เมืองเมอร์เนียเมืองหลวงของเขตปกครองดยุคฮอว์คค่อยๆเล็กลงทีละนิดอย่างต่อเนื่อง เกือบ7วันที่พวกเขาต้องติดแหง็กกับเมืองแห่งอัญมณีนั่น เรื่องมากมายเกินคาดคิดเกิดขึ้น ณ เมืองแห่งนั้นและหลังจากนี้คงมีมาอีกแน่นอนการเดินทางครั้งนี้ตั้งแต่ต้นนับว่าเสี่ยงตายในระดับที่คาดไม่ถึง ทว่าหลายสิ่งที่ได้กลับมาช่างคุ้นค่ากับราคานั้นโดยแท้ ไม่นับวัตถุสิ่งของอย่างคทาด้ามใหม่ ก็ยังมีความสัมพันธ์กับลูกครึ่งเยติ-อิฟริท และยังหุ้น30% ของริช&เรคอนถือว่ามีค่ามากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย“เชส”“หืม”เจ้าผมเรือนผมสีดำในสภาพกอดอกก้มหน้าเงยตามเสียงเรียก“ภารกิจรอบนี้เลยจากกำหนดการตั้ง1อาทิตย์ สภาพร่างกายเป็นยังไงบ้างเหนื่อยรึเปล่า”เชสปั้นหน้าแปลกๆ นั่งอยู่ดีๆก็โดนจู่โจมโดยคำพูดเป็นห่วงเป็นใยที่ไม่ค่อยจะมีขะพาร์ทเนอร์เป็นใครก็ต้องสงสัยกันทั้งนั้น“ไม่ยักรู้นะว่าเป็นห่วงกันด้วย” “อย่ามาตลก ที่ถามไม่ได้เป็นห่วงว่าสบายดีไหมแต่เพราะผลการจับคู่มันออกมาแล้วต่างหาก”น้ำเสียงนิ่งเรียบและใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์นั่นไม่คิดจะอธิบายอะไรก่อน รอให้เด็กหนุ่มแสดงกิริยางงงวยออกมาก่อนจึงค่อยกล่าวเสริม“อะไรกันลืมไปแล้วหรอ ก็งานประลองชิงสิทธิ์ไปทัศนศึกษาไง”เชสถึงกันอ้าปากยกกำปั้นทุบฝ่ามือ ในที่สุดก็นึกออก ความทรงจำที่ถูกฝังลึกจนแทบก้นสมองผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว การต่อสู้เป็นตายทำเอาเขาลืมมันไปเสียสนิท“จริงสิ ฉันลงสมัครไปด้วยนี่เนอะ”“การประลองรอบแรกจะเริ่มในอีก3วันให้หลังจากนี้ ยาวไปเรื่อยๆจนถึงวันที่29 เป็นเวลาทั้งหมด7วันเพื่อคัดเลือด32ทีมสุดท้ายไปสู้กันต่อในวันงานก่อตั้งสถาบัน นั่นคือวันที่4 5 และ6 ระหว่างนั้นจะคั่นด้วยงานเลี้ยงผีใหม่และวันหยุดรวมกัน5วัน”“เรื่องนั้นช่างมันเถอะน่า เมื่อกี้บอกว่าผลจับคู่ออกมาแล้วนี่ ฉันเจอใครรอบแรกหรอ”มิเนอร์วาเหนื่อยใจทว่าหญิงสาวชินกับท่าทีไม่ทุกข์ร้อนนี่นานแล้ว เธอมองคริสตัลสื่อสารสักพักก่อนจะตอบคำถาม“มาร์ค สเปนเซอร์ กับ นิค เมคน็อก...คุ้นไหมล่ะ”เชสยกยิ้มพลางพยักไปขึ้นลง“มั่นใจล้านเปอร์เซ็นว่าต้องมีคนในสภารับสินบนในการจับคู่ประลอง”“คิดว่าฉันไม่รู้รึไง”“แต่ก็ยังปล่อยให้ทำ”“ถ้ามันส่งผลดีฉันก็ไม่คิดจะห้ามหรอก กรณีนี้ดีซะอีกนายจะได้บี้แมลงให้ทุกคนประจักษ์ถึงความร้ายกาจของนาย”“ต้องการให้ฉันประกาศศักดาในงานนี้หรอ”“ไม่ช้าก็เร็วทุกคนจะได้รู้ไม่ใช่รึไง”ว่าจบเชสลอบชื่นชมความคิดนี้ ลึกๆแล้วคนพวกนี้ก็สร้างความรำคาญให้เขาไม่ใช่น้อยการทำลายพวกมันต่อหน้าธารกำนัลเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยแม้แต่น้อย‘และยิ่งโชว์ของฉันอลังการมากเท่าไหร่พาร์ทเนอร์อย่างเธอก็จะได้หน้าไปด้วยสินะ ไม่เบาเลย’ขณะนั้นเองเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะนึกบางอย่างได้“จริงสิ ดูให้หน่อยได้ไหมว่าลิเรเรียห้อง1 อยู่สายไหมแล้วฉันต้องชนะกี่คนกว่าจะได้สู้กับเธอ”“หึ เป็นแฟนกันรึไง”“บ้าน่า เร็วๆเถอะ”“ไม่จำเป็น สำหรับคนเก่งๆฉันจำได้หมดนั่นแหละ ลิเรเรีย เนอร์วาส สืบสายเลือดโดยตรงจากผู้กล้ามิเนเรีย...ถ้าอยากสู้กับเธอเร็วๆฉันคงต้องบอกเลยว่าผิดหวังแล้วล่ะเพราะกว่าพวกเธอจะเจอกันก็รอบชิงชนะเลิศในวันสุดท้ายโน่น...ทำไม อยากสู้จนตัวสั่นแล้วหรอ”มิเนอร์วากระตุกยิ้มมองพลังเวทผันผวนรอบตัวเชสที่สั่นไหวไปมาอย่างบ้าคลั่ง“เฝ้ารอเลยล่ะ” เป็นช่วงโพล้เพล้ของอีกวันต่อมารถม้าแล่นตรงไปตามถนนเพื่อส่งผู้โดยสารกลับสู่สถาบันออโรเรีย สมาชิกคณะเดินทางทั้ง6ทยอยลงจากรถม้า เว้นเพียงมาทิลด้าคนเดียวที่แยกทางไปก่อนหน้านี้การทำภารกิจแต่ละครั้งหลังจากจบภารกิจสมาชิกแต่ละคนต้องไปรายงานตัวให้อาจารย์ทราบว่าพวกเขากลับมาแล้วพร้อมรายงานผลของภารกิจว่าสำเร็จหรือไม่ โชคดีที่ประธานนักเรียนอย่างมิเนอร์วาอยู่ในกลุ่มพวกเขาด้วย หญิงสาวอาสาจะเป็นคนไปรายงานตัวเองที่เหลือจึงได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนเชสเดินเอื่อยเฉื่อยไปตามทางเดินของสถาบัน เวลา2อาทิตย์ราวกับ2ปีที่ไม่ได้มาเหยียบที่แห่งนี้ อาคารเรียนอันน่าคิดถึง ความเงียบสงบในขณะที่นักเรียนทุกคนพากันกลับเข้าหอพักกันเกือบหมดแล้วชายวัย40ในร่างเด็กอายุ15เดินอ้อมมาด้านหลังหอพักของตนที่ควรจะเป็นป่าขนาดย่อมๆบัดนี้กลับมีแผ่นป้ายสีเหลืองลากยาวสุดลูกหูลูกตาพร้อมแผ่นบางๆเป็นโดมครอบคลุม ด้านในปรากฏอุปกรณ์หลายอย่างที่กำลังทำงานของมันเพื่อปรับพื้นที่และโค่นต้นไม้บางส่วน ไม่มีคนงานอยู่ด้านในแสดงว่าน่าจะเลิกงานกันไปหมดแล้วเชสรับรู้ได้ทันทีว่ามันคือเวทมนตร์ประเภทเขตแดนประเภทปิดกั้นเสียงเพื่อไม่ให้เสียงดังจากกิจกรรมด้านในเล็ดลอดมาด้านนอก“โรงเรียนนี้พัฒนาขึ้นเยอะพอดูเลยนะ แปบๆก็จะสร้างสนามประลองใหม่แล้ว ว่าไหมพ่อหนุ่ม”เสียงทุ้มต่ำอารมณ์ดีดังมาจากทางด้านหลัง รองเท้าหนังกระแทกพื้นส่งเสียงไพเราะตลอดทาง ชุดสูทสีดำสุภาพรับกับเสื้อเชิ้ตขาวและหมวกทรงสูงบนศีรษะ ในมือมีไม้เท้าสูงราวเมตรกว่าๆตามแบบฉบับของตระกูลผู้ดี ดูแล้วเขาน่าจะยังหนุ่มอายุคงสักประมาณ30ปลายๆ“ไม่รู้หรอกครับ ผมเพิ่งทำภารกิจกลับมา”“อ่าวงั้นหรอ ขออภัยจริงๆเสียมารยาทไปซะแล้ว”ชายปริศนาเดินเข้ามายืนตีคู่กับเชสทำให้เขามองเห็นผมทองกระเซิงภายใต้หมวกนั้นและดวงตาสีขุ่นได้ชัดเจน“คุณไม่ใช่บุคคลากรของโรงเรียนนี่ครับ”“อ๋อ ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันเป็นศิษย์เก่าน่ะพอดีฉันมารับลูกสาวไปทำธุระน่ะ ตอนนี้กำลังรอเธอแต่งตัวอยู่เลยว่าจะมาเดินเล่นฆ่าเวลาสักหน่อย”“ครับ”‘ไม่ได้อยากรู้เฟ้ย จะอธิบายยืดยาวทำไม’เชสเบะปากให้กับคนช่างจ้อคนนี้ ตอนนี้เองไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจิตสังหารพวยพุ่งทะลักออกมาจากชายปริศนา Acceleration ถูกกระตุ้นอย่างฉับพลันพร้อมกับร่างที่โค้งไปด้านหลังหลังไม้เท้าที่ฟาดมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยได้เฉียดฉิวเชสไม่ยอมหยุดเคลื่อนไหว มือช่วยยันพื้นตีลังกากลับหลังเว้นระยะห่างก่อนคว้าคทาออกชี้ตรงไปยังชายปริศนา“ยอดเยี่ยม เดี๋ยวนี้จอมเวทรุ่นใหม่ทำได้ขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย มาตรฐานของโรงเรียนสูงขึ้นทุกวันเลยน้า เผลอๆพวกฉันคงตกกระป๋องแน่”“นี่มันอะไรกัน ช่วยอธิบายมาหน่อยได้ไหมครับ จู่ๆเล่นฟาดอาวุธใส่คนอื่นแบบนี้”“ขอโทษทีนะพอดีฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี เลยอยากมีเรื่องสักหน่อย”เชสแทบจะอ้าปากค้างและโชว์นิ้วกลาง f@ck you ใส่คนๆนี้ มีอย่างที่ไหนรู้สึกอารมณ์ไม่ดีเลยโจมตีใส่คนอื่น สมองผิดปกติรึยังไงตอนนั้นเองบรรยากาศเริ่มคุกรุ่น หากเลี่ยงไม่ได้เขาก็ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันเรียกเลือดจากหัวผู้ชายคนนี้ออกมาผจญโลกสัก2-3หยดแล้วกัน“เชส ท่านพ่อ”น้ำเสียงไร้อารมณ์แต่ไม่เย็นชาอันแสนคุ้นเคยและน่าคิดถึงดังมาจากด้านหลัง เชสเอียงคอหันไปตามเสียง ก็ได้พบกับเด็กสาวอายุรุ่นเดียวกับตนเองผู้มีเรือนผมสีทองและนัยน์ตาสีแดงสดสวยราวกับอัญมณีเด็กสาวในชุดเดสยาวเปิดไหล่ซ้ายสีน้ำเงินสวยพร้อมกับผ้าที่ผูกเป็นดอกไม้บริเวณไหล่รีบเดินเข้ามาหาทั้งสอง“เรเรีย/ลิเรีย”สองหนุ่มเอ่ยเรียกนามของผู้มาใหญ่พร้อมกันก่อนจะหันมามองหน้ากันเอง แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร“ทั้งสองคนทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วทำอะไรกันน่ะ”เชสตั้งใจจะตอบทว่าไม่ทันชายผมทองที่ชิงตอบเสียก่อน“อ๋อ พ่อแค่กำลังคุยกับพ่อหนุ่มคนนี้เรื่องลานประลองใหม่น่ะ...แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกที่สำคัญคือลูกสาวของพ่อวนคืนนี้งดงามมากจริงๆ”ใช่ งดงามจนเชสตกตะลึง ผมยาวสยายไปด้านหลังนั่นกับสร้อยคอสีท้องฟ้าห้อยอยู่รอบคอนั่นอีก“ไปนานจังนะ เชส”หญิงสาวผละจากผู้เป็นพ่อเดินเข้าหาเด็กหนุ่ม“มีหลายอย่างเกิดขึ้นน่ะ กำหนดการเลยล่าช้า”เชสยิ้มทีเล่นทีจริงขณะที่คู่สนทนาหรี่ตาลง“ได้ยินนายจับคู่เป็นพาร์ทเนอร์กับประธานนักเรียนหรอ”“รู้ได้ไง...อ๋อ นิโคลฝอยให้ฟังหรอ”นึกถึงความเป็นไปได้ไม่กี่อย่างในหัวหลันมีหน้าของหนุ่มรูปงามผมทองหยิกผุดขึ้นมา“ทำไมไม่บอกล่ะ”“ค่อนข้างฉุกละหุกน่ะ แต่จะว่าไปเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอไม่ใช่หรอ”ลิเรเรียแข็งค้างไปขณะหนึ่งริมฝีปากชมพูสวยเม้มแน่น กิริยานั้นไม่อาจรอดพ้นจากชายผมทองที่อยู่ใกล้ๆได้“พวกลูกรู้จักกันหรอ”บุคคลที่สามไม่คิดจะทนฟังบทสนทนาอีกต่อไปจึงเข้ามาแทรก ลิเรเรียมีท่าทีลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเอ่ยตอบ“เรา...แค่เคยฝึกด้วยกันค่ะ”“เคยฝึกกับลูกหรอ น่าสนใจ”ชายอารมณ์ที่กำลังอารมณ์เสีย?หรี่ตามองเชสราวกับคุ้นคิดอะไรบางอย่างพร้อมดูเวลา“ไม่อยากขัดจังหวะหรอกนะ แต่ตอนนี้เราสายแล้วกลับมาค่อยคุยเถอะ”เรเรียตอบรับเสียงค่อย ความเศร้าสร้อยอันหายากแฝงไว้กับน้ำเสียงนั้น“เรเรียเธอจะไปไหนหรอ”ผู้ถูกถามนิ่งไปสักพักราวกับทำใจไม่ได้ที่จะตอบ และเป็นชายผมทองที่เอ่ยไขข้อข้องใจ“งานดูตัว”
..........................................................................................พอดีวันนี้เรียนเลิกเย็นแถมประชุมงานกลุ่มต่อเลยช้ามาก ขออภัยคร้าบบบบบบบ