อวี้หลันเมื่อไล่บุรุษทั้งสองออกไปได้แล้วจึงได้กลับมามองหยกที่บิดามอบให้นางอีกครั้งสายตาทอดยาวไร้จุดหมาย หวนนึกถึงตอนที่มารดายังอยู่ก่อนนอนทุกครั้งนางมักจะหยิบใบเฟิ่งใบนั้นออกมามองอย่างโหยหาและเชื่อมั่นว่าบุรุษผู้เป็ที่รักนั้นจะต้องกลับมา ส่วนตัวนางเองเพื่อตามหาบิดาแล้วเส้นชีวิตก็เกือบขาดอยู่หลายคราพลันจะได้พบก็ง่ายเพียงขยิบตา
“ท่านแม่ข้าจะให้ท่านพ่อกลับบ้านเราได้อย่างไร” อวี้หลันเงยหน้าขึ้นทั้งหลับตาลงอย่างเหนื่อยใจกับสิ่งที่มารดา้าให้นางทำเมื่อบิดานั้นไม่ใช่เพียงคนธรรมดา
ในความสงบที่มีได้ไม่นานอวี้หลันก็ต้องลืมตาขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงร้องอย่างเ็ปจากด้านนอกกระโจม ความอยากรู้อยากเห็นที่ห้ามไม่ได้ก็ทำให้สองขาลุกเดินออกไปดูอย่างท่วงที
“ฝูเหนียง” อวี้หลันเอ่ยขึ้นอย่างใทั้งไม่แน่ใจว่าใช่นางหรือไม่
ฝูเหนียงที่กำลังถูกแส้เฆี่ยนตีนอนทรมานอยู่บนพื้นแต่กลับไม่ร้องขอความเมตตาจากผู้ที่กระทำนางสักนิดสายตามองมาตรงหน้าก็เอ่ยขึ้นอย่างคุ้นชิน
“อวี้หลัน”
เมื่อได้ยินนางเรียกชื่อออกมาก็ทำให้แน่ใจแล้วว่าเป็หญิงวัยกลางคนที่นางตามหาไม่ผิดแน่ อวี้หลันรีบวิ่งไปฉุดรั้งมือของใต้เท้าลู่ที่ลงแส้ฝูเหนียงอย่างอำมหิตจนเนื้อตัวนางแตกลายไปหมด
“นี่แม่นางหลินเื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่านอย่ายุ่ง”
“ใต้เท้าลู่นางทำอะไรผิดงั้นหรือ ขอท่านโปรดระงับความโกรธก่อนเถอะ”
“เ้านี่น่ารำคาญเสียจริง ถอยออกไป” กล่าวเสร็จก็สะบัดแขนที่นางจับไว้ออก
อวี้หลันที่ถูกสะบัดด้วยแรงของบุรุษร่างใหญ่ก็กระเด็นออกไปจนศีรษะกระแทกเข้ากับกองฝืนที่อยู่ไม่ห่างอย่างแรงจนมีเืไหลซิบออกมา แม้รู้สึกมึนที่ศีรษะกระแทกแต่นางก็ไม่ได้ยอมแพ้เอาตัวเข้าโอบกอดฝูเหนียงใช้ร่างกายเป็กำบังให้ผู้มีพระคุณ
ใต้เท้าลู่หยุดมือที่กำลังลงแส้อย่างโมโหไม่ทันจึงได้เผลอลงแส้ที่ตัวของอวี้หลันอย่างจังไปหนึ่งที หยาง อู๋เสินที่กำลังนำขนมมาให้อวี้หลันได้ลองชิมเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งมาผลักใต้เท้าลู่ให้ออกห่าง
“นี่ท่านบ้าไปแล้วหรือ” เขาเอ่ยออกมาอย่างโมโหก่อนหันไปพยุงอวี้หลันลุกขึ้นมา
เสียงดังเอะอะนั้นทำให้คนอื่นๆ ได้มุงเข้ามาสุดท้ายเื่นี้จึงได้ถึงหูฮ่องเต้ว่าท่านหญิงที่เพิ่งแต่งตั้งถูกใต้เท้าลู่ลงแส้อย่างแรง ใต้เท้าลู่ที่ถูกฮ่องเต้เรียกพบโดยด่วนก็รู้ได้ว่าต้องโดนตำหนิเป็แน่ในตอนแรกก็แค่เคลือบแคลงในตัวอวี้หลันแต่ตอนนี้กลายเป็ไม่ชอบหน้าที่นางนั้นทำให้เขาต้องเดือดร้อน
“อวี้หลันเป็อย่างไรบ้าง” หยาง อู๋เสินรีบเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าอวี้หลันนั้นตัวสั่นเทาด้วยความปวด
“ข้าไม่เป็ไรคุณชายท่านช่วยตามหมอให้มาดูฝูเหนียงที” อวี้หลันเอ่ยขอร้องเขา
หยาง อู๋เสินที่ไม่รู้ว่าฝูเหนียงผู้นี้เป็ใครก็แปลกใจที่นางดูห่วงใยเพียงนั้นแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามเพียงรีบให้คนไปตามหมอมาส่วนเขาก็ช่วยนางพยุงฝูเหนียงที่ไร้เรี่ยวแรงเข้าไปยังในกระโจม
ฟงอี้ที่พึ่งทราบข่าวพร้อมฮ่องเต้จึงขออนุญาตฝ่าาเรียกหมอหลวงเพื่อไปดูอาการนางแล้วรีบเดินออกจากลานมาเพื่อไปหานางที่กระโจมโดยเร็ว
“อวี้หลันหมอหลวงมาแล้ว” ฟงอี้เดินเข้ากระโจมอย่างร้อนใจ
“ข้าไม่เป็ไร” นางกล่าวต่อฟงอี้ก่อนหันไปกล่าวต่อหมอหลวง
“ท่านหมอได้โปรดดูอาการให้นางก่อนข้าเองเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
หมอหลวงลังเลที่จะรักษาฝูเหนียงเพราะนางนั้นเป็เพียงทาสคนหนึ่งเพราะนั้นจะเท่ากับิ่เกียรติหมอหลวงของเขา
“เป็อะไรไปทำไมไม่รักษานางสักที”
“แม่นางข้าเป็หมอหลวงนะ จะให้รักษาทาสคนหนึ่งได้อย่างไร” หมอหลวงเอ่ยด้วยใบหน้าไม่อยากทำ
“แต่ท่านเป็หมอนะเ้าคะ คนเจ็บขนาดนี้จะไม่รักษางั้นหรือ” อวี้หลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่โกรธอย่างเห็นได้ชัด
ฟงอี้รีบเข้าจับไหลให้นางเย็นลงก่อนเอ่ยต่อหมอหลวงด้วยร้องขอครึ่งหนึ่งบังคับครึ่งหนึ่ง
“หมอหลวงก็คือหมอคนเจ็บหากไม่รักษาท่านไม่กลัวฮ่องเต้กริ้วหรือ ฝูเหนียงผู้นี้เป็ถึงผู้มีพระคุณของท่านหญิงเจียหนิงเชียวนะ หากยังชักช้าอยู่อีกอย่าหาว่าข้าไม่เตือนท่าน”
หมอหลวงเมื่อได้รู้ว่าทาสหญิงผู้นี้เป็ผู้มีพระคุณของท่านหญิงก็รีบรักษาอย่างรวดเร็วด้วยเกรงว่าท่านหญิงนั้นจะไม่พอใจ เพราะใครต่างก็พูดกันว่าท่านหญิงผู้นี้เป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้เป็อย่างมาก
หลังจากดูอาการของฝูเหนียงอยู่นานหมอหลวงก็ได้จัดเทียบยาให้คนไปจัดการทั้งรักษาแผลภายนอกให้แล้วอย่างดี
“ท่านหญิงทาสหญิงผู้นี้ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว เพียงแต่ร่างกายนางอ่อนแอมากจึงอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานสักหน่อยขอรับ”
“ขอบคุณท่านหมอ” อวี้หลันกล่าวเพียงสั้นๆ ทั้งรีบรุดเข้าไปดูฝูเหนียงโดยลืมไปว่าตัวเองนั้นก็ได้แผลเช่นกัน
“อวี้หลันเ้าให้ท่านหมอดูแผลให้เ้าก่อนเถอะ” หยาง อู๋เสินเดินมาจับที่แขนนางเบาๆ
“ไปเถอะข้าจะให้คนมาดูแลฝูเหนียงระหว่างเ้าไม่อยู่เอง” ฟงอี้กล่าวเสริมให้นางยินยอมลุกขึ้น
อวี้หลันเมื่อเห็นว่าทั้งสองต่างร้องขอ ทั้งตนเองอยู่ต่อก็ไม่ได้ช่วยอะไรจึงยอมไปแต่โดยดี
หลังจากที่ทำแผลบนตัวจนเสร็จเรียบร้อยอวี้หลันก็กลับมานั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่างเพื่อเฝ้าดูแลฝูเหนียง ระยะเวลาหนึ่งเดือนที่กลางทะเลทรายนั้นไม่ง่ายสำหรับนางเลยหากไม่มีฝูเหนียงที่ช่วยเหลือนางเองคงได้ตายอย่างเดียวดายไปแล้ว
อวี้หลันเอื้อมจับมือของหญิงวัยกลางคนขึ้นมาแล้วใช้ใบหน้าซบลงอย่างห่วงใย
“ฝูเหนียงผู้นี้เป็ใครกันแน่” หยาง อู๋เสินพึมพำออกมาอย่างอยากรู้
“ตามข้ามา ให้นางอยู่ลำพังเถอะ” ฟงอี้สะกิดเรียกให้เขาเดินตามออกมา
“เ้ารู้งั้นใช่มั้ยว่าฝูเหนียงเป็ใคร” หยาง อู๋เสินถามขึ้นอย่างจริงจัง
ฟงอี้ที่ได้เห็นว่าเขานั้นอยากรู้จริงๆ จึงได้เล่าเื่ทั้งหมดของอวี้หลันและฝูเหนียงให้ได้เข้าใจ หยาง อู๋เสินเมื่อรู้เช่นนั้นจึงได้เอ่ยออกมาอย่างเวทนาและโทษตัวเอง
“เป็ข้าที่ดูแลนางไม่ดีเอง นางได้พบฝูเหนียงผู้นี้คงคล้ายได้พบมารดาอีกครั้ง”
“นางขอร้องให้ข้าตามหาฝูเหนียงอยู่นานจนตัดใจคิดว่าวายชีพไปแล้ว ใครจะรู้ว่าฟ้าจะส่งทั้งสองให้ได้กลับมาพบกันอีก”
เวลาผ่านไปได้ไม่นานนายทหารนายหนึ่งได้เดินมาเอ่ยเรียกอวี้หลันที่หน้ากระโจม
“ท่านหญิงเจียหนิงขอรับฝ่าาทรงเรียกพบขอรับ”
“รู้แล้ว” อวี้หลันเมื่อเห็นว่าเป็ฮ่องเต้เรียกหาจึงไม่อยากขัดบัญชาแม้เป็บิดาแต่ฐานะนี้ผู้อื่นไม่ได้ล่วงรู้
ทันทีที่อวี้หลันก้าวเท้าเข้าลานมาใต้เท้าลู่ก็มีท่าทางร้อนรนให้อวี้หลันนั้นได้ช่วยแก้ต่างกลับตน
“แม่นาง…ท่านหญิงเจียหนิงทูลฝ่าาสิว่าข้าไม่ได้ตั้งใจเฆี่ยนตีหรือลงแส้ท่าน นั้นเป็อุบัติเหตุจริงๆ”
อวี้หลันมองหน้าใต้เท้าลู่ก่อนเห็นว่าพระสนมเจียงส่งสายตาให้นางเพื่อกล่าวโทษใต้เท้าลู่
“ฝ่าาใต้เท้าลู่ไม่ได้ตั้งใจทั้งเป็หม่อมชั้นเองที่ล่วงเกินเพคะ”
“เ้าล่วงเกินใต้เท้าลู่งั้นหรือ” ฮ่องเต้เอ่ยเพื่อให้นางนั้นได้อธิบาย
“เพคะ ทาสหญิงที่ใต้เท้าลู่ได้ลงโทษนั้นเป็ผู้มีพระคุณคนหนึ่งของหม่อมชั้นเพคะ เห็นนางถูกทารุณเช่นนั้นจึงทนไม่ได้เลยเอาตัวเข้าขวางเพคะ”
ฮ่องเต้พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ทั้งกล่าวต่ออวี้หลัน
“ตกลงเ้ามีผู้มีพระคุณกี่คนกันแน่”
อวี้หลันเมื่อได้ยินฮ่องเต้กล่าวทีเล่นทีจริงเช่นนั้นจึงได้แต่ฝืนยิ้มออกมาเล็กๆ เท่านั้น
“เอาล่ะในเมื่อนางกล่าวเช่นนี้ทั้งไม่คิดเอาความเช่นนั้นเื่นี้ก็แล้วกันไปเถอะ”
“ฝ่าาเพคะหม่อมชั้นมีเื่ทูลขอเพคะ”
ฮ่องเต้ทันทีที่ได้ยินว่านางนั้น้าร้องขอบางอย่างก็รู้สึกแปลกใจ แล้วจึงยกมือทำท่าให้นางเอ่ยขึ้น
“หม่อมชั้นอยากขอทาสหญิงคนนั้นจากใต้เท้าลู่เพคะ”
“ใต้เท้าลู่” ฮ่องเต้เอ่ยนามให้เขาได้ตอบ
“กระหม่อมไม่ขัดข้องพ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่ใต้เท้าลู่กล่าวเสร็จอวี้หลันรีบขอพระทัยฝ่าาทั้งหันไปขอบคุณเขาทันที
ภายในคืนเดียวกันนั้นฝูเหนียงก็ได้ตื่นขึ้นทั่วร่างเจ็บระบมไปหมด เห็นอวี้หลันนั่งเฝ้าไม่ห่างทั้งรู้สึกขอบคุณและเอ็นดูนางที่ดูแลตนดีเพียงนี้ หลังจากพักรักษาตัวจนหายดีฝูเหนียงคิดกลับไปยังทะเลทรายที่ตัวเองจากมาแต่อวี้หลันได้เอ่ยขอให้นางอยู่ต่อกับตน ในตอนแรกฝูเหนียงไม่คิดอยู่ต่อจริงๆ แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าของฮ่องเต้ทั้งได้รู้ความจริงจากอวี้หลันเื่บิดานางได้ฟังแล้วจึงตัดสินใจอยู่ต่อ ในเวลาที่ไม่มีคนเห็นสายตาของฝูเหนียงที่มีต่อฮ่องเต้นั้นยากคาดเดาว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ฟงอี้กลับสังเกตได้ถึงความไม่ชอบมาพากลจึงเริ่มสืบเื่นี้ขึ้นอย่างลับๆ ไม่ได้บอกแม้แต่อวี้หลันเอง