนลาน หลายคนถึงกับทรุดลงคุกเข่าอธิษฐานต่อบรรพบุรุษ
ตรงกลางขบวนทัพเหล็กอันน่าเกรงขาม สตรีร่างระหงผู้หนึ่งควบม้าศึกพันธุ์ผสมสีดำทมิฬขนาดมหึมาเยื้องย่างเข้ามาอย่างช้า ๆ และสง่างามปานนางพญาเสือดาว นางสวมชุดเกราะเหล็กดัดสีเงินวาววับสะท้อนแสงจันทร์เน้น่ตัวให้ดูสง่า ใบหน้าสีน้ำผึ้งสวยคมคาย ดุดัน และงดงามหมดจดไร้ที่ติประหนึ่งแม่เสือดาวทะเลทรายดวงตากลมโตคู่คมกริบประดุจใบมีดกวาดมองลงมาที่พวกเราอย่างมุ่งคุกคามสะท้านทรวง ทรวงอกคู่งามอวบอัดใหญ่โตล้นหลามถูกบีบอัดภายใต้แผ่นเกราะเหล็กสีเงินจนดันทะลักพองโตออกมาอย่างเด่นชัดชวนให้เสียวซ่านใจสั่น ขาเรียวยาวทรงพลังคีบสีข้างม้าศึกสีดำไว้แน่น นางคือ **'แม่ทัพเฉินฮวา'** ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพเกราะดำชายแดนอันเลื่องชื่อ!
"ใครคือลู่เหมยหลิน?!" เสียงทรงอำนาจ ห้าวหาญ และแข็งกร้าวของนางตวาดดังลั่นประหนึ่งสายฟ้าฟาดฟันกลางลาน สะกดให้ทุกคนในลานจวนต้องเงียบเสียงสนิทกรามสั่นพั่บ ๆ
ลู่เหมยหลินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ แม้ใบหน้าหวานจะซีดเซียวลงเล็กน้อยด้วยพลังกดดันของขอบเขตนักรบ "ข้าลู่เหมยหลิน ใต้เท้าแม่ทัพมีธุระด่วนอันใดกับหอการค้าตระกูลลู่ของข้าหรือขอรับ? ตระกูลลู่ประกอบการค้าสุจริตมาโดยตลอด..."
เฉินฮวาดึงม้วนคำสั่งป้ายตราทหารทองคำสลักลวดลายกิเลนออกมาแสดงพลางเอ่ยเสียงเ็าเหี้ยมเกรียมสะกดข่ม
"ตระกูลลู่ต้องสงสัยว่าลักลอบค้าอาวุธาเถื่อนและส่งออกแร่เหล็กไหลสนับสนุนกลุ่มฏชายแดน ข้าได้รับคำสั่งด่วนจากผู้ว่าการมณฑลให้เข้าตรวจยึดสินค้าและคลังสินค้าท่าเรือทั้งหมด รวมทั้งควบคุมตัวหัวหน้าหอการค้าตระกูลลู่ไปคุมขังสอบสวนในคุกใต้ดินทันที! หากผู้ใดขัดขืน... ทหารเกราะดำจะบดขยี้จวนนี้ให้ราบเป็หน้ากลองไร้ร่องรอย!"
พวกผู้าุโตระกูลลู่ได้ยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้นร้องไห้โฮคิดว่าตระกูลลู่ล้มละลายหัวขาดกันหมดแน่ คราวนี้หวังเทิงและตระกูลหวังยอมทุ่มสุดตัวจ่ายใต้โต๊ะลากเอากองทัพทหารศึกเข้ามาเหยียบหัวพวกเราโดยตรง!
ผมก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างเหมยหลิน สายตากะล่อนหื่นกระหายจ้องจับเป้าสายตาไปที่ดวงหน้าสวยคมสีน้ำผึ้งและหน้าอกโต ๆ ที่เบียดแน่นจนแทบจะปริออกมานอกแผ่นเกราะของแม่ทัพหญิงอย่างเปิดเผย ไร้ความเกรงกลัวเกรงใจ จนเฉินฮวาขมวดคิ้วจ้องมองผมด้วยสายตาเหยียดหยามสมเพช
"โอ้... เขยขยะตระกูลเซียวผู้เกาะกระโปรงเมียกินสินะ" เฉินฮวาเหยียดยิ้มเยาะมองผมอย่างสมเพช "หน้าตาหล่อเหลาปานผู้หญิงหน้าขาวเช่นเ้าไม่มีสิทธิ์พูดตรงนี้ หลบไปซะดีกว่า!"
"โธ่... ใต้เท้าแม่ทัพหญิงคนสวย" ผมประสานมือโค้งกายคารวะพลางส่งยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์หยอดเย้าสายตาพราวระยับ "ข้อหาที่ใต้เท้านำมานั้นช่างใหญ่หลวง ทว่าหลักฐานทั้งหมดล้วนถูกจัดฉากโดยพวกสุนัขตระกูลหวังผู้คิดคด... ข้าเชื่อว่าแม่ทัพผู้เกรียงไกรและรักความยุติธรรมอย่างท่านคงไม่อยากถูกสุนัขรับใช้ใช้เป็เครื่องมือทำลายคนบริสุทธิ์หรอกใช่ไหมจ๊ะ? ข้าขอเสนอข้อตกลง... คืนนี้ข้าจะเดินทางไปที่กระโจมทหารของใต้เท้าเพียงลำพัง เพื่อนำสมุดบัญชีและหลักฐานการค้าของตระกูลลู่ไปแสดงให้ท่านดูแบบสองต่อสอง หากข้าไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ ใต้เท้าค่อยสั่งยึดจวนและปะาข้าก็ยังไม่สาย... แต่หากพิสูจน์ได้ ใต้เท้าต้องถอนทหารและสั่งลงโทษตระกูลหวังตกลงไหมจ๊ะ? อ้อ... แล้วเกราะอกเหล็กของใต้เท้าดูจะหนักหนามากนะจ๊ะ ให้ข้าช่วยประคองถือไหมจ๊ะ?"
เฉินฮวาจ้องสบตาผมดวงตาคู่คมกริบฉายแววแปลกใจปนพิโรธในคารมกะล่อนหน้าหนาและสัปดนของเขยขยะตรงหน้า นางหัวเราะห้าวหาญลั่นลานจวนจนสะโพกและเกราะกระเพื่อม
"ฮ่า ๆ ๆ! น่าสนใจชะมัด! เ้าขยะหน้าขาวผู้เกาะขาเมียกินอย่างเ้ากลับกล้าเสนอเงื่อนไขและหยอกเย้าข้าแม่ทัพใหญ่?! ดี! คืนนี้ข้าจะคอยดูที่กระโจมทหารนอกเมืองหลงไห่ หากเ้ามีหลักฐานจริงข้าจะยอมฟัง... แต่หากเ้ากล้าเล่นลิ้นหรือไม่มีหลักฐานมาแสดง ข้าจะสั่งตัดหัวเ้าเสียบประจานหน้าจวนตระกูลลู่ทันที!"
นางสะบัดแส้ม้าศึกสีดำหันหลังพุ่งทะยานออกไปพร้อมขบวนทหารเกราะดำห้าพันนายเสียงดังสนั่นฝุ่นตลบอบอวลอีกหน
ลู่เหมยหลินวิ่งเข้ามากอดแขนผมแน่นดวงตาห่วงใยและหวาดกลัวลึก ๆ "เซียวเฉิน... เ้าบ้าไปแล้วหรือ?! กระโจมทหารเกราะดำเปรียบเสมือนรังเสือรังั นางโเี้และเด็ดขาดมาก หากเ้าไปเพียงลำพัง..."
"ไม่ต้องห่วงจ้ะฮูหยินรักของข้า" ผมก้มลงลูบแก้มเนียนของนางพลางขยิบตากะล่อนหื่นใส่ "สามีของเ้ามีของดี... ระดับแม่ทัพหญิงเสือดาวผิวสีน้ำผึ้งหุ่นเซ็กซี่ดุดันขนาดนั้น ข้าปราบพยศมานักต่อนักแล้ว คืนนี้ข้าจะกู้สถานการณ์และหาทางพานางขึ้นเตียงนอนหอมาเป็เมียเก็บของข้าอีกคนให้ได้เลยคอยดู!"
"ไอ้คนบ้ากามสารเลว! ไปรังเสือแต่ยังคิดเื่พรรค์นั้นได้อีกนะ!" เหมยหลินด่าทอหน้าร้อนวาบแต่ก็โล่งใจลึก ๆ
ตกค่ำ ณ ค่ายทหารเกราะดำนอกเมือง แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างสะท้อนชุดเกราะทหารยามที่ยืนเฝ้าเวรหนาแน่นระวังภัย ผมเดินล้วงกระเป๋ายิ้มกะล่อนผ่านแถวทหารเข้าสู่กระโจมบัญชาการหลักของแม่ทัพใหญ่เฉินฮวา
ภายในกระโจมทหารกว้างขวาง อบอวลด้วยกลิ่นหนังแท้ อาวุธเหล็ก และสุราแรงกล้า เฉินฮวานั่งอยู่บนตั่งไม้ใหญ่พาดขาทรงพลัง สภาพของนางในยามนี้ทำเอาผมถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความหื่นสะท้านทรวง: นางถอดชุดเกราะเหล็กสีเงินตัวนอกออกหมดแล้ว เหลือเพียงเสื้อหนังสัตว์รัดรูปสีน้ำตาลบางเบาที่เน้นรัดหน้าอกหน้าใจทรงโตคู่งามบีบแน่นจนแทบจะทะลักออกมาอวดสายตาขาวนวลสีน้ำผึ้ง หน้าท้องแบนราบแข็งแกร่งเผยผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดชวนลูบไล้ สะโพกผึ่งผายและต้นขาเพรียวแน่นเต็มไปด้วยพลังของชาวยุทธ์สายพลังที่เซ็กซี่ขยี้ใจสุด ๆ
"เ้ามาเร็วกว่าที่คิดนะไอ้หน้าขาว" เฉินฮวาเหยียดยิ้มแสยะมองผมอย่างท้าทาย
"เพื่อใต้เท้าแม่ทัพหญิงคนสวย ต่อให้บุกน้ำลุยไฟข้าก็รีบมาจ้ะ" ผมก้าวเท้าเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้านางยิ้มหน้าระรื่นกะล่อนจ้องหน้าอกนางตาไม่กะพริบ
"หึ! ในกองทัพเกราะดำของข้า... พวกเราไม่เจรจากับคนขี้ขลาดที่ดื่มเหล้าไม่เป็! บนโต๊ะนี้คือ 'เหล้าเผาโลหิต์' สุราพิษร้อนแรงประจำกองทัพที่แม้แต่ชาวยุทธ์ขอบเขตรวบรวมปราณยังต้องท้องทะลุกระอักเืตายหากดื่มเกินสองจอก... หากเ้ามีรสชาติดื่มมันได้สามชามใหญ่ติดต่อกันโดยไม่ล้มพับ ข้าถึงจะยอมเปิดสมุดบัญชีของเ้าดูตกลงไหม?!" นางชี้มือไปที่ชามดินเผาสามชามใหญ่ที่บรรจุเหล้าสีแดงฉานเดือดปุด ๆ ส่งไอความร้อนพิษฟุ้งกระจายอบอวล
*ติ๊ง!*
[ คำเตือนจากระบบ! สุราเผาโลหิต์มีพิษความร้อนระอุสะสมสูง (ระบายออกยากสำหรับคนธรรมดา) ]
[ ปลดใช้งานภารกิจแปลงพิษสุราเป็พลังยุทธ์หยินหยางคูณสอง! ]
[ ข้อแนะนำ: ซดดื่มให้เกลี้ยงเพื่ออัปเกรดความฟิตเป้ากางเกงและกำลังปราณสยบแม่ทัพหญิง! ]
ผมจ้องมองชามเหล้าแดงเดือดพลางยิ้มหื่นกะล่อนในใจ *'เหล้าพิษร้อนแรงเหรอ? หวานปากพ่อแมงดาเลยสิโว้ย! ดื่มแล้วได้ทั้งพลังยุทธ์ ได้ทั้งเตียงอุ่น แถมได้โชว์หล่อให้แม่เสือดาวผิวสีน้ำผึ้งตกหลุมรักอีกต่างหาก คืนนี้พ่อจะซดให้เกลี้ยงและจับแม่ทัพหญิงคนนี้มากระแทกกระทั้นบนฟูกจนร้องครางเลยคอยดู!'*
ผมยื่นมือไปคว้าชามเหล้าใบแรกขึ้นมาจ่อปาก สบตากับดวงตาคู่คมของเฉินฮวาอย่างท้าทาย แล้วซดหมดชามรวดเดียวดังโฮก!
ความร้อนรุ่มราวกับหินร้อนไหลลวกคอหอยลงสู่หน้าท้อง แต่อบอุ่นและซ่านแปล๊บแปรเปลี่ยนเป็ลมปราณหยินหยางแสนหวานบำรุงชีพจรและเพิ่มขนาดัั์ในเป้ากางเกงทันที! ผมถอนหายใจฟินยาวเหยียด
"โอ้ว... อร่อยดีจ้ะแม่ทัพคนงาม รสชาติเหมือนต้มยำน้ำข้นผสมเตกีล่าเลย ร้อนแรงกำลังดี!" ผมเอ่ยยิ้มแฉ่งกะล่อน
เฉินฮวาเบิกตากว้างอ้าปากค้างเล็กน้อย "จะ... เ้าไม่เจ็บท้องรึ?!"
"ไม่เลยจ้ะ หวานคอแร้งสุด ๆ!" ผมคว้าชามสองและสามขึ้นมาซดโฮกติดต่อกันจนเกลี้ยงชามในชั่วสิบวินาที เสียงกลืนเหล้าดังกึก ๆ สะท้านกระโจมทหาร ทันทีที่แก้วสุดท้ายวางลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ผมพ่นไอร้อนออกจากปากสีหน้าสดชื่นไม่มีแววขี้เมาหรือปวดท้องกระอักเืแม้แต่น้อย
เฉินฮวาและพวกทหารอารักขาในกระโจมพากันยืนช็อกอ้าปากค้างประหนึ่งโดนฟ้าผ่า ท้องไส้ของเ้าขยะคนนี้ทำด้วยเหล็กกล้างั้นรึ?!
[ ติ๊ง! ]
[ ประสบความสำเร็จในภารกิจแปลงพิษสุราเป็พลัง! ]
[ ได้รับแต้มสะสมจากระบบ: 3,000 แต้ม! ]
[ ระดับ Affection ของเฉินฮวาพุ่งจาก 10% เป็ 35% (ทึ่งในพลังและความแกร่งของชายชาตรี) ]
"เอาล่ะใต้เท้าเฉินฮวาคนสวย..." ผมยิ้มกะล่อนมองสบตานางลึกลับ "ข้าดื่มเหล้าหมดแล้ว ข้อมูลบัญชีของข้าก็พร้อม... แต่ดูเหมือนใต้เท้ายังไม่พอใจใช่ไหมจ๊ะ? มีด่านต่อไปที่จะท้าทายความแกร่งสะโพกของข้าอีกรึเปล่าจ๊ะ?"
เฉินฮวาดวงตาวาวโรจน์ลุกขึ้นยืนตระหง่าน แผ่ลมปราณกดทับเข้มข้นดุดัน
"ดี! เ้ามันคนจริง! ด่านต่อไป... เ้าต้องสู้มวยปล้ำมือเปล่าล้มข้าลงราบกับพื้นกระโจมนี้ให้ได้! หากทำได้... ข้าจะเชื่อทุกอย่างที่เ้าพูดและถอนทหารทันที!"
ผมมองทรวดทรงอกโตและบั้นท้ายเสือดาวของนางแล้วยิ้มหื่นใจสั่นระริก *'มวยปล้ำเนื้อแนบเนื้อในกระโจมสองต่อสองเหรอวะ?! ์ประทานศึกเตียงเดือดแท้ ๆ!'*
(โปรดติดตามบทต่อไป...)