หุยง่วนเสี้ยวเร่งม้าเพิ่มความเร็ว การโจมตีมาถึงอย่างรวดเร็วยิ่งนัก
ความเร็วในการป้องกันของหยางเจาเองก็ไม่ได้ช้า ดาบที่เพิ่งแย่งชิงมาได้ถูกยกขึ้นต้านทานทันที
เคร้ง!
ดาบสองเล่มปะทะกัน ส่งเสียงกังวานใส
ดาบของหุยง่วนเสี้ยวแฝงไว้ด้วยแรงกระแทกจากม้าศึก จึงเกือบจะชนหยางเจาลอยกระเด็นออกไป ทว่าเขากลับตั้งมั่นทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว สายตาเ็าเงยหน้ามองขึ้นไป้า
เมื่อสบกับสายตานี้ ใจของหุยง่วนเสี้ยวพลันเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมา ราวกับตนเองถูกสัตว์ร้ายจ้องมองอยู่อย่างไรอย่างนั้น เขากำลังจะรั้งม้าเว้นระยะห่าง พลันมือที่ถือดาบก็ตึงเกร็ง
เสี้ยววินาทีที่หยางเจายกดาบขึ้นต้านทาน มือซ้ายก็ฉวยโอกาสคว้าจับข้อมือของหุยง่วนเสี้ยวไว้ได้แล้วตวาดเสียงดุดันว่า "ลงมานี่!"
เขาออกแรงกระชากอย่างแรง
ระบบยกระดับขึ้นมาหลายเลเวล พลังเทพแต่กำเนิดได้รับการยกระดับเสริมความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง พละกำลังของหยางเจาสูงส่งเพียงใด แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจประเมินได้ แต่การกระชากหุยง่วนเสี้ยวตกจากหลังม้านั้น ไร้ปัญหาโดยสิ้นเชิง
ตุบ!
หุยง่วนเสี้ยวถูกกระชากร่วงลงพื้นอย่างหมดสภาพ พร้อมส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป เขากัดฟันทนความเ็ปะโลุกขึ้นคิดจะหลบหนี แต่กลับเห็นประกายแสงเ็าพุ่งตรงเข้าหาลำคอของตน
มันคือคมดาบที่สะท้อนแสงอาทิตย์!
หยางเจาตวัดดาบฟันใส่ลำคอของเขา!
"ไม่...!"
หุยง่วนเสี้ยวร้องะโด้วยความตื่นตระหนก เสียงเพิ่งจะออกจากปาก ศีรษะก็ถูกหยางเจาฟันสะบั้นขาดกระเด็นเสียแล้ว
[สังหารศัตรู 1 ราย ค่าประสบการณ์ +25,000]
[ระบบยกระดับขึ้นเป็ lv35]
[ได้รับทักษะใหม่ : วิชากระบี่ (ยังไม่เริ่มต้น)]
จากนั้นหน้าต่างสถานะก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
[โฮสต์] : หยางเจา
[ระดับ] : lv35 (48/35,000)
[ทักษะ] : วิชาดาบ (ระดับชำนาญ ขั้นสูง), วิชาธนู (ระดับชำนาญ), วิชาหอก (ระดับชำนาญ ขั้นกลาง), วิชาขี่ม้า (ระดับเริ่มต้น ขั้นต้น), วิชากระบี่ (ยังไม่เริ่มต้น)
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร] : 15
'เ้าหมอนี่... มีค่าประสบการณ์ตั้งสองหมื่นกว่า!'
หยางเจาตกตะลึง!
ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
ดูท่าคนผู้นี้คงจะเป็นายทหารยศไม่ต่ำในกองทัพโพกผ้าเหลือง ถึงได้ช่วยให้ตนเองยกระดับขึ้นทีเดียวสิบห้าเลเวล มอบค่าประสบการณ์ให้อย่างงดงาม
ทว่าเมื่อระดับของระบบเกินเลเวลยี่สิบ ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการอัปเลเวลก็ยิ่งมากขึ้น ตอนเลเวลยี่สิบ ้าค่าประสบการณ์เพียงสองร้อย แต่พอถึงเลเวลสามสิบห้า ค่าประสบการณ์พุ่งสูงขึ้นไปถึงสามหมื่นห้าพันแล้ว
"หากคิดจะเก่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ต้องสังหารทหารศัตรูเพิ่มอีกหลายคน"
"เพิ่มทักษะละห้าแต้ม"
หยางเจาสั่งการในใจ
[เพิ่มแต้มสำเร็จ : วิชาดาบ (ระดับเชี่ยวชาญ สามารถทะลุขีดจำกัดได้), วิชาธนู (ระดับเชี่ยวชาญ ขั้นต้น), วิชาหอก (ระดับเชี่ยวชาญ ขั้นสูง), วิชาขี่ม้า (ระดับชำนาญ ขั้นกลาง), วิชากระบี่ (ระดับชำนาญ)]
ทักษะหนึ่ง เมื่อถึงขีดจำกัดของระดับเชี่ยวชาญ ยังสามารถทะลุขีดจำกัดไปสู่ระดับที่สูงกว่าได้อีกหรือ?
หยางเจามองหน้าต่างสถานะเป็ครั้งสุดท้าย ตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งศึกษาวิธีการทะลุขีดจำกัด ทำภารกิจลอบสังหารของวันนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนค่อยว่ากัน จากนั้นเขาปิดหน้าต่างสถานะลง กวาดสายตามองไปรอบข้าง
ฟางรุ่ยยังคงมีชีวิตอยู่ ส่วนลูกน้องเหลือเพียงสามสิบเอ็ดคนที่ยืนหยัดต้านทานการบุกโจมตีของทหารโพกผ้าเหลืองต่อไป ในขณะที่ทหารโพกผ้าเหลืองสองร้อยกว่านายในตอนแรก ยามนี้เหลือเพียงร้อยกว่านายเท่านั้น
ทหารสี่ร้อยห้าสิบนายที่ซุ่มโจมตี ยามนี้เหลือเพียงสองร้อยกว่านาย ซึ่งไม่อาจต้านทานทหารโพกผ้าเหลืองที่มาดับไฟได้อีกต่อไป และคนพวกนั้นกำลังมุ่งหน้ามาทางหยางเจา
ทหารโพกผ้าเหลืองที่มาดับไฟถูกสังหารไปครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือเมื่อเห็นเตียวเหลียงถูกไล่ล่า ก็จำต้องละทิ้งการดับไฟ แล้วเร่งรีบมาช่วยชีวิต
เมื่อเตียวเหลียงเห็นหุยง่วนเสี้ยวสิ้นชีพในการศึกก็โกรธแค้นจนผมชี้ตั้ง ทว่าเขาไม่กล้าปะทะกับหยางเจาโดยตรง จึงรีบเปลี่ยนทิศทาง ควบม้าหนีไปทางหวังตู้ที่กำลังบุกตีเมืองเพื่อขอความช่วยเหลือทันที
"ฟางรุ่ย เ้าไปรวมตัวกับคนอื่น ๆ ต้านทานไว้ชั่วครู่ รอข้ากลับมา แล้วจะนำพวกเ้าบุกตีฝ่าวงล้อมออกไป!"
หยางเจาหันกลับมาตวาดเสียงดัง สายตาจับจ้องไปที่ม้าศึกของหุยง่วนเสี้ยว พลิกตัวขึ้นควบม้า พุ่งไล่ตามสังหารเตียวเหลียงทันที
ยกระดับขึ้นทีเดียวสิบห้าเลเวล ความเหน็ดเหนื่อยบนร่างหายไปหมดแล้ว
หากเป็ก่อนอัปเลเวล หยางเจาจำเป็ต้องให้พวกฟางรุ่ยช่วยสนับสนุน ถึงจะกล้าไล่ตามสังหารเตียวเหลียง
แต่หลังจากยกระดับเลเวลและเพิ่มแต้มทักษะแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาก็ก้าวะโขึ้นอย่างมาก ตอนนี้เขาสามารถบุกตะลุยเข้าสู่ทัพศัตรูเพียงลำพังได้อย่างไร้แรงกดดัน ไม่รู้เลยว่าหากเทียบกับลิโป้แล้ว ตนเองในตอนนี้ยังคงห่างชั้นอีกไกลเพียงใด
วิชาขี่ม้าที่เพิ่งเพิ่มแต้มไปสำแดงผลออกมาทันที เขาควบม้าไล่กวดเข้าใกล้ด้านหลังของเตียวเหลียงอย่างรวดเร็ว ทหารม้าฝ่ายศัตรูสองสามนายพุ่งออกมาหมายจะเข้าขัดขวาง แต่กลับถูกหยางเจาตวัดดาบฟันตกม้าไปสองนาย
"รีบไปช่วยท่านเหรินกงเจียงจวินเร็วเข้า!"
หวังตู้ซึ่งกำลังบุกตีเมืองอยู่ ในที่สุดก็สังเกตเห็นสถานการณ์ทางด้านนี้ สีหน้าของเขาพลันถอดสีด้วยความใ ก่อนจะนำกำลังคนหลายร้อยนายพุ่งเข้าใส่หยางเจา ตัวเขาเองพลิกตัวขึ้นควบม้า ในมือถือหอกยาวเล่มหนึ่ง พุ่งทะยานตรงเข้าหาหยางเจาหมายจะสังหารให้สิ้นซาก
ทหารที่ขวางทางถูกหยางเจาบุกทะลวงฝ่าออกมาได้ในพริบตา เมื่อปะทะเข้ากับหอกยาวของหวังตู้ หยางเจาใช้ดาบยกขึ้นต้านทานปลายหอกเอาไว้ แล้วงัดด้ามดาบขึ้น้า ทำลายท่าหอกของหวังตู้จนไร้ความคุกคามในทันที
หวังตู้นึกไม่ถึงเลยว่าจวินโฮ่วผู้นี้จะมีพละกำลังมหาศาลถึงเพียงนี้ หอกในมือแทบจะหลุดลอยไป เขาเร่งผนึกกำลังกดหอกยาวลงหมายจะตอบโต้ ทว่าก็ช้าไปก้าวหนึ่งเสียแล้ว
เห็นเพียงเงาดาบสายหนึ่งตวัดผ่านเข้ามา ตรงเข้าหาศีรษะของตนเอง!
ฉัวะ!
เงาดาบพาดผ่าน...
หวังตู้รู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ สองมือปล่อยหอกยาว กุมลำคอไว้ แต่ไม่อาจกุมเืสดที่พุ่งกระฉูดออกมาตามซอกนิ้วมือได้
[สังหารศัตรู 1 ราย ค่าประสบการณ์ +50,000]
[ระบบยกระดับขึ้นเป็ lv36]
หวังตู้เพียงคนเดียวให้ค่าประสบการณ์สูงถึงห้าหมื่นแต้ม มากกว่าหุยง่วนเสี้ยวที่เขาเพิ่งสังหารไปเมื่อครู่เสียอีก แต่กลับทำให้หยางเจาเพิ่มขึ้นมาได้เพียงเลเวลเดียวเท่านั้น ยิ่งเลเวลสูงขึ้น การอัปเลเวลก็ยิ่งยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแท้จริง
หยางเจาคว้าเอาหอกยาวของหวังตู้มาไว้ในมือ ส่วนดาบเดิมในมือถูกสะบัดเก็บไว้ข้างกาย สำหรับเขาแล้ว การเข่นฆ่าสังหารศัตรูบนหลังม้า อย่างไรเสียการใช้หอกก็ทรงประสิทธิภาพกว่าดาบ ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ยาวกว่าหนึ่งนิ้ว ย่อมได้เปรียบกว่าหนึ่งนิ้ว’!
ทันทีที่ได้หอกมา หยางเจาก็เหวี่ยงออกไปสุดแรง ฟาดฟันทหารโพกผ้าเหลืองที่พยายามบุกเข้าประชิดจนกระเด็นถอยร่นไป จากนั้นจึงเร่งม้าพุ่งทะยานเข้าหาเตียวเหลียงเพื่อสังหารต่อในทันที!
"ท่านแม่ทัพหวัง!"
เตียวเหลียงเห็นหวังตู้ถูกสังหารไปอีกคนก็แผดเสียงร้องด้วยความใ เมื่อเห็นว่าหยางเจาไม่มีท่าทีจะละเว้นตนเลยแม้แต่น้อย ก็ะโอย่างลนลานว่า "มานี่! พวกเ้ารีบมาปกป้องข้าเร็ว!"
ในกองทัพฏโพกผ้าเหลืองเองก็มีทหารม้าอยู่บ้าง แต่มีจำนวนไม่มากนัก ไม่เกินร้อยนาย เพราะในยามาเช่นนี้ ม้าศึกนับเป็สิ่งหายากยิ่ง ทหารม้าโพกผ้าเหลืองหลายสิบนายจึงรีบพุ่งเข้ามาขวางหน้าหยางเจาไว้
เมื่อเทียบชีวิตตนเองกับการตีเมืองเยี่ยเฉิงให้แตก เตียวเหลียงรู้สึกว่าชีวิตของตนสำคัญกว่าเป็ไหน ๆ ตอนนี้เขาไม่สนใจเื่การบุกตีเมืองเยี่ยเฉิงอีกต่อไปแล้ว รีบหันหัวม้าหลบหนีไปทางจางหนิวเจี่ยวทันที
หอกในมือหยางเจาพุ่งทะยานดุจั แทงทะลวงทหารม้าศัตรูดับดิ้นในพริบตา จากนั้นจึงเร่งม้ากวดตามเตียวเหลียงไปติด ๆ
ทางด้านหลัง การที่หุยง่วนเสี้ยวและหวังตู้สิ้นชีพในการศึกพร้อม ๆ กัน เป็ภาพที่ทหารโพกผ้าเหลืองจำนวนมากต่างได้เห็นกับตาตนเอง ยามที่แม่ทัพสิ้นชีพ แม้แต่แม่ทัพใหญ่อย่างเตียวเหลียงยังหลบหนีอย่างหมดรูป ศูนย์รวมจิตใจของกองทัพพลันพังทลายลงในทันใด ทหารโพกผ้าเหลืองส่วนใหญ่เริ่มเกิดความระส่ำระสาย ขวัญกำลังใจทหารเสียสิ้นไร้ชิ้นดี
พวกฟางรุ่ยไม่ต้องรอให้หยางเจากลับมา ก็พบโอกาสบุกตีฝ่าวงล้อมจนสลัดหลุดจากศัตรูได้ ประจวบเหมาะกับได้เห็นหยางเจาลุยเดี่ยวเข้าสู่ทัพศัตรู และสังหารแม่ทัพศัตรูติดต่อกันถึงสองนาย ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
"แต่ก่อนท่านจวินโฮ่วเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาจริงหรือ?" ทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
แม้แต่ฟางรุ่ยเองก็ตกตะลึง! ความแข็งแกร่งของท่านจวินโฮ่ว ดูเหมือนจะเก่งกาจเหนือกว่าท่านตูเว่ยเสียอีก!
"พวกเราเร่งตามไป ไปช่วยท่านจวินโฮ่วกัน!"
ฟางรุ่ยได้สติเป็คนแรก เขายกดาบหัวแหวนขึ้นแล้วควบม้าตามหลังหยางเจาไป ทหารที่เหลืออยู่อีกสองร้อยกว่านายต่างไม่เกรงกลัวความตาย พากันควบม้ากวดตามไปติด ๆ
เตียวเหลียงยามนี้ไร้ซึ่งทางหลบหนี!
วิชาขี่ม้าที่ยกระดับขึ้นสู่ระดับชำนาญการ ช่วยเพิ่มความเชี่ยวชาญให้แก่หยางเจาเป็อย่างมาก ความเร็วในการควบม้าเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด เพียงครู่เดียวเขาก็ควบม้าไล่กวดทันเตียวเหลียง ปลายหอกยาวแทงทหารม้าที่คุ้มกันข้างกายเตียวเหลียงตายตกไปหลายนาย
ปลายหอกสั่นสะท้านพร้อมจิตสังหารที่ลุกโชน!
หอกเดียว... แทงตรงเข้าหาเตียวเหลียง!