สายลมยามเช้าของอ่าววิคตอเรียพัดโชยมาปะทะใบหน้า ทว่าไม่ได้ช่วยลดทอนความตึงเครียดในใจของชานนท์ลงได้เลย รถยนต์หรูของมาเฟียเฒ่าแล่นมาส่งเขาและมะปรางถึงท่าเรือส่วนบุคคล หลังจากบอกลาคุณหลงที่ยังคงติดภารกิจเคลียร์สะสางความขัดแย้งของมาเฟียฮ่องกง ชานนท์พยายามกุมมือมะปรางไว้แน่นตลอดทาง นิ้วมือแกร่งลูบไล้หลังมือเนียนของคนรักราวกับ้าปลอบโยนและยืนยันว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
"พี่นนท์คะ... เป็อะไรหรือเปล่าคะ? ั้แ่เช้าปรางเห็นพี่นนท์ขมวดคิ้วบ่อยจัง" มะปรางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคนรักยามที่พวกเขานั่งอยู่บนเบาะหลังของรถตู้หรูที่มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟด่วนพิเศษ
ชานนท์หันมาส่งยิ้มอบอุ่นทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็อ่อนโยนยามสบตาเมียรัก "ไม่มีอะไรครับเด็กดี ของพี่ยังไม่หายเหนื่อยจากเมื่อคืนนิดหน่อยน่ะครับ... รถไฟด่วนพิเศษที่เรากำลังจะขึ้นนี้จะพาเราตรงเข้าสู่สนามบินฮ่องกงเลย คุณหลงเตรียมการทุกอย่างไว้ดีมาก เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับการเช็กอิน"
เขาลูบหัวทุยสวยของมะปรางเบาๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่ในอกของชายหนุ่มกลับร้อนรุ่มไปด้วยความกังวล มืออีกข้างที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงยังคงกำกระดาษโน้ตสีดำและหน้ากากครึ่งหน้าสีทองจำลองขนาดจิ๋วที่พบใต้ประตูห้องพักไว้แน่น... *สโมสรหน้ากากทองคำ (The Golden Mask Club)* ชื่อนี้ยังคงตามหลอกหลอนเขาั้แ่คดีใหญ่ที่ญี่ปุ่น จนกระทั่งมาถึงจดหมายข่มขู่ส่งท้ายที่ฮ่องกง
เมื่อมาถึงสถานีรถไฟด่วนพิเศษ ชานนท์จัดแจงเื่กระเป๋าเดินทางอย่างรวดเร็วและพามะปรางขึ้นไปนั่งบนตู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสที่เงียบสงบและเป็ส่วนตัว ขบวนรถไฟหัวะุเคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวลทะยานผ่านวิวทิวทัศน์ตึกระฟ้าของฮ่องกงที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็ูเาสีเขียวชอุ่มและชายฝั่งทะเล ชานนท์กวาดสายตามองไปรอบตู้โดยสารอย่างระแวดระวัง เขาจับสังเกตชายต่างชาติร่างใหญ่สองคนที่สวมสูทสีเข้มซึ่งนั่งเยื้องไปด้านหลัง แม้พวกนั้นจะทำทีเป็อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ แต่แววตากลับเหลือบมองมาทางพวกเขาทุกครั้งที่รถไฟเข้าโค้ง
"พี่นนท์..." มะปรางกระซิบพลางเอนศีรษะลงซบกับไหล่กว้างของเขา กลิ่นหอมละมุนจากเรือนผมของเธอโชยมาทำให้ใจที่เกร็งตึงของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย "ปรางตื่นเต้นจังเลยค่ะ... ยุโรปจะเป็ยังไงบ้างนะ ปราสาทของท่านทูตฌองจะใหญ่โตเหมือนในรูปไหมคะ?"
ชานนท์โอบไหล่บางของเธอไว้ ยกร่างนุ่มนิ่มขึ้นมานั่งบนตักกว้างโดยไม่แคร์สายตาของใครในตู้โดยสารที่แสนเงียบสงบนี้ มะปรางอุทานเบาๆ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ รีบโอบคอแกร่งไว้เพราะกลัวตก
"พี่นนท์... คนอื่นมองอยู่นะคะ" เธอประท้วงเสียงอ้อมแอ้ม
"ช่างเขาสิครับ... ก็พี่อยากกอดเมียพี่นี่นา" ชานนท์กระซิบหยอกล้อข้างหู ลากไล้ริมฝีปากไปตามซอกคอหอมกรุ่นจนมะปรางขนลุกซู่ "ปราสาทของท่านทูตใหญ่โตและสวยงามมากครับเด็กดี... แต่ที่สำคัญกว่าคือ ปรางจะได้ไปแสดงศาสตร์นวดสปาที่แสนวิเศษของปรางให้พวกคนใหญ่คนโตที่นั่นได้เห็น... แต่จำไว้นะครับ ไม่ว่าที่ไหน พี่ก็จะเป็คนคอยคุมและปกป้องปรางอยู่ข้างเตียงเสมอ..."
มะปรางพยักหน้ารับอย่างเอียงอาย ซุกใบหน้าหวานเข้ากับแผ่นอกกว้างที่อบอุ่น ชานนท์กดจูบลงบนขมับของเธออย่างแสนรัก แววตาของเขากลับมาเคร่งเครียดทันทีที่มองข้ามไหล่บางไปสบตากับชายชุดสูทคนหนึ่งที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา... *พวกเขาโดนจับตามองั้แ่ยังไม่พ้นแผ่นดินฮ่องกง*
เมื่อถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกง ชานนท์รีบนำมะปรางเข้าสู่ห้องรับรองพิเศษ VIP เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน เขาใช้จังหวะที่มะปรางขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หยิบโทรศัพท์มือถือที่เข้ารหัสความปลอดภัยขั้นสูงขึ้นมาโทรหาแฮกเกอร์คู่ใจ
"เวย์... ฉันเอง" ชานนท์เอ่ยเสียงต่ำด้วยภาษาไทย
"ว่าไงครับพี่นนท์? ตอนนี้ส่งข้อมูลอะไรมาเพิ่มหรือเปล่า?" เสียงเวย์ปลายสายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงรัวแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ดังสลับกัน
"มีจดหมายเตือนจากสโมสรหน้ากากทองคำส่งมาหาฉันถึงในเรือของคุณหลง... พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราทุกก้าว เวย์ แกช่วยเจาะระบบความเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายสโมสรหน้ากากทองคำกับปราสาทของท่านทูตฌองในฝรั่งเศสด่วนที่สุดเลยนะ"
"ได้ครับพี่... แต่ผมต้องบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ข้อมูลของพวก 'Golden Mask' มันหนาและซับซ้อนมาก พวกนี้ใช้การเข้ารหัสผ่านบล็อกเชนส่วนตัวที่เจาะยากสุดๆ แถมยังมีพวกนักการเมืองและชนชั้นสูงของยุโรปคอยหนุนหลังอยู่หนาแน่น... แต่ผมจะพยายามหาช่องโหว่ให้ได้ครับ พี่นนท์ดูแลคุณมะปรางให้ดีๆ นะครับ"
"ขอบใจมากเวย์ ส่งข่าวทันทีที่มีอะไรเคลื่อนไหว" ชานนท์กดวางสายพร้อมกับดึงมะปรางที่เดินกลับเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดพวงแก้มเนียนจนเธอสะดุ้งน้อยๆ
"ไปกันเถอะครับเด็กดี... ไฟลต์บินของเรารออยู่แล้ว"
การเดินทางเหนือน่านฟ้าเป็เวลาหลายสิบชั่วโมงผ่านไปอย่างหรูหราบนห้องผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสแบบ Suite Room ส่วนตัวที่เป็ห้องปิดมิดชิด มีประตูกั้นแยกเป็เอกเทศจากผู้โดยสารคนอื่น บนเตียงนอนขนาดควีนไซส์ที่กางออกเต็มพื้นที่ มะปรางนอนกอดชานนท์อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เสียงเครื่องยนต์ของเครื่องบินลำใหญ่ครางกระหึ่มเบาๆ ช่วยขับเน้นความรู้สึกเงียบสงบในห้องส่วนตัวให้ตัดขาดจากโลกภายนอก
"พี่นนท์คะ... ไหล่เกร็งหมดแล้วนะคะเนี่ย" มะปรางเงยหน้าขึ้นมองคนรัก มือบางลูบไล้ไปตามแนวบ่าและลาดไหล่กว้างของชานนท์ที่ตึงเขม็งไปด้วยความเครียดสะสม "ให้ปรางนวดให้ดีกว่าค่ะ... จะได้ผ่อนคลายบ้าง"
ชานนท์พลิกตัวนอนคว่ำลงกับฟูกนุ่ม ยิ้มรับอย่างอ่อนโยน "ตามใจครับ... เมียรักนวดให้ทั้งที พี่คงสบายไปทั้งตัวแน่ๆ"
มะปรางขยับลุกขึ้นนั่งคุกเข่าคร่อมสะโพกสอบของชานนท์ไว้ ชุดเดรสไหมซาตินสายเดี่ยวสีครีมร่นขึ้นมาเผยให้เห็นต้นขาเนียนละเอียดสีน้ำผึ้ง ทรวดทรงอกอิ่มคัพ E ทิ้งตัวลงมาตามแรงโน้มถ่วงเกือบชิดแผ่นหลังแกร่ง เธอหยิบน้ำมันนวดกลิ่นลาเวนเดอร์จีนขวดเล็กที่คุณหลงมอบให้ติดตัวมา ชโลมน้ำมันอุ่นชื้นลงบนฝ่ามือนุ่มจนทั่ว ก่อนจะเริ่มกดน้ำหนักมือลงบนแนวบ่ากว้างของชายหนุ่ม
"อืมมม... ดีจังเลยครับมะปราง... มือนุ่มเหลือเกิน" ชานนท์ครางต่ำในลำคอด้วยความซ่านสบาย
มะปรางยิ้มหวาน โน้มตัวลงต่ำจนอกอวบนุ่มหยุ่นบดเบียดนวดเค้นแนบไปกับแผ่นหลังกว้างของชานนท์อย่างจงใจ มือบางค่อยๆ ลากไล้กดคลายเส้นจากต้นคอลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง ััที่นุ่มนวลผสมผสานกับน้ำมันอุ่นๆ ที่ซึมซาบเข้าสู่ผิว ทำให้ความเครียดที่สั่งสมมานานละลายหายไปทีละน้อย เธอใช้ท่อนแขนเนียนลากรูดไปตามผิวกายแกร่ง บีบเค้นกล้ามเนื้อไหล่หนาอย่างช่ำชอง
"พี่นนท์ชอบไหมคะ?... ตึงมากเลยนะคะเนี่ย ไปแอบเครียดเื่อะไรมาหรือเปล่า?" มะปรางถามกระซิบชิดใบหู
ชานนท์ทนความรัญจวนใจไม่ไหว เขาพลิกกายกลับมาอย่างรวดเร็ว รวบเอวคอดกิ่วของมะปรางจนร่างนุ่มทับอยู่บนอกแกร่งของเขา น้ำมันนวดที่เคลือบแผ่นหลังและหน้าอกของเขาเปรอะเปื้อนเข้าหาชุดผ้าไหมซาตินบางเบาของเธอจนแนบเนื้อชุ่มชื้น เผยให้เห็นยอดอกสีหวานที่ชูชันอยู่ใต้เนื้อผ้าไหมชั้นดี
"พี่เครียดเพราะห่วงปรางนั่นแหละครับเด็กดี..." ชานนท์เอ่ยเสียงพร่า ั์ตาฉายแววรักใคร่หลงใหลอย่างลึกซึ้ง มือหนาเลื่อนขึ้นมากดท้ายทอยของเธอลงมาประทับจูบอย่างดูดดื่ม
เรียวลิ้นร้อนของชานนท์แทรกซอนเข้าสู่โพรงปากอุ่นของมะปราง ลากไล้หยอกเย้ากับลิ้นเล็กอย่างโหยหา มะปรางครางอือในลำคอ โอบรอบคอชายหนุ่มแน่น รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเร่าร้อนปลุกเร้าอารมณ์รักให้พลุ่งพล่าน ชานนท์เลื่อนมือลงไปบีบเค้นสะโพกผายเนื้อแน่น ตึงกระชับ บดสะโพกสอบขึ้นหามะปรางจนเธอััได้ถึงความแข็งขึงร้อนระอุของแกนกายแกร่งที่ขยายตัวสู้มืออยู่ใต้กางเกง
"อื้อออ... พี่นนท์ขา... พอแล้วค่ะ เดี๋ยวคนมาเห็น" มะปรางถอนริมฝีปากออกมาหอบหายใจรัว ใบหน้าแดงก่ำดั่งลูกตำลึงสุก
ชานนท์ยิ้มเ้าเล่ห์ ยอมปล่อยให้ร่างบางลงไปนอนข้างๆ แต่ยังคงโอบกอดและกดจูบซับตามแนวลำคอระหงอย่างไม่ยอมห่างกาย "ถ้างั้นเก็บไว้ก่อนนะครับ... ถึงฝรั่งเศสเมื่อไหร่ พี่จะจัดชุดใหญ่ให้สมใจอยากเลยเด็กดี..."
เครื่องบินโดยสารร่อนลงจอดที่สนามบินชาร์ล เดอ โกล ประเทศฝรั่งเศสใน่บ่ายแก่ๆ ท้องฟ้าของยุโรปตะวันตกดูปลอดโปร่ง ลมหนาวบางเบาโชยเข้ามาต้อนรับทันทีที่ก้าวพ้นตัวอาคารผู้โดยสาร ชายชาวฝรั่งเศสวัยกลางคนในชุดสูทสีดำเรียบกริบ ยืนถือป้ายชื่อภาษาอังกฤษตัวโตว่า 'M. Chanon & Mlle. Maprang' เมื่อสบตากับชานนท์ เขาก็ก้าวเข้ามาโค้งคำนับอย่างสุภาพ
"ยินดีต้อนรับสู่ฝรั่งเศสครับคุณชานนท์ คุณมะปราง... ผมชื่อปิแอร์ เป็หัวหน้าพ่อบ้านของท่านทูตฌอง ท่านทูตมอบหมายให้ผมนำรถยนต์ส่วนตัวมารับพวกคุณไปยังปราสาทในลุ่มแม่น้ำลัวร์ครับ" ชายคนนั้นกล่าวเป็ภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสที่ฟังง่าย
"ขอบคุณมากครับคุณปิแอร์... รบกวนด้วยนะครับ" ชานนท์เอ่ยตอบพลางโอบเอวมะปรางให้เดินตามพ่อบ้านไปยังรถยนต์หรูยี่ห้อเบนท์ลีย์สีดำทมิฬที่จอดรออยู่ในโซนวีไอพี
ตลอดการเดินทางหลายชั่วโมงผ่านทางหลวงแผ่นดินตัดเข้าสู่ชนบทอันงดงามของลุ่มแม่น้ำลัวร์ (Loire Valley) ทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งหญ้ากว้างไกล ไร่องุ่นเขียวขจี และหมู่บ้านโบราณที่ทำจากหินสีครีมสะท้อนแสงแดดยามเย็นสีทองส้ม มะปรางเกาะขอบกระจกรถดูทัศนียภาพด้วยความตื่นตาตื่นใจ ความกังวลใจเื่ภัยมืดเลือนหายไปชั่วคราวแทนที่ด้วยความฝันอันแสนหวานของยุโรป
"ที่นี่สวยงามราวกับเทพนิยายเลยค่ะพี่นนท์" มะปรางหันกลับมายิ้มให้ชานนท์ แววตาสดใสเป็ประกาย
ชานนท์ยิ้มรับ พลางเลื่อนมือไปกุมมือเธอไว้ "ใช่ครับ... ปราสาทที่เรากำลังจะไปพักชื่อว่า Château de la Croix เป็ทรัพย์สินเก่าแก่ของตระกูลท่านทูตฌอง ที่นั่นหรูหราและเงียบสงบมาก เหมาะแก่การพักผ่อน... และจัดเตรียมสปาพิเศษให้กับท่านทูตและลูกชายของเขาในวันพรุ่งนี้..."
"ลูกชายของท่านทูตเหรอคะ?" มะปรางเอ่ยทวนคำ
"ครับ... ชื่อหลุยส์ (Louis) เป็ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส เรียนกฎหมายอยู่ที่ปารีส มีอาการปวดเมื่อยและตึงเครียดอย่างรุนแรงจากการเรียนและการแบกรับความคาดหวังของตระกูล ท่านทูตเลยอยากให้ปรางช่วยดูแลบำบัดกล้ามเนื้อให้เขาหน่อยน่ะครับ"
"ยินดีเลยค่ะ ปรางจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ" มะปรางตอบรับอย่างมั่นใจในวิชาชีพของตน
แต่ชานนท์ไม่ได้พูดถึงข้อมูลอีกด้านหนึ่ง... จากที่เขาหาข้อมูลมา หลุยส์เป็หนุ่มเ้าสำราญที่มีเพื่อนฝูงในแวดวงชนชั้นสูงมากมาย และสโมสรหน้ากากทองคำก็อาจมีรากเหง้าเชื่อมโยงกับแวดวงที่เด็กหนุ่มคนนี้คลุกคลีอยู่เช่นกัน การเดินทางครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่ถ้ำัฝรั่งเศสอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อรถเบนท์ลีย์คันหรูเลี้ยวผ่านซุ้มประตูเหล็กดัดโบราณขนาดใหญ่ที่มีตราประจำตระกูลสีทองหม่น ภาพของคฤหาสน์หรือปราสาทสไตล์เรอเนซองส์ขนาดมหึมาก็ปรากฏแก่สายตา ตัวอาคารสร้างด้วยหินทรายโบราณสีอ่อน มียอดหอคอยแหลมสีเทาเข้มสะท้อนความขรึมขลัง ล้อมรอบด้วยคูน้ำโบราณและสวนหย่อมที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า สาดทาบตัวปราสาทจนดูสวยงามทว่าแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวลึกลับ
"เชิญด้านในครับคุณชานนท์ คุณมะปราง" ปิแอร์นำทางพาทั้งสองคนก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลางของปราสาทที่ปูพื้นด้วยหินอ่อนลายหรูหรา โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาส่องแสงสีส้มสลัวอยู่บนเพดานสูงลิ่ว ภาพวาดสีน้ำมันของบรรพบุรุษในกรอบทองคำโบราณแขวนประดับตลอดแนวผนังไม้โอ๊กแกะสลัก
"ท่านทูตฌองติดภารกิจงานเลี้ยงรับรองทูตานุทูตที่ปารีสในค่ำคืนนี้ครับ ท่านจะเดินทางมาถึงปราสาทในวันพรุ่งนี้่สาย... สำหรับคืนนี้ ท่านทูตได้จัดเตรียมห้องพักส่วนตัวที่ดีที่สุดในฝั่งหอคอยทิศตะวันออกไว้ให้พวกคุณแล้ว และอาหารค่ำจะถูกส่งขึ้นไปเสิร์ฟบนห้องพักเพื่อให้พวกคุณได้พักผ่อนอย่างเป็ส่วนตัวที่สุดครับ" พ่อบ้านปิแอร์อธิบายด้วยท่าทีนอบน้อม
"ขอบคุณมากครับ" ชานนท์พยักหน้ารับ ก่อนจะพามะปรางเดินตามสาวใช้ขึ้นบันไดวนหินโค้งสู่ห้องพักชั้นบน
ห้องพักสไตล์หลุยส์ที่สิบสี่กว้างขวางราวกับห้องชุดในวิมาน เตียงนอนสี่เสาขนาดใหญ่ขึงด้วยม่านผ้าไหมกำมะหยี่สีแดงเข้มหนานุ่ม บนโต๊ะเตาผิงหินอ่อนมีฟืนจุดไฟให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายคลายความหนาวของคืนแรกในฝรั่งเศส สาวใช้นำอาหารฝรั่งเศสและไวน์แดงรสเลิศมาเสิร์ฟก่อนจะล่าถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่
มะปรางเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำหรูหรา ส่วนชานนท์เดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปนอกปราสาทที่ตกอยู่ใต้ความมืดมิดของราตรี แสงไฟจากสปอตไลต์ดวงเตี้ยส่องสว่างตามแนวสวนหิน แต่รอบนอกนั้นมืดสนิท ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็สั่นเตือนรัวกระชั้น
ชานนท์รีบดึงออกมาเปิดอ่านข้อความที่ส่งผ่านเครือข่ายเข้ารหัสของเวย์:
"พี่นนท์! ด่วนที่สุด! ผมตรวจพบสัญญาณบลูทูธและเซิร์ฟเวอร์ย่อยที่เข้ารหัสพิเศษกำลังทำงานแอ็กทีฟอยู่ภายในพื้นที่ของปราสาท Château de la Croix สัญญาณนี้เชื่อมตรงไปยังโฮสต์ปลายทางของกลุ่ม Golden Mask Club ในปารีส... พวกมันรู้พิกัดของพวกพี่แล้ว และพวกมันควบคุมระบบเครือข่ายบางส่วนในปราสาทอยู่ ระวังตัวด้วยครับ!"
หัวใจของชานนท์หล่นวูบ ดวงตาพลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง... พวกมันเข้ามาถึงที่นี่แล้ว!
"พี่นนท์คะ... นี่มันคืออะไรเหรอคะ?" เสียงหวานของมะปรางดังขึ้นจากห้องแต่งตัวด้านหลัง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความประหลาดใจปนสงสัย
ชานนท์สะดุ้งตัวเล็กน้อย รีบเก็บโทรศัพท์มือถือแล้วหมุนตัวกลับมาสบตากับเมียรัก "มีอะไรเหรอครับมะปราง?"
เขาก้าวเดินตามเข้าไปในห้องแต่งตัว ก่อนจะหยุดชะงักงันเป็หิน ร่างกายเกร็งแข็งทื่อทันทีเมื่อได้เห็นสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งหินอ่อนสีขาว...
ถัดจากขวดไวน์แดงต้อนรับชั้นดี มีหน้ากากครึ่งหน้าทำจาก "ทองคำเปลวบริสุทธิ์หนาแน่นสีทองระยิบระยับลวดลายสลักโบราณ" ขนาดเท่าใบหน้าจริงวางตั้งตระหง่านอยู่! มันคือหน้ากากสำหรับใช้สวมใส่ในงานเลี้ยงหน้ากากของจริง และใต้หน้ากากสีทองหรูหรานั้น มีกระดาษการ์ดเนื้อดีสลักอักษรภาษาฝรั่งเศสด้วยหมึกสีทองอร่ามที่ชานนท์อ่านออกได้อย่างชัดเจน:
"Bienvenue en Europe, Reine de la Nuit. ยินดีต้อนรับสู่ยุโรป... ราชินีแห่งราตรีสวาท หน้ากากนี้คู่ควรกับใบหน้าหวานและร่างงดงามของเธอ... รอคอยที่จะได้พบััอันแสนวิเศษในงานเต้นรำสีทองของเราในเร็ววัน..."
มะปรางหันมามองชานนท์ด้วยสีหน้าซีดเผือด แววตาสดใสสั่นระริกด้วยความกลัว "พี่นนท์คะ... หน้ากากนี้มาจากไหนคะ? ใครเอามาวางไว้... แล้วภาษาฝรั่งเศสนี้แปลว่าอะไรเหรอคะ?"
ชานนท์จ้องมองหน้ากากทองคำสะท้อนแสงไฟเตาผิงวับแวม แววตาของเขาร้อนระอุไปด้วยความโกรธแค้นปนความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ... ศัตรูขยับหมากเร็วและชิดตัวพวกเขามากเกินไปแล้ว! พวกมันลักลอบนำสิ่งนี้มาวางไว้ในห้องพักของคฤหาสน์ทูตฝรั่งเศสอย่างลอยนวล นั่นแสดงว่าแม้แต่ในปราสาทโบราณแห่งนี้... ก็ไม่มีความปลอดภัยสำหรับพวกเขาทั้งสองคนอีกต่อไป!
เกมราคะและกลลวงในดินแดนยุโรปได้เปิดฉากต้อนรับพวกเขาแล้ว... ด้วยหน้ากากแห่งตัณหาและความตายที่รอคอยอยู่เื้ัม่านสลัวของปราสาทหลังใหญ่!
*(เบาะแสหน้ากากทองคำใบนี้หมายความว่าชานนท์และมะปรางตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกมันั้แ่ก้าวแรก? แล้วท่านทูตฌองจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่? ติดตามต่อได้ใน ตอนที่ 17: ฝรั่งเศสใต้แสงดาวและปราสาทหรูแถบแม่น้ำลัวร์... โปรดปลดล็อกตอนถัดไปเพื่อััความสั่นสะท้านแห่งราคะข้ามพรมแดน!)*