ไม่นะ! เธอตอบอะไรไปเนี่ยยี่โถ! หญิงสาวได้แต่คร่ำครวญกับตัวเองในใจหลังจากความเขินอายได้เข้ามาแทนที่ และดูเหมือนว่าสถานการณ์กำลังจะเกินควบคุมเพราะตอนนี้ร่างสูงโปร่งยืนอยู่กลางห้องของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
“อยู่คนเดียวเหรอ?” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ พลางถอดเสื้อคลุมไปแขวนไว้ร่างสูงใหญ่กำยำของเขาทำให้ห้องของเธอดูเล็กลงถนัดตาเขาหยิบจับของสำรวจดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย
“ชะ...ใช่”ยี่โถมองตามการกระทำทุกอย่างของเขาตาไม่กระพริบ หัวใจของเธอยังคงเต้นถี่รัวไม่หยุดตอนนี้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด จนเวลานี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง
“งั้นเริ่มกันเลยไหม?” หลังจากที่เฟลิกซ์สำรวจห้องจนพอใจเขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอดวงตาลึกล้ำคู่นั้นเริ่มมีประกายเพลิงเร่าร้อนรอคอยคำตอบ
“แล้ว...คุณไม่กินข้าวเย็นก่อนเหรอ?”หญิงสาวได้แต่ละล่ำละลักหลังจากถูกสายตานั้นจู่โจม ขอยื้อเวลาให้ทำใจก่อนได้ไหม?
“ผมหิวอย่างอื่นมากกว่า”เขาตอบด้วยเสียงแหบพร่า นั่นทำให้ยี่โถต้องยืนอ้าปากค้างแก้มนวลแดงเรื่อกับความเอาแต่ใจของเขา
ดูเหมือนว่าความอดทนอดกลั้นของเฟลิกซ์ได้มาถึงจุดสิ้นสุดเสียแล้วชายหนุ่มคงไม่อย่างเสียเวลาอีกต่อไป มือแกร่งคู่นั้นตรึงไหล่บางของเธอเอาไว้มั่นใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาซุกไซ้ลำคอเรียวของหญิงสาวจังหวะการหายใจของยี่โถดูจะกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆเขากำลังเติมเชื้อเพลิงให้ไฟราคะในกายสาวโหมลุกโชนมากขึ้น และมากขึ้นอีก…
“คุณมันห่วยแตก!” ยี่โถเค้นเสียงออกมาทั้งที่ร่างกายกำลังสั่นสะท้านไม่หยุดเธอพยายามเก็บกลั้นเสียงน่าอายเอาไว้เต็มที่ ส่วนทางด้านเฟลิกซ์นั้นกลับไม่ได้เอ่ยตอบโต้ใดๆแต่ทว่าจังหวะบทเพลงแห่งความหฤหรรษ์กลับถูกเร่งเร็วและหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมจนหญิงสาวไม่อาจอดกลั้นเสียงตนเองได้อีกต่อไป
เมื่อสงครามรอบแรกได้สิ้นสุดลงยอดนักรบเฟลิกซ์ได้ถอดถอนอาวุธแกร่งนั้นออกไป เขาโยนเกราะหุ้มอันเก่าทิ้งแล้วสวมเกราะหุ้มบางเฉียบอันใหม่บนอาวุธร้ายนั้นต่อทันทีทันใด
“นะ...นี่คุณ!”ยี่โถได้แต่อุทานเสียงหลงกับภาพตรงหน้า เขายังไม่พออีกเหรอ?!
“อะไร”เสียงทุ้มลึกถามกลับยียวน มือแกร่งผลักร่างบางให้นอนลงอีกครั้งตามด้วยการรุกล้ำเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เหอะ! คุณติดใจฉันก็บอกมาเถอะ”หญิงสาวแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะกลับมากัดริมฝีปากพยายามเก็บกลั้นเสียงครวญครางเอาไว้เมื่ออาวุธร้อนนั้นเข้ามาโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า
“วันนี้ผมแค่ไม่มีตัวเลือกอื่นต่างหาก”คำตอบนั้น ทำให้คนฟังใบหน้าถอดสี ดวงตาของหญิงสาวกลับร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้นไม่มีตัวเลือกอย่างนั้นเหรอ?
แล้วสงครามแห่งความปรารถนาก็ได้ผ่านพ้นไปชายหนุ่มกลับบ้านไปแล้ว ยี่โถกลับเข้าสู่ความโดดเดี่ยวอีกครั้งแขนเล็กเปลือยเปล่ายกขึ้นมากกกอดตัวเองร่องรอยของไออุ่นจากร่างกำยำเริ่มจางหายลงไปตามกาลเวลา
ดวงตาที่กำลังเหม่อลอยต้องสะดุดกับสิ่งของบางอย่างที่หล่นเกลื่อนกลาดบนเตียงรวมไปถึงบนพื้นห้อง มันคือเหล่าซองถุงยางอนามัย เขาใช้มันไปจนหมดเกลี้ยง หึ! ผู้ชายปากไม่ตรงกับใจ! เมื่อยี่โถหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้แล้วแววตาอันว่างเปล่าพลันปรากฏประกายแวววาวขึ้นมาแทนที่ริมฝีปากบางเผลอยกยิ้มออกมาไม่รู้ตัว
*****
“กาแฟร้อนๆค่ะ” ยี่โถวางแก้วลงอย่างนุ่มนวล พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้า
“อืม”เฟลิกซ์หยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปอ่านอีเมลในคอมพิวเตอร์ต่อ
“เย็นนี้คุณจะออกไปไหนไหมคะ?” หญิงสาวเลียบเคียงถามขึ้นมาสองแก้มของเธอร้อนฉ่าแทบไหม้
“...”มีแต่ความเงียบที่เป็นคำตอบ สีหน้าของเฟลิกซ์ดูเรียบนิ่งสายตาจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า ก่อนที่ยี่โถจะได้พูดอะไรต่อพลันมีเสียงของใครบางคนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก! ก๊อก! “คุณเฟลิกซ์ครับ คุณเอวามาหาน่ะ”เสียงคุณโอลิเวอร์จากเครื่องอินเตอร์คอมทำให้คนทั้งสองที่อยู่ในห้องต้องชะงักงันไป
“เธอจะมาขอคืนดีกับคุณ!” ยี่โถโพล่งออกมาอย่างร้อนรนริมฝีปากของเธอเม้มแน่น สายตาจับจ้องคนตรงหน้าไม่วางตาเฟลิกซ์ช้อนตาขึ้นมามองเธอเช่นกัน สีหน้าของเขาดูว่างเปล่าแต่หญิงสาวกลับรับรู้ได้ถึงความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านรอบๆ ตัวเขา
“ให้เข้ามาได้”เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเอ่ยออกมา หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งหัวใจของยี่โถหล่นวูบลงทันทีหลังจากได้ยินคำตอบนั้น
“อย่าคิดคืนดีกับผู้หญิงคนนั้นเชียว!” หญิงสาวกระแทกเสียงทันใดเมื่อนึกไปถึงภาพอันเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
“ออกไป”คำพูดอันแสนเย็นชาจากเขา สร้างความปวดร้าวในใจให้เธอมหาศาลซึ่งคงไม่ได้ต่างอะไรกับการเอามีดมาปักกลางอกเธอโดยตรงนี่เขากำลังผลักไสความหวังดีของเธออย่างนั้นหรือ?
“เดี๋ยวนี้!”เสียงของชายหนุ่มดูจะเข้มขึ้นกว่าเดิม ดวงตาของเขาวาวโรจน์เมื่อเธอยังมีทีท่าดื้อดึงอยู่
ยี่โถกำหมัดแน่นพร้อมกับกัดฟันกรอดจังหวะการหายใจเข้าออกลึกชัดเจน เธอตัดสินใจหมุนตัวกลับเดินกระแทกเท้าปึงปังออกจากห้องไป
แล้วยี่โถก็ได้เผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ยืนรออยู่หน้าห้องทั้งสองจ้องสบตากันอยู่ชั่วครู่ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนของเอวาบัดนี้กลับดูแข็งกร้าวขึ้นมาราวกับกลายเป็นคนละคน เอวาเหยียดยิ้มบางๆมุมปากให้เธอก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ยี่โถยืนแค่นหัวเราะอยู่คนเดียวหน้าห้องความว้าวุ่นใจเข้ามาโจมตีเธออย่างหนักจนแทบไม่มีสมาธิทำงาน
ตั้งแต่เอวาเข้าไปในห้องทำงานของเฟลิกซ์ดูเหมือนว่าทั้งสองจะใช้เวลาคุยกันนานเสียจนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายจึงจะเห็นทั้งสองเดินออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขต่อหน้าเหล่าพนักงานทั้งหลายรวมไปถึงยี่โถ ไม่บอกก็รู้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาตอนนี้อยู่ในทิศทางใด
“อยากรู้จังว่าคุณเอวาเขาง้อด้วยวิธีไหนทำไมถึงออกมาพร้อมสีหน้าชื่นมื่นกันขนาดนั้น” เอลลี่หันไปคุยกับเหล่าเพื่อนๆพวกเขาหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนานยี่โถที่ได้ยินดังนั้นได้แต่กลอกตาพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เธอเลือกที่จะเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนที่จะได้หงุดหงิดไปมากกว่านี้
“สงสัยใครบางคนคงจะขอเลิกเสิร์ฟกาแฟให้เฟลิกซ์แบบถาวรแล้วล่ะ”เอลลี่ยังไม่วายพูดเหน็บแนมเสียงดังให้เธอได้ยิน ยี่โถหยุดชะงักไปเล็กน้อยเธอถอนหายใจอีกรอบแล้วเลือกที่จะเดินต่อไป
*****
เป็นครั้งที่3 แล้วที่ยี่โถเดินจูงจักรยานกลับที่พัก สีหน้าของหญิงสาวเหม่อลอย ลมเอื่อยแผ่วเบาที่พัดผ่านร่างกายพาให้หัวใจอันหนาวเหน็บถูกผลักเข้าสู่จุดเยือกแข็งจนเธออดที่จะสั่นสะท้านออกมาไม่ได้ยี่โถกวาดสายตามองไปยังผืนทะเลสาบอันเวิ้งว้างซึ่งกำลังสะท้อนแสงอาทิตย์อัสดงระยิบระยับมันคงเป็นภาพที่งดงาม หากจิตใจของเธอไม่ได้ห่อเหี่ยวอยู่เช่นนี้
เมื่อเดินมาถึงที่พักเท้าทั้งสองต้องหยุดชะงักไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของความหม่นหมองของเธอวันนี้
“ผมเป็นแฟนกับเอวาแล้ว”
คำบอกเล่านั้นกลับไม่ได้ทำให้สีหน้าอันเรียบเฉยของยี่โถแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อยเพราะนั่นก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของหญิงสาวเสียเท่าไร
“แล้วคุณ...ไม่โกรธเธอแล้วเหรอ?” ยี่โถย้อนถามกลับเสียงเย็น