บทที่ 188 ต้องการหนี
หลี่เจาเจาและหลี่ฮุยอยู่ในห้องของข้ารับใช้เรือนคุณชายหลี่คนเล็ก พวกนางย่อมได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และเป็นคนแรกๆที่วิ่งมาดูเหตุการณ์ด้วย นางทันได้เห็นสตรีทั้งสองที่ดิ้นพรวดพราดเพราะความเจ็บปวดทรมาน สีหน้าของทั้งสองคนก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที
ดีที่อาอีติดตามมาดูด้วย จึงพาให้พวกนางออกมาจากเหตุการณ์และไม่เข้าไปวุ่นวายกับการลงมือของท่านแม่ทัพใหญ่ ไม่อย่างนั้น....ในใจของแม่ทัพใหญ่ที่ไม่ชอบพวกนางทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว อาจจะส่งใบมีดมาถึงทั้งสองคนด้วยก็ได้
แม้จะถูกพากลับมาที่ห้องพักแล้ว แต่ทั้งสองยังไม่สามารถปล่อยวางจากภาพที่เห็นก่อนหน้านี้ได้เลย สีหน้าของพวกนางซีดเซียวเหมือนกับคนใกล้ตาย คมดาบที่ตวัดครั้งเดียวก็ทำให้แขนขาของสตรีทั้งสองหลุดไปแล้วนั้นยังคงติดตา เดิมทีพวกนางคิดว่าท่านแม่ทัพใหญ่นั้นเป็นคนดีและอบอุ่น แม้ว่าเขาจะเป็นท่านแม่ทัพใหญ่ มีข่าวลือว่าเขาเป็นปีศาจ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะเป็น “ปีศาจ” ที่แท้จริงเช่นนี้
สั่งตัดแขนขาคนอื่นโดยไม่กระพริบตา ทั้งรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่เขาใช้มองพวกนาง ไม่ต่างอะไรกับปีศาจร้ายที่กำลังกระหายเลือด!
น่าแปลกมากที่เขาแสดงออกต่อคุณชายหลี่คนเล็กในอีกรูปแบบหนึ่งได้ เขาเป็นคนสองบุคลิกหรืออย่างไร? เหตุใดจึงต่างกันสุดขั้วเช่นนั้น ไม่สิ! หรือว่าแท้จริงแล้ว นี่คือตัวตนของเขา แต่ที่แสดงออกให้คุณชายหลี่คนเล็กก็เป็นแค่การแสดงละครฉากหนึ่ง
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ในวันข้างหน้า...ชะตากรรมของคุณชายหลี่คนเล็กที่ถูกเบื่อหน่ายแล้วก็อาจจะเป็นเช่นนั้นด้วยใช่ไหม? รวมถึงตัวพวกนางเองก็....
“ทะ ท่าน อาอี...ข้าไม่อยากจะไปเมืองหลวงแล้ว”
“ฮือๆ ข้าก็เช่นกัน ข้ากลัวมากๆเจ้าค่ะ” ทั้งสองสาวเห็นตรงกันเป็นครั้งแรก เดิมทีพวกนางดีใจที่จะถูกพาไปเปลี่ยนชีวิต ไม่ต้องกลายเป็นอนุภรรยาที่ต่ำต้อยของผู้อื่นตลอดไป อีกทั้งยังได้เข้าไปอยู่ในจวนสกุลหวงที่ยิ่งใหญ่ สามีมีหน้ามีตามีเกียรติสำหรับอาณาจักรเซิน นั่นไม่ใช่ชีวิตที่ใครๆก็ใฝ่ฝันหรือ?
แต่ในเวลานี้ พวกนางคิดต่างออกไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นอนุภรรยา แต่พวกนางก็ยังรู้ว่าต้องรับมือกับอะไรบ้าง ทุกวันนี้ก็เป็นบุตรีของอนุภรรยาไม่ใช่หรือ? นอกจากต้องเอาใจบุรุษแล้ว พวกนางก็แค่ต้องต่อสู้กับฮูหยินใหญ่ของจวน ให้กำเนิดบุตร และใช้ชีวิตอยู่ต่อไปก็เท่านั้น
ทว่า...หากพวกนางเข้าจวนสกุลหวง แล้วมีท่านแม่ทัพปีศาจผู้นี้เป็นนายใหญ่ พวกนางไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเขาจะเกิดอาการบ้าคลั่งเช่นนี้แล้วสังหารพวกนางทิ้งทันทีหรือไม่?
เขาเป็นบุรุษที่ได้รับความเคารพจากทั้งอาณาจักร ทว่า...กลับวางแผนใส่ความสตรีตัวเล็กๆสองคน บอกว่าเป็นขโมยแล้วก็สั่งตัดแขนตัดขาส่งให้ทางการ นี่...ใช่วีรบุรุษแน่หรือ? ทำไมเขาจึงไม่ลงมืออย่างตรงไปตรงมา กลับกันแล้ว...เขาดูเหมือนคนบ้าเลือดที่มีความเลวร้ายซ่อนอยู่ในใจมากก็เท่านั้น
แน่นอนว่าหวงซีเฉิงเป็นคนเช่นนี้ก็เพราะเขาได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายจากวิญญาณร้ายที่เขาจับมาทำสัญญา ก่อนหน้านี้เมื่อบิดายังอยู่ เขาสามารถสู้อย่างตรงไปตรงมา เดินทางบนเส้นทางที่ถูกต้องได้ นั่นเพราะเขาไม่ต้องกังวลอะไร ทั้งยังไม่ต้องคิดอะไรมาก ปล่อยให้บิดาของเขาเป็นคนจัดการ และรับปัญหาที่เขาก่อเอาไว้ทั้งหมด
ไม่น่าแปลกที่ทุกคนคิดว่ารับมือกับเขาง่ายดายที่สุดแล้ว หากเทียบกัน...พวกเขาเลือกที่จะเก็บคนอย่างเขาไว้มากกว่าที่จะเก็บคนอย่างบิดา
แต่...เมื่อเขากลายมาเป็นผู้ที่ต้องควบคุมทุกอย่าง คิดเส้นทางในอนาคตให้กองทัพและครอบครัวของตนเอง เขาจำเป็นต้องใช้ความเลวร้ายที่ซ่อนอยู่ออกมาทั้งหมด
แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ เขาก็ลงมือโดยผ่านกระบวนการคิดไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสั่งลงโทษในข้อหาขโมย แทนที่จะเป็นการบุกรุกหรือรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว ทั้งๆที่ความผิดในการลอบเข้ามาในห้องทำงานของเขาจะรุนแรงไม่ต่างจากขโมย แต่การที่ทำให้ทุกคนเห็นว่า “เขามีอำนาจ” ไม่ว่าจะแต่งเรื่องโกหกแค่ไหน คนไม่อยากจะเชื่อก็ต้องแสร้งเป็นเชื่อเขา นี่คือเจตนาที่แท้จริง
ต่อไป หากคิดจะอวดดีกับเขา คิดว่าเขาเป็นบุตรเขยแล้วจะควบคุมจวนหวงอย่างไรก็ได้นั้น พวกพ่อแม่ของภรรยาต้องคิดให้มากหน่อยแล้ว หลังจากที่รู้ว่าตัวเองไร้ความสามารถ...เขาก็หวังว่าทั้งสองจะเลิกทำให้ชิงหมินลำบากใจเช่นนี้อีก
นี่คือ “ข้อความ” ที่เขาต้องการสื่อให้ทั้งสองเข้าใจ
ค่ำคืนที่น่าหวาดกลัวผ่านพ้นไป จวนของคุณชายหลี่คนเล็กเงียบมากที่สุดแล้ว ไม่มีข้ารับใช้ผู้ไหนที่ต้องการเข้าใกล้เลย กระทั่งเวลาอาหาร...พวกเขาก็เพียงนำอาหารมาส่งมอบให้ฝูเซ่าที่รู้จักกันอยู่ก่อนแล้วเท่านั้น ฝูเซ่าเองก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใด ตัวเขานอนอยู่ในห้องใกล้เคียงกับที่คุณชายของเขานอนอยู่ จึงได้รับอิทธิพลจากบาเรียป้องกันเสียด้วย ค่ำคืนที่ผ่านมาเขาจึงนอนหลับได้อย่างสบายใจ
ตื่นมาอีกที บรรยากาศก็เปลี่ยนไปเสียแล้ว แต่ด้วยคำสั่งที่ท่านแม่ทัพให้ไว้ก่อนหน้านี้ ต่อให้ฝูเซ่าพยายามจะถามใคร ก็ไม่มีใครกล้าพูด
“คุณชายล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วหรือขอรับ? ถ้าอย่างนั้นให้ข้าเตรียมตั้งโต๊ะให้เลยหรือไม่?” ฝูเซ่าเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าชิงหมินกำลังซับน้ำบนใบหน้า
ซีเฉิงเพิ่งแยกออกไปเมื่อครู่ เห็นว่าต้องการไปพูดคุยกับท่านเจ้าเมืองก่อน เพราะวันนี้พวกเขาต้องการเที่ยวเล่นเป็นการส่วนตัว ไม่อยากให้พวกขุนนางหรือมีคนน่ารำคาญมาวุ่นวายด้วย ถึงชิงหมินจะไม่ค่อยเชื่อเพราะถ้าซีเฉิงต้องการเช่นนั้น เขาเพียงส่งคนของตนเองไปก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปด้วยตนเอง แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้เอาความ
“อีกสักครู่ก็ได้ ข้าอยากรอกินอาหารพร้อมกับซีเฉิง”
“เข้าใจแล้วขอรับ” ฝูเซ่าพยักหน้ารับ เขาเข้ามาช่วยชิงหมินเตรียมชุดสำหรับวันนี้ ทั้งยังเตรียมเผื่อท่านแม่ทัพใหญ่ด้วย
“ว่าแต่...สตรีทั้งสองคนที่มารดาส่งมา พวกนางหายไปไหนหรือ? ไม่ใช่ว่าเวลานี้สมควรเป็นพวกนางมาช่วยเจ้าหรืออย่างไร?” ชิงหมินนึกประหลาดใจอยู่บ้าง
สตรีทั้งสองหายไป แม้แต่อาอีก็ยังหายไปด้วย ในความคิดของเขา...ทั้งสามคนสมควรจะต้องเข้ามาก่อกวน ไม่สิ หมายถึงว่าต้องเข้ามาดูแลรับใช้เขาไม่ใช่หรือ? เหตุใดยังเป็นฝูเซ่าที่ต้องมาช่วยเขาเตรียมพร้อมยามเช้าอีกเล่า
“คุณชาย ที่จริงข้าก็สงสัยเหมือนกันขอรับ”
“หืม?”
“วันนี้แปลกประหลาดมากเลย ไม่ใช่แค่ทั้งสองคุณหนูและอาอีที่หายไป ยังมีท่าทางแปลกประหลาดของข้ารับใช้ในจวนสกุลหลี่ด้วย พวกเขามีท่าทางหวาดกลัวเหมือนกับกังวลว่าจะเจอปีศาจเมื่อไรก็ได้เลยขอรับ ข้าไล่ถามทุกคน...พวกเขาส่ายหน้าอย่างเดียวไม่ยอมบอก แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้เรื่องเดียวกัน ข้าเกรงว่าเมื่อคืนอาจจะเกิดเรื่องขึ้นขอรับ”
“..............”
“บางที อาจจะมีปีศาจร้ายมาที่เมืองก็ได้นะขอรับ แล้วก็เป็นปีศาจร้ายที่ห้ามพูดถึง ถ้าพูดถึงแล้วจะถูกลากไส้ออกไปกิน ส่วนท่านแม่ทัพใหญ่...เวลานี้อาจจะได้รับคำร้องขอให้ไปช่วยจัดการก็ได้ ไม่อย่างนั้นท่านแม่ทัพคงไม่มีทางยอมปล่อยเวลาเช้าที่มีร่วมกับคุณชายไปหรอก”
ฝูเซ่าแสดงความคิดเห็นของตนเอง แม้จะดูเพ้อเจ้อไปบ้าง แต่ความคิดของฝูเซ่าก็ทำให้ชิงหมินเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง เขามองไปรอบๆห้อง...บางที ตอนนี้อาจจะมีวิญญาณของสตรีสองคนรวมถึงอาอีอยู่ด้วยก็ได้
ชิงหมินไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนมีหนูสกปรกมาที่นี่เพิ่มอีก 2 ตัว แถมยังอุกอาจยิ่งกว่าหลี่เจาเจาและหลี่ฮุย ดังนั้นจึงกลายเป็นไก่ที่ถูกเชือดให้บรรดาลิงทั้งหลายที่ชอบวิ่งอยู่รอบๆได้หวาดกลัว ทว่า...เพียงแค่นี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าชิงหมินรู้จักนิสัยของพระเอกตัวร้ายได้เป็นอย่างดี
“คุณชายลองเรียกข้ารับใช้มาสอบถามดีหรือไม่ขอรับ ถ้าเป็นคุณชายถามล่ะก็...”
“ไม่มีใครกล้าพูดหรอก”
“ขอรับ?”
“นี่คงจะเป็นคำสั่งของหวงซีเฉิงนั่นแหละ เขาคงสั่งห้ามไม่ให้ใครพูดเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับข้า” ชิงหมินกล่าวอย่างเข้าอกเข้าใจ
“แต่ว่า....”
“ถ้าเจ้าอยากรู้ ข้าจะถามเขาโดยตรงเอง”
“มะ ไม่ขอรับ ข้าจะไปอยากรู้ได้อย่างไร แหะๆ” ฝูเซ่ารีบโบกมือเป็นพัลวัน ถึงเขาจะอยากรู้อยากเห็นจริงๆ แต่ใครจะกล้าพูดออกไปให้ท่านแม่ทัพใหญ่รู้ว่าเขาต้องการจะรู้ล่ะ
ในเมื่อท่านไม่ต้องการให้คุณชายรู้ แต่เขายังดึงดันอยากรู้อยากเห็น อยู่เบื้องหลังของคุณชายจนทำให้แผนการของท่านแม่ทัพใหญ่ผิดพลาด ช่วงเวลานั้น...คงจะมีแค่เขาเท่านั้นแหละที่ถูกลงโทษ
“อืม ช่วยข้าแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวเขาก็คงจะกลับแล้ว”
“ขอรับ” ทั้งสองนายบ่าวยังต้องใช้ชีวิตเหมือนที่ผ่านมา เดิมทีชิงหมินเตรียมใจว่าจะต้องเผชิญหน้ากับตัวปัญหาที่มารดาส่งมาทันทีที่ตื่นเสียแล้ว ทว่า...โชคดีที่ไม่เป็นเช่นนั้น
เหมือนที่ชิงหมินคิดเอาไว้ ไม่นานหวงซีเฉิงก็กลับมา เขายังนำขนมที่จวนเจ้าเมืองเอาออกมาให้ติดมือมาด้วย ตัวเขาไม่ได้ชื่นชอบอะไร แต่คิดว่าชิงหมินสมควรจะชอบขนมหวานเหล่านี้
“ข้ากำลังรอท่านกินอาหารเช้าเลย”
“อืม อย่างนั้นก็กินเถอะ ครั้งต่อไปถ้าเจ้าหิวก็กินก่อนได้เลย” หวงซีเฉิงลูบหัวคนตัวเล็ก เขารับรู้ทั้งหมดว่าเด็กน้อยของเขาพูดคุยอะไรกับฝูเซ่าบ้าง รู้สึกว่าเด็กน้อยยังฉลาดเหมือนกับที่ผ่านๆมา เข้าใจอะไรได้ง่ายๆและไม่เอ่ยถามให้ต้องวุ่นวายใจทั้งสองฝ่าย
ทุกครั้งก็เช่นนี้ เมื่อเขาแสดงออกว่าไม่ต้องการให้ชิงหมินรู้ เจ้าตัวก็ไม่ดื้อรั้นอยากจะรับรู้อะไร นิสัยของชิงหมินทำให้คนที่อยู่รอบๆสบายใจได้จริงๆ ถึงจะดื้อบ้างในบ้างครั้ง แต่นั่นก็เป็นการดื้อที่น่ารักสำหรับเขาอยู่ดี
“สามคนนั้นหนีกลับไปพบมารดาของเจ้าแล้ว”
“อ่อ” ชิงหมินขานรับหนึ่งครั้ง เข้าใจว่าซีเฉิงคงจะแก้ตัวว่าไม่ได้เป็นคนสังหารสตรีสองคนและอาอีเช่นที่เขาคิด
“พวกนางคงไม่อยากติดตามเจ้าไปที่เมืองหลวงแล้ว”
“อืม แต่มารดาอาจจะไม่ยินยอม”
“มารดาของเจ้าก็อาจจะไม่กล้าแล้วเช่นกัน”
“โอ้” ชิงหมินขานรับอีกที ปรากฏว่าเมื่อคืนคนคงจะทำเรื่องรุนแรงอย่างมากเลยสินะ ถึงกับทำให้มารดาของเขาไม่กล้าที่จะส่งคนมาให้พวกเขาแล้วน่ะ
เดิมทีคิดว่าหวงซีเฉิงอาจจะให้วิญญาณหลอกหลอนสตรีทั้งสามคนจนวิ่งหนีเตลิด ไม่กล้าที่จะติดตามกลับเมืองหลวง นี่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดในกรณีที่ไม่สังหารทั้งสามทิ้งไป ทว่า...คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะใหญ่โตกว่าที่คิด
“เจ้าไม่ต้องใส่ใจหรอก วันนี้พวกเราจะไปเดินเล่นกันไม่ใช่หรือ? ข้าจองร้านอาหารที่ดีที่สุดที่เมืองไว้แล้ว และให้เขาทำอาหารของโปรดเจ้าทั้งนั้น”
“โอ้ ขอบคุณท่านมาก”
“ระหว่างเราไม่ต้องขอบคุณหรอก เพียงแค่วันนี้เจ้าเข้านอนช้าหน่อย...” หวงซีเฉิงหยอกเย้า ทำเอาคนที่กำลังคว้าขนมหวานมากินเบะปาก
เจ้าคนตัวใหญ่นี้เจ้าเล่ห์ขึ้นทุกวัน พูดจาแต่ละครั้งก็ล้วนมีจุดประสงค์คาดหวังทั้งนั้น จนบางครั้งเขาก็ยังสงสัย...อีกฝ่ายไม่เหนื่อยบ้างหรือ? พวกเขาแต่งงานกันมาเกือบสองเดือนแล้ว มีเวลาว่างเมื่อไรก็วนเข้าหาเรื่องนี้ตลอด เขายังไม่เคยเห็นอีกฝ่ายกล่าวว่าต้องการดื่มชาโม่ลี่ฮวาพิเศษที่ต้องการหนักหนาเลย สรุปว่า..การมีความสัมพันธ์กันก็ช่วยให้เขานอนหลับสนิทได้หรือ?
แน่นอนว่าซีเฉิงไม่ได้สนใจเรื่องการนอนหลับอีกแล้ว ตั้งแต่ที่เขารับรู้ว่าการที่ยังลืมตาอยู่พร้อมกับได้เห็นชิงหมินอยู่ข้างกาย สุดท้ายแล้วทำให้มีความสุขมากกว่าการนอนหลับไปเฉยๆ เขาก็ไม่สนใจที่จะดื่มชาอะไรอีกแล้ว
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังหยอกล้อและวางแผนการสำหรับค่ำคืนนี้ ในจวนของฮูหยินใหญ่ก็เกิดความเคร่งเครียดขึ้นกันเสียแล้ว
คุณหนูทั้งหลายมารวมกันที่นี่ ต่างจากครั้งก่อนที่พวกนางพยายามให้ตนเองดูดีที่สุดในสายตาของฮูหยินใหญ่ วันนี้บางคนถึงกับนั่งยกเข่าข้างหนึ่งเพื่อกินอาหารด้วยซ้ำ
ราวกับว่า ต่อให้พวกนางถูกตี พวกนางก็ยังจะทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้ต่อไป!!
……………………………….