ตอนที่31 กรงขังน้ำแข็ง
เจ้าหญิงผู้ถูกจับด้วยเชือกหนาพันรอบแขนขาอยู่กลางห้องขัง ณ ชั้นใต้ดินของตัวปราสาทน้ำแข็งพร้อมกับไนท์อายและเผาเคราดกทั้งสี่
"อย่างน้อยก็เข้ามาในตัวปราสาทได้ล่ะนะ" ลีเดียกล่าวพร้อมกับกระชากเชือกพันธนาการอันแน่นหนาก่อนจะจับจ้องไปยังกรงขังซึ่งถูกแช่เย็นด้วยก้อนน้ำแข็ง
"ไม่คิดว่าเจ้าจะพูดคำนี้นะเจ้าหญิง " แล้วคำกล่าวของชายผมขาวก็ดังออกมาจากห้องขังทางด้านขวาที่ทำให้ลีเดียต้องรีบหันมามอง
"ไงหัวหน้า ข้าก็คิดว่าท่านจะอาละวาดไล่ฆ่าคนไปมั่วซั่วซะอีก " แล้วนางก็พบกับเฟดดี้ที่นอนกอดขวดเหล้าอยู่ในห้องขังพร้อมกับเทียผู้มีเงินถุงเงินถังจนทำให้ลูกน้องของลีเดียต้องออกนอกลู่นอกทาง
"นี่พวกเจ้าเมาอย่างนั้นรึ " ลีเดียเอ่ยถามก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับก้มหน้าพิงก้อนน้ำแข็งด้วยความหงุดหงิด
แล้วนางก็เริ่มคิดหาทางหนีทันทีที่สัมผัสกับกรงขังอันเปราะบาง ซึ่งถูกแช่แข็งด้วยไอเย็นจนกลายเป็นแท่งหนา
ลีเดียจึงเริ่มปล่อยสายฟ้าขึ้นมาตรงฝ่ามือทั้งสองข้างเพื่อทำลายน้ำแข็งตามวิธีที่นางถนัด
"หยุดมือเจ้าเดี๋ยวนี้!! น้ำแข็งนั่นไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มันสามารถสะท้อนการโจมตีของเจ้าได้!! "
แต่จู่ๆ เทียก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกจนลีเดียต้องรีบลดสายฟ้าที่จะทำลายน้ำแข็งก้อนนั้น เพราะคนข้างหลังอย่างไนท์อายอาจได้รับบาดเจ็บถึงเจียนตาย
"แล้วต้องทำอย่างไรรึ ถึงจะออกจากตรงนี้"
"อาคมมิติ เจ้าก็ลองถามสี่คนนั้นดูสิ " เทียชี้นิ้วไปยังเผาเคราดกด้วยท่าทางมึนเมาเช่นเดียวกับเฟดดี้ที่ตอนนี้นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นดินอันเย็นยะเยือก
"พวกเราเก่งในเรื่องการช่างฝ่าบาท แต่เรื่องอาคม…" คนตัวเล็กเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะก้มหัวลงเพื่อบอกว่าตนนั้นไร้ความสามารถ
"จะทำไม่ได้เลยเชียวหรือ เป็นถึงยมทูตสีขาว แห่งพระเพลิงทมิฬ" แล้วไนท์อายก็แทรกขึ้นมาจนทำให้ดวงตาของเหล่าคนตัวเล็กเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัว
" ยมทูต..สีขาว…ฝ่าบาททำไมนางถึงเอ่ยชื่อนี้ออกมา!! "
"นางหมายถึงเจ้าหนุ่มนั้น…เขาคือมือขวาของจอมมารงั้นรึ!!?? "
"แต่ไม่ใช่ว่ามันตายไปแล้วหรือ หลายปีมานี้ไม่เคยมีข่าวอะไรเลย "
"ท่านคิดจะทำอะไร ฝ่าบาท!! ทำไมมือขวาแห่งจอมมารถึงมาอยู่ตรงนี้ได้"
ความโกลาหลปะทุขึ้นในทันทีที่นามแห่งยมทูตสีขาวปรากฏ จนทำให้ทหารรอบนอกเริ่มเกิดความสนใจต่อเสียงจอแจกลางห้องขัง ลีเดียจึงต้องรีบห้ามปรามก่อนมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
"ถ้าใช้ไฟค่อยๆ เพิ่มความร้อนขึ้นไปเรื่อยๆ ก็น่าจะละลายมันได้สักสองถึงสามวัน แต่พลังวิญญาณข้าตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ " เมื่อทุกฝ่ายเริ่มสงบเทียก็รีบเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนเขาจะเดินเซไปด้านหลังแล้วล้มลงอย่างไม่เป็นท่า
"ข้าเคยเห็นเจ้าขโมยพลังของผู้อื่นได้ เจ้าทำเช่นนั้นกับก้อนน้ำแข็งนี้ไม่ได้รึ " แต่ไนท์อายก็ยังไม่ลดละต่อชายผู้เมามายเพราะนางยังคงเร่งกล่าวถามไปจนกว่าเขาจะสิ้นสติลง
"มันก็จริงที่ข้าทำได้ แต่ข้าไม่สามารถดูดกลืนพลังที่ถูกใช้หรือแปรสภาพเป็นธาตุต่างๆได้ เช่นเดียวกับก้อนน้ำแข็งตรงหน้าของพวกเจ้า "
เมื่อกล่าวจบเทียก็หลับปุ๋ยได้อย่างสบายอารมณ์จนไนท์อายและลีเดียต่างจ้องมองกันด้วยความสงสัย
"เจ้านี่มีเรื่องให้น่าตกใจอีกเยอะเลยสินะ แต่ถ้าเป็นตามที่เขาบอกก็แสดงว่าเมืองแห่งนี้มีผู้ใช้ธาตุพิเศษอยู่ด้วย ต้องเป็นฝีมือของนางแน่ๆ "
"ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะมันคือความสามารถของนางมารร้ายที่ถูกขนานนามว่าราชินีน้ำแข็ง และนางคือเป้าหมายที่ต้องสังหาร" แม้เหล่าคนตัวเล็กจะยังหวาดกลัวต่อยมทูตสีขาวผู้นอนฝันอยู่ในห้องขัง
แต่พวกเขากลับชิงชังเจ้าเมืองแห่งอาณาจักรน้ำแข็งมากกว่าจะมานั่งหวาดหวั่นจนละเลยต่อภารกิจอันสำคัญ
.
.
.
.
.
.
.
"จริงๆ แล้วนางเป็นคนอ่อนโยนกว่าที่คิดนะ หวังว่าพวกเจ้าจะมีความเมตตากันบ้าง " แล้วจู่ๆ เทียก็ลุกขึ้นมานั่งเพื่อกล่าวถึงสิ่งที่เขาคิดว่าสำคัญก่อนจะล้มลงไปนอนอีกครั้ง
"เมาแล้วขยันพูดจริงๆ นะเจ้า "