“จริงหรือท่านพ่อ ที่ท่านย่า้าแค่ 15 ตำลึงทอง งั้นพรุ่งนี้ท่านพาเข้าเมืองด้วยเถอะ ข้าจะเอาเนื้อออกมาขาย” ลู่เหวินรีบขออนุญาต
หยางเฉิงยื่นมือไปลูบหัวลูกชายแล้วพูดอย่างอ่อนโยน
“เหวินเออร์ ั้แ่เ้าหายป่วย ก็เป็คนคิดค้นวิธีหาเงินมาโดยตลอด แต่หากเราเอาเงินที่หามาได้มอบให้ย่าเ้าไปหมด แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายเล่า อีกทั้งหากเ้าเข้าเมืองไปพร้อมพ่อ ลุงใหญ่ต้องให้ลูกพี่ลูกน้องป้าสะใภ้ใหญ่ที่เป็อันธพาล จับตามองพวกเ้าแน่นอน พ่อไม่ได้อยู่ด้วย เ้าจะโดนรังแกเอาได้ ย่าของเ้าเป็คนไม่ยอมเสียเงินไปโดยไม่มีเหตุผล นางเรียกมา 20 ตำลึงทอง จู่ๆ มาบอกว่าจะเอาแค่ 15 ตำลึงทอง ภายในหนึ่งเดือน ย่อมต้องมีอะไรเกิดขึ้นเป็แน่ รอดูไปอีกนิดเถอะ หากท่านย่าเ้าหาทางออกไม่ได้ ข้าเชื่อว่านางย่อมเรียกน้อยลงอีกหลายส่วนแน่”
“งั้นข้ากับพี่ใหญ่ พี่รอง จะไปหาสมุนไพร แล้วให้พี่รองฝากท่านหมอกู่ไปขายนะขอรับ” ลู่เหวินยังคงหาลู่ทางหาเงิน เขาอยากแยกบ้านไวๆ ถึงแม้จะไม่เงินเหลือติดตัว แต่เขามีของที่เก็บไว้ในช่องเก็บของ พวกเขาไม่อดตายแน่นอน
“ได้ แต่พวกเ้าต้องอย่าไปลึกเกินบริเวณที่พ่อเคยบอกไว้ ต้องเชื่อฟังพี่ใหญ่ และห้ามลงน้ำลึกเด็ดขาด”
หยางเฉิงกำชับลูกชายทั้ง 3 คน ที่กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าท่าทางน่าเอ็นดู
วันนี้ไม่ใช่วันทำงานของบ้านสาม พวกเขาจึงมีเวลาขึ้นเขาไปหาของป่าและสมุนไพร เมื่อท่านพ่ออนุญาตให้เขาหาสมุนไพร พี่ใหญ่ก็พาพวกเขาเข้าป่าได้ลึกกว่าเดิม แม้จะยังอยู่ในเขตป่าชั้นต้น แต่ก็เป็เขตที่พรานสามารถล่าสัตว์เล็กๆ อย่างกระต่าย และไก่ฟ้า ได้บ่อยครั้ง
“หยิน ตรวจสอบพื้นที่”
[พบหนูไผ่ ด้านขวาขอรับ]
เมื่อเดินไปขวามือประมาณ 25 จั้ง ก็พบกับต้นไผ่ขนาดใหญ่ มีหน่อไม้ขึ้นรอบๆ และมีรอยถูกกัดแทะ เดินดูรอบๆ ก็พบโพรงเล็กๆ จึงเดินไปเก็บเศษไม้มาก่อไฟแล้วพัดควันเข้าไปในโพรง เอาตาข่ายปิดโพรงเอาไว้ รอสักพักก็ได้หนูไผ่มา 2 ตัว เมื่อปิดปากตาข่ายก็ดับไฟ แล้วเอาหนูไผ่ใส่ไว้ในตะกร้าสะพายหลัง ลู่เหวินหยิบเสียมที่ใส่ตะกร้ามาด้วยออกมาขุดหน่อไม้
พี่ชายทั้งสองคนเห็นน้องชายเดินไปทางป่าไผ่สักพักยังไม่กลับมาก็รีบเดินตามไปดู พบเ้าตัวเล็กกำลังขุดหน่อไม้อยู่ จึงรีบเข้าไปช่วย ลู่เสียนขุดหน่อไม้เสร็จกำลังจะเอาใส่ตะกร้า เห็นตะกร้าของลู่เหวินสั่นไปมา มองไปก็พบหนูไผ่ในตาข่ายสองตัวนอนดิ้นขลุกขลักอยู่
“โอ้โห..น้องเล็กเ้ายอดเยี่ยมมากเลย พี่ใหญ่น้องเล็กจับหนูไผ่อ้วนๆ ได้ตั้งสองตัว”
“พี่ใหญ่ พี่รอง ได้อะไรบ้างไหมขอรับ” ลู่เหวินที่กำลังขุดหน่อไม้เอ่ยถามพี่ชาย
“ข้าวางกับดักไว้ เดี๋ยวขุดหน่อไม้เสร็จ ค่อยไปดูกันว่ามีตัวอะไรมาติดหรือไม่” ลู่คงบอกน้องชาย
“ข้าได้ไข่ไก่ฟ้ามา 6 ฟอง” ลู่เสียนพูดจบ ก็ซักถามวิธีจับหนูไผ่ของน้องชาย
เมื่อขุดหน่อไม้เสร็จ ลู่เสียนก็ชวนพี่ชายไปหาโพรงหนูไผ่
ลู่เหวินยังเดินไปรอบเพื่อให้หยินค้นหาสิ่งต่างๆ ที่อาจขายให้ระบบได้
[ตรวจพบกระจงหลังเงิน ในระยะ 50 จั้ง ทางซ้ายมือของนายท่าน ระบบได้รับคำร้องขอจากผู้ดูแลว่า โลกคู่ขนานใบหนึ่ง สัตว์ชนิดนี้เหลือไม่ถึง 50 ตัว เสี่ยงต่อการสูญพันธ์เป็อย่างมาก และมอบภารกิจให้นายท่านขอรับ]
•จับและขายกระจงหลังเงินให้กับระบบ รางวัลราคาขายสองเท่า รางวัลพิเศษ ผงห้ามเื 1 ขวด•
ลู่เหวินเริ่มมองหาตามทิศทางที่หยินบอก ก็พบกับสัตว์ที่คล้ายกวางผสมหนู บนหลังมีแถบขนสีเงินกำลังเล็มยอดหญ้าอยู่ลำพัง
“ข้าจะจับมันได้ยังไง ข้านำแค่เสียมติดตัวมาเท่านั้น”
[ระบบอยากได้กระจงหลังเงินแบบเป็ๆ จึงมอบหน้าไม้บรรจุยาสลบ เป็ของสำหรับภารกิจขอรับ]
เมื่อหยินพูดจบก็ปรากฏหน้าไม้ที่บรรจุลูกศร 5 ดอก ในช่องเก็บของของลู่เหวิน เขาหยิบมันออกมาและเล็งไปที่กระจงอย่างตั้งใจ จากนั้นก็ยิง ลูกศรพุ่งออกไปอย่างเร็วและปักเข้าที่ขาหลังของกระจง มันวิ่งพรวดออกไปด้วยความใได้สัก่ตัวก็สลบไป ลู่เหวินรีบวิ่งไปที่กระจงล้มอยู่แล้วขายให้ระบบ
•ภารกิจเสร็จสิ้น กระจงหลังเงิน ได้รับ 1,600 เหรียญทอง และผงห้ามเื 1 ขวด•
“หยิน แล้วหน้าไม้นี่จะหายไปไหม” ลู่เหวินชอบหน้าไม้อันนี้มาก หากเขามีมันเขาจะทุ่นแรงได้มากทีเดียว
[หน้าไม้เป็ของสำหรับภารกิจ มันจะหายไปภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากเสร็จภารกิจขอรับ]
“น่าเสียดาย งั้นมาล่าสัตว์ภายในชั่วโมงนี้กันเถอะ”
ลู่เหวินเดินไปในทิศทางต่างๆ พลางสั่งให้หยินค้นหารอบๆ จนผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ลู่เหวินได้เก้งมาหนึ่งตัว เมื่อจัดการเอาเชือกมัดขาแล้วก็ใส่เข้าไปในช่องเก็บของ แล้วเดินกลับไปยังทางเดิมเพื่อรวมกลุ่มกับพี่ชาย
ลู่คงและลู่เสียน ที่จับหนูไผ่ตัวเสร็จแล้ว หันมาไม่เจอน้องชาย ก็กังวล รีบวิ่งไปดูรอบป่าไผ่ก็ไม่พบ เลยกำลังจะเริ่มออกตามหา สักพักก็เห็นลู่เหวินเดินยิ้มกริ่มเข้ามาก็รีบวิ่งเข้าไปหา
“เ้าหายไปไหนมา พวกข้าเป็ห่วงแทบแย่ หากเ้าเป็อะไรไป ข้าจะมีหน้ากลับไปบ้านไปบอกทุกคนว่าอย่างไร” ลู่คงเริ่มดุน้องชาย
ลู่เหวินที่แม้ในชาติที่แล้ว อายุเขาสามารถเป็พ่อเด็กคนนี้ได้ แต่หลายๆ อย่างที่ครอบครัวนี้ทำเพื่อเขา มันทำให้เขายอมรับพวกเขาทุกคนอย่างแท้จริง
“พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าขอโทษขอรับ ข้าเห็นพวกท่านกำลังจับหนูไผ่ เลยเดินไปหาของป่าอีกด้าน ไม่ทันได้บอก ไม่คิดว่าท่านจะใขนาดนี้ แต่ข้าไม่ได้ไปไกลเลยนะ หากข้าะโพวกท่านย่อมได้ยินแน่นอนขอรับ”
ลู่คงที่สีหน้าดีขึ้นแล้วเริ่มบ่นเด็กชายตัวน้อยตรงหน้า “คราวหน้า เ้าต้องบอกข้าก่อนที่จะแยกตัวไปไหน ไม่อย่างนั้น ข้าจะไม่พาเ้ามาอีกแล้ว”
เมื่อลู่คงพาไปดูกับดักที่เขาวางไว้ บางอันก็มีกระต่ายมาติด บางอันก็ไม่มีอะไรเลย สรุปว่าวันนี้พวกเขาได้ เก้ง 1 ตัว หนูไผ่ 5 ตัว กระต่ายป่า 2 ตัว ไข่ไก่ฟ้า 6 ฟอง และหน่อไม้ 5 หน่อ นับเป็การเก็บเกี่ยวที่ดีมากเลยทีเดียว
“เ้าเอาของนี่เก็บไว้แล้ว กลับกันเถอะ ยังต้องไปดูกับดักอีก หากนานกว่านี้เดี๋ยวท่านแม่จะเป็ห่วง”
เมื่อพูดจบทั้งสองคนก็ส่งของในตะกร้าให้ลู่เหวิน เขาเอาเก็บไปทั้งหมด เหลือในตะกร้าแค่หน่อไม้หน่อเดียวเท่านั้น
เมื่อเด็กๆ กลับบ้านมาก็เจอกับป้าสะใภ้รองยืนอยู่หน้าบ้าน สายตากำลังจ้องมาในตะกร้าของพวกเขา
“พวกเ้าไปกันตั้งนาน ได้หน่อไม้มาหน่อเดียว ไร้ประโยชน์เสียจริง สงสัยจะไปแอบนอนหลับอยู่ละสิ”
“วันนี้เป็วันว่างของบ้านข้า แม้พวกข้าจะวิ่งเล่นหรือนอนหลับ ก็เป็บ้านสองที่ต้องทำงานอยู่ดี ใช่ไหมขอรับป้าสะใภ้รอง”
ลู่คงเอ่ยอย่างอารมณ์ดี และเดินจากไป ทิ้งให้จางซื่อยืนหน้าแดงคอพอง ก่นด่าอยู่หน้าบ้าน เมื่อเข้าห้องมา ก็เจอท่านแม่กำลังสอนลู่เหลียนและลู่เอินเย็บผ้าอยู่ เมื่อเห็นลูกชายกลับมาแล้วก็ให้ลูกสาวทั้งสองหยุดพัก
“เมื่อก่อนเราต้องทำงานทุกวัน ไม่มีแม้เวลาจะนอนพัก แม่เลยไม่ได้สอนพวกเ้าเย็บปัก ถึงแม้วันว่างเราจะไม่ต้องทำงานให้บ้านใหญ่แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็เช่นนี้ไปอีกกี่วัน ต่อไปนี้เมื่อถึงวันว่างพวกเ้าต้องเรียนเย็บปักกับแม่ทุกวัน”
“พวกเ้าไปล้างตัวกันก่อน เดี๋ยวท่านพ่อมาแล้วค่อยไปกินข้าวกัน” เย่ซื่อไล่ให้ลูกๆ ไปอาบน้ำ
เมื่อหยางเฉิงกลับมา เห็นลูกชายที่ไปขึ้นเขามาก็ถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “พวกเ้าได้อะไรกันมาบ้าง”
เมื่อลู่เหวินเอาของออกมา ทุกคนแม้กระทั่งลู่คงและลู่เสียนเองก็ตกตะลึง เก้งตัวหนึ่ง ถูกมัดขาไว้ กำลังดิ้นไปมา
“เ้าได้มาั้แ่เมื่อไหร่ เราเจอแต่หนูไผ่เองนะ” ลู่คงสอบถาม
“ข้าเห็นมันนอนฟุบอยู่ ตอนพี่ใหญ่กับพี่รองจับหนูไผ่ เลยเก็บเข้าช่องเก็บของน่ะขอรับ”
“โชคของพวกเ้าไม่ธรรมดาเลย ใกล้หนาวอย่างนี้ล่าสัตว์ได้สักตัวก็เก่งแล้ว นี่พวกเ้าได้มามากกว่าพรานอาชีพเสียอีก เดี๋ยวไม่กี่วันพ่อจะพาพวกเ้าเข้าเมืองไปขายของอีกสักรอบ”
หยางเฉิงพูดจบก็พาครอบครัวออกไปกินข้าวที่บ้านใหญ่ เมื่อมาถึงก็พบแต่ผัดผักป่าที่แทบจะไม่มีน้ำมันสามจานกับข้าวต้มที่แทบจะไม่ข้าวเลยก็ว่าได้ ทุกคนนั่งมองกับข้าวอย่างเวทนา
“ฮุ่ยเจียงวันนี้บ้านสามหาหน่อไม้มาได้ไม่ใช่เหรอ ทำไมมีแค่นี้ล่ะ ข้าต้องทำงานหนักนะ กินแค่นี้ก็หิวตายกันพอดี” หยางโปหันไปอาละวาดภรรยา
“ท่านแม่ เป็คนกำหนดอาหารว่าให้ทำเท่านี้” จางซื่อรีบตอบด้วยกลัวสามีจะลงไม้ลงมือกับตน
“หน่อไม้นั่นข้าจะให้เ้าใหญ่พาไปขาย ใครกินไม่ได้ก็กลับห้องไป บ้านเราไม่ได้มีเงินมากมายพอให้พวกเ้ากินอิ่มทุกวัน” แม่เฒ่าหลี่พูดจบก็กินอาหารด้วยสีหน้าเรียบเฉย
บ้านสามกินกันเสร็จก็กลับเข้าห้อง ลู่เหวินเอาซาลาเปาออกมาแบ่งให้ทุกคน เมื่อกินอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไปยังที่นอนของตน
“หยิน อัพเกรดระบบห้างสรรพสินค้าได้เลย”
•ยืนยันการอัพเกรด ระบบห้างสรรพสินค้าเป็ระดับสาม ค่าใช้จ่ายเหรียญทอง 5000 เหรียญ•
“ตกลง”
[อัพเกรดเสร็จสิ้น ระบบห้างสรรพสินค้าเพิ่มเป็ระดับสาม ท่านสามารถนำของออกจากห้องเก็บของ ได้ 3 จิน เพิ่มระยะของคำสั่งค้นหาเป็ 70 จั้ง]
เมื่อลู่เหวินเข้าไปดูระบบ ก็พบว่ามีสินค้ามากขึ้น รายการต่างๆ ที่เคยเป็สีเทา ตอนนี้มีแสงสีฟ้าสว่างไสว ราวกับเชิญชวนให้มากดดูสินค้าในช่องของตน
“หยิน ราคาของในห้างแพงมากทีเดียว”
[ของทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีคุณภาพดีที่สุด ระบบได้คัดสรรมาอย่างดี เหมาะสมกับราคาแล้วขอรับ หากนายท่านขยันหาเหรียญทอง นายท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับของอันสุดล้ำค่าเหล่านี้ โดยไม่คิดว่าแพงไปเลยขอรับ]
ลู่เหวินได้ยินดังนั่นก็กรอกตามองบน แล้วนึกถึงวารีรักษาขึ้นมาได้
“หยิน วารีรักษาสามารถใช้กับผู้อื่นได้หรือไม่”
[ได้ขอรับ วารีรักษา เป็ยาที่ขจัดสารพิษ และสิ่งเจือปนภายในร่างกาย การชะล้างจากภายในสู่ภายนอก คือหัวใจสำคัญของวารีรักษา แต่หากร่างกายอ่อนแอ คงจะหลับไปสักระยะหนึ่ง หรืออาจจะมีอาการเ็ปได้ขอรับ]
ลู่เหวินได้ยินดังนั้น ก็คิดว่าเขาต้องรอให้แยกบ้านได้ก่อนถึงจะเอาวารีรักษาออกมาให้ทุกคนได้ใช้