แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่ฉาบไล้ขอบฟ้าทว่าสำหรับหลินหยวนที่เพิ่งทะยานกลับมาจากถ้ำน้ำแข็งทมิฬแสงสว่างนี้กลับดูหม่นแสงและเต็มไปด้วยไอหมอกที่ชวนให้หายใจติดขัด
ทันทีที่เขาก้าวผ่านซุ้มประตูหินของเขตศิษย์สายนอกประสาทััจาก 'เนตรเร้นเงา' และ 'วิชาสลายิญญา' ที่เพิ่งบรรลุพลันกระตุกวูบมันเป็ััที่แจ้งเตือนถึงอันตรายที่หนาแน่นขึ้นกว่าเมื่อคืนหลายเท่าตัว
บรรยากาศภายในสำนักเมฆาคล้อยเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเหล่าศิษย์สายนอกที่เคยจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เื่วิชาฝีมือ
บัดนี้กลับยืนเรียงแถวกันอย่างเป็ระเบียบด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกดวงตาของแต่ละคนเหม่อลอยและมีเส้นเืสีดำจางๆ พาดผ่านลำคอพุ่งตรงสู่สมอง
[ตรวจพบ:ค่ายกลบังคับจิตระดับกลาง]
[สถานะ:กำลังดูดกลืนเจตจำนงอิสระ]
[คำแนะนำ: เร่งเร้า 'เคล็ดเต่าจำศีล' เพื่อจำลองกลิ่นอายที่ถูกครอบงำมิเช่นนั้นจะถูกตรวจพบว่าเป็ 'สิ่งแปลกปลอม']
หลินหยวนรีบหดรั้งกระแสปราณม่วงทองอันทรงพลังไว้ในจุดตันเถียนลึกที่สุดแล้วปล่อยให้ปราณเน่าเสียที่แฝงอยู่ออกมาปกคลุมิัเขาจงใจหรี่ตาลงและทำท่าทางเดินอย่างเชื่องช้า เข้าไปรวมกลุ่มกับศิษย์คนอื่นๆที่ลานกลาง
ที่ใจกลางลานฝึกผู้าุโฉียังคงยืนอยู่บนแท่นหินด้วยรอยยิ้มเมตตาประดุจพระโพธิสัตว์ทว่าในสายตาของหลินหยวนที่ผ่านการวิวัฒนาการมาแล้ว
ชายชราผู้นี้ไม่ต่างจากก้อนเนื้อเน่าที่กำลังส่งกลิ่นคาวคลุ้งและที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก็คือศิษย์พี่จ้าว ที่กำลังถือม้วนรายชื่อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความละโมบ
"ศิษย์รักทั้งหลาย..."เสียงของผู้าุโฉีกังวานทว่าแฝงด้วยคลื่นเสียงที่สั่นะเืิญญา
"เหลือเวลาอีกเพียงหกวันเท่านั้นงานเลี้ยง 'จันทร์โลหิตชำระใจ' ที่พวกเ้าเฝ้ารอจะมาถึง วันนี้ข้าจึงเรียกพวกเ้ามาเพื่อมอบวาสนาสุดท้าย...การทดสอบขั้นสุดท้ายเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะได้เข้าไปรับการถ่ายทอดวิชาใน 'ตำหนักเมฆาเร้น' เป็กลุ่มแรก!"
คำว่า 'ตำหนักเมฆาเร้น' ทำให้ศิษย์หลายคนที่มีสติหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดสั่นสะท้านด้วยความดีใจพวกเขาไม่รู้เลยว่านั่นคือชื่อของ 'โรงเชือด' ที่มีระบบป้องกันรัดกุมที่สุด
หลินหยวนก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนแววตาที่เย็นเยียบเนตรวิวัฒนาการกำลังวิเคราะห์ค่ายกลที่ถูกวางไว้รอบลานฝึกอย่างละเอียด
เขาพบว่าใต้เท้าของศิษย์ทุกคนมีสายใยพลังงานเชื่อมต่อลงสู่ใต้ดินเตรียมจะดึงรั้งิญญาของทุกคนทันทีที่พิธีกรรมเริ่มขึ้น
'คัดเลือกงั้นหรือ?หึ... คงเป็การคัดเลือกปศุสัตว์ที่เนื้อแน่นที่สุดล่ะสิ'
เขากำหมัดซ่อนไว้ในแขนเสื้อความโกรธแค้นต่อความอธรรมนี้ลุกโชนอยู่ในอกทว่าสติที่เหนืุ์บังคับให้เขาต้องนิ่งสงบ
เขายังลงมือตอนนี้ไม่ได้ความลับของวิชาสลายิญญาคืออาวุธลับที่จะต้องใช้ในจังหวะที่พวกมันตายใจที่สุดเท่านั้น
ในขณะที่หลินหยวนกำลังวางแผนรับมือเสียงของศิษย์พี่จ้าวพลันประกาศชื่อแรกออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"คนแรก...หลินหยวน! ก้าวออกมาทดสอบระดับรากฐานปราณ!"
หัวใจของหลินหยวนกระตุกวูบเขาไม่ได้กลัวการทดสอบแต่เขากลัวว่าหากผู้าุโฉีตรวจสอบร่างกายเขาอย่างละเอียดในระยะประชิดความลับของกายาหยกนพเก้าอาจจะถูกเปิดเผย
เขาสูดลมหายใจลึกยอมรับความท้าทายนี้ก่อนจะก้าวเดินออกไปท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่ไร้ิญญา
เท้าของหลินหยวนหนักอึ้งราวกับถูกล่ามด้วยลูกตุ้มเหล็กขณะก้าวเดินขึ้นสู่แท่นหินสายลมนิ่งสนิทลงฉับพลัน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็จังหวะหนักแน่นอยู่ในอก
เขาจงใจปล่อยให้ไหล่ห่อลงเลียนแบบท่าทางของคนที่ถูกสูบพลังิญญาจนอ่อนล้าเนตรเร้นเงาเื้ัม่านตาของเขาเริ่มเห็นกระแสพลังงานจากตัวผู้าุโฉีที่พุ่งเข้าม้วนพันรอบกายเขาดุจหนวดของอสูรกายที่กำลังดมกลิ่นเหยื่อ
"ยื่นมือออกมา"ผู้าุโฉีเอ่ย น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังจนมวลอากาศรอบตัวสั่นะเื
หลินหยวนยื่นข้อมือที่ซูบซีดออกไปอย่างเชื่องช้าทันทีที่นิ้วมือที่แห้งเหี่ยวราวกับกิ่งไม้ตายของผู้าุโแตะลงบนจุดชีพจร
ความเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยไอสังหารพลันพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างป่าเถื่อนมันไม่ใช่การตรวจชีพจรธรรมดา แต่เป็การส่ง 'จิตัั'เข้าไปควานหาความผิดปกติในทุกอณูเนื้อ
[คำเตือนฉุกเฉิน:ตรวจพบจิตััระดับก่อเกิดิญญา (จำลอง)]
[สถานะ:กำลังค้นหาแก่นแท้ของจุดตันเถียน]
[วิธีแก้: เร่งเร้า 'เคล็ดเต่าจำศีล' ระดับสูงสุด - สร้างภาพลวงตา 'ทุ่งรกร้างแห่งความเสื่อม']
'เนตรวิวัฒนาการ...ช่วยข้าด้วย!' หลินหยวนกู่ร้องในใจ
พริบตานั้นพลังปราณม่วงทองที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาถูกบีบอัดจนเหลือเพียงจุดเล็กเท่าเมล็ดข้าวและซ่อนตัวลึกเข้าไปในผนังของกระดูกสันหลังในขณะเดียวกัน เคล็ดเต่าจำศีลได้เข้าควบคุมเส้นชีพจรทั้งหมดแล้วจำลองภาพลักษณ์ของภายในร่างกายให้กลายเป็ความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วย 'ปรสิตโลหิติญญา' ที่กำลังชอนไชอย่างบ้าคลั่ง
ผู้าุโฉีขมวดคิ้วเล็กน้อยดวงตาที่เคยขุ่นมัวพลันสว่างวูบด้วยแสงสีเขียวปีศาจเขาส่งปราณสายหนึ่งพุ่งตรงไปที่จุดตันเถียนของหลินหยวนเพื่อกระแทกดูการตอบสนอง
หลินหยวนต้องกัดฟันจนกรามแทบแตกเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมาความรู้สึกเหมือนมีเข็มเหล็กร้อนๆ แทงทะลุหน้าท้องมันทรมานจนแทบสิ้นสติ
"แปลกจริง..."ผู้าุโฉีพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
"เหตุใดปราณของเ้าจึงดูแห้งแล้งผิดปกติทั้งที่ปรสิตในร่างขยายตัวได้ดีถึงเพียงนี้?"
หลินหยวนแสร้งทำเป็กระอักเืออกมาคำหนึ่งเืนั้นมีสีคล้ำและส่งกลิ่นเหม็นคาว (ซึ่งเกิดจากการที่เขาจงใจสลายปราณบางส่วนให้กลายเป็ของเสีย)
"ผู้าุโ...ศิษย์... ศิษย์รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกกัดกิน...จนมิอาจรวบรวมสมาธิได้ขอรับ..."
ศิษย์พี่จ้าวที่ยืนอยู่ด้านข้างเหยียดยิ้มเยาะ
"ขยะก็คือขยะต่อให้ได้รับยาวิเศษไป ร่างกายที่ไร้วาสนาก็รับไว้ไม่ไหวจนเน่าเปื่อยไปเอง"
ผู้าุโฉีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจิตััที่รุนแรงนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในร่างของหลินหยวนอีกหลายรอบ
จนกระทั่งเนตรวิวัฒนาการช่วยสร้างภาพลวงตาว่าปรสิตได้เข้ายึดครองหัวใจของหลินหยวนไปแล้วกว่าครึ่งชายชราจึงยอมถอนมือออก แววตาที่สงสัยเริ่มเปลี่ยนเป็ความพึงพอใจที่เย็นเยียบ
"ดี...แม้รากฐานจะดูผุพังไปบ้าง แต่การที่ปรสิตเติบโตได้รวดเร็วเช่นนี้แสดงว่าร่างกายของเ้ามีความเข้ากันได้กับวิถีของสำนักเราอย่างยิ่ง"ชายชราหัวเราะในลำคอ
"จ้าวเสวี่ย...บันทึกชื่อหลินหยวนไว้ในลำดับต้นๆ ของผู้ที่จะเข้าสู่ตำหนักเมฆาเร้น เขาจะเป็ 'โอสถมนุษย์' ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในงานเลี้ยงครั้งนี้"
"ขอรับผู้าุโ!"ศิษย์พี่จ้าวขานรับพลางปัดพู่กันลงบนม้วนกระดาษหนังมนุษย์
หลินหยวนคุกเข่าลงอย่างอ่อนแรงแสร้งทำเป็หอบหายใจอย่างหนัก ทว่าภายใต้ท่าทางที่พ่ายแพ้นั้น แววตาของเขาที่ก้มลงต่ำกลับเป็ประกายคมปลาบดุจมีดโกน
'เ้าเฒ่า...เ้าประเมินข้าต่ำไปจริงๆ เตรียมตัวรอรับ "ของขวัญ"จากโอสถมนุษย์คนนี้ได้เลย'
เมื่อเขาเดินกลับเข้าแถวหลินหยวนพบว่าความยาวของบทสนทนาและกระบวนการตรวจสอบที่เนิ่นนานนั้นทำให้เขาสามารถลอบ "วางตราประทับ"ของวิชาสลายิญญาไว้ที่ชายผ้าคลุมของผู้าุโฉีได้โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวแม้แต่นิดเดียว!
หลินหยวนก้าวลงจากแท่นหินด้วยท่าทางโซซัดโซเซประดุจคนขวัญหนีดีฝ่อทว่าลึกลงไปใต้ชั้นิัที่สั่นเทา
พลังปราณม่วงทองกลับกำลังถักทอเส้นใยลึกลับเชื่อมต่อกับ'ตราประทับสลายิญญา' ที่เขาแอบฝากไว้บนชายผ้าคลุมของผู้าุโฉีเมื่อเขากลับเข้าสู่เงามืดของกลุ่มศิษย์สายนอก
หลินหยวนจึงทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิแสร้งทำเป็โคจรปราณเพื่อรักษาอาการาเ็ ทว่าในความเป็จริงเขาได้ส่งจิตััผ่านรอยแยกมิติของวิชาสลายิญญา ติดตามการเคลื่อนไหวของตาเฒ่าเ้าเล่ห์ผู้นั้นไปอย่างแเี
ประสาทััของหลินหยวนพร่ามัวไปชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพและเสียงที่ส่งตรงมาจากห้องโถงลับส่วนตัวของผู้าุโ
[เปิดใช้งาน:สดับิญญาเร้นลับ]
[สถานะ:เชื่อมต่อสำเร็จ - ระยะห่าง 300 ก้าว]
[คำเตือน: ความผันผวนของจิตััอาจถูกตรวจพบได้หากฝ่ายตรงข้ามใช้พลังเนตรตรวจสอบ]
ในคลองจักษุที่บิดเบี้ยวหลินหยวนเห็นผู้าุโฉีนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ทำจากกระดูกมนุษย์ขาวโพลนเบื้องหน้าของเขามีศิษย์พี่จ้าวและผู้าุโอีกสองคนที่ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายซากศพเข้มข้นกำลังคุกเข่าอยู่
"เ้าแน่ใจนะว่า'โอสถมนุษย์' ชุดนี้มีคุณภาพเพียงพอ?"ผู้าุโลำดับสี่ที่มีใบหน้าซีกหนึ่งเป็แผลเหวอะถามขึ้นน้ำเสียงแหบพร่าราวกับเสียงโลหะเสียดสีกัน
"งานเลี้ยงครั้งนี้เ้าสำนัก้าพลังงานจำนวนมหาศาลเพื่อปลุก 'หัวใจเทวะ'ให้ตื่นขึ้น หากเกิดข้อผิดพลาดหัวของพวกเราคงไม่พอให้เขาพิโรธ"
ผู้าุโฉีหัวเราะเบาๆในลำคอ เสียงนั้นทำให้หลินหยวนรู้สึกสะอิดสะเอียน
"ไม่ต้องห่วงเ้าเด็กที่ชื่อหลินหยวนนั่นเป็ภาชนะที่วิเศษนักปรสิตในร่างมันขยายตัวไวกว่าที่ข้าคิดไว้มาก เมื่อถึงวันงาน เพียงแค่นำมันไปวางที่จุดศูนย์กลางของ'ค่ายกลกลั่นิญญาห้าธาตุ' พลังชีวิตที่มันสะสมไว้จะกลายเป็เชื้อเพลิงชั้นยอด"
"แล้วศิษย์คนอื่นๆล่ะ?" ศิษย์พี่จ้าวถามด้วยความกระหาย
"ที่เหลือก็แค่กากเดน...แต่กากเดนจำนวนมากพอ ก็สามารถเปลี่ยนเป็สายธารโลหิตได้"ผู้าุโฉีหยิบลูกแก้วสีเืขึ้นมาคลึงเล่น
"ในคืนจันทร์โลหิตเมื่อพวกมันเดินเข้าสู่ตำหนักเมฆาเร้น ประตูจะถูกปิดตาย อาคม 'สูบ์' จะเริ่มทำงานในทันทีพวกมันจะตายด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกบดขยี้เปลี่ยนความสิ้นหวังให้กลายเป็พลังงานหยินที่บริสุทธิ์ที่สุด"
หลินหยวนที่แอบฟังอยู่รู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง'หัวใจเทวะ' และ 'ค่ายกลห้าธาตุ'...ข้อมูลเหล่านี้ไม่เคยปรากฏในนิมิตครั้งก่อนแสดงว่าแผนการของพวกมันซับซ้อนและโเี้กว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืของอาคมที่เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้าุโฉีคล้ายกับคนกำลังจะตรวจสอบสิ่งรอบตัว หลินหยวนรีบตัดการเชื่อมต่อจิตััในทันทีก่อนที่ 'ด้ายิญญา' จะถูกจับได้
เขาลืมตาขึ้นช้าๆแววตาที่เคยมืดมนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายแห่งการฆ่าฟันที่รุนแรง
"ห้าธาตุกงล้อิญญางั้นรึ..."เขาพึมพำแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ในเมื่อพวกเ้า้าเชื้อเพลิงข้าก็จะเตรียม 'เพลิงนรก' ไว้ให้พวกเ้าเอง!"
เนตรวิวัฒนาการพลันฉายแสงกะพริบถี่ๆราวกับตอบรับคำท้าทายนั้น:
[วิเคราะห์ข้อมูลใหม่:ค่ายกลห้าธาตุมีจุดอ่อนที่ธาตุทอง]
[ข้อเสนอ: หากสามารถหา 'เศษศิลาอัสนีบาต' มาหลอมรวมกับวิชาสลายิญญาจะสามารถพลิกกลับค่ายกลให้กลายเป็การะเิจากภายในได้]
หลินหยวนกำหมัดแน่นเวลาหกวันที่เหลืออยู่ เขาไม่ได้มีหน้าที่แค่ต้องรอด แต่เขาต้องเป็ผู้ทำลายล้างโรงเชือดแห่งนี้ให้พินาศสิ้น!
หลินหยวนเร้นกายออกจากลานฝึกประดุจควันไฟที่ถูกลมพัดปลิวเขาไม่ได้มุ่งหน้ากลับหอพัก แต่กลับใช้ 'เนตรเร้นเงา'นำทางลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ขรุขระมุ่งสู่ 'หุบเขาอัสนีร่วง'สถานที่อันเป็เขตหวงห้ามซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสำนักเมฆาคล้อย
ที่นั่นคือจุดที่พลังงานธาตุทองหนาแน่นที่สุดและเป็สุสานของเหล่าศิษย์ที่ถูกฟ้าผ่าตายขณะพยายามฝึกวิชาสายสายฟ้าที่ผิดเพี้ยน
บรรยากาศรอบกายเริ่มเปลี่ยนไปกลิ่นอายไหม้เกรียมของกำมะถันลอยมาตามลมพื้นดินใต้เท้าเปลี่ยนจากดินร่วนเป็ทรายเหล็กสีดำสนิทที่คอยดูดซับปราณิญญาอย่างตะกละตะกลาม
ทุกย่างก้าวของหลินหยวนต้องเผชิญกับแรงกดดันจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศจนิัรู้สึกเจ็บแปลบ
[ตรวจพบ:สนามพลังแม่เหล็กแปรปรวน]
[สถานะ: รุนแรง -เสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าโดยฉับพลัน]
[เป้าหมาย:เศษศิลาอัสนีบาตใจกลางหุบเขา]
[คำแนะนำ: ใช้ 'วิชาสลายิญญา' สร้างเกราะพสุธาเพื่อหักเหประจุไฟฟ้า]
หลินหยวนทำตามคำแนะนำของระบบทันทีเขาสอดประสานนิ้วมือเข้าหากันพลังปราณม่วงทองไหลเวียนออกสู่ปลายนิ้วแล้วปักลงบนพื้นทรายเหล็ก
พริบตานั้นพลังสลายิญญาได้ทำลายพันธะของประจุไฟฟ้าลบที่อยู่รอบตัวเขาทำให้เกิดเขตแดนว่างเปล่าที่สายฟ้ามิอาจย่างกรายเข้ามาได้
เขาเดินลึกเข้าไปจนถึงใจกลางหุบเขาที่นั่นมีเสาหินขนาดมหึมาที่ถูกฟ้าผ่าจนแตกเป็เสี่ยงๆ นับร้อยปี
และที่ยอดของเสาหินที่หักโค่นนั้นมีวัตถุชิ้นหนึ่งเปล่งประกายแสงสีน้ำเงินเข้มสลับม่วงออกมา มันคือ 'เศษศิลาอัสนีบาต' ที่จุติจากอัสนี์เก้าชั้นฟ้า
ทว่าเบื้องหน้าศิลานั้นกลับมีร่างเงาสายหนึ่งยืนตระหง่านอยู่มันคือ 'หุ่นเชิดอัสนี' ที่ทำจากโลหะอาคมและอัดแน่นด้วยิญญาอาฆาตของผู้ที่ตายในหุบเขาแห่งนี้ดวงตาของหุ่นเชิดเป็ทับทิมสีแดงก่ำที่กำลังจับจ้องมาที่หลินหยวน
"ผู้บุกรุก...จงกลายเป็เถ้าธุลี..." เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นพร้อมกับสายฟ้าเส้นโตที่พุ่งออกจากฝ่ามือของหุ่นเชิด
หลินหยวนไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวแววตาของเขาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
"ในเมื่อข้า้าพลังเพื่อทำลายค่ายกลห้าธาตุหุ่นเชิดเช่นเ้าก็ไม่มีสิทธิ์ขวางทางข้า!"
เขาพุ่งทะยานออกไปประดุจลูกศรที่หลุดจากคันศรวิชาสลายิญญาถูกรีดเค้นออกมาจนถึงขีดสุดห่อหุ้มหมัดของเขาจนกลายเป็สีม่วงเข้มจัด
การปะทะกันระหว่างพลังทำลายล้างและความว่างเปล่าส่งผลให้เกิดคลื่นกระแทกขนาดใหญ่จนหุบเขาสั่นะเืหลินหยวนใช้จังหวะที่สายฟ้าฟาดลงมา ััเข้ากับจุดอ่อนที่ข้อต่อของหุ่นเชิดพลางส่งพลังสลายิญญาเข้าไปทำลายโครงสร้างอาคมภายในจนหุ่นเชิดเหล็กกล้าค่อยๆสลายกลายเป็ฝุ่นผงไปต่อหน้าต่อตา
เขาก้าวขึ้นไปบนยอดเสาหินและคว้าเศษศิลาอัสนีบาตมาไว้ในมือััที่เย็นเยียบทว่าแฝงด้วยพลังที่พร้อมจะะเิออกทำให้ร่างกายของหลินหยวนสั่นสะท้าน
[ภารกิจย่อย: สำเร็จ]
[ได้รับ:เศษศิลาอัสนีบาต (ระดับสมบูรณ์)]
[สถานะ:เริ่มกระบวนการหลอมรวม 'อัสนีสลายิญญา']
หลินหยวนมองศิลาในมือด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารอีกเพียงห้าวันเท่านั้น เมื่อธาตุทองจากศิลานี้หลอมรวมกับวิชาสลายิญญาของเขาจนสมบูรณ์แม้แต่ค่ายกลห้าธาตุที่ยิ่งใหญ่ของสำนักเมฆาคล้อยก็จะเป็เพียงของเล่นเด็กเล่นในเงื้อมมือของเขาเท่านั้น!
เขาทะยานออกจากหุบเขาอัสนีร่วงหายไปในเงามืดทิ้งไว้เพียงซากหุ่นเชิดที่แตกสลายและการรอคอยสู่วันพิพากษาที่กำลังจะมาถึง
*****************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร