ผ่านไปอีกกว่าหนึ่งชั่วโมงผมกับไวโอเล็ทก็แยกออกจากกันไปพร้อมกับแยกกันสวมชุดคืนเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามกลิ่นอายอันหอมหวานและความทรงจำที่แสนวิเศษก็ลบออกไปจากหัวของผมกับไวโอเล็ทไม่ได้เลยถึงอย่างนั้นผมกับไวโอเล็ทก็เลือกที่จะทำตัวให้เป็ธรรมชาติที่สุด
“น่าเหลือเชื่อจริงๆเป็ไปได้ยังไงที่คนป่าเถื่อนอย่างพวกแกจะไม่ร่วมรักกัน” วิหคั์พูด
ขนาดวิหคั์ยังตกตะลึงเพราะอำนาจพลังเสน่หาที่เป็บททดสอบไม่เคยมีใครผ่านมันมาก่อนจนกระทั่งมาถึงผมกับไวโอเล็ทที่ผ่านมันไปได้เพราะเงื่อนไขการผ่านก็คือต่อให้ถูกเสน่หายังไงก็ห้ามร่วมรักหลอมรวมเป็หนึ่งเด็ดขาดซึ่งผมกับไวโอเล็ทก็ผ่านเงื่อนไขมาได้
“ก็อย่างที่เห็นก็ผ่านแล้วคำไหนคำนั้นไหนรางวัลการพิชิต”
“มารดาผู้นี้จะปฏิเสธก็ไม่ได้ในเมื่อตั้งเงื่อนไขการพิชิตไปแล้วก็จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ พวกแกผ่านการทดสอบ ส่วนรางวัลของดันเจี้ยนแห่งนี้อยู่ด้านในสุดของห้องนี้และรางวัลเพิ่มเติมที่ผ่านบททดสอบแสนหินมาได้พวกแกสองคนจะได้รับพละกำลังสูงสุด 500 หน่วยและค่าจิติญญาสูงสุด 500 หน่วย มารดาผู้นี้ก็อธิบายไปหมดแล้วสมควรแก่เวลาที่มารดาผู้นี้จะไปแล้ว”
วิหคั์กระพือปีกอันใหญ่โตก่อนที่มันจะบินหายไปในอากาศธาตุอันว่างเปล่า
เมื่อใดก็ตามที่สามารถพิชิตดันเจี้ยนลงได้หากเป็ดันเจี้ยนที่ไม่จำเป็ต้องสังหารบอสก็ผ่านได้เหล่าบอสของดันเจี้ยนนั้นๆก็จะกลับคืนถิ่นของมันดังเดิม
หลังจากที่วิหคั์จากไปความกระอักกระอ่วนก็เข้าแทนที่ สถานการณ์แบบนี้ผมก็ไม่อยากให้ไวโอเล็ทนำมากเท่าไหร่ถึงได้พูดขึ้นมาก่อน
“พวกเราไปดูรางวัลการพิชิตดันเจี้ยนกันเถอะ”
“อืม”
เห็นได้ชัดเจนมากว่าสายตาที่ไวโอเล็ทมองมาที่ผมเปลี่ยนไปมาก เหมือนเธอจะให้ความสนใจผมมากขึ้นเป็พิเศษ
ภายในห้องบอสแห่งนี้มีการประดับตกแต่งที่บ่งบอกความยิ่งใหญ่ของบอสเอาไว้ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะชี้นำให้ไปยังส่วนที่ลึกที่สุดพวกเราสองคนก็มุ่งหน้ากันเข้าไปด้านในใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงก็เข้าไปถึงด้านในสุดส่วนที่ลึกที่สุดได้สำเร็จ ข้างในนี้มีห้องอีกห้องที่โล่งไปหมดมีเพียงตรงกลางห้องที่โล่งมากแห่งนี้ได้วางกล่องสมบัติขนาดใหญ่เอาไว้
“นั่นคือรางวัลพิชิตดันเจี้ยน”ไวโอเล็ทพูด
ผมกับไวโอเล็ทก็เดินเข้าไปหามันแล้วช่วยกันเปิดกล่องสมบัติขึ้น
ติ๊ง
พิชิตดันเจี้ยนสถานวิจัยพิเศษ REGY5832152
รางวัลของการพิชิตดันเจี้ยน
หินพลังเลื่อนขั้นทักษะ
-คำอธิบาย หินพลังเลื่อนขั้นทักษะสามารถใช้เลื่อนขั้นทักษะใดก็ได้ไม่จำกัดเลเวลขั้นต่ำหรือสูงสุดของทักษะที่ต้องเลื่อนขั้น
หินพลังเพิ่มเลเวล
-คำอธิบาย หินพลังเพิ่มเลเวลสามารถใช้เพิ่มเลเวลของตัวเองได้แต่ต้องไม่เกินเลเวล 100
ขนแห่งราชีนีวิหค
-คำอธิบาย ขนแห่งราชินีวิหคคือหนึ่งในสุดยอดแห่งอาวุธลับพลังทำลายล้างสูงที่ใช้งานได้ 3 ครั้งและสิ่งใดก็ตามที่ถูกพลังทำลายล้างของขนแห่งราชินีวิหคจะไม่อาจหลบเลี่ยงได้ อำนาจทำลายล้างที่สามารถทำได้เพิ่มขึ้นตามค่าพละกำลังคูณด้วย 10 หลังจากใช้งานครบ 3 ครั้งขนแห่งราชินีวิหคจะสลายหายไป
ปีกแห่งราชินีวิหค
-คำอธิบาย ปีกแห่งราชินีวิหคสามารถใช้ในการโบยบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระ มีเลเวลขั้นต่ำในการใช้ที่ เลเวล 50 ในขณะที่ใช้งานมันผู้จะได้รับอำนาจการต้านทานธาตุไฟสมบูรณ์แบบนอกจากว่าธาตุไฟจะมีเลเวลเกิน 20 ขึ้นไปเท่านั้นนอกเหนือจากนั้นต้านทานได้หมด และอำนาจอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับเพิ่มเติมผู้จะได้รับความไว้วางใจจากเผ่าวิหคทั้งมวล
ติ๊ง
พิชิตดันเจี้ยนเลเวล 80 สำเร็จครั้งแรก
เพิ่มพละกำลังสูงสุด 150 และค่าจิติญญาสูงสุด 150
แถบสถานะ
โคลด์ วอล์กเกอร์ (เทพผู้สรรค์์สร้าง)
เลเวล 5
เผ่า ระบุไม่ได้(แปลกประหลาด)
ฉายา จุติใหม่แท้จริง(1,000) ผู้บุกเบิกเส้นทางรังสรรค์แห่งความวิบัติ(????) ผู้หลุดพ้นอย่างแท้จริง(นิพพานแห่งความเที่ยงแท้) นักต้มตุ๋นั
พละกำลัง 880
จิติญญา 1080
ทักษะ
เรียนรู้อย่างรวดเร็ว เลเวล 2
รังสรรค์ เลเวล 2
กลืนกิน เลเวล 2
อัพเกรด เลเวล 3
ทักษะติดตัว
กายต้านพิษเลเวล 9
ลดความเสียหายแบบฉับพลัน เลเวลสูงสุด
ต้านทานมายาลวงหลอก เลเวล 7
"ของพวกนี้มันคือสุดยอดสมบัติจริงๆไม่เสียทีที่เป็ดันเจี้ยนเลเวล 80"
"มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคนมากมายจะอยากพิชิตดันเจี้ยนเลเวลสูงๆให้ได้เหรอ พวกเราก็ออกไปข้างนอกกันเถอะที่นี่ไม่มีอะไรให้พวกเราค้นหาอีกแล้ว"
ในระหว่างทางที่กำลังเดินออกไปจากดันเจี้ยน
"คุณคิดว่าเ้านั่นมันจะไปรึยัง"
"ฉันก็บอกไม่ถูก มันก็มีแต่ต้องออกไปนั่นแหละถ้าหากเ้านั่นจะดักรออยู่ถึงออกไปช้าหรือเร็วก็ไม่ต่างกัน"
"คุณพูดอีกก็ถูกอีก"
ผมกับไวโอเล็ทออกมาจากดันเจี้ยนก็รีบสำรวจตรวจสอบรอบๆอย่างระมัดระวังเพราะัดินมันไม่ได้เกรงใจวิหคั์แม้แต่น้อยในตอนที่มันไล่ล่าพวกเราสองคนมันก็เข้ามาในถิ่นของวิหคอย่างเปิดเผยไม่มีทีท่าว่าจะถอย แต่ที่มันไม่เข้ามาไล่ล่าถึงในดันเจี้ยนก็เพราะมันทำแบบนั้นไม่ได้ ดันเจี้ยนแต่ละที่มันจะมีพลังบางอย่างขวางกั้นมอนเตอร์จากดันเจี้ยนอื่นที่จะเข้าไป
พวกเราสองคนตรวจสอบอย่างระมัดระวังที่สุดจนกระทั่งไปเห็นว่ามีเสียงการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้นมาไม่หยุดจนแผ่นดินรอบๆะเืลือลั่นไปหมด แค่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่อะไรที่ทั้งผมกับไวโอเล็ทจะไปมีส่วนร่วมกับพวกมันได้เลย
ทันใดนั้นเองเสียงร้องของบรรดาวิหคั์ก็ดังขึ้นไม่หยุด ทำให้พวกเราสองคนรู้ทันทีว่ามันน่าจะเป็ัดินที่บุกเข้ามาที่แห่งนี้แล้วดักรอผมกับไวโอเล็ท
“หลบออกไปเ้าพวกลูกนกโง่เง่าบิดาผู้นี้มาหาพวกบัดซบที่หนีมาที่นี่”
“การมาเยือนของท่านัไม่ได้มาอย่างเป็ทางการ อีกอย่างท่านเองก็เข้ามาที่นี่อย่างอุอาจไม่สนใจหรือเกรงใจใดๆพวกเราเหล่าวิหคั์ผู้เป็ผู้ครองดินแดนแห่งนี้”
“บิดาแค่จะมาหาพวกบัดซบเท่านั้นเองไว้หาเจอแล้วก็จะชดเชยที่เสียหายให้”
“แต่เกียรติของพวกเราก็ย่อยยับไปด้วยน่ะเหรอ แบบนี้มันจะไม่เกรงใจกันเกินไปแล้วท่านที่เป็เผ่าัคิดว่าตัวเองกดขี่อวดเบ่งไปที่ไหนก็ได้งั้นเหรอ”
“พวกแกนี่พูดไม่รู้เื่สินะ อยากเป็ศัตรูกับบิดามากสินะ”
“ก็แค่เป็ศัตรูกับเผ่าัที่เย่อหยิ่งแล้วทำไมต้องกลัวด้วยล่ะ พวกเราไม่ใช่พวกที่ชอบสร้างปัญหาแต่ก็ไม่เกรงกลัวปัญหาที่จะเข้ามา”
เสียงที่หนักแน่นของวิหคั์นั้นทำให้ัดินเดือดดาลจนถึงขีดสุด แต่มันก็ไม่กล้าลงมือร้ายแรงนักตอนแรกที่โจมตีใส่กันก็เป็เพียงแค่การลองเชิงของแต่ละฝั่งเอาเข้าจริงๆดูเหมือนทั้งสองก็ไม่อยากเปิดศึกกันขึ้นจริงๆ
“ดี ดีมาก บิดาผู้นี้จะถอยไปก่อน รอก่อนเถอะเ้าพวกบัดซบอย่าให้บิดาได้เห็นพวกแก ไม่อย่างนั้นพวกแกจะได้รู้ว่าร้องขอความตายขนาดไหนก็ทำไม่ได้”
ัดินทิ้งเสียงคำรามทิ้งท้ายไว้ก่อนจะกลับออกไปจากดินแดนนี้เพราะมันไม่อาจเอาามาสู่เผ่าได้เพราะเื่เล็กน้อยของตัวเอง
ทั้งผมกับไวโอเล็ทที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกยังดีที่วิหคั์ไล่ัดินออกไปได้
“ว่าแต่เป็พวกเธอเหรอที่ทำให้เ้านั่นโกรธเป็ฟืนเป็ไฟได้ขนาดนั้น”
ผมกับไวโอเล็ทสะดุ้งขึ้นทันทีเพราะได้ยินเสียงของผู้ชายคนหนึ่งเขามาที่ด้านหลังของเราสองคนั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้จนทำให้ผมหลั่งเหงื่อเย็นออกมา นี่มันอันตรายถึงชีวิตมาก จะอย่างไรที่นี่ก็เป็ถึงดินแดนที่มีเลเวลมากกว่า 80 แค่เถาวัลย์โง่ก็สังหารพวกเราสองคนลงง่ายๆ ยังดีที่เป็ดินแดนที่ถูกปกครองโดยวิหคั์ที่เป็พวกชอบอยู่อย่างสงบสุขถึงได้ทำให้ดินแดนมันไม่ต่างอะไรจากดินแดนที่เลเวลไม่เกิน 30
“ไม่ต้องใขนาดนั้นเป็ฉันเองแหละที่คุยกับเ้านั่นเมื่อครู่”
“เอ๊ะ เป็ท่าน ท่านเป็วิหคั์ตัวนั้นเองเหรอ”
แน่นอนว่าผมก็ใเหมือนกันแต่ดูเหมือนไวโอเล็ทจะใมากกว่า
“คุณเป็อะไรไหม”
“เป็มากสิเป็เยอะด้วย คือว่ามอนเตอร์ที่ผันตัวกลายร่างเสมือนมนุษย์ได้น่ะมันเลเวลมากกว่า 120 เข้าไปแล้ว”
“อะไรนะ”ผมระวังตัวมากขึ้นก่อนจะจับมือของไวโอเล็ทไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวถ้ามันเข้าตาจนจริงๆผมก็ต้องใช้ทุกวิถีทางหนีออกไปให้ได้
“ใจเย็นๆก่อน ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอกแค่จะมาพูดคุยกับพวกเธอเท่านั้นเอง”
วิหคั์ดีดนิ้วทีหนึ่งก่อนที่รากไม้เถาวัลย์มากมายจะก่อสร้างเป็โต๊ะ เก้าอี้ และถ้วยชาขึ้นมา จากนั้นพวกมันก็สกัดน้ำชาพิเศษขึ้นมารินเข้าใส่ถ้วยชาเอาไว้ วิหคั์นั่งลงไปก่อนจะมองมาที่ผมกับไวโอเล็ททำท่าเชื้อเชิญ
“เชิญนั่งก่อนสิ”
พวกเราสองคนมองหน้ากันอยู่พักก่อนที่จะตัดสินใจนั่งลงไป
“ทีนี้พอจะอธิบายให้ฟังสักนิดได้ไหมว่าทำไมเ้านั่นถึงได้โกรธขนาดนั้น”
“ก็คือว่าพวกเรา…” ผมได้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นว่าพวกเราเข้าไปที่ดันเจี้ยนของัดินได้ยังไงรวมไปถึงสาเหตุของเื่ที่ว่าทำไมัดินถึงได้ตามล่าผมกับไวโอเล็ทอย่างเอาเป็เอาตายขนาดนั้น
“ฮ่า ฮ่า…..”วิหคั์หัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับคนที่ได้ยินเื่ที่ตลกที่สุดในชีวิต
“เ้านั่น ฮ่า ฮ่า เสียท่าให้กับนักตะลุยดันเจี้ยนที่เลเวลแค่ 5 เนี่ยนะ ขนาดว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆเองก็ยังเลเวลแค่ 45 เท่านั้นเองแต่เ้านั่นกลับถูกหลอกจนเชื่อสนิทใจ ถึงว่าเ้านั่นทำไมถึงได้โกรธเอาเป็เอาตายขนาดนั้น”
“ก็ใครใช้ให้เ้านั่นคิดที่จะฆ่าพวกเราสองคนก่อน โดนไปแบบนั้นก็สมควรแล้ว”ไวโอเล็ทพูด
ความจริงแล้วทั้งผมกับไวโอเล็ทคิดที่จะถอนตัวจากดันเจี้ยนแห่งนั้น ัดินเองก็สมควรมองข้ามไปได้เพราะพวกเราแค่เข้าไปข้างในแล้วเห็นกองหินพลังเท่าูเาแต่ก็ไม่ได้ฉกฉวยไปแม้แต่น้อย แต่ว่าัดินกลับไม่เลือกที่จะมองข้ามแล้วยังนำพาผมกับไวโอเล็ทเข้าไปในสถานที่ของมันอีก ผลสรุปมันก็ไม่ต่างจากที่มันยกกองูเาหินพลังให้กับผมกับไวโอเล็ทแบบฟรีๆ
“เ้านั่นน่ะเย่อหยิ่งจะตายไปมันไม่สนด้วยว่าใครจะทำอะไรยังไงมันสนใจแค่ความเพลิดเพลินของตัวเองเท่านั้น ดีแล้วที่พวกเธอสอนบทเรียนให้มันเสียบ้างจะได้ไม่หลงระเริงไปอีก”
วิหคั์เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ก็ได้พูดต่อ “จริงสิ พวกเธอเข้าไปดันเจี้ยนแห่งนั้นแล้วสินะ แล้วเป็ยังไง… อืม ฉันไม่น่าถามเลยพวกเธอไม่น่าจะพิชิตได้หรอก จริงอยู่ที่ดันเจี้ยนแห่งนั้นต่อให้เลเวล 1 เข้าไปก็พิชิตได้แต่ว่ามันยากตรงที่ไม่มีใครเอาชนะตัณหาราคะของตัวเองไปได้นี่สิ ทุกรายที่เข้าไปล้วนไม่อาจพิชิตดันเจี้ยนได้”
ผมกับไวโอเล็ทอมยิ้มกันทั้งคู่ พอวิหคั์เห็นท่าทีที่ดูมั่นใจของผมกับไวโอเล็ทแล้วเขาก็เข้าใจอะไรขึ้นมาทันที
“หืม ไม่จริงน่า บอกทีว่าไม่จริงพวกเธอพิชิตมันได้จริงๆเหรอ”
“แน่นอนสิครับแม้ว่า เอ่อ…” ผมพูดยังไม่ทันจบก็ไม่อยากพูดต่ออีก พอนึกไปถึงบททดสอบแล้วมันก็ดูเขินๆเหมือนกัน อีกอย่างผมก็ยังได้แลกจูบกับไวโอเล็ทถ้ามันเป็แค่จูบธรรมดาก็ว่าไปอย่างพวกเราจูบกันไม่ต่างจากคนรักดื่มด่ำจนเกือบถอนตัวไม่ขึ้นหากว่าไวโอเล็ทไม่หยุดเอาไว้พวกเราคงทำมากไปกว่านี้แน่ๆ
ไวโอเล็ทเองก็ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาเหมือนกัน เมื่อคิดถึงสถานการณ์แบบนั้นอีก จนทำให้ตอนนี้เธอหวนนึกถึงความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือนไปได้กับผมที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ดื่มด่ำไปกับมัน มันเป็ความรู้สึกที่แสนวิเศษจนเธอลืมมันไม่ลง บางทีแล้วมันอาจลืมไม่ได้ไปชั่วชีวิตเลยด้วยซ้ำไป
“ฉันก็พอเข้าใจได้ถ้าเกิดเื่แบบนั้นขึ้นแต่ว่าพวกเธอไม่ร่วมรักกันนี่ฉันแปลกใจแทนแต่ก็เอาเถอะในเมื่อพิชิตได้สถานะของพวกเธอก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป เพื่อเป็การยืนยันฉันของดูปีกนั่นหน่อยได้ไหม”
ผมกับไวโอเล็ทเอาปีกแห่งราชินีวิหคออกมา วิหคั์ที่เห็นก็พยักหน้าทันที
“นับแต่นี้ไปพวกเธอก็เปรียบเสมือนมิตรสหายของพวกเราเผ่าวิหค และเป็พันธมิตรที่แน่นแฟ้นของพวกเรา”
“ไม่ใช่ว่ามันต้องหลอมรวมก่อนหรอกเหรอ”
“ใช่ จริงอยู่ที่ต้องหลอมรวมก่อนแต่ว่าปีกนั่นจะได้จากการพิชิตดันเจี้ยนเท่านั้นและมันจะเป็ของผู้พิชิตจวบจนผู้ที่ได้มาจากการพิชิตตายไปและมันก็จะหายไปกับผู้ด้วย”
ผมตกตะลึงั้แ่ได้มันมาแล้ว ประโยชน์ของมันทำให้ผมต้องยอมรับจริงๆแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากต่อให้คนอื่นแย่งมันไปจากผมก็ไม่มีทางใช้งานมันได้ต่อให้เงื่อนไขหลักครบถ้วนก็ตาม
“ฮิฮิ แบบนี้มันก็ใช้ทำเงินได้น่ะสิ”
“นี่อย่าบอกนะว่านายจะเอามันไปขาย”
“แน่นอน อีกอย่างไม่ใช่ขายธรรมดาแต่เอาไปประมูลด้วย”
แม้แต่วิหคั์ที่ได้ยินยังตกตะลึงถึงกับสำลักน้ำชาออกมา
“ท่านอย่าถือสาผมเลยจะดีกว่า ยังไงมันก็เป็แค่ของแสดงอำนาจที่ได้มามันไม่ส่งผลถึงชื่อเสียงของพวกท่านเผ่าวิหคหรอก”
วิหคั์ไม่มีคำพูดใดๆให้กับผมเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมัดินถึงได้ถูกโกยของไปต่อหน้าต่อตาได้
……….