ตอนที่ 18: เซเลบแห่งวังเมฆา กับระบบบัตรคิว์!
เพียงชั่วข้ามคืนหลังจากการพิจารณาคดีประวัติศาสตร์จบลง ชื่อของ ‘เซียวเซียน’ หรือ รพี นิติกรหนุ่มในร่างเทพชั้น 9 ก็พุ่งทะยานติดเทรนด์อันดับหนึ่งของทุกวงสนทนาในสามโลก!
ข่าวการงัดข้อกับเทพชั้นสูง และการทวงคืนความยุติธรรมให้เผ่าพันธุ์ปีศาจ แพร่สะพัดไปไวยิ่งกว่าพายุทอร์นาโด ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ... แผนกรับเื่ร้องเรียนที่เคยเงียบเหงาจนหยากไย่ขึ้น บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบจะเหยียบกันตาย!
"หมายเลขคิวที่ 145 เ้าค่ะ! คดีพิพาทเื่เขตแดนต้นท้อ เชิญที่ช่องหนึ่งเลยเ้าค่ะ!"
เสียงใสๆ ของเหม่ยหลิง เทพธิดาผู้ช่วยคนเก่งดังแข่งกับเสียงจอแจ ในมือของเธอถือปึกกระดาษเวทมนตร์ที่เขียนหมายเลขไว้ นี่คือนวัตกรรมใหม่ที่รพีเพิ่งนำมาใช้สดๆ ร้อนๆ... ‘ระบบบัตรคิว’ เพื่อรับมือกับคลื่นมหาชนที่แห่กันมาจนล้นทะลักออกไปถึงลานหน้ากรมคุมกฎ!
รพีนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่ถูกขยายให้กว้างขึ้น มือขวาถือพู่กันตวัดเซ็นเอกสารอย่างรวดเร็ว มือซ้ายประทับตราแผนกดังปังๆ ราวกับเครื่องจักร รอยคล้ำใต้ตาเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ อาการบ้างานจากชาติก่อนกำลังกำเริบอย่างหนัก
"ใต้เท้าเซียวเซียน! ข้าน้อยคือปีศาจจิ้งจอกจำแลง ข้าน้อยถูกเทพรักษาประตูรีดไถค่าผ่านทางมาเป็ร้อยปีแล้ว ข้าน้อยขอฟ้องร้องขอรับ!" ชายหนุ่มที่มีหูจิ้งจอกโผล่พ้นผมร้องไห้โฮ เกาะขอบโต๊ะรพีแน่น
"รับเื่ครับ กรอกแบบฟอร์ม ร.ร.01 แล้วแนบหลักฐานการโอนเงิน เอ้ย... หลักฐานการจ่ายส่วยให้คุณเหม่ยหลิงเลยครับ คิวต่อไป!" รพีตอบอย่างฉับไว
"ใต้เท้า! ข้าคือเซียนรับใช้วิมานทิศใต้ เ้านายข้าใช้งานข้าวันละยี่สิบชั่วโมง ไม่ยอมจ่ายค่าล่วงเวลา ข้าขอฟ้องกฎหมายแรงงาน์!"
"มาตรา 114 ว่าด้วยการใช้แรงงานทาส... รับเื่ครับ! ไปกรอกแบบฟอร์ม ร.ร.02 คิวต่อไป!"
สถานการณ์ในกรมคุมกฎ์ตอนนี้แบ่งคนออกเป็สามกลุ่มอย่างชัดเจน
กลุ่มแรกคือ ‘แฟนคลับและผู้ศรัทธา’ ส่วนใหญ่เป็เทพชั้นผู้น้อย เซียนรับใช้ และเหล่าปีศาจที่ถูกกดขี่ พวกเขามองรพีราวกับเป็พระโพธิสัตว์ลงมาโปรด บางคนถึงกับเอาของป่า ผลไม้ทิพย์ และสมุนไพรหายากมากองไว้หน้าแผนกเพื่อเป็การบูชา (ซึ่งรพีสั่งให้เหม่ยหลิงตีเป็ของกลางให้หมด เพื่อป้องกันข้อหารับสินบน)
กลุ่มที่สองคือ ‘พวกอยากฝากตัวเป็ศิษย์’ "ลูกพี่เซียวเซียน!!"
เสียงทุ้มห้าวแบบชายชาตรีดังขึ้น พร้อมกับกลุ่มทหาร์ร่างบึกบึนนับสิบสวมเกราะเต็มยศจากกองทัพปราบปีศาจของแม่ทัพเจิ้นอู่ เดินเรียงแถวเข้ามาคุกเข่าดังตึงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรพี!
"พวกข้าน้อยได้ยินกิตติศัพท์ ‘ค่ายกลกฎหมายไร้พ่าย’ ของลูกพี่จากท่านแม่ทัพเจิ้นอู่แล้ว! พวกข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก ขอสมัครเป็ลูกน้องประจำแผนกนี้ เพื่อเรียนรู้วิชาวาทศิลป์สยบเทพด้วยเถิดขอรับ!" ทหารนายหนึ่งะโเสียงดังกังวาน
รพีชะงักพู่กัน นวดขมับตัวเองเบาๆ "ผมไม่ได้เปิดสำนักคุ้มภัยนะครับ... แล้วค่ายกลอะไรนั่นก็ไม่มีจริงด้วย ผมแค่อ่านกฎหมาย! ถ้าอยากช่วยงานล่ะก็ ไปช่วยคุณเหม่ยหลิงจัดแถวคนที่มามุงหน้าประตูโน่นไป อย่าให้มีการเหาะแซงคิวเด็ดขาด!"
"รับทราบขอรับลูกพี่!!" เหล่าทหารกล้ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน ก่อนจะกรูกันออกไปจัดระเบียบฝูงชนด้วยท่าทีขึงขัง ทำให้แผนกดูเป็ระเบียบขึ้นมาทันตาเห็น
และ กลุ่มที่สาม... คือ ‘กลุ่มที่เกลียดชังและหวาดกลัว’
ณ มุมอับแสงบนระเบียงชั้นสองของศูนย์ราชการ์ เทพชั้นสูงหลายองค์ในชุดหรูหรากำลังยืนกอดอกมองลงมาที่ความวุ่นวายเบื้องล่างด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย
"มันชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว ไอ้เทพชั้น 9 สวะนั่น" เทพตระกูลหลิวผู้สูญเสียคดีัวารีกัดฟันกรอด "ตอนนี้เซียนรับใช้ในวิมานข้าพากันกระด้างกระเดื่อง อ้างแต่สิทธิ์ตามกฎหมายบ้าบออะไรก็ไม่รู้ แถมพวกรักษาความปลอดภัยก็ไม่กล้าแตะต้องตัวมัน เพราะกลัวโดนข้อหาทำร้ายเ้าพนักงาน!"
"ปล่อยมันเหลิงไปก่อนเถอะ" เทพาุโอีกองค์ซึ่งสวมตราสัญลักษณ์ของสภาเทพ 12 ตระกูล แสยะยิ้มเย็นเยียบ ั์ตาทอประกายทมิฬ "การที่มันทำตัวโดดเด่นและดึงมวลชนมาอยู่ฝั่งตัวเอง เท่ากับมันกำลังท้าทาย 'รากฐาน' ของวังเมฆาอย่างโจ่งแจ้ง... สภาเทพไม่มีทางปล่อยให้หมากตัวเล็กๆ มาล้มกระดานได้หรอก เตรียมส่ง 'มือเร้นกาย' ไปสั่งสอนมันเงียบๆ ได้เลย"
...
ตัดกลับมาที่ห้องทำงาน
เมื่อเวลาล่วงเลยจนถึงยามเย็น ฝูงชนเริ่มซาลง เหม่ยหลิงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า แต่บนใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
"วันนี้เรารับเื่ร้องเรียนไปทั้งหมด สี่ร้อยแปดสิบสองคดีเ้าค่ะ! เป็สถิติที่สูงที่สุดในรอบหนึ่งพันปีของกรมคุมกฎเลยนะเ้าคะท่านเซียวเซียน!" เทพธิดาสาวรายงานเสียงใส
"เก่งมากครับคุณเหม่ยหลิง" รพีบิดี้เีจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ เขามองกองแฟ้มคดีที่สูงเป็ูเาเลากา แม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ลึกๆ แล้วไฟในตัวเขากำลังลุกโชน นี่แหละคือรสชาติของการทำงานที่แท้จริง!
"แต่ว่า... ท่านเซียวเซียนไม่กลัวบ้างหรือเ้าคะ?" เหม่ยหลิงลดเสียงลง แววตาแฝงความกังวล "ยิ่งเราทำผลงานได้ดีเท่าไหร่ ศัตรูในที่ลับก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น วันนี้ข้าเห็นเทพชั้นผู้ใหญ่หลายองค์แอบมองท่านด้วยสายตาไม่เป็มิตรเลย"
รพียิ้มบางๆ เขาเอื้อมมือไปแตะ 'คัมภีร์สัจจะ' ที่เก็บไว้ในอกเสื้อ "ความกลัวไม่ช่วยให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ขึ้นหรอกครับคุณเหม่ยหลิง... ถ้าพวกเขาเล่นตามกฎ เราก็สู้ตามกฎ แต่ถ้าพวกเขาคิดจะเล่นนอกกติกาเมื่อไหร่..."
ยังไม่ทันที่รพีจะพูดจบ ประตูห้องที่เพิ่งถูกปิดลงก็พลันเปิดออกอย่างแ่เบาไร้สุ่มเสียง ไอเย็นะเืที่คุ้นเคยพัดเข้ามาปะทะใบหน้า จนน้ำชาในแก้วที่เหลืออยู่ก้นถ้วยจับตัวเป็เกล็ดน้ำแข็ง
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มของ ‘ประมุขเทพหลิงหยุน’ ก้าวเข้ามาในห้อง ั์ตาสีเทาของเขาจ้องตรงมาที่รพี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความนัยบางอย่าง
"เ้าทำได้ดีมาก รพี... ดีจนเกินไป" หลิงหยุนกวาดสายตามองแฟ้มคดี "เ้าทำให้์ชั้นล่างตื่นรู้ แต่ในขณะเดียวกัน เ้าก็ปลุก 'อสุรกาย' ที่หลับใหลอยู่เบื้องบนให้ตื่นขึ้นมาด้วยเช่นกัน"
ประมุขเทพเดินเข้ามาใกล้ วางแผ่นหยกสีดำสนิทลงบนโต๊ะของนิติกรหนุ่ม
"พรุ่งนี้เช้า... ตามข้าลงไปยังหอจดหมายเหตุใต้ดิน" หลิงหยุนเอ่ยเสียงเรียบ "ถึงเวลาที่เ้าจะต้องรู้แล้วว่า... ทำไมกรมคุมกฎ์ ถึงถูกลดทอนอำนาจลงมาจนกลายเป็เพียงแผนกซอมซ่ออย่างที่เ้าเห็นในปัจจุบัน และทำไม... สภาเทพ 12 ตระกูล ถึงได้กลายเป็ผู้กุมชะตาของ์แห่งนี้!"
รพีมองแผ่นหยกสีดำตรงหน้า แววตาของเขาเปลี่ยนเป็จริงจังและคมกริบ การสืบสวนคดีทุจริตระดับมหภาค... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!