ในขณะที่กำลังนั่งดื่มชาอู่หลงกลิ่นหอมจางๆ อยู่ตรงระเบียงด้านตะวันออกของเรือนหลัก พลันสายตาของ ซ่งเฟยเหรินก็เหลือบไปเห็นรถยนต์หรูสีดำมันวาวขับเคลื่อนเข้ามาจอดอย่างเงียบเชียบบริเวณลานหินหน้าบ้านเสียงเครื่องยนต์ดับลงอย่างเรียบร้อยราวกับเ้าของรถให้ความเคารพกับความเงียบของบ้านหลังนี้
เธอยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปากแต่แววตายังไม่ละจากรถคันนั้น ความแปลกใจฉายชัดอยู่บนใบหน้า
“ใครมางั้นเหรอ”เธอหันไปถามสาวใช้ที่ยืนอยู่ไม่ห่าง น้ำเสียงผสมความสงสัย
สาวใช้ก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนตอบอย่างนอบน้อม
“เห็นว่าเป็แขกของท่านผู้บัญชาการค่ะคุณนาย…เป็ชาวต่างชาติค่ะคุณนาย”
ซ่งเฟยเหรินหรี่ตาเล็กน้อยพลางวางถ้วยชาลงเบา ๆ บนโต๊ะไม้สัก ก่อนจะเบือนสายตากลับไปที่รถคันนั้น
ประตูรถเปิดออก…และชายหนุ่มชาวต่างชาติร่างสูงสง่างามก็ก้าวลงมาอย่างมั่นใจเขาสวมสูทเรียบหรูไร้รอยยับ สีเข้มตัดกับผิวขาวจัดราวกับหิมะดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งทอดมองไปรอบบริเวณอย่างสำรวจ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เธอ
ซ่งเฟยเหรินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเขาหันมาสบตากับเธอโดยตรง
เขายิ้มให้กับเธออย่างคุ้นเคย รอยยิ้มอ่อนโยนแต่ไม่จืดชืดทว่าแฝงความมั่นใจในตัวเองสูง เธอััได้ถึงบางอย่างในแววตาเขา…ความรู้สึกราวกับว่าเขารู้จักเธอมากกว่าที่ควรจะเป็
เธอรีบหันหน้าหนีทันทีราวกับถูกจับได้ว่ามองนานเกินควร
“ไม่เหมาะสม…” เธอเตือนตัวเองในใจกิริยาท่าทางอีกทั้งรอยยิ้มนั่นของเขาชวนให้รู้สึกหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด
เธอไม่เคยเห็นเขามาก่อนแต่วิธีที่เขามองเธอเหมือนกับว่าเขาเคยมองเธอมานับครั้งไม่ถ้วน
ร่างใหญ่เดินตรงเข้ามาหาเธออย่างเป็มิตร
“คุณซ่งเฟยเหรินใช่ไหมครับ”
น้ำเสียงพูดปนสำเนียงต่างชาติที่ชัดเจนดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เธอหันขวับกลับไปอย่างใ
ชายคนนั้นยิ้มให้กับเธออีกครั้งพร้อมกับยื่นมือออกมา
“ผมชื่อ ปีเตอร์ เชาว์ หรือจะเรียกเชาว์ก็ได้ผมไม่ติดผมเป็นักการทูตและคนรู้จักของผู้บัญชาการหยาง”
มือของเขาหยุดค้างอยู่ตรงหน้าเธอ
แววตาของปีเตอร์ เชาว์ยังคงมั่นคงราวกับไม่ยอมให้เธอปฏิเสธการพบกันนี้ได้
ซ่งเฟยเหรินชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปจับอย่างลังเล…
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณเชาว์”
ซ่งเฟยเหรินจับมือของปีเตอร์ เชาว์ไว้เพียงครู่เดียวก่อนจะผละออกอย่างสุภาพ ใบหน้าของเธอนิ่งเรียบ แต่หัวใจกลับเต้นไม่เป็จังหวะราวกับรู้สึกถึงแรงบางอย่างที่เขาไม่ได้เอ่ยออกมา
“คุณมาทำธุระกับท่านผู้บัญชาการหรือคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงสุภาพรักษาระยะห่างเอาไว้ตามแบบผู้หญิงที่เคยเรียนรู้มาในวังวนของอำนาจ
ปีเตอร์ เชาว์ยิ้มบาง ๆเขาไม่ได้ตอบทันที แต่หันไปมองบรรยากาศรอบบ้านราวกับกำลังทบทวนความทรงจำ
“ก็ธุระนั่นแหละ…” เขาพูดเบา ๆดวงตาสีฟ้ากวาดมองกลับมายังเธอ
“…แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกครับ”
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยแววตาฉายความไม่เข้าใจ
“หมายความว่ายังไงหรือคะ?”
เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ผมขอไม่ตอบดีกว่า ถ้าตอบตอนนี้…คุณอาจเดินหนีผมไปั้แ่ยังไม่ได้เจอท่านผู้บัญชาการเลยก็ได้”
ซ่งเฟยเหรินนิ่งไปครู่หนึ่งหัวใจเธอเริ่มระแวงโดยธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างในน้ำเสียงของเขามันไม่ใช่ความอันตราย…แต่มันคือความจริงใจที่เธอไม่คุ้นเคย
ชายชาวต่างชาติผู้นี้ดูไม่เหมือนนักการทูตทั่วไปเขาดูเหมือนคนที่ผ่านอะไรบางอย่างมาคล้ายกับเธอ
⸻
ห้องทำงานของผู้บัญชาการหยางอวี้เหอ
ปีเตอร์ เชาว์ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ขณะที่หยางอวี้เหอนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสงบ ดวงตาเย็นเยียบเหมือนพยายามอ่านอีกฝ่ายให้ทะลุ
“ไม่คิดเลยว่านายจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง”ผู้บัญชาการหยางเอ่ยขึ้นในที่สุด
“บางเื่ไม่สามารถสื่อสารผ่านจดหมายได้”ปีเตอร์ เชาว์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“โดยเฉพาะเื่ที่เกี่ยวกับเตาหยิน…และการเคลื่อนไหวใหม่ของพวกมัน”
หยางอวี้เหอชะงักเล็กน้อยเขาเริ่มเข้าใจว่าการมาเยือนของปีเตอร์ เชาว์ไม่ใช่เื่ธรรมดาและไม่ใช่เพื่อการทูตอย่างเดียวแน่
“ฉันไม่คิดว่าจะมีใครจากฝั่งนาย…ยังใส่ใจเื่พวกนี้”
ปีเตอร์ เชาว์สบตาเขา ก่อนจะพูดช้า ๆ
“ฉันไม่ได้มาที่นี่ในฐานะตัวแทนรัฐบาลอย่างเป็ทางการหรอก-…ฉันมาในฐานะ…น้องชายต่างพ่อต่างหาก”
เขาหยุด
“…และในฐานะคนที่ยังเป็หนี้ผู้หญิงคนหนึ่ง—หนี้ที่ฉันไม่มีวันลืม”
หยางอวี่เหอเข้าใจดีว่าปีเตอร์เชาว์กำลังพูดถึงอะไรอยู่